- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 210 การตื่นของปีศาจเหล็ก
บทที่ 210 การตื่นของปีศาจเหล็ก
บทที่ 210 การตื่นของปีศาจเหล็ก
บทที่ 210 การตื่นของปีศาจเหล็ก
สายโลหะสีดำข้นคลั่กพลันไหลทะลักออกมาจากแท่นพลังกลางฐานเหล็ก เสียงมันคล้ายคลื่นเหล็กหลอมเดือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วห้อง ควันเย็นเฉียบแผ่กระจายทั่วบริเวณ เสียง “ชิ้ง—ชิ้ง—” ของโลหะเสียดสีกันดังสะท้อนชวนขนหัวลุก
เจิ้งมู่หรี่ตาลงทันที แสงสะท้อนสีดำที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้าทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนั้น ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดปะปนกัน
เพียงพริบตาเดียว โลหะเหลวนั้นก็เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่าง ก่อนจะกลายเป็นอสุรกายสีดำสนิท รูปร่างบิดเบี้ยวแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง
พื้นผิวมันวาวราวกระจกอมนิลสะท้อนแสงสั่นระยับ เสียงโลหะขบกันดัง “กรอบแกรบ” อย่างน่าขนลุก
“นี่มัน... เวรเอ๊ย! เอเลี่ยนเหรอวะ!?”
เเละเเล้วในตอนนั้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมแผ่นหน้าจอโปร่งใสลอยขึ้นตรงหน้า
ติ๊ง!
【ชื่อ: เครื่องกลติดเชื้อ · เทพปีศาจอเวจี (ลิคเกอร์กรงเล็บทมิฬ)】
【ประเภท: สิ่งประดิษฐ์จักรกล (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่)】
【ระดับ: สีส้มระดับตำนาน】
【ค่าความทนทาน: 5,000,000 / 5,000,000】
【พลังโจมตี: 1,800 – 9,000】
【พลังป้องกัน: 8,700】
【สกิลที่ 1 “ล่าข้ามมิติ” — ซ่อนร่างในความมืดแห่งสุญญากาศ ลอบสังหารโดยไร้ขีดจำกัด ไม่มีคูลดาวน์】
【สกิลที่ 2 “ตราแห่งอเวจี” — ล็อกเป้าหมายโดยไม่สนระยะหรือการพรางตัว การโจมตีครั้งถัดไปสร้างความเสียหาย 3 เท่า ไม่มีคูลดาวน์】
【สกิลที่ 3 “ผู้เผยแพร่เทพปีศาจ” — ติดเชื้อสิ่งกลจักรอื่น ทำให้วิวัฒนาการขึ้นทันที ไม่มีคูลดาวน์】
【สกิลที่ 4 “คืนชีพนิรันดร์” — เมื่อตาย จะเกิดใหม่ในเครื่องกลที่ถูกติดเชื้อ คูลดาวน์ 24 ชม.】
【สกิลที่ 5 “กรงเล็บแห่งสุญญากาศ” — โจมตีทะลุพลังป้องกันศัตรูแบบสุ่ม 30%–80% สร้างความเสียหายร้ายแรง ไม่มีคูลดาวน์】
【สกิลที่ 6 “วิวัฒนาการสูงสุด” — กลืนกินชิ้นส่วนเทพปีศาจอัสเปียเพื่อพัฒนาร่างกายต่อเนื่อง ไม่มีคูลดาวน์】
【สกิลที่ 7 “จำลองอสูร” — ดูดซับร่างเป้าหมายเพื่อจำแลงกาย พร้อมรับสกิลบางส่วน คูลดาวน์ 24 ชม. (หลังสำเร็จครั้งแรกสามารถแปลงร่างได้อิสระ)】
เสียง “อึก...คักๆๆ...” ของโลหะเสียดสีกันดังสะท้านไปทั่ว เจิ้งมู่จ้องร่างนั้นไม่วางตา ถ้าไม่ใช่เพราะข้อมูลในหน้าจอยืนยันไว้ชัด เขาคงไม่มีทางรู้เลยว่า “อสูรเหล็ก” เบื้องหน้าคือ “กรงเล็บทมิฬ” สิ่งประดิษฐ์จักรกลคู่ใจของเขาเอง!
พลังเย็นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างของมัน สายตาของเจิ้งมู่พลันเป็นประกาย “แม่งเอ๊ย... กรงเล็บทมิฬ! ตอนนี้แกสุดยอดกว่าก่อนหน้าเป็นร้อยเท่าเลย!”
เสียงหัวเราะต่ำลอดออกจากลำคอโลหะของมัน แผ่นหลังแยกออก เผยกลไกซับซ้อนหลายชั้น ก่อนแสงสีน้ำเงินเย็นพวยพุ่งออกมาราวเปลวเพลิงแห่งนรก
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลระเบิดจากจุดศูนย์กลางพลังของมัน คลื่นพลังไร้รูปกระจายออกเป็นวงๆ กินพื้นที่ทั่ว “ป้อมปราการเหล็กลอยฟ้า” ก่อนแผ่ขยายไปถึงสนามรบใหญ่ของเมืองชิโตะ
ทันใดนั้น เหล่า “ลิคเกอร์” ที่เพิ่งโผล่ออกมาจากโพรงใต้ดินต่างชะงักกลางอากาศ ร่างกายสั่นสะท้านราวถูกฟ้าผ่า!
แคร่กๆๆๆ! เสียงโลหะแตกหักดังพร้อมประกายไฟระเบิดจากข้อต่อของพวกมัน
“เวรเอ๊ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!?”
เสียงทหารของสหรัฐอเมริกาตะโกนลั่น ก่อนอีกคนจะชี้ไปยังแนวหน้า “ดูนั่น! เครื่องจักรกลของพวกมัน... มันสั่น! หรือว่าช่างกลของมังกรจะตายแล้ว?!”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ เหล่านายทหารระดับสูงก็เบิกตาโพลง
“ไม่ใช่! พวกมันไม่ได้พัง... เเต่พวกมันกำลังวิวัฒนาการ! ยิง! เร็ว ยิงก่อนมันจบพวกเรา!”
แต่กระสุนและเวทมนตร์ที่ถาโถมใส่กลับไร้ผล ร่างของพวกเครื่องจักรกลเหล่านั้นหายวับไปกับควัน...
เสียงกรีดร้องดังระงมจากแนวหลัง “อ๊ากกกก!” เมื่อหันกลับไป ทุกคนก็เห็น “T-1000” สีดำสนิทยืนอยู่หลังบาทหลวงของหน่วย กรงเล็บโลหะทะลุอกอีกฝ่าย ทั้งที่โล่พลังยังคงส่องแสง!
“เชี่ยเอ้ย! พวกมันทะลุเกราะได้!”
“ถอย! ถอยเร็ว! รวมกลุ่มป้องกัน!”
“ไม่มีทาง! มันทะลุเวทได้หมด!”
เสียงระเบิดและกรีดร้องดังระงมทั่วสนามรบ เครื่องจักรที่ถูกกรงเล็บทมิฬติดเชื้อพากันคลั่งไล่ฆ่า ขยายตัวราวโรคระบาดสีดำ กลืนกินแนวรบของสหรัฐอเมริกาอย่างไร้ปรานี
ไม่นาน กองทัพที่เคยแน่นหนาเหมือนกำแพงเหล็กของสหรัฐอเมริกาก็แตกกระเจิง ความโกรธที่เคยมีต่อ “การสังหารเชลย” ของเจิ้งมู่ กลับกลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีด
เหนือท้องฟ้า เหล่า “เทพผู้พิทักษ์ชาติ” ของสหรัฐอเมริกาถูกตรึงไว้โดยสิ่งประดิษฐ์จักรกลของประเทศมังกร รามส์ นักรบคลั่งแห่งศาสนามรณะ ถูก “อสูรเกราะยักษ์” ขวางทางจนแทบขยับไม่ได้ โมริส นักเวทคำสาปสีชาด ต้องปะทะกับ “ลิงเหลือง” ผู้ควบคุมแสง จนไม่อาจช่วยเหลือแนวรบด้านล่าง ส่วนเคลย์ตันที่สู้กับ “เคราดำ” ก็ได้แต่คำราม “อย่ามายุ่งกับฉันโว้ย! แค่เจ้านี่ก็แทบตายอยู่แล้ว!”
แม้แต่ “เทพีป่า” โกลิอา ผู้เคยสง่างาม ก็ถูก “หมาเเดง” ร่างกลหินภูเขาไฟบีบจนแทบหายใจไม่ออก เปลวเพลิงจากร่างมันกลืนกินผืนฟ้า ราวกับโลกทั้งใบกำลังลุกไหม้
ลูกไฟนับพันดวงตกจากฟากฟ้า เสียงหวีดของอากาศดังสนั่น “พระเจ้า... ถ้าขวัญป้องกันไม่ทัน ครั้งนี้เราจะ...”
……
ในศูนย์บัญชาการสหรัฐอเมริกา พลเอกวอล์คเกอร์เอามือทุบโต๊ะเสียงดัง “บัดซบเอ๊ย! ทำไมถึงเป็นแบบนี้! ทหารระดับเทพทั้งสิบของเรากลับถูกตรึงไว้หมด!”
เขากัดฟันแน่น มองจอแผนที่ยุทธการที่ปรากฏชื่อศัตรูจากแดนมังกร ลิงเหลือง, น้ำเเข็งเขียว, เคราดำ, หมาเเดง, อุจิฮะมูซัน, มิราเจ, เกราะยักษ์, ก็อดซิลลา...
“ไม่ใช่แค่พวกนั้น!” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งร้องลั่น
“แม้แต่ทัพระดับล่างของมังกรก็รุกเข้ามาไม่หยุด! เครื่องจักรพวกนั้น... มันเหมือนปีศาจที่ฆ่าไม่ตายจริงๆ!”
วอล์คเกอร์นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนพูดเสียงต่ำ “นี่... ไม่ใช่แค่ศึกพ่ายธรรมดา...”
ในดวงตาของเขา ปรากฏเพียงลางร้ายที่เย็นเยียบ และมันไม่ใช่เพียงเขาคนเดียวที่สัมผัสได้
ขณะเดียวกัน บนทวีปฝั่งตะวันตก ภายในราชวังของ “ประเทศอังกฤษ” ราชินีผู้สูงศักดิ์เงยหน้ามองจอโฮโลแกรมด้วยใบหน้าซีดเผือด ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วกับแม่ทัพใหญ่ข้างกาย
“นายพลเนลสัน... ท่านคิดว่า...สหรัฐอเมริกา... ครั้งนี้คงต้องแพ้จริงๆ แล้วใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องประชุมเงียบงัน รัฐมนตรีแต่ละคนตัวแข็งราวรูปปั้น
ในความเงียบ เสียง “คลื่นโลหะสีดำ” จากจอภาพยังคงก้องกังวาน ราวกับเสียงหัวเราะของปีศาจที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้...