- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 186 คำท้าท้ายจากสหรัฐอเมริกา
บทที่ 186 คำท้าท้ายจากสหรัฐอเมริกา
บทที่ 186 คำท้าท้ายจากสหรัฐอเมริกา
บทที่ 186 คำท้าท้ายจากสหรัฐอเมริกา
“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย สหรัฐอเมริกาส่งคำขาดมาถึงเราแล้ว!” เสียงรายงานของนายทหารหนุ่มดังขึ้นก้องห้องประชุมใหญ่ “พวกเขาต้องการให้เราส่งมอบตัวแม่ทัพเจิ้งมู่ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ประเทศไทน หากไม่ดำเนินการภายในเจ็ดวัน สหรัฐอเมริกาจะประกาศสงครามทันที!”
เสียงเคร่งเครียดนั้นสะท้อนทั่วทั้งห้องโถง ก่อนที่ภาพบนจอสามมิติจะฉายขึ้น ภาพการแถลงข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกา ใบหน้าพวกมันแสร้งทำเป็นเศร้าสลด แต่คำพูดกลับเต็มไปด้วยความเสแสร้งและจอมปลอม
“ประเทศมังกรคือผู้รุกราน! เป็นภัยต่อสันติภาพของโลก!”
คำโกหกหน้าตายเหล่านั้น ทำให้ผู้อาวุโสทั้งหลายหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ฮึ!” ท่านหลินหัวเราะหยัน “เรายังไม่ได้เซ็นสัญญาหยุดยิงด้วยซ้ำ! ภาพสงครามก็ยังถ่ายทอดอยู่ทั่วฟ้า แต่พวกหมูขาวนั่นกลับกล้ากล่าวว่าพวกเรารุกรานก่อน กลิ่นคาวปากแบบนี้ นี่แหละรสชาติแท้ ๆ ของสหรัฐอเมริกา!”
เขายิ้มเย็นพลางพูดเสียงต่ำ “ให้เราส่งมอบหลานชายฉันไปให้อย่างนั้นรึ? ฮึ! ถ้ากล้าขออีกที ฉันจะโยนของเสียใส่หน้าจักรพรรดิของพวกมันให้สาสมเลย!”
ท่านเจียงที่นั่งข้าง ๆ ส่ายหัวพลางหัวเราะเบา “เจ็ดวัน... เจ็ดวันให้เราคิดงั้นหรือ? อย่าตลกนักเลย! พวกมันแค่ต้องการเวลา ‘ถอนกำลังออกจากดันเจี้ยนลับต่างมิติ’ ต่างหาก จะมาพูดว่าเพื่อสันติภาพโลกงั้นรึ? ช่างไร้สาระสิ้นดี!”
“ถึงเรายอมทำตาม มันก็จะหาเรื่องมาสู้เราอยู่ดี” ท่านหลีเอ่ยยิ้มเย็น “หมูขาวก็คือหมูขาว ต่อให้เปลี่ยนเกราะทองก็ยังไม่พ้นพันธุ์เดิม”
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ ไม่มีความกลัวในแววตาแม้แต่น้อย
ท่านหลีโบกมือส่งสัญญาณให้นายทหารออกไป ก่อนจะหันมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง เม็ดฝนฤดูใบไม้ผลิโปรยบาง ๆ เสียงซู่ซ่าดังแผ่วเบา
“ฝนฤดูใบไม้ผลิ...” เขาหัวเราะเบา “วันนี้นี่มันวันดีชัด ๆ!”
เสียงหัวเราะของเหล่าผู้อาวุโสดังตามมาในทันที แต่ทุกสายตากลับจับจ้องไปที่ท่านหลี รอคำสั่งถัดไปจากเขา
ท่านหลีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหันมองจอถ่ายทอดสด ภาพสุดท้ายยังเป็นเงาร่างของเจิ้งมู่ เบื้องหลังคือโครงยักษ์ “ก็อดซิลล่า” ที่เขาสร้างขึ้นกำลังเดินเข้าสู่ห้วงสุญญากาศ
แววตาของท่านหลีเปล่งประกายทันที ริมฝีปากยกยิ้มร้าย “เด็กนั่นสร้างเครื่องจักรได้โดยไม่จำกัดทั้งจำนวนและระดับ... ถ้าเราช่วยจัดหาวัตถุดิบให้พอ นายว่ามันจะสร้าง ‘ป้อมลอยฟ้า’ ได้อีกไหม?”
เสียงหัวเราะดังสนั่นทั่วโถง “ฮ่าฮ่า! ถ้าฉันจำไม่ผิด กองทัพเรือของเรายังเก็บเรือรบยุคก่อน ๆ ไว้ในคลังไม่ใช่รึ?”
เหล่าผู้อาวุโสถึงกับตาโต ภาพในหัวชัดเจนขึ้นทันตา กองทัพสหรัฐอเมริกากำลังรุกคืบเข้ามา แต่เหนือท้องฟ้า กลับปรากฏ “ป้อมปราการลอยฟ้าขนาดมหึมา” ของประเทศมังกร บินโอบล้อมราวกับเทพสงครามเหนือเมฆ!
“เด็กนั่นจะทำได้จริงเหรอ?” เสียงหนึ่งดังขึ้น “ตอนสร้างป้อมลอยปราการฟ้าครั้งก่อนก็ใช้ฐานจากรถฐานทัพเดิม...”
ท่านเจียงหัวเราะ “ถึงจะสร้างได้แค่ระดับหนึ่งก็ยังดี! ต่อให้เป็นรุ่นเล็ก มันก็ยังเป็น ‘อาวุธแห่งชาติ!’”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ท่านหลียิ้มบาง “พวกมันต้องการเจ็ดวันเพื่อถอนกำลังออกจากมิติ... แต่ในเจ็ดวันนั้น เราก็ทำได้ไม่น้อยเหมือนกัน”
เขาเอ่ยต่อ “นอกจากจะดูว่าเจิ้งมู่สร้างป้อมปราการลอยฟ้าเพิ่มได้ไหม... ฉันยังอยากเห็นนักรบผู้พิการนับแสนที่รอฟื้นตัว ได้กลับสู่สนามรบอีกครั้งด้วย!”
เมื่อได้ยินคำนี้ เสียงหัวเราะและเสียงโห่ร้องก็ปะทุขึ้นทั่วห้องโถง เปลวไฟแห่งความภาคภูมิใจลุกโชนในดวงตาทุกคู่
ไม่นาน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา “ท่านผู้อาวุโสครับ สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งส่งคำเตือนสงครามมา เราจะตอบกลับยังไงดีครับ?”
ท่าเจียงหัวเราะลั่น “ตอบง่ายนิดเดียว!” เขาคิดอยู่สองวินาที ก่อนจะฟาดมือลงบนโต๊ะ “บอกพวกมันไปเลยถ้าจะประกาศสงครามก็ส่งหนังสือมาให้เร็วหน่อย! แม่ทัพเจิ้งมู่ของเรากำลังจะเอาไปใช้... เช็ดก้นอยู่พอดี!”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นทั่วห้องทันที แม้แต่ท่านหลียังอดยิ้มไม่ได้ “เจ้าแก่ปากไวเอ๋ย! กล้าลากชื่อเจิ้งมู่มาอ้างข่มสหรัฐอเมริกาถึงขนาดนี้!”
แต่ไม่มีใครว่า เพราะทุกคนรู้ดีว่าหากเจิ้งมู่ได้ยิน เขาคงหัวเราะและพยักหน้าอย่างภูมิใจเสียด้วยซ้ำ
นี่แหละ... “โฆษกอันดับหนึ่งแห่งประเทศมังกร!”
สหรัฐอเมริกา “มหาอำนาจโลก” อย่างนั้นหรือ? บางครั้งพวกมังกรอาจยอมเรียกมันว่า “เจ้าโลก” ด้วยรอยยิ้ม แต่ถ้าไม่พอใจ ก็พร้อมจะ “ส่งมันกลับสู่อ้อมอกแผ่นดิน” ทันที!
แท้จริงแล้ว ประเทศมังกรอาจยังห่างจากสหรัฐอเมริกาอยู่หลายช่วงตัว แต่ด้วยกำลังพลนับล้าน และโรงงานอุตสาหกรรมการทหารแห่งนครเสิ่นตูที่ผลิตอาวุธได้เร็วเกินมนุษย์ พวกเขาไม่ใช่ลูกแมวให้ใครขย้ำอีกต่อไป
ตรงกันข้าม... สหรัฐอเมริกาต่างหากที่เริ่มลังเล พวกมันต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันในการถอนทัพออกมาจากดันเจี้ยนลับต่างมิติ เเละก็ไม่ใช่เพราะขาดกำลัง แต่เพราะเครือข่ายผลประโยชน์ของตระกูลใหญ่และกลุ่มนายทุน พันกันยุ่งจนขยับไม่ได้
พูดกันตรง ๆ แม้สหรัฐอเมริกาจะยึดทั้งมังกรและไทยได้ แต่สุดท้ายก็อาจขาดทุนมากกว่ากำไร สงครามครั้งนี้... สำหรับพวกมันเเล้ว คือ “ทิ้งแตงโม ไปเก็บเมล็ดงา”
แต่เมื่อประเทศมังกรออกมาท้าชนตรง ๆ เช่นนี้ พวกมันก็ไม่มีทางถอยอีกแล้ว
ไม่กี่ชั่วโมงหลังคำขาดของสหรัฐอเมริกาถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก “คำตอบ” ของประเทศมังกรก็ตามมาติด ๆ และทันทีที่ถ้อยแถลงนั้นถูกประกาศ...
ฟอรั่มนานาชาติก็แทบลุกเป็นไฟ!
“พวกมังกรบ้าไปแล้วเหรอ!? จะท้าชนสหรัฐอเมริกาโดยตรงเนี่ยนะ?”
“พวกเขามีกำลังขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?”
“เป็นไปไม่ได้! รายงานจากประเทศอินโดนีเซีย บอกว่า ภายในเจ็ดวัน สหรัฐอเมริกาจะระดมกองทัพได้อย่างน้อยเจ็ดแสน!”
“ยังไม่นับเทพผู้พิทักษ์ประจำชาติของพวกมันอีก! ประเทศมังกรไม่มีทางรับมือได้แน่!”
“ถ้ารวมกองทัพพันธมิตรจากญี่ปุ่น ประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยอดนักรบอาจทะลุสองล้าน!”
“ต่อให้มังกรระดมทั้งประเทศ ก็อยู่ได้ไม่เกินสองเดือนแน่!”
แต่ทุกคนรู้ดี นั่นยังประเมินต่ำไปมากนัก...
ในเวลาเดียวกัน บน “ป้อมปราการลอยฟ้า” ของประเทศมังกร เสียงหัวเราะและชนแก้วก็ดังลั่น
เหล่าทหาร “เทียนอาย” นับหมื่นร่วมเฉลิมฉลอง แม้เพิ่งสูญเสียสหายกว่า 2,000 ชีวิตในศึกเมืองหลวงของไทย แต่ไม่มีใครเศร้าแม้แต่น้อย
“จะมีเกียรติใดเท่าการตายบนสนามรบอีก!” นายทหารคนหนึ่งหัวเราะ “ได้ตายกลางเสียงปืน ไม่ใช่บนเตียงในโรงหมอ นั่นแหละเกียรติ!”
“ท่านแม่ทัพ” ฉงเว่ยซานเดินเข้ามา “เรื่องร่างของทหารที่เสียชีวิต... กลไกชีวะบนร่างพวกเขา จะให้เราถอดกลับมาไหมครับ?”
เจิ้งมู่ส่ายหน้า “ไม่ต้อง” น้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความอ่อนโยน “ตั้งแต่วันที่ชิ้นส่วนกลจักรถูกฝังในร่างพวกเขา และพวกเขาได้ลิ้มเลือดศัตรูบนสนามรบ... มันก็เป็นของพวกเขาไปแล้ว ให้พวกเขาพักอย่างสงบเถอะ”
ถ้อยคำเรียบง่ายนั้นทำให้ฉงเว่ยซานและเหล่าทหารจุกแน่นในอก พวกเขายกมือทำความเคารพ ดวงตาแดงก่ำด้วยความซาบซึ้ง
เจิ้งมู่เพียงยิ้มบาง คำขู่จากสหรัฐอเมริกา เขาได้ยินหมดแล้ว และยิ่งรู้สึก... พอใจ
ประเทศมังกรอาจจน อาจล้าหลัง แต่สิ่งที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ คือ “กระดูกเหล็กของคนมังกร” ต่อให้ถูกฝังอยู่ใต้ดินร้อยปี ก็ไม่มีวันงอ!
เขาหัวเราะเบา ๆ พลางบ่น “ว่าแต่... ไอ้คนที่แต่งแถลงการณ์นั่น จะลากชื่อฉันไปเช็ดก้นทำไมกันเนี่ย!?”