- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 162 มังกรคำราม ท้าทายประเทศสหรัฐอเมริกา
บทที่ 162 มังกรคำราม ท้าทายประเทศสหรัฐอเมริกา
บทที่ 162 มังกรคำราม ท้าทายประเทศสหรัฐอเมริกา
บทที่ 162 มังกรคำราม ท้าทายประเทศสหรัฐอเมริกา
ทันทีที่ “ประเทศมังกร” แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อ “ประเทศสหรัฐอเมริกา” ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วบลูสตาร์ราวพายุ
เหล่าผู้ปลุกอาชีพจากทั่วโลกต่างฮือฮาไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อมีคนมือไวแอบแคปภาพจาก “ฟอรั่มส่วนตัวของจักรพรรดิของสหรัฐอเมริกา” ออกมาเผยแพร่ให้เห็นกันจะจะ
บนจอนั้นมีเพียงตัวอักษรภาษาประเทศมังกรสั้น ๆ ประโยคเดียว แต่สะเทือนโลกทั้งใบ! “กินขี้ไปซะ!”
เเละเมื่อผู้คนที่อ่านภาษาประเทศมังกรออกเห็นเข้า ก็ต่างอ้าปากค้าง มุมปากกระตุก ไม่อยากเชื่อในสายตาของตัวเองเลยทีเดียว
เพราะไม่มีทางที่คนธรรมดาจะบุกเข้าไป “แปะหน้าจักรพรรดิ” ได้เร็วขนาดนั้น ซึ่งก็มีแต่ “คนระดับสูงสุดของประเทศ” เท่านั้นที่จะทำได้!
ประเทศมังกรไม่เพียงแค่ “ไล่ทูตวิลสัน” ของมหรัฐอเมริกาออกจากเมืองเสิ่นตูอย่างไม่ไว้หน้า เเต่ยังกล้าทิ้ง “ระเบิดคำด่า” ใส่จักรพรรดิต่อหน้าชาวโลกอีกด้วย!
ความแข็งกร้าวครั้งนี้ ทำให้ภาพจำของประเทศมังกรในสายตานานาชาติเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากเเต่ก่อนเป็นชาติที่มักอดทนกล้ำกลืนเพื่อรักษาศักดิ์ศรี กลับกลายเป็น “มังกรที่ท้าทายสวรรค์”
….
ในพระราชวังชงวากุง แห่งประเทศเกาหลี
เมื่อกษัตริย์แห่งประเทศเกาหลีทรงได้ยินข่าว สีพระพักตร์ของพระองค์ก็เปลี่ยนแทบจะทุกอารมณ์ จากตกใจ กลายเป็นโกรธ ก่อนจบลงที่ความสิ้นหวัง
เพราะนอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกร้องจากประเทศมังกรแล้ว ยังส่งทูตมาข่มขู่ประเทศเกาหลีอีกด้วย!
ทูตของสหรัฐอเมริกากล่าวหาอย่างอุกอาจว่า “ประเทศเกาหลีสมคบคิดกับประเทศมังกรเพื่อล้มอำนาจจักรวรรดิ” และยื่นข้อเรียกร้องอย่างหยามเหยียด ให้ “สละแผ่นดิน” พร้อม “ชดใช้ทองคำจนหมดคลังหลวง”!
ถึงจะโกรธจนแทบคลั่ง แต่ทั้งราชสำนักกลับไม่มีใครกล้าพูดคำว่า “ไม่” ออกมาเเม้เเต่น้อย
พระองค์ได้แต่สบถเสียงต่ำ ดวงเนตรเต็มไปด้วยไฟแค้น
“ชิบหาย... ไอ้พวกประเทศมังกรนั่น มึงลากเราลงเหวแท้ ๆ...”
และแล้วเรื่องราวก็ยิ่งโหดร้ายขึ้น องค์หญิงซูอ๊ก ผู้เคยเป็นคู่หมั้นขององค์ชายที่สองแห่งสหรัฐอเมริกา ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวาย สุดท้ายเธอจึงต้อง “ดื่มยาพิษจบชีวิต” ท่ามกลางเสียงประณาม แม้จะเป็นพระขนิษฐาแท้ ๆ ของกษัตริย์ก็ตาม...
…
ในพระราชวังโทกุงาวะ ประเทศญี่ปุ่น
ในห้องโถงใหญ่ เหล่าข้าราชการต่างแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งก้มศีรษะกราบทูลด้วยน้ำเสียงเร่าร้อน
“ฝ่าบาท! ประเทศสหรัฐอเมริกา สัญญาจะยก ‘เขตกลาง’ ในดันเจี้ยนต่างมิติให้เรา นี่คือโชคชะตาที่สวรรค์ประทาน! จะรออะไรอีกเล่า!”
ทว่าอีกฝ่ายกลับคัดค้านเสียงแข็งออกมา
“ทรงอย่าด่วนตัดสิน! ประเทศมังกรครั้งนี้ผิดปกติมาก ทั้งเครื่องมือ อาวุธ และน้ำยาเพิ่มพลังของพวกเขาที่มี เราไม่เคยเห็นมาก่อน! หากบุกไปโดยไม่รู้เบื้องหลัง มีแต่ตายกับตาย!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ผู้ปลุกอาชีพหนุ่มคนหนึ่งก็เดือดจัด ลุกพรวด คว้าดาบคาตานะจากเอว
“ขี้ขลาด! แกคงได้สินบนจากประเทศมังกรแน่ถึงมาพูดแบบนี้! ฉันจะฟันหัวแกเดี๋ยวนี้!”
เสียงเหล็กกระทบกันดังลั่นท้องพระโรง จนต้องมีนายทหารหลายคนเข้ามากดตัวเขาไว้แทบไม่ทัน
จักรพรรดิของญี่ปุ่นตบโต๊ะเสียงดัง พระสุรเสียงเต็มไปด้วยทั้งโทสะและความหวาดหวั่น
“พอได้แล้ว! หากจะรบกับประเทศมังกร เราก็ไม่ห้าม... แต่ก่อนอื่น ไปสืบมาให้แน่ว่า อาวุธพวกนั้นมันมาจากไหนกันแน่!”
เมื่อทุกคนออกไปหมด เหลือเพียงองค์จักรพรรดิที่นั่งนิ่ง พระเนตรทอดยาวไปทางทิศตะวันตก สู่ดินแดนของประเทศมังกร
“มังกรเอ๋ย... พวกเเกซ่อนอะไรไว้ใต้ปีกกันแน่?”
ในพระราชวังทองแห่งสวรรค์ ประเทศไทย
ที่นี่ ต่างจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีที่เต็มไปด้วยความลังเล ในพระราชวังทองแห่งสวรรค์ ผู้คนกลับดีใจราวกับถูกหวย!
กลางห้องโถงอันหรูหรา กลับเต็มไปด้วยเหล่านางรำเปลือยช่วงไหล่ ข้าราชการเเละเหล่าราชวงศ์ก็นั่งดื่มเหล้ากันอย่างสบายใจ หัวเราะเสียงดังลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ! ประเทศสหรัฐอเมริกาโกรธประเทศมังกรจนหัวแทบระเบิด เเต่ยังคิดจะยกที่ในดันเจี้ยนลับต่างมิติให้เราอีก! นี่มันของขวัญจากสวรรค์ชัด ๆ!”
กษัตริย์ของไทยหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะประกาศเสียงดังลั่น
“งั้นก็เตรียมทัพ! ส่งเจ้าชายใหญ่นำกองทัพศักดิ์สิทธิ์บุกชายแดนประเทศมังกร! ศึกนี้ เราจะเดิมพันด้วยเกียรติของประเทศไทยให้ได้!”
…..
ตัดภาพมาที่ ป้อมปราการลอยฟ้าแห่งเมืองหวงซา
แปดวันต่อมา เสียงเครื่องจักรก็คำรามกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
“โรงงานสิ่งประดิษฐ์จักรกลของเจิ้งมู่” ได้ผลิตแขนขากลไปแล้วกว่าหนึ่งแสนชิ้น! และยังเร่งการผลิตต่อเนื่องราวกับพายุเหล็ก
เหล่าทหารผ่านศึกที่เคยพิการ บัดนี้ได้กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง แขนขาเหล็กเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับอวัยวะจริง
ในทะเลทรายกลืนกระดูก เสียงคำรามของนักรบประเทศมังกรดังกึกก้องก้อง
“ฮ่าฮ่าฮ่า! พวกมอนสเตอร์นรก! มาสู้กับฉันอีกสิวะ!”
“มากินไฟของฉันไปอีกคำไหม!”
พวกเขากำลังล่ามอนสเตอร์ เพื่ออัพเลเวล จนแผ่นดินสะเทือนด้วยเสียงระเบิด เลือดและทรายคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เเละบนป้อมปราการลอยฟ้าในตอนนี้ เจิ้งมู่กำลังยืนเคียงข้าง “ท่านหลี” มองภาพจากจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ด้วยแววตาภาคภูมิ
“เยี่ยมมาก... นายเก่งเกินกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก” ท่านหลีพูดพร้อมรอยยิ้มชื่นชม
แขนกลเหล่านั้นไม่เพียงเเต่เป็นอวัยวะเทียม แต่ยังมีระบบสื่อสาร การระบุตำแหน่ง และฟังก์ชันเติมยาอัตโนมัติ!
เจิ้งมู่เพียงหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ทันไร เสียงของท่านหลีก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง
“เด็กน้อย... ถ้าฉันให้นายคุมทัพทหารผ่านศึกหมื่นคนนี้ นายจะทำได้ไหม?”
เจิ้งมู่ชะงัก ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงุนงง
ท่านหลีเพียงยิ้ม พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“พวกเขาคืนชีพกลับมาเพราะนาย ดังนั้นพวกเขาจะเชื่อฟังนายมากที่สุด หากนายคือผู้นำของพวกเขา... ประเทศมังกรก็จะได้ทวงฟ้าคืนอีกครั้งเเน่นอน!”
ได้ยินดังนั้น หัวใจของเจิ้งมู่ก็เต้นระรัว คำว่า “นายพลแห่งกองทัพหมื่นเหล็ก” ดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของเขาไม่หยุด
“เอ่อ... ก็น่าจะพอไหวอยู่นะครับ...”
ท่านหลีกลอกตา หัวเราะอย่างเอือมระอา “ทำเป็นเล่นตัวนะ เจ้าหนูนี่...”