เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 เสียงคำรามของป้อมปราการลอยฟ้า ความโดดเดี่ยวของประเทศเกาหลี

บทที่ 150 เสียงคำรามของป้อมปราการลอยฟ้า ความโดดเดี่ยวของประเทศเกาหลี

บทที่ 150 เสียงคำรามของป้อมปราการลอยฟ้า ความโดดเดี่ยวของประเทศเกาหลี


บทที่ 150 เสียงคำรามของป้อมปราการลอยฟ้า ความโดดเดี่ยวของประเทศเกาหลี

ตั้งแต่ป้อมปราการลอยฟ้าปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า เมืองฮันซิงก็กลายเป็นเหมือนรังมดที่ถูกเขย่า  ผู้คนแตกตื่นอลหม่าน ทั้งผู้ปลุกอาชีพและชาวบ้านต่างพากันวิ่งหนีตายไปยังประตูเมืองและลานเคลื่อนย้ายเพื่อหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างสิ้นสติ

บนกำแพงเมือง เหล่าทหารประจำการมองท้องฟ้าอย่างตึงเครียด ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ป้อมปราการลอยฟ้าขนาดมหึมากลับยังคงเงียบงัน ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น

ความเงียบนี้... ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งอกเลยแม้แต่น้อย กลับกัน  มันกลับเป็นเหมือนเสียงนับถอยหลังบนแท่นประหาร หัวใจเต้นถี่แทบทะลุอก เหงื่อเม็ดโตไหลอาบหน้าผากของนายพลผู้บัญชาการ ในขณะที่เหล่าผู้ปลุกอาชีพของประเทศเกาหลี ก็ได้แต่แหงนหน้ามองอย่างหวาดกลัว มือที่ถืออาวุธนั้นสั่นระริก

“ท่านแม่ทัพ... เราจะมีคนมาช่วยไหมครับ?” เสียงสั่นเครือปนสะอื้นดังขึ้นจากข้างกาย นายพลเม้มปากแน่น ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

ช่วยงั้นหรือ? จะให้ใครมาช่วย? กองกำลังหลักของพวกเขาแทบทั้งหมดติดอยู่ใน “ดันเจี้ยนลับต่างมิติ” ที่เปิดศึกกับกองทัพมังกรอยู่ตอนนี้! หรือจะหวังให้ฝ่าบาทส่งทหารองครักษ์ที่คอยป้องกันเมืองหลวงมาช่วย? นั่นก็เป็นไปไม่ได้...

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร เสียงกลไกจากฟากฟ้าก็ดังก้องขึ้นมา

“ฮื้มมมมม——”

“แกรก แกรก แกรก——”

เสียงเครื่องจักรทำงานดังต่อเนื่อง เหล่าทหารพากันแหงนหน้ามอง แล้วก็เห็นมัน  ป้อมปราการลอยฟ้ายักษ์ค่อย ๆ เปิดช่องใต้ท้องลานออก ปรากฏกระบอกปืนสีเงินนับร้อยเรียงรายแน่นขนัด พุ่งปลายลงมายังเมืองเบื้องล่าง!

“มันจะโจมตีแล้ว! หนีเร็ว!!!”

“อย่ามาขวางเว้ย! ออกไป!!”

“อย่าเหยียบแม่ฉัน! ฮืออออ!”

เมืองฮันซิงปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม เสียงหวีดร้องดังระงมไปทั่ว ถนนทุกสายกลายเป็นนรกบนดิน ผู้คนเบียดเสียดจนเหยียบกันตาย ขณะที่ผู้ปลุกอาชีพบางคนถึงขั้นชักอาวุธออกมาไล่ฟันคนร่วมชาติที่ขวางทางหนี

เพียงแค่เห็นปากกระบอกปืนของป้อมปราการลอยฟ้ามุ่งลงมา ความตายก็แผ่กระจาย  มีคนเหยียบกันตายเป็นร้อยในพริบตา

ในห้องควบคุมของป้อมปราการลอยฟ้า “เจิ้งมู่” มองภาพความโกลาหลเบื้องล่างผ่านจอมอนิเตอร์ ใบหน้าของเขายกยิ้มช้า ๆ “ฮ่ะฮ่า... ภาพมันช่างงดงามจริง ๆ”

ในน้ำเสียงนั้นไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความรู้สึกผิดแม้เเต่น้อย มีเพียงความเพลิดเพลิน เหมือนกำลังชมละครเวทีที่แสดงได้สมจริงจนคนดูขนลุก

“เริ่มชาร์จพลังปืนเลเซอร์เน่าเสีย”

เสียงของ “เรดควีน” ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฮัมจากระบบพลังงานที่เริ่มทำงานทั่วป้อมปราการลอยฟ้า

เสียงฮื้มที่ดังสะท้อนในอากาศเหนือเมืองฮันซิง ทำให้ทั่วทั้งดาวบลูสตาร์ต่างหยุดนิ่ง ทุกสายตาจับจ้องไปยังภาพนั้นผ่านการถ่ายทอดสดของ “พลังเเห่งโลก”

“พระเจ้า... มันจะฆ่าล้างเมืองจริง ๆ เหรอ?!”

“ทำไมพวกเกาหลีถึงได้ไร้ความสามารถขนาดนี้? เทพผู้พิทักษ์ชาติของพวกเขาหายไปไหน?”

“เมื่อวานคนในเมืองฮันซองตายไปสามแสนคนแล้วนะ!!”

“พวกเราชาวญี่ปุ่นยังถูกเรียกว่าคลั่ง แต่นี่สิ... มันคือปีศาจชัด ๆ!”

ณ พระราชวังโทกุงาวะแห่งประเทศญี่ปุ่น

จักรพรรดิซึ่งกำลังเจรจากับ “ท่านหลี่” จากประเทศมังกร ได้รับรายงานจากขันทีข้างกาย เขาเพียงเหลือบตาไปมองจอภาพโฮโลแกรมที่ฉายการสังหารหมู่สด ๆ

ท่านหลี่มองสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ้มบาง “ฝ่าบาทเข้าใจไม่ผิดหรอก ที่จริงประเทศเรากับพวกท่านก็แค่มีความขัดแย้งทางทรัพยากรเท่านั้น ไม่ได้ต้องรบกันถึงขั้นทำสงครามระหว่างประเทศ... ปัญหาทั้งหมดมันเริ่มเพราะประเทศเกาหลีไม่สามารถปกป้องทรัพยากรของตนเองได้”

คำพูดยังคงอ่อนโยน แต่ภาพในจอมอนิเตอร์กลับไม่ปรานีเเม้เเเต่น้อย เสียงเครื่องจักรฮัมดังราวกับเสียงของยมทูตเรียกวิญญาณ ใต้ท้องฟ้าเหนือเมืองฮันซิง พลันมีแสงสีม่วงเข้มก่อตัวขึ้นที่ปลายกระบอกปืนทั้งหมด

บนกำแพงเมือง เหล่าทหารเปิดโล่ป้องกัน ใช้ทุกสกิลที่มีเสริมพลังในชั่วขณะนั้น ไม่มีใครเชื่อว่ากำแพงพลังของเมืองฮันชิงจะต้านไหว หลังจากที่เมืองฮันซองถูก “ปืนทำลายล้างอะตอม” ยิงจนสลายทั้งเมืองเมื่อวานนี้

เสียงชาร์จพลังถึงจุดสูงสุด   “วี๊ดด——!”

จากนั้นไม่นาน แสงสีม่วงเข้มก็พุ่งลงมาเหมือนสายฟ้าแห่งเทพเจ้า พลังปะทะกับโล่พลังสีทองที่ครอบคลุมเมืองฮันซิงจนเกิดคลื่นพลังสะเทือนทั่วฟ้า

ในที่ว่าการเจ้าเมือง “คริสตัลป้องกันเมือง” กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตัวเลขบนจอเริ่มลดลงอย่างบ้าคลั่ง

【ค่าความทนทานของเกราะป้องกันเมือง: 2.55 ล้าน / 3 ล้าน】

【1.94 ล้าน / 3 ล้าน】

【1.17 ล้าน / 3 ล้าน】

【......】

ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ตัวเลขก็ร่วงฮวบลงมาอย่างรวดเร็วเหมือนเลือดจากแผลเปิด

“ครืนนนน——!” เสียงระเบิดสะเทือนโลกดังขึ้น

โล่สีทองบนท้องฟ้าพังทลายราวกับกระจกแตก ละอองพลังระยิบระยับสลายหายไปในอากาศ

จากนั้น...

“ตูม!ตูม!ตูม!” แสงเลเซอร์สีม่วงเข้มก็กระหน่ำลงมาใส่เมือง อาคารหลายแห่งระเบิดหายไปทั้งแถบ เหลือไว้เพียงฝุ่นและเถ้าถ่าน

เสียงกรีดร้องปะปนกับเสียงระเบิดดังไปทั่วเมือง  “อ๊ากกกกกกกกก!!!”

บนกำแพง เมื่อนายพลพยายามตะโกนปลุกขวัญ “ยืนหยัดไว้! แสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีของพวกเรา! จงปกป้องชาติของเราให้ถึงที่สุด!”

แต่กลับไม่มีใครฟังแล้ว... ทหารจำนวนมากถอยหนี บางคนก้าวพลาดจนตกลงมาจากกำแพง บ้างโยนอาวุธทิ้งเเล้ววิ่งหนีไปอย่างสิ้นสติ

“...จบสิ้นแล้ว”

เสียงโลหะกระทบพื้นดัง “คลัง” อาวุธในมือหลุดร่วง  นายพลได้เเต่มองขึ้นไปบนฟ้าอย่างสิ้นหวัง  ปืนพวกนั้นมีเป็นร้อย แค่ยิงไปสิบกว่ากระบอกก็ทำลายเมืองได้ขนาดนี้...เเล้วถ้าพร้อมกันยิงทั้งหมด... เมืองฮันซิงก็คงเหลือเพียงผงธุลี

…..

ที่พระราชวังญี่ปุ่น สีหน้าของจักรพรรดิแข็งค้าง หนวดของเขากระตุกไม่หยุด เขาอึ้งจนพูดไม่ออกอยู่นาน กว่าจะฝืนยิ้มออกมาได้

“ท่านหลี่... ท่านพูดถูก... ระหว่างประเทศเรากับพวกท่าน มันก็แค่เรื่องเข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆกันเท่านั้นเอง... ไม่มีความจำเป็นต้องขยายจนเป็นสงครามระหว่างชาติ”

เขากัดฟันพูดต่อ “เราจะถอนกำลังทั้งหมดออกจากดันเจี้ยนลับต่างมิติ และหยุดการรุกรานประเทศของท่านทันที...”

ท่านหลี่ยิ้มบาง “นั่นสินะ เรื่องชดเชยความเสียหายก็ค่อยมาคุยกันในภายหลัง”

เมื่อการเจรจาจบลง ท่านหลี่ก็หันมาทางกู่เซิงตงและเหล่านายทหาร ใบหน้ายกยิ้มอย่างเยือกเย็น “ฮ่า... ตอนนี้ประเทศเกาหลีก็เหลือแค่รอให้พวกเราชำแหละเท่านั้น”

“สะใจชิบหาย!”

“พระเจ้า เจิ้งมู่นี่มันปีศาจของแท้! ถ้าท่านหลี่ไม่สั่งยั้งไว้ ป่านนี้เมืองฮันซิงคงหายไปจากแผนที่แล้ว!”

“เร็วเข้า! เมื่อญี่ปุ่นหยุดสนับสนุน พวกเราจะบดขยี้ประเทศเกาหลีได้ในพริบตา! ถึงเวลาขยายอาณาเขตแล้ว!”

เสียงหัวเราะสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุม

ขณะเดียวกัน บนท้องฟ้าเหนือเมืองฮันซิง ป้อมปราการลอยฟ้าก็ค่อย ๆ เก็บกระบอกปืนกลับ เสียงเครื่องยนต์คำรามอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนตัวมุ่งสู่ “ทิศเหนือ”

ในวังหลวงของประเทศเกาหลี กษัตริย์เกาหลี ซึ่งเพิ่งโล่งใจไปได้ไม่ทันไร ก็หน้าถอดสีอีกครั้ง “ไม่นะ... ทิศนั้น... นั่นมันเมืองซอกกอน!”

ขันทีใหญ่ร้องเสียงหลง “ฝ่าบาท! ป้อมปราการลอยฟ้ามุ่งไปทางเมืองซอกกอนแล้ว!”

เหล่าขุนนางต่างหน้าซีดเผือดจนเป็นสีขาว ในขณะเดียวกัน การถ่ายทอดสดจากพลังเเห่งโลกก็แสดงภาพป้อมปราการลอยฟ้าที่ปรากฏเหนือเมืองซอกกอน ปากกระบอกปืนเริ่มชาร์จพลังอีกครั้ง

พระพักตร์ของกษัตริย์ซีดขาว รู้ทันทีว่าชะตากรรมกำลังจะซ้ำรอย

แต่ยังไม่ทันจะตั้งหลักได้ดี ทหารในเครื่องแบบก็พุ่งพรวดเข้ามารายงานอย่างร้อนรน “ฝ่าบาท! ข่าวร้าย! ประเทศญี่ปุ่นประกาศถอนการสนับสนุนจากดันเจี้ยนลับต่างมิติแล้ว!”

“ตอนนี้... เราต้องเผชิญหน้ากับประเทศมังกรเพียงลำพัง!”

เสียงรายงานนั้นดังขึ้นกลางห้องบัลลังก์ ราวกับระฆังแห่งหายนะที่ส่งสัญญาณว่า  จุดจบ... ของประเทศประเทศเกาหลี กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

จบบทที่ บทที่ 150 เสียงคำรามของป้อมปราการลอยฟ้า ความโดดเดี่ยวของประเทศเกาหลี

คัดลอกลิงก์แล้ว