- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 134 ใช้เงินสร้างกองทัพให้ฉันสิ
บทที่ 134 ใช้เงินสร้างกองทัพให้ฉันสิ
บทที่ 134 ใช้เงินสร้างกองทัพให้ฉันสิ
บทที่ 134 ใช้เงินสร้างกองทัพให้ฉันสิ
ป้ายหินเก่าแก่ที่หน้าประตูโบสถ์สั่นสะเทือนราวกับจะหล่นแตกในพายุฟ้าคำราม เจิ้งมู่ยืนมองมันด้วยรอยยิ้มเย็นเฉียบ
หลังจากที่ถูกฟาดปลายทางด้วยกระบี่โลหะบิน เขาก็ถูกส่งมาถึงที่นี่
กลางสายฟ้าและเสียงกรีดร้องของพวกผู้ปลุกอาชีพเกาหลีที่หวีดลั่นท่ามกลางพายุ
ลูกศรแสงหายลับไปทางเหนือของเมือง นั่นคือจุดที่กองกำลังหนุนจากเมืองอื่นๆของพวกมันเพิ่งมาถึง
“หึ ซ่อนกันเก่งดีนี่... ถ้าไม่มีเจ้าชินดูฮยอนบอกตำแหน่งคร่าว ๆ คงหาไม่เจอแน่” ชายหนุ่มพึมพำ ก่อนจะก้าวนำเข้าไปในโบสถ์
ข้างกายของเขามีสองเงาร่างปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว อุจิฮะ มูซัน ทางซ้าย และ มิราเจ ทางขวา ทั้งคู่ยืนประกบแน่นหนาในฐานะองครักษ์ แม้จริง ๆ แล้ว เขาจะไม่ได้ต้องการการคุ้มกันเลยก็ตาม
คนของโบสถ์ภายนอกต่างหนีตายกันไปหมดแล้ว เมื่อทั้งสามเดินตามเส้นทางที่ “เรดควีน” สแกนไว้จนมาถึงใต้ดินของโบสถ์
“ไปตายซะ!!!” เสียงตะโกนหยาบดังขึ้น พร้อมแสงดาบฟาดแหวกอากาศ
ยังไม่ทันที่เจิ้งมู่จะได้เห็นหน้าคู่ต่อสู้ เงาของมุซันก็พุ่งมาขวางทันที เสียง “ปั่ก!” ดังสะท้อนในความเงียบ ศีรษะหนึ่งกลิ้งตกลงพื้น ดวงตายังเบิกโพลงไม่สิ้นใจดี
ใต้โบสถ์ที่ว่าซ่อนสมบัติไว้ไม่ได้มีแสงไฟสลัวหรือบรรยากาศเหมือนสุสานเลย มีเพียงทางเดินยาวและบันไดเวียนลงลึก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงคำรามของพวกเกาหลีที่หลงเหลืออยู่
“ซิบหาย! ไอ้พวกมังกรนั่นมันบุกคลังสมบัติของเราแล้ว! เร็ว! สัญญาณเตือนภัย!!”
เมื่อเจิ้งมู่มาถึงชั้นล่างสุด สิ่งที่เห็นคือประตูเหล็กสูงสิบเมตร หนาแน่นด้วยกลไกรหัสหมุนจนดูเวียนหัว พวกผู้ปลุกอาชีพเกาหลีไม่กี่คนที่ยังไม่ตาย เห็นเขาแล้วถึงกับหน้าซีดเผือด หนึ่งในนั้นรีบหยิบตราหยกขึ้นมาบีบจนแตก
เสียงสัญญาณเตือนดังแหลมกรีดในอากาศ มุซันขมวดคิ้วต่ำ “นายท่าน ข้าผิดเองที่พลาด”
เจิ้งมู่โบกมือ ไม่แม้จะมองพวกนั้นสักนิด สายตาขอบเขาจับจ้องอยู่ที่ประตูโลหะมหึมานั่น พลางพูดเสียงเรียบ “จัดการพวกนี้ให้หมดเถอะ เรามีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ”
ไม่นาน เลือดของผู้ปลุกอาชีพเกาหลีคนหนึ่งไหลพรั่งพร้อมกับหลอด HP ที่ลดฮวบอย่างเห็นได้ชัด เขาเป็นถึงผู้ปลุกอาชีพเลเวล 58 แต่กลับถูกมุซันเล่นงานจนแทบขยับไม่ได้ แถมยังต้องค่อย ๆ รอความตาย
“ไม่มีตราประจำตัวหัวหน้าเมืองกับรหัสของสำนักค้า แกจะเปิดคลังสมบัติของเราไม่ได้เด็ดขาด!”
“สัญญาณเตือนก็ดังแล้ว เจิ้งมู่! แกหนีไม่รอดแน่!”
ชายคนนั้นตะโกนด้วยหน้าเหี้ยม แต่เจิ้งมู่เพียงเลิกคิ้ว เดินไปแตะมือบนประตูโลหะอย่างแผ่วเบา อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ ทั้งรอยเลือดและความชั่วร้ายผสมในแววตา “อีกไม่นาน แกก็จะลงไปอยู่กับเรา... เแกก็จะต้องมาร่วมหลับในนรกเดียวกัน...”
ได้ยินเเบบนั้น มิราเจก็เอียงศีรษา พูดเบา ๆ “เจ้านาย ให้ฉันลองเปลี่ยนร่างเปิดดูไหมคะ?”
เจิ้งมู่ยิ้มขำ พลิกมองชายชาวเกาหลีตรงมุมผนังที่ยังหายใจรวยริน แล้วเอ่ยเสียงเรียบที่แฝงความเย้ยหยัน “ฉันบอกไว้เลยนะ ฉันเป็น ‘ช่างกล’”
พูดจบแสงสีทองเจิดจ้าก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา
【วัสดุสีเเดงระดับผู้กล้า — ‘กำแพงเหล็กไร้ระเบียบ’ กำลังถูกกลไกแปรสภาพ...】
【คุณได้รับสิ่งประดิษฐ์จักรกลสีเเดงระดับผู้กล้า — ‘ระบบป้องกันมิติคลังสมบัติ’】
เพียงพริบตาเดียว แสงสีทองก็ปกคลุมผนังทั้งบาน บานประตูที่เต็มไปด้วยรหัสซับซ้อนเปลี่ยนรูปเป็นประตูเหล็กแนวไซไฟ มีลายเส้นโลหะและร่องรอยเทคโนโลยีพาดผ่าน
ชายชาวเกาหลีอ้าปากตาค้าง ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียง “แกร๊ก” ก็ดังขึ้น เมื่อเจิ้งมู่แตะประตู มันก็ได้เปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นห้องเก็บสมบัติที่เรียงรายไปด้วยหีบและชั้นวางเต็มไปหมด
“แก... แก” ยังไม่ทันจบคำ เขาก็สำลักเลือดกองใหญ่ จากนั้นเส้นชีวิตก็ดับวูบลงท่ามกลางกลิ่นความพินาศ
มุซันยกค้อนผีดิบคู่ประจำตัว บูโตะมิคามิ พลางยืนเฝ้าหน้าประตูเหมือนเทพผู้พิทักษ์ประตู “นายท่าน ข้าจะเฝ้าทางเข้าเอง”
เจิ้งมู่พยักหน้า แล้วเดินลึกเข้าไปในคลัง ซึ่งภายในแบ่งเขตไว้อย่างชัดเจน
“โซนอุปกรณ์สีขาวระดับธรรมดา, โซนวัสดุสีขาว...”
“โซนวัสดุสีเขียวระดับยอดเยี่ยม, โซนอุปกรณ์สีเขียว...”
“โซนวัตถุดิบสีฟ้าระดับยอดฝีมือ, โซนยาและอุปกรณ์สีฟ้า...”
“โซนวัตถุดิบสีม่วงระดับหายาก, โซนยาและอุปกรณ์สีม่วง...”
เขาหยุดมองเล็กน้อย ที่นี่ไม่มีโซนของวัสดุสีเเดงระดับผู้กล้าเลย แต่เขาก็เข้าใจทันที เพราะคลังของประเทศมังกรเองก็ไม่ต่างกัน เนื่องจากไอเทมสีเเดงระดับผู้กล้านั้นเป็นของหายากสุดขั้ว ต่อให้เป็นเมืองใหญ่ๆก็ไม่มีให้ขายทั่วไป
“หึ ถึงคุณภาพจะสู้คลังทรัพยากรของเราที่ประเทศมังกรไม่ได้ แต่ของที่ได้มาฟรี ๆ แบบนี้ ใครจะบ่นเล่า?” เขาหัวเราะในลำคอ
และเมื่อคำนวณคร่าว ๆ แค่ของสีม่วงระดับหายากตรงหน้า ก็พอให้สร้างหุ่นยนต์ T-1000 ได้กว่าสามพันตัวแล้ว! ยังไม่นับวัสดุสีฟ้าระดับยอดฝีมือ ที่มากพอจะสร้าง T-800 และ “ลิคเกอร์” ได้อีกเป็นหมื่น!
เพียงคิดถึงภาพนั้น หัวใจของเจิ้งมู่ก็เต้นแรง เขารีบลงมือเก็บวัสดุที่ต้องการในทันที
“มิราเจ เธอไม่ต้องช่วยอะไร แค่เฝ้าดูค่าความทนทานของมุซันไว้ ถ้ามันลดต่ำกว่า 30% ให้รีบบอกฉัน!”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ทว่าในขณะที่เจิ้งมู่เริ่มรื้อวัสดุในโซนสีม่วงระดับหายาก เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงก็ดังมาจากทางเดินด้านนอก “ชเวจองอี!” นายทหารระดับสูงของเกาหลีได้ปรากฏตัวพร้อมพวกที่ร่างกายอาบไปด้วยเลือด ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ
เมื่อเห็นศพกองพะเนินตรงหน้าประตู พวกเขาก็แทบคลั่ง “ไอ้มังกรสารเลว! ฆ่ามัน!”
มุซันยกสายตา แววตาเปลี่ยนเป็น “มังงะเคียว” ในพริบตา ซุซาโนะโอะ ยักษ์สีน้ำเงินก็ผุดขึ้นมากลางพื้นที่ใต้ดิน
ชเวจองอีคำราม จากนั้นบัพจากนักบวชด้านหลังก็สาดเข้าใส่ ทำให้ HP ของเขาพุ่งจากสามหมื่นห้าเป็นห้าหมื่นห้า เขาเหวี่ยงดาบออกมา พร้อมเสียงคำรามราวหมาป่า
【ท่าไม้ตาย – ดาบศักดิ์สิทธิ์โลหิตหมาป่า!】
เสียงระเบิดสะเทือนพื้นทั้งชั้น
HP ของมุซันลดลงเล็กน้อย จนเหล่านักบวชและนักเวทชาวเกาหลีก็ได้โห่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจ
“ฮ่าฮ่า! เลือดของมันลดแล้ว!”
“ฆ่ามันสิ! เอาหัวมันไปถวาย!”
แต่ในใจของมุซันกลับถอนหายใจยาว
“โธ่... นายท่าน ข้าจะบ่นได้ไหมว่าเลือดของข้าที่ลดลงนี้ไม่ใช่ของพวกมันทำหรอก แต่เป็นเพราะท่านเล่นผลิตของอยู่ข้างหลังจนระบบกินพลังไปหมดแล้ว...”
ใช่แล้ว ความเสียหายที่เห็นส่วนใหญ่ นั้นก็มาจากเจิ้งมู่ที่อยู่ในคลังสมบัติ
เพราะตอนนี้เขากำลังคลั่งอยู่กับกระบวนการสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกล!
【ฝ่ามือทองคำ】
【อัปเกรดชิ้นส่วนอัจฉริยะ】
【คำสาปแห่งความรังเกียจของโลก】
ทุกสกิลถูกเรียกใช้พร้อมกัน เสียงเครื่องจักรกลดังระงมในห้องคลังเก็บของ ขณะที่หุ่นยนต์ T-1000 ตัวแล้วตัวเล่าได้ถูกประกอบขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในตอนที่ศัตรูด้านนอกยังทุ่มสุดตัวเพื่อฟันมุซันไม่หยุด “โรงงานปีศาจ” ใต้โบสถ์ก็เริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มกำลัง และจากมือของเจิ้งมู่ กองทัพเหล็กกล้าก็กำลังถือกำเนิดขึ้นทีละตัว ทีละตัว...