เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94  ตกใจ! จับผู้ปลุกอาชีพระดับ S ของเกาหลีได้ทั้งเป็น?

บทที่ 94  ตกใจ! จับผู้ปลุกอาชีพระดับ S ของเกาหลีได้ทั้งเป็น?

บทที่ 94  ตกใจ! จับผู้ปลุกอาชีพระดับ S ของเกาหลีได้ทั้งเป็น?


บทที่ 94  ตกใจ! จับผู้ปลุกอาชีพระดับ S ของเกาหลีได้ทั้งเป็น?

“อาบูจิ… เรามาอยู่ที่นี่เกือบเดือนแล้วนะครับ สถานที่ที่ท่านพูดถึง มันมีอยู่จริงแน่เหรอ? ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สมาคมซุนเต๋ากับทงหยุนคงรอไม่ไหวแล้ว...”

ชายหนุ่มในชุดเกราะสะท้อนแสงเดินตามหลังผู้เป็นพ่อ สีหน้าดูลังเลคล้ายกลัวจะขัดใจอีกฝ่าย

คำพูดยังไม่ทันจบดี ชายวัยกลางคนก็หันกลับมามองเขาด้วยแววตาเย็นเฉียบเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“เอาแต่พูดถึงสมาคมซุนเต๋า สมาคมทงหยุน! แล้วไง? ถ้าไม่มีพวกนั้น สมาคมแทลองของเราจะอยู่ในป่าก็อบลินไม่ได้หรือยังไง?”

เสียงของ ชินทงมิน หัวหน้าสมาคมแทลอง หนักแน่นราวกับเหล็กกระทบกัน เขามองลูกชายด้วยสายตาคมกริบราวดาบ “ชินดูฮยอน… แกเป็นลูกของฉัน เป็นผู้สืบทอดแทลองในอนาคต จำไว้ให้ขึ้นใจ  คนที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุด ต้องมี ‘ความเด็ดเดี่ยว’ เหนือกว่าคนทั่วไป!”

“ค...ครับ อาบูจิ...” ชินดูฮยอนตอบเบาๆ ก้มหน้าจนแทบมองไม่เห็นแววตาในเงา

ชินทงมินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย มองลูกชายแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย เพียงสบตา เขาก็เห็นภาพลูกเสือที่กำลังกลายเป็นแมวตัวหนึ่งไปเสียแล้ว... บางครั้งเขาก็ยังอดคิดไม่ได้  ว่าการสร้างสมาคมแทลองขึ้นมาจากศูนย์ยังง่ายกว่าการสอนลูกให้เข้มแข็งเสียอีก

“ไอ้ลูกหมาเอ๊ย...” เขาพึมพำอย่างหงุดหงิดในลำคอ

พูดกันตามตรง หากไม่ใช่เพราะชินดูฮยอนมีพรสวรรค์ในฐานะ “นักตรวจการพื้นที่ระดับ S” ป่านนี้ลูกชายคนนี้คงไม่มีสิทธิ์มายืนอยู่ตรงนี้แน่

แต่ในขณะที่เดินตามหลังพ่อ สีหน้าของชินดูฮยอนกลับหม่นมืด แววตาที่ก้มต่ำซ่อนประกายอาฆาตลึกๆ เอาไว้ในเงา

การเดินทางครั้งนี้ สมาคมแทลองไม่ได้มาลำพัง พวกเขารวมกำลังกับสมาคมชั้นสองอีกสองแห่งจากเกาหลี รวมพลกว่าเจ็ดพันคน มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าก็อบลิน เพื่อค้นหาสมบัติในตำนานที่ชินทงมินได้เบาะแสมาว่าเป็นสิ่งที่เรียกว่า “สามหกสาม”  ผลึกแห่งปัญญาของเผ่าก็อบลิน!

แต่เวลาผ่านไปเกือบเดือนเเล้ว ป่าก็อบลินยังเงียบงันราวสุสาน  ไม่มีแม้แต่เงาของสมบัติที่ว่าให้เห็น

ความอดทนของทุกฝ่ายเริ่มลดลง สมาคมที่ถูกชวนมาร่วมภารกิจเริ่มบ่นกระปอดกระแปด บ้างก็พึมพำตั้งคำถามอย่างเปิดเผย แม้แต่คนในสมาคมแทลองเองก็เริ่มไม่เชื่อผู้นำของตน

ไม่นาน กลุ่มย่อยของแต่ละสมาคมจึงเริ่มแยกตัวออกไป เดินลึกเข้าไปในป่าเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายใหม่  ล่ามอนสเตอร์ เก็บเลเวล และหาอุปกรณ์แทน!

“บ้าชะมัด! เดินมาตั้งหลายชั่วโมง เจอแต่ก็อบลินกระจอกๆ แบบนี้ จะเอาไปทำประโยชน์อะไรได้วะ!”

นักรบหนุ่มคนหนึ่งสบถเสียงดัง พลางฟันใส่ก็อบลินนักรบตรงหน้าจนเลือดสาด แล้วกวาดดาบใหญ่ตัดคอมันทิ้งในพริบตา

เพื่อนร่วมทีมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “จะให้ทำยังไงล่ะ ที่นี่มันเขตชายขอบ พวกเราแค่ผู้ปลุกอาชีพระดับทั่วไป จะเข้าเขตกลางได้ยังไง? ที่นั่นมีแต่มอนสเตอร์ระดับ 30 ทั้งนั้นนะ”

ทีมนี้มีสมาชิกเจ็ดคน  นักรบหนักสอง, นักธนูสอง, นักฆ่าหนึ่ง, นักเวทหนึ่ง และหมออีกหนึ่งคน เลเวลเฉลี่ยราว 23 เท่านั้น สำหรับพื้นที่ชายขอบ ถือว่าปลอดภัยสุดแล้ว

...แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า  ในระยะไม่ถึงร้อยเมตรรอบตัวนั้น มี “ผ๔เปลุกอาชีพจากประเทศมังกร” นับสิบคนซุ่มรออยู่ในเงามืด และกำลังจะปิดล้อมพวกเขาอย่างเงียบงัน!

เหิงซานเหอ นักขุดสุสานระดับ A มองแผนที่จำลองที่ฉายจากข้อมือ เงาสีเหลืองแทนกลุ่มเป้าหมายทั้งเจ็ดถูกวงล้อมเรียบร้อย

เขาหันไปพูดกับ T-800 ที่ยืนข้างๆ “ส่งสัญญาณ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พวกนี้เลเวลไม่ต่ำเลย ต้องลงมือพร้อมกัน!”

เมื่อคำสั่งสิ้นสุดลง เสียงตอบรับก็ดังผ่านหูฟังเบาๆ ก่อนที่นักฆ่าหกคนจะเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง ซ่อนเงาเข้าใกล้เป้าหมายทีละก้าว

เป้าหมายของพวกเขาก็ชัดเจน นั่นคือนักเวทและหมอของอีกฝ่าย!

ซึ่งไม่กี่วินาทีต่อมา

“ฉึก!”

“อ๊ากกก!!!”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระจาย นักเวทและหมอถูกแทงทะลุจากด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว

“ศัตรูโจมตี!!” หัวหน้าทีมตะโกน แต่ยังไม่ทันได้ก้าว เถาวัลย์หนาทึบก็ผุดจากพื้นพันขาไว้แน่นจนขยับไม่ได้

จากนั้น

“ฟู้ม!”

“ตูม!”

“ฉึกฉึก!”

ลูกไฟ หอกหิน ลูกธนูพิษ กระหน่ำถาโถมจากรอบทิศทาง ราวพายุแห่งความตายที่กลืนกินทุกชีวิต

“หมอ! เปิดเวทฟื้นฟูเร็ว!!”

แต่ยังไม่ทันได้ร่ายเวท เสียง “ตุ้บ!” ก็ดังขึ้น หมอผู้โชคร้ายล้มลงตายแทบจะในทันที

“ถอย! วิ่งไปเขตกลางเร็ว !” หัวหน้าทีมร้องสั่งสุดเสียง

ทว่าเสียงระเบิดก็ดัง “ตูม!!!” ขึ้นมาทันที

พลังงานสีแดงเลือดปะทุกลางวง ศีรษะของหัวหน้าทีมปลิวหายไปในแรงระเบิด

“ฮ่าๆๆ! เป็นไงล่ะ ฝีมือฉันไม่เลวใช่ไหม? สกิล ‘หัวระเบิด’ ของฉันนี่แหละ ศัตรูยังไม่ทันได้ร้องขอชีวิตก็ไปนรกแล้ว!”

เสียงหัวเราะของเหิงซานเหอดังก้องทั่วป่า สมาชิกสมาคม “วงล้อแห่งสัจธรรม” โผล่ออกมาจากเงามืด มองร่างที่เหลือเพียงซากด้วยสายตาเยือกเย็น

“น่าสงสารว่ะ... แต่ก็สมน้ำหน้า”

“เก็บของ! รีบถอนตัว มีทีมเกาหลีมาเพิ่มทางนี้!”

….

สามวันต่อมา

เมื่อสมาชิก “วงล้อแห่งสัจธรรม” เริ่มชินกับจังหวะซุ่มโจมตีและสังหารเป็นทีม การล่าก็กลายเป็นเรื่องง่ายราวกับเกมล่าสัตว์ จำนวน “ผู้ปลุกอาชีพที่หายตัวไป” ในป่าก็อบลินก็เพิ่มขึ้นสูงจนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่ว!

“ท่านประธาน! ในสามวัน สมาคมซุนเต๋าของเรามีคนหายไป 317 คน ทั้งหมดเกิดขึ้นตรงชายขอบป่าก็อบลินครับ!”

“สมาคมแทลองของเราก็เช่นกัน หายไป 177 คน!”

“สมาคมทงยุนก็หาย 184 คน!”

ใต้ร่มไม้ใหญ่ เสียงรายงานดังขึ้นต่อเนื่องจนสีหน้าของประธานทั้งสามซีดขาวราวกระดาษ

หลี่ซุนเต๋า ประธานสมาคมซุนเต๋าผู้สูญเสียมากที่สุด ลุกพรวดขึ้นด้วยความโกรธจัด “ไอ้หมา! ชินทงมิน! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่! หรือว่านี่คือกับดักของแก!?”

“แกหลอกพวกเรามาที่นี่ด้วยข้ออ้างเรื่องสมบัติไม่มีอยู่จริง แล้วแอบกำจัดพวกเรา เพื่อกลืนสมาคมของฉันเข้ากับแทลองใช่ไหม!?”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงในทันที ผู้ปลุกอาชีพจากทั้งสามสมาคมเริ่มขยับตัวอย่างระวัง ต่างจัดตำแหน่งรบกันอย่างเงียบเชียบ

ในจังหวะที่ความตึงเครียดถึงขีดสุด สายตาคมกริบของซือหยุน ประธานสมาคมทงยุนก็หันมาจ้องชินทงมินอย่างเย็นชา

“ประธานชิน... ผมหวังว่าคุณจะให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลได้ เพราะตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้น มันเกินกว่าจะเรียกว่า ‘เรื่องบังเอิญ’ แล้ว”

“เพียงสามวัน แต่พวกเรากลับสูญเสียคนไปมหาศาล ทั้งที่พื้นที่ชายขอบมีแค่มอนสเตอร์เลเวลยี่สิบ จะเป็นไปได้ยังไงว่ามีการสูญหายหมู่ขนาดนี้!”

เสียงตำหนิของผู้นำสมาคมทั้งสองดังสะท้อนก้องในป่า ราวกับสายฟ้าผ่ากลางความเงียบ  และสายตาทุกคู่ตอนนี้ก็หันไปจับจ้องอยู่ที่ “ชินทงมิน” เพียงคนเดียว!

ชินทงมินนั่งนิ่ง สีหน้าเคร่งขรึมจนบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก แม้เพียงนั่งเฉยๆ แต่กลับให้ความรู้สึกดุร้ายราวกับเสือที่กำลังลับเขี้ยวรอขย้ำเหยื่อ

เขาขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ทุกรูปแบบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ส่ายหน้าอย่างช้าๆ

“เรื่องนี้... ไม่ใช่ฝีมือของสมาคมแทลอง” เขาเอ่ยเสียงต่ำลึก “อย่าลืมว่าเราก็สูญเสียคนไปไม่น้อยเหมือนกัน การหายตัวพร้อมกันในลักษณะนี้... ผมคาดว่า ที่ชายขอบป่าก็อบลินอาจมีมอนสเตอร์ชนิดใหม่โผล่ขึ้นมาก็ได้”

เขาหยุดหายใจเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “หรือบางทีอาจเป็นมอนสเตอร์จากพื้นที่อื่นที่หลงเข้ามา”

คำพูดนั้นทำให้หลี่ซุนเต๋ากับผู้นำสมาคมอีกคนหันมามองหน้ากัน สีหน้าตึงเครียดแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะแทลองเองก็สูญเสียคนไปไม่น้อยเช่นกัน แถมในบรรดาสามสมาคม พวกเขายังไม่ใช่ฝ่ายที่เสียหายที่สุดเสียด้วย

สถานการณ์จึงยังไม่ถึงขั้นแตกหัก ยังพอประคองไว้ได้

“ผมจะให้ลูกชายคนโต ดูฮยอน เป็นคนนำทีมไปสำรวจชายขอบ” ชินทงมินกล่าวหนักแน่น “ด้วยความสามารถของเขา ต่อให้เจอมอนสเตอร์ที่สู้ไม่ได้ ก็ยังสามารถถอนตัวกลับมาได้แน่นอน”

คำพูดนั้นทำให้สมาคมซุนเต๋าและทงหยุนเลือกจะรอดูท่าทีไปก่อน ไม่คิดเร่งรัด เพราะถึงพื้นที่เกิดเหตุจะอยู่ใกล้ประเทศมังกร แต่ไม่มีใครในที่นั้นคิดว่าเป็นฝีมือของอีกฝ่าย  พวกเขารู้ดีว่าประเทศมังกรกำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่เกินกว่าจะส่งยอดฝีมือมายุ่งเรื่องเล็กๆ เช่นนี้

แต่พวกเขาหารู้ไม่... ว่าการประชุมลับของสามสมาคมครั้งนี้ ได้ถูก “สมาคมวงล้อแห่งสัจธรรม” ตรวจจับได้แทบจะในวันเดียวกัน

“ฮึ่ม... ดูเหมือนพวกเราจะมือหนักไปหน่อยนะ เห็นได้ชัดว่าทำให้พวกเขาตกใจกลัวกันหมดแล้ว”

“เลิกพูดได้แล้วน่า นายต่างหากที่ฆ่าพวกเกาหลีมากที่สุด ไอ้บ้า นายแค่รังแกพวกนักรบสายประชิดที่ไม่มีสกิลระยะไกลแรงๆ ใช่ไหม?”

“ก็ใช่น่ะสิ อย่างน้อยแบ่งน้ำซุปให้พวกเราบ้างเถอะ!”

เสียงหัวเราะหยอกล้อดังขึ้นจากยอดไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งหนาแน่น หลังพักผ่อนเต็มอิ่ม สมาชิกของวงล้อแห่งสัจธรรมแต่ละคนต่างมีสีหน้าเบิกบาน ราวกับชีวิตในป่าก็อบลินนั้นเป็นการพักร้อนเสียด้วยซ้ำ

ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนอยู่ทะเลทรายกลืนกระดูก เจิ้งมู่ถึงดูมีความสุขนัก  แค่มีอาหารอร่อย น้ำอุ่น และ T-800 ยืนเฝ้ายามให้ ก็หลับได้สบายราวอยู่ในวิมานแล้ว!

ขณะที่ทุกคนกำลังถกกันว่าจะบุกเข้าไปลึกกว่านี้ดีไหม เสียงทุ้มต่ำของ T-800 ดังขึ้นจากใต้ต้นไม้ “ทุกหน่วยที่ได้ยิน รวมตัวโดยด่วน”

เป็นน้ำเสียงของหลั่นปิ่งเยว่ที่ทุกคนคุ้นเคยดี

ไม่นานนัก ที่ชายขอบป่าก็อบลิน ในหมู่บ้านก็อบลินที่ถูกกวาดล้างจนเหลือเพียงกระท่อมผุพัง ก็มีผู้คนกว่า 200 ชีวิตมารวมตัวกัน กลุ่มย่อยทั้งหมดในละแวกนี้เรียกได้ว่ามาครบถ้วน

“หัวหน้าหลั่น เรียกพวกเราพร้อมกันแบบนี้... มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเหรอ?”

หลั่นปิ่งเยว่พยักหน้า ก่อนเปิดภาพจากแผนที่ลาดตระเวนของอินทรีสอดแนมให้ดู ภาพจำลองแสดงร่างสีแดงหลายสิบกำลังเคลื่อนตัวออกจากใจกลางป่าก็อบลิน มุ่งหน้ามาทางพวกเขาโดยตรง

“เหอเซียงหยุนเพิ่งกลับมาจากทางนั้น” หลั่นปิ่งเยว่พูดเรียบๆ “จากการสังเกต พบว่าคราวนี้ในกลุ่มชาวเกาหลีมีผู้ปลุกอาชีพระดับสูงจำนวนมาก... และที่สำคัญ ยังมีผู้ปลุกอาชีพระดับ S ด้วย”

“อะไรนะ!?”

เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันทั่วบริเวณ แววตาทุกคู่เปลี่ยนจากตกใจเป็นสังหารในพริบตาเดียว

ผู้ปลุกอาชีพระดับ S คือยอดฝีมือระดับชาติของทุกประเทศ แต่เมื่อคิดถึงสภาพศพของทหารผ่านศึกที่พวกเขาเคยเจอมาก่อน ความโกรธก็พลันลุกไหม้ขึ้นอีกครั้งในใจทุกคน

ไม่มีคำพูดใดจำเป็นอีกต่อไป  เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนแล้วคือ ฆ่าทิ้งให้หมด! โดยเฉพาะคนระดับ S!

และผู้บัญชาการในภารกิจนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากหลั่นปิ่งเยว่

ด้านชินดูฮยอนในตอนนั้น กำลังนำทีมสำรวจชายขอบป่าก็อบลินด้วยความระมัดระวัง แต่เขาไม่รู้เลยว่า “ตาข่ายล่าขนาดมหึมา” ที่มองไม่เห็น ได้ถูกขึงรอไว้แล้วตั้งแต่ก่อนพวกเขาจะก้าวออกจากค่ายเสียอีก...

เมื่อเจิ้งมู่ได้ยินรายงานว่ากลุ่มของหลั่นปิ่งเยว่กำลังจะปะทะกับผู้ปลุกอาชีพระดับ S เขาก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาฉายแววสนใจราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อใหม่

ค่ำคืนที่ความมืดปกคลุมทั่วป่า ชินดูฮยอนและทีมของเขาเดินสำรวจมาตลอดทั้งวันแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวในใจเขาทีละน้อย

“พี่ชาย อย่ากังวลไปเลยค่ะ บางทีมอนสเตอร์พวกนั้นอาจจะจากไปแล้วก็ได้ ก่อนหน้านี้ประธานก็พูดเองว่า”

ยังไม่ทันพูดจบ เสียง “ปั้ก!” ก็ดังขึ้น ชินดูฮยอนพุ่งเข้ามากำคอหญิงสาวแน่น ยกตัวเธอลอยขึ้นกลางอากาศ ดวงตาแดงฉานด้วยความเกลียดชัง

“นังสารเลว! ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดถึงไอ้แก่บ้านั่นต่อหน้าฉัน!? ถ้าสมองเธอมันไร้ประโยชน์นัก ฉันจะถอดมันออกให้เองดีไหม!?”

หญิงสาวสะอึก ร้องไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความกลัวสุดขีด ส่วนสมาชิกคนอื่นของสมาคมกลับเฉยเมยราวกับเห็นภาพเช่นนี้จนชินชา

เสียงกองไฟแตกเปรี๊ยะๆ ดังขึ้นกลางความเงียบ ผู้ปลุกอาชีพที่ยืนเฝ้ายามอยู่ชะงักไปนิด ขมวดคิ้ว

“เฮ้... นายรู้สึกไหม... มันเงียบเกินไป?”

คำพูดยังไม่ทันจบ เสียง “ฉึก!” ดังแหวกอากาศ ศีรษะของนักเฝ้ายามหลุดออกจากบ่า ลอยคว้างกลางอากาศ เลือดสาดกระเซ็น!

“ศัตรู!” ยังไม่ทันตะโกนจบ ร่างดำหลายร่างก็พุ่งออกมาจากเงามืดด้วยความเร็วเหนือตา ผิวหนังของพวกมันสะท้อนแสงโลหะสีดำมันวาวราวกับมีชีวิต

“โฮกกกกก!”

เสียงคำรามแหลมสูงดังก้องป่า นักเวทที่กำลังร่ายโล่ยังไม่ทันเสร็จก็ถูกสัตว์ร้ายสองตัวกระโจนกัดไหล่ทั้งสองข้าง เสียงกระดูกหัก “ฉึ่ก!” ดังสนั่น แขนทั้งคู่ถูกกระชากออก เลือดพุ่งราวน้ำพุ ก่อนสถานะ “เสียเลือด” จะขึ้นบนหน้าจอ

“ไอ้สัตว์นรก! นี่สินะพวกที่ฆ่าคนของเรา! ทุกคน มารวมกันที่ฉัน!!”

ชินดูฮยอนคำรามโยนหญิงสาวในมือทิ้ง แล้วฟาดดาบโค้งแสงเงินใส่กรงเล็บสีดำตรงหน้า

“ฉัวะ!”

แต่กรงเล็บนั้นกลับหายวับลงใต้พื้น ก่อนจะโผล่ขึ้นจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว!

“ตูม!!”

แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างเขากระเด็นชนต้นไม้ใหญ่ ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่ยังฝืนกัดฟันลุกขึ้นด้วยความแค้น

ทว่า...

เสียง “ฉึก!” ก็ดังขึ้นอีกครั้ง  หญิงสาวที่เขาเพิ่งโยนทิ้ง พอเพิ่งจะลุกขึ้นได้ ใบมีดเลือดขนาดเท่าฝ่ามือก็แทงทะลุหน้าอกเธอจากด้านหลัง

ในเงามืด หญิงสาวรูปร่างเพรียวในชุดแนบเนื้อสีดำก้าวออกมาช้าๆ ใบหน้าเยือกเย็นไร้อารมณ์ แววตาคมกริบราวใบมีด

ชินดูฮยอนไม่มีอารมณ์จะชื่นชมความงามของเธออีก เขาเพียงมองเห็นสมาชิกของตนถูกสังหารไปทีละคน เสียงกรีดร้องและเลือดสาดกระเซ็นไม่ขาดสาย

ความมืดรอบตัวพลันกลายเป็นสนามสังหาร

เขาเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะตะโกนออกมาสุดเสียง

“วิ่ง! ไม่วิ่งจะตายหมดแน่!!”

จบบทที่ บทที่ 94  ตกใจ! จับผู้ปลุกอาชีพระดับ S ของเกาหลีได้ทั้งเป็น?

คัดลอกลิงก์แล้ว