เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 สงครามแห่งกษัตริย์ใหม่ ชิ้นส่วนระดับหายากสีม่วง 【แกนหลักคลื่นความถี่จิต "เนตรวงเเหวน"】

บทที่ 86 สงครามแห่งกษัตริย์ใหม่ ชิ้นส่วนระดับหายากสีม่วง 【แกนหลักคลื่นความถี่จิต "เนตรวงเเหวน"】

บทที่ 86 สงครามแห่งกษัตริย์ใหม่ ชิ้นส่วนระดับหายากสีม่วง 【แกนหลักคลื่นความถี่จิต "เนตรวงเเหวน"】


บทที่ 86 สงครามแห่งกษัตริย์ใหม่ ชิ้นส่วนระดับหายากสีม่วง 【แกนหลักคลื่นความถี่จิต "เนตรวงเเหวน"】

ทันทีที่สิ้นเสียงของเจิ้งมู่ แม้แต่ผู้ตัดสินที่อยู่ฝ่ายเดียวกันกับเขาก็ยังอดอึ้งไม่ได้

ที่แท้ก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านั่นเป็นรุ่นพี่ของตัวเองงั้นเหรอ!

ขณะที่คนอื่นพยายามสุดชีวิตที่จะทะลวงเกราะเหล็กของสิ่งประดิษฐ์จักรกล ปล่อยสกิลกันแทบขาดใจ เเต่เจิ้งมู่กลับนั่งกินดื่มสบายใจ โดยมีสาวงามคอยปรนนิบัติราวกับเป็นลูกค้าประจำของสถานบันเทิงชั้นหรูเสียอย่างนั้น

อีกฝ่ายล้วนเป็นรุ่นพี่ที่ผ่านสนามรบและฝึกฝนมาหลายปี แต่กลับพ่ายแพ้หมดรูป บางคนได้แต่หวังให้ตนเองรอดไปได้สักไม่กี่นาทีโดยไม่ขายหน้าจนเกินไป ทว่าเจิ้งมู่กลับไม่แม้แต่จะยั้งมือให้เห็นความเมตตาเลยสักนิด

ผู้ตัดสินส่ายหน้าอย่างจนคำพูด ก่อนจะรายงานเสียงเรียบ

“หวังไห่ ประธานสมาคมทะเลมังกร ขอเลื่อนเวลาการประลองออกไปอีกสามวันครับ เเต่ก็ต้องถามความเห็นจากคุณก่อน”

โดยปกติแล้วเรื่องแบบนี้จะไม่ได้รับอนุญาต แต่สถานการณ์ครั้งนี้ไม่ปกติ  เป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้มาก่อน ดังนั้นฉินจือจึงอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษ

เจิ้งมู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลงอย่างไม่ใส่ใจนัก แค่เลื่อนไปสองสามวันเอง ไม่มีปัญหาอะไรหรอก

ตอนนี้เขามีสิ่งประดิษฐ์จักรกลสีเเดงระดับผู้กล้าถึงสามชิ้น ทั้ง 【ลิคเกอร์ (กรงเล็บทมิฬ)】, 【ทรานส์ฟอร์เมอร์·รถฐานทัพ】, และ 【หุ่นยนต์พลังเวทมนตร์·มิราเจ】 พลังการต่อสู้ของแต่ละชิ้นขึ้นอยู่กับโชคชะตาเป็นสำคัญ

นอกจากนั้น HP และ MP ของเขายังเชื่อมโยงโดยตรงกับความทนทานของสิ่งประดิษฐ์จักรกลเหล่านี้ด้วย

ซึ่งก็พูดได้เต็มปากเลยว่า ตอนนี้ HP ของเขาได้ทะลุระดับที่น่ากลัวกว่าสามแสนหน่วยไปแล้ว!

ต่อให้หวังไห่จะมีวิชาลึกลับแค่ไหน ถ้าเขายืนนิ่งให้อีกฝ่ายตี เขาก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำให้เลือดของเขาลดลงสักนิดได้หรือเปล่า

เมื่อเห็นเจิ้งมู่พยักหน้า หวังไห่ที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ก็ถอนหายใจโล่งอก พยักหน้าให้เบาๆ แล้วรีบเดินออกจากสนามราวกับแบกภูเขาไว้บนหลัง

เจิ้งมู่มองตามหลังอีกฝ่ายไป มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

กล้ารับคำท้าหลังเห็นฉันโชว์พลังขนาดนั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่.. ก็อยากรู้จริงๆ ว่าจะมีอะไรให้ดูบ้างในอีกสามวันข้างหน้า

ทว่ายังไม่ทันคิดจบ เสียงฝีเท้าก็เร่งเข้ามาพร้อมเสียงโห่ร้องดีใจของหลีเฉิงคุนและพวก

“หัวหน้าสุดยอดเลย! เพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน ก็กลายเป็นสุดยอดของทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว!”

“ฮ่าๆๆ หัวหน้า ถ้านายได้เห็นสีหน้าของประธานสมาคมพวกนั้นตอนเดินออกไปนะ เหมือนพ่อของพวเขาเพิ่งตายเลยล่ะ ฮ่าๆๆ!”

“ไม่ใช่แค่นั้นนะ ฉันยังได้ยินจากสำนักงานบริหารสมาคมว่ามีกว่ายี่สิบสมาคมที่ประกาศยุบแล้ว! อีกหน่อยคงตามมาอีกเพียบ!”

เจิ้งมู่เพียงยิ้มบางๆ พลางเหลียวมองด้านหลัง ที่ซึ่งเคยเป็นลานเก็บอาวุธของผู้ท้าชิง ซึ่งตอนนี้กลับกลายเป็นภูเขาลูกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอาวุธหลากชนิดทั้ง ดาบ หอก กระบอง ไม้เท้า ปืน เรียงรายจนดูแทบไม่หมดตา

คราบเลือดที่แห้งกรังบนอาวุธ บอกชัดถึงความรุนแรงของศึกในวันนี้

เเค่เพียงวันเดียว เจิ้งมู่กลับสามารถฆ่าคนไปได้เกือบสี่สิบศพ และที่นี่คือซากอุปกรณ์จากคู่ต่อสู้กว่าสามถึงสี่พันคน! แต่ละคนต่างก็เป็นประธานสมาคม มีอุปกรณ์สีม่วงระดับหายากเต็มชุด จะต่างกันก็เพียงระดับและราคาเท่านั้น

เสียงโห่ร้องยังไม่ทันจาง ก็มีเสียงใสๆ ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“เอ่อ... เจิ้งมู่ ยินดีด้วยนะ”

เมื่อเขาหันกลับไป ก็เห็นเหอเซียงหยุนยืนอยู่ เธอไม่ได้สวมชุดเครื่องแบบนักศึกษาทหารเหมือนเคย แต่เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีม่วงแดงเรียบหรู ผมยาวดำขลับที่เคยมัดขึ้นตอนนี้ปล่อยลงถึงเอว

ภาพนั้นทำให้เจิ้งมู่ถึงกับนิ่งงัน

ผมยาว... สีดำ... หัวใจฉันจะไม่เหลือไว้ให้ใครอีกแล้วแน่ๆ!

หลั่นปิ่งเยว่กับเจียงหลานหลานที่เดินเข้ามาใกล้ พอเห็นเหอเซียงหยุนในสภาพนี้ก็ชะงักไป มองหน้ากันเงียบๆ แววตาทั้งคู่สะท้อนความระแวดระวังออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“คุณพ่อของเธอดีขึ้นหรือยัง? ยานั่นได้ผลไหม?” เจิ้งมู่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เหอเซียงหยุนยิ้มทั้งน้ำตา พยักหน้าเบาๆ “คุณพ่อฟื้นแล้ว ท่านฝากให้ฉันมาขอบคุณนาย... แล้วก็อยากเชิญนายไปเยี่ยมบ้านเราสักครั้ง...”

“ว้าววววว!!!”

เสียงโห่จากหลีเฉิงคุนกับพวกดังสนั่นในทันที

เหอเซียงหยุนหน้าแดงจัด รีบก้มหน้าไม่กล้าสบตา ขณะที่เจิ้งมู่ได้แต่ถอนหายใจ เข้าใจว่าพวกแกอยากเป็นพ่อสื่อ... แต่ช่วยดูสถานการณ์บ้างได้ไหม?

และแล้ว... เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเย็นเฉียบที่แผ่มาจากข้างๆ  โดยที่ไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าเป็นหลั่นปิ่งเยว่ “แม่มดน้ำเเข็ง” ตัวจริงเสียงจริง

เขารีบกระแอมไอกลบเกลื่อนเบาๆ “อื่มๆ ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่ไม่เกลียดฉันเพราะเรื่องก่อนหน้านี้ก็พอแล้ว”

แก้มของเหอเซียงหยุนแดงเรื่อขึ้นอีกครั้ง ร่างเล็กสั่นน้อยๆ เหมือนนึกถึงภาพบางอย่างที่พูดออกมาไม่ได้ ก่อนที่เธอจะรีบยื่นของสิ่งหนึ่งให้เจิ้งมู่

“นี่ของที่คุณพ่อได้มาจากมอนสเตอร์ก่อนจะได้รับบาดเจ็บ... แน่นอนว่าเทียบไม่ได้กับสิ่งที่นายให้ฉัน แต่...”

เธอพูดพลางยัดของใส่มือเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระซิบเบาๆ “ฉันจะตอบแทนนานแน่นอน...”

พูดจบ เธอก็วิ่งหนีออกไปเหมือนกวางน้อยตื่นตกใจ ทิ้งให้เจิ้งมู่ยืนยิ้มมุมปาก ผู้หญิงคนนี้... จะให้ฉันวางใจลงได้ยังไงกันเนี่ย?

“บางคนคงกำลังคิดว่าตัวเองมีเสน่ห์เหลือล้นอยู่แน่ๆ สินะ?” ในตอนนั้นเสียงแผ่วเย็นก็ดังจากด้านหลัง

เจิ้งมู่สะดุ้งเฮือก รับหันขวับกลับไป  ก็เห็นหลั่นปิ่งเยว่ยืนพิงแขนกอดอก ดวงตาเรียวยาวเย็นเฉียบ

“มะ...ไม่ใช่ ไม่มีนะ! อย่าพูดเรื่อยเปื่อยสิ!”

ชื่อของเจิ้งมู่ตอนนี้ดังสนั่นไปทั่ว ไม่เพียงเเต่ในวิทยาเขตนายทหารชั้นประทวน แม้แต่วิทยาเขตนายทหารชั้นสัญญาบัตรก็เริ่มมีข่าวลือถึงเขา

วิดีโอการต่อสู้อันน่าตะลึงของเขาได้ถูกปักหมุดไว้บนฟอรัมของมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อย

“บ้าไปแล้ว! เด็กใหม่นี่เกินไปไหม ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?”

“เหนื่อยอะไรล่ะ! คนอื่นสู้ตายแทบขาดใจ แต่นี่นั่งกินเหล้าเคล้าสาวงาม จะให้เหนื่อยได้ยังไง?”

“ฉันไปสืบมาแล้ว อาชีพช่างกล ถ้าอัปเกรดถูกทาง มันคือสายโหดระดับ S ของแท้!”

“อย่าลืมนะ ตราบใดที่สิ่งประดิษฐ์จักรกลยังไม่ถูกทำลาย ช่างกลก็ไม่มีวันตาย!”

“สิบสามสมาคมไปขอยุบตัวเองแล้ว! แค่เด็กใหม่คนเดียว ทำให้ครึ่งวิทยาเขตนายทหารชั้นประทวนปั่นป่วนไปหมด!”

“ฉันว่าพวกเราใน วิทยาเขตนายทหารชั้นสัญญาบัตรเตรียมตัวไว้เถอะ เดี๋ยวอีกไม่นานหมอนี่คงไต่ขึ้นมาท้าพวกเราทีละคนแน่!”

ในขณะที่กระแสข่าวกำลังลุกเป็นไฟ เจิ้งมู่กลับยืนอยู่หน้าตึกใหญ่ในวิทยาเขตนายทหารชั้นประทวนพลางพูดเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจ

“ผมพูดถึงที่ตั้งถาวรนะครับ เช่าอะไรกัน ตึกนี้จะเป็นสำนักงานใหญ่ของสมาคมวงล้อแห่งสัจธรรม จากนี้ไป บอกราคามาเลย!”

พนักงานสำนักงานบริหารสมาคมหน้าเหวอเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง

“เอ่อ... ประธานเจิ้งมู่ครับ ตึกนี้มีค่าเช่าเดือนละ 1.4 ล้านแต้มสมาคม ส่วนเรื่องซื้อขาดเป็นที่ตั้งถาวร... เอ่อ... ในวิทยาเขตนายทหารชั้นประทวนของเรา... ยังไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนเลยครับ...”

เจิ้งมู่โบกมือ

"การที่คนเดียวเอาชนะทุกสมาคม มันก็ต้องมีขอรางวัลให้กันบ้างสิ? ไปคุยกับคนด้านบน บอกว่านี่คือค่าตอบแทนความเหนื่อยยากของผม เร็วเข้า!"

เมื่อเรื่องนี้รายงานไปถึงฉินจือ เขาก็ยิ้มขื่นและส่ายหน้า

แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของเจิ้งมู่และคำประเมินจากท่านหลี่ ฉินจือก็ตัดสินใจอนุมัติให้โดยไม่ลังเล

แค่ตึกเดียวเท่านั้นเอง

ถ้าสามารถผูกมัดเด็กหนุ่มคนนี้ไว้กับมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ได้ แม้แต่สามตึกก็ยังได้

อีกด้านหนึ่ง หลังจากใช้แต้มสมาคมไปสองเเสน สมาคมวงล้อแห่งสัจธรรมที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่กี่วันก็มีตึกถาวรในใจกลางเขตของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้

ถ้าเป็นตึกธรรมดา ด้วยมูลค่าจริงของแต้มสมาคม ไม่ต้องพูดถึงสองเเสน แม้แต่หนึ่งล้านก็ซื้อไม่ได้

แต่ตึกพวกนี้ในมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้นั้นถือว่าไม่ธรรมดา

ไม่เพียงแต่มีการตกแต่งภายในที่หรูหรา แต่ยังมีฟังก์ชันมากมายที่เจิ้งมู่และพวกไม่เคยคิดถึงมาก่อน

พื้นที่ฝึกจำลอง คลังเก็บของขนาดใหญ่ รวมถึงสถานที่พิเศษสำหรับสายดำรงชีพทุกประเภท เช่น ห้องทดลองปรุงยา ห้องตีเหล็ก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบครัน

เเละสิ่งที่ทำให้เจิ้งมู่ถึงกับอุทานคือ ภายในตึกมีแท่นเคลื่อนย้ายที่เชื่อมต่อโดยตรงกับด้านนอก

ไม่จำเป็นต้องไปที่ลานเคลื่อนย้ายกลางเขตโรงเรียน ต่อไปเจิ้งมู่และพวกสามารถไปที่ป่าเพื่อฆ่ามอนสเตอร์หรือทำภารกิจได้ผ่านแท่นเคลื่อนย้ายในตึกนี้

"หะ...หัวหน้า นี่มันฟุ่มเฟือยเกินไปไหม พระเจ้า แค่ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้ต่อเดือนก็ต้องใช้แต้มสมาคมไปไม่น้อยแล้ว..."

ซังลั่วมองด้วยความตกตะลึง

แท่นเคลื่อนย้ายแยกต่างหาก อย่าว่าแต่เห็น แม้ว่าครอบครัวเขาจะมีฐานะดี และเป็นตระกูลร่ำรวยในท้องถิ่น แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีแท่นเคลื่อนย้ายที่สามารถติดตั้งในตึกได้มาก่อน

ในอนาคตเมื่อการทดสอบนักศึกษาใหม่รอบที่สองเสร็จสิ้น ก็คงจะมีนักศึกษาใหม่จำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้

ซึ่งแท่นเคลื่อนย้ายที่ลานนั้นจะต้องมีคนไปใช้จำนวนไม่น้อยเลย

แต่พวกเขากลับไม่จำเป็นต้องไปเบียดกับคนพวกนั้นเลย

ทว่าเจิ้งมู่กลับไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งเหล่านี้  เพราะเขามองว่ามันเป็นเพียงสวัสดิการธรรมดาสำหรับเขาเท่านั้น

เมื่อแลกตึกได้หลังหนึ่ง ในที่สุดเจิ้งมู่ก็สามารถย้ายออกจากห้องพักเดี่ยวแคบ ๆ ที่อยู่มานานได้เสียที

บนชั้น 33  ชั้นบนสุดของอาคารแห่งนั้น  จากหน้าต่างบานใหญ่ เขาสามารถมองเห็นทะเลสีฟ้าใสไกลสุดลูกหูลูกตา และยังเห็นเรือเหาะหยุนเฟยที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำได้อย่างชัดเจน

บางครั้ง หัวของมอนสเตอร์ยักษ์ก็จะโผล่ขึ้นจากทะเลและพุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง

เเละนั่นก็คือ “มหาสมุทร”  ดันเจี้ยนกลางแจ้งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดบนบลูสตาร์ในยุคปัจจุบัน

แม้แต่เหล่าฮีโร่ผู้ปกป้องประเทศระดับ SSS ของแต่ละชาติ ก็ยังไม่กล้าข้ามทะเลนี้ด้วยตัวเอง

ด้านหลัง เจิ้งมู่ได้ยินเสียงทีฟาและพวกสาวใช้กำลังจัดเตรียมที่พักให้เรียบร้อย เพราะทั้งชั้นนี้ ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นเขตส่วนตัวของเจิ้งมู่เพียงคนเดียว

เเละส่วนเรื่องการจัดการชีวิตประจำวัน เขาก็ได้มอบหมายให้ทีฟากับสาวใช้จัดการทั้งหมด

ตอนนี้ สายตาของเจิ้งมู่จับจ้องไปยัง T-800 สิ่งประดิษฐ์จักรกลระดับยอดเยี่ยมสีฟ้าที่เขาสร้างขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้

แต่เวลานี้ มันกลับไม่อาจรับมือกับศัตรูที่เขาต้องเผชิญได้อีกแล้ว

โดยเฉพาะตอนอยู่ใน 【ฐานที่มั่นลัทธิอัสเพีย】 ตอนนั้นเขามี T-800 กว่าสิบตัว แต่ทุกตัวก็สู้จนพังพินาศในสนามรบ

ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตีหรือพลังป้องกัน ก็เริ่มจะไม่ทันยุคสมัยเเละความก้าวหน้าของเขาแล้ว

ทว่าพวกมันก็ยังคงมีประโยชน์ ในเวลาที่ “ยิงถล่ม” ศัตรูด้วยจำนวนที่เหนือกว่าเท่านั้น ทว่าหากพูดกันตามตรง... T-800 ตอนนี้แทบจะไม่อยู่ในระดับกำลังหลักของเขาอีกต่อไป

เจิ้งมู่วางมือบนไหล่ของหุ่นกล สีหน้าจริงจัง ก่อนจะใช้สกิลระดับยูนิกของช่างกล  【การดัดแปลงไร้แบบแผน】 ที่ได้มาจากฐานลัทธิอัสเพีย

เเละเเล้วในตอนนั้น แสงที่แปลกประหลาดก็เริ่มบิดเบี้ยวห่อหุ้มร่างของ T-800 ทั้งตัว

ผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ เสียง “กร๊อบ!” ก็ดังขึ้นเบา ๆ

เมื่อแสงจางหาย   สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ T-800 อีกต่อไป แต่เป็นร่างโลหะสีเงินทั้งตัว ไม่มีใบหน้า ดูราวกับหุ่นโชว์เสื้อผ้าในร้าน

【โมดูลร่างกายนาโน: ชิ้นส่วนกลไกสีม่วงระดับหายาก (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่) โมดูลติดตั้งระดับสูงสำหรับสิ่งประดิษฐ์เชิงกลรูปมนุษย์ สามารถใช้เป็นโมดูลหลักสำหรับหุ่นกลสมรรถนะสูงกว่า และทำงานร่วมกับชิ้นส่วนกลไกระดับสูงอื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ】

ดวงตาของเจิ้งมู่เป็นประกายขึ้นมาในทันที

ตั้งแต่กลับมาจากดันเจี้ยน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาใช้ 【การดัดแปลงไร้แบบแผน】  ทว่าสกิลนี้สามารถอัปเกรดสิ่งประดิษฐ์จักรกลโดยตรง หรือเปลี่ยนให้กลายเป็นชิ้นส่วนระดับสูงกว่าได้

แต่จากการทดลองมากว่าสิบสองครั้ง... เขาก็ทำ T-800 พังไปเกือบหมด

และนี่คือครั้งแรกที่ สำเร็จ!

เมื่อเห็นข้อมูลชิ้นส่วนกลไกตรงหน้า เจิ้งมู่ก็ยิ้มกว้าง แม้มันจะไม่กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์สมบูรณ์ระดับสูงกว่าโดยตรง แต่เเค่กลายเป็นชิ้นส่วนกลไกสีม่วงระดับหายากก็ถือว่าคุ้มเกินคาดเเล้ว

เขาจ้องชิ้นส่วนสีเงินตรงหน้า คิ้วขมวดนิด ๆ แล้วตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด

ไม่นานนัก เขาก็หยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเก็บของ  วัสดุสีเเดงระดับผู้กล้าที่ได้จากแม่แมลงเรืองทอง 【ถุงต้นกำเนิดของแม่แมลง】 และ 【ไข่แมลงสายราชวงศ์】

จากนั้นเขาก็ใช้สกิล 【ฝ่ามือทองคำ 】 ที่อัปเกรดแล้วออกมา  แสงสีทองสว่างขึ้นห่อหุ้มวัสดุทั้งสองชิ้น จนทำให้เจิ้งมู่รู้สึกหัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

【แปลงวัสดุระดับนักรบสีแดง ถุงต้นกำเนิดของแม่แมลง สำเร็จ — ได้รับชิ้นส่วนกลไกสีเเดงระดับผู้กล้า ชิ้นส่วนหลัก ‘พลังฟื้นฟู’】

【แปลงวัสดุระดับนักรบสีแดง ไข่แมลงสายราชวงศ์ สำเร็จ — ได้รับชิ้นส่วนกลไกสีเเดงระดับผู้กล้าชิ้นส่วนจำกัด ‘คำสั่งสูงสุด’】

เมื่อการใช้สกิล “ฝ่ามือทองคำ” สองครั้งจบลงพร้อมเสียงลมวูบ เจิ้งมู่ถอนหายใจเบา ๆ

“เฮ้อ… อะไรกันเนี่ย ใช้ของดี ๆ ไปตั้งเยอะ ได้แค่นี้เหรอ...”

เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหมดแรง แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

ในเมื่อไม่มีพิมพ์เขียวใหม่จากระบบ เขาก็ทำได้เพียงลองสร้างสิ่งใหม่เหมือน 【ทรานส์ฟอร์เมอร์·รถฐานทัพ】 ที่เคยสร้างขึ้นโดยใช้พิมพ์เขียวเดิมเป็นต้นแบบ

เจิ้งมู่คิดพลางเปิดกระเป๋าเก็บของ ไล่ดูทีละอย่างว่าอะไรยังใช้ได้บ้าง เเละในที่สุด เขาก็หยิบวัสดุสีเเดงระดับผู้กล้าออกมาอีกชิ้น ซึ่งก็คือ 【เลือดเทพอสูร】 จากดินแดนลับ “ฐานลัทธิอัสเพีย”

พร้อมด้วย หยกสีแดงสองก้อน ที่เหอเซียงหยุนเคยมอบให้ เป็นของตอบแทนจากบิดาของเธอ

【หยกตาปีศาจ: วัสดุสีม่วงระดับหายาก บรรจุพลังแก่นแท้ของเผ่าปีศาจตาคู่ เป็นวัสดุสำคัญสำหรับสร้างอุปกรณ์ป้องกันจิต ไม้เท้า หรือยาเสริมพลังจิต...】

เจิ้งมู่มองข้อมูลนั้นแล้วนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นสายตาของเขาก็เป็นประกายอีกครั้ง

“เดี๋ยวนะ... ถ้ามันใช้ได้จริงล่ะก็”

เขาไม่รอช้า รีบกระตุ้นผลของเสื้อคลุมลม

ประกายไฟแวบขึ้นทั่วลานกว้างของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ รถฐานทัพขนาดใหญ่สั่นสะเทือนเบา ๆ

【เวลาคูลดาวน์ของฝ่ามือทองคำ Lv1 ครบพอดี “แปลงวัสดุสีม่วงระดับหายาก หยกตาปีศาจ สำเร็จ  ได้รับชิ้นส่วนกลไกสีม่วงระดับหายากแกนหลักคลื่นความถี่จิต ‘เนตรวงเเหวน’】

จบบทที่ บทที่ 86 สงครามแห่งกษัตริย์ใหม่ ชิ้นส่วนระดับหายากสีม่วง 【แกนหลักคลื่นความถี่จิต "เนตรวงเเหวน"】

คัดลอกลิงก์แล้ว