เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 สาวในฝันของเจิ้งมู่ กลับสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง!

บทที่ 78 สาวในฝันของเจิ้งมู่ กลับสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง!

บทที่ 78 สาวในฝันของเจิ้งมู่ กลับสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง! 


บทที่ 78 สาวในฝันของเจิ้งมู่ กลับสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง!

ไม่แปลกเลยที่เมื่อเจิ้งมู่ต้องเผชิญหน้ากับสาวงามอย่างหลั่นปิ่งเยว่และเจียงหลานหลาน เขากลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่ากับตอนนี้ เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ในเวลานี้ คือ “ความฝันสูงสุดของชาวการ์ตูนทั้งหลาย!”

แฟนการ์ตูนทั่วไปทำได้แค่ตั้งฟิกเกอร์ไว้ดู ชื่นชมตัวละครสาวสวยที่แม้จะงดงามแต่ก็ไร้ชีวิตชีวา ทว่าตอนนี้...เจิ้งมู่กลับกำลังสร้าง “ของจริง”ออกมา

มิราเจ  ผลงานใหม่ของเขา ไม่เพียงมีรูปลักษณ์ ความรู้สึก และสติปัญญา แต่ยังมี “ฟังก์ชันพิเศษ” ที่เกินกว่าจะบรรยายได้ด้วยซ้ำ

“หุ่นยนต์เชิงกลสีเเดงระดับผู้กล้าสินะ...” เขาพึมพำ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ไม่รู้จะออกมาโหดแค่ไหน”

พูดจบ เขาก็เริ่มลงมือทันที

เจิ้งมู่เรียงชิ้นส่วนกลไกที่เตรียมไว้จนครบ แล้วสั่งการด้วยความคิดเพียงครั้งเดียว แสงสีแดงแปลบปลาบผสานพลังเวทอันเข้มข้นก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ หมุนวนราวพายุดูดกลืนชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าไป

เมื่อแสงนั้นค่อย ๆ จางลง

กลางห้องของเจิ้งมู่ ก็ปรากฏร่างหญิงสาวผมเงินผู้มีใบหน้างดงามราวเทพธิดา เธอลอยตัวลงมาอย่างช้า ๆ ดวงตาปิดสนิท ขับรัศมีศักดิ์สิทธิ์จนทั้งห้องเหมือนสว่างวาบขึ้น

ภาพนั้นช่างงดงามจนเจิ้งมู่ถึงกับเลือดสูบฉีด จมูกร้อนผ่าวแทบจะระเบิด

แต่โชคร้ายที่ห้องของเขาแคบเกินไป อีกทั้งช่วงนี้ก็ไม่ได้ให้ทีฟามาช่วยทำความสะอาด

ดังนั้น...

“อุ๊ย!” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้น

เท้างามของมิราเจพลาดไปเหยียบอากาศ ร่างเธอเสียหลักเซล้ม  และด้วยพลังมหาศาลของหุ่นสีเเดงระดับผู้กล้านั้น ก็ทำให้เจิ้งมู่ถูกแรงกระแทกถีบจนปลิวไปทั้งตัว!

“อั่ก—!” เขากระแทกลงบนเตียงอย่างจัง

“ขออภัยค่ะ เจ้านาย! ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ ฉัน...”

เสียงของมิราเจสั่นเครือ เธอลืมตาขึ้นอย่างตกใจ เห็นเจิ้งมู่ที่ดวงตาเหม่อลอยราวกับวิญญาณหลุดร่าง ก็รีบร้องอุทานออกมาอย่างร้อนรน

แต่เมื่อก้มลงมองตัวเอง...

ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของเธอก็แดงซ่านขึ้นทันที เธอรีบคว้าผ้าห่มมาพันกายไว้แน่น ดวงตาสั่นระริก “พะ...พฤติกรรมของเจ้านายนี่มันไม่สุภาพเลยนะคะ!”

น้ำเสียงที่ทั้งเขิน ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทำเอาเจิ้งมู่ที่เพิ่งฟื้นคืนสติถึงกับกลั้นยิ้มไม่อยู่

เขาสูดลมหายใจยาว ก่อนเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู

【ชื่อ: หุ่นยนต์พลังเวท·มิราเจ】

【ประเภท: สิ่งประดิษฐ์จักรกล (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่)】

【ระดับ: สีแดงระดับผู้กล้า】

【ความทนทาน: 150,000/150,000】

【พลังโจมตี: 1200–7000】

【พลังป้องกัน: 5700】

【สกิล 1: รับทั้งร่าง·วิญญาณซาตาน แปลงร่างเป็นร่างซาตาน เพิ่มพลังโจมตีเวทและกายภาพอย่างรุนแรง ใช้พลังเวทจำนวนมาก คูลดาวน์ 1 ชั่วโมง】

【สกิล 2: รับทั้งร่าง·มนุษย์ปีศาจชูเตอรีเพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันมหาศาล คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง】

【สกิล 3: รับทั้งร่าง·เทพมารฮาร์ฟาส ร่างขั้นสูงสุด ปลดล็อกเวทซาตานชั่วคราว คูลดาวน์ 1 วัน】

【สกิล 4: หัวใจปีศาจ ระบบพลังเวทไม่เสถียร ค่าพลังเวทเกิดขึ้นแบบสุ่ม จำกัดการใช้สถานะ “รับทั้งร่าง” ต่อวัน 3 ครั้ง】

【สกิล 5: เวทแปลงกาย·ห้องเสื้อผ้า เปลี่ยนชุดได้ตามใจ ไม่มีคูลดาวน์】

【สกิล 6: แม่มด มีศักยภาพเติบโตสูง สามารถดูดซับพลังจากปีศาจระดับสูงเพื่อวิวัฒนาการได้ คูลดาวน์ 1 เดือน】

เจิ้งมู่ถึงกับอ้าปากค้าง “เวรเอ๊ย...แรงโคตร!”

ค่าพลังเหล่านี้เรียกได้ว่าทะลุเพดาน! ความทนทาน 150,000 นี่สูงกว่า [ทรานส์ฟอร์เมอร์·รถฐานทัพ] ที่เคยใช้สู้กับแม่แมลงเรืองทองถึงเจ็ดเท่า!

แต่เมื่อเลื่อนสายตาไปดูสกิลข้อสี่  เขาก็หน้าแข็งทื่อทันที

“เฮ้ย...สกิลหัวใจปีศาจไม่เสถียรงั้นเรอะ?”

นั่นหมายความว่าเวลามิราเจแปลงร่าง บางครั้งอาจมีพลังเวทเหลือเฟือ แต่บางครั้ง...ก็อาจใช้ได้ไม่ถึงสิบวินาที!

เขาถอนหายใจแรง “ข้อจำกัดโหดไปหน่อยไหมเนี่ย...”

“เจ้านาย? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?” มิราเจเอียงคอถาม ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัยและรู้สึกผิด “หรือว่าฉัน...ยังดีไม่พอ...”

เจิ้งมู่มองเธอที่ยืนกุมผ้าห่มแน่น สีหน้าเศร้าปนเขิน แล้วหัวเราะเบา ๆ พลางยกมือลูบศีรษะเธอ “ไม่หรอก มิราเจ เธอสุดยอดแล้ว”

“ถึงจะไม่เสถียร เเต่ก็ไม่เป็นไร... ต่อให้แปลงร่างได้แค่ไม่กี่วินาที ก็พอจะบดขยี้ศัตรูทั่วไปได้สบายๆ”

เขายิ้มบาง ๆ ก่อนรีบหันหน้าหนีเมื่อสายตาเผลอเหลือบเห็นร่องแสงศักดิ์สิทธิ์วาบผ่านจากชายผ้าห่ม “เอ่อ...ฉันจะหาเสื้อผ้าให้เธอนะ!”

เขารีบเปิดกระเป๋าเก็บของ หยิบชุดที่ซื้อไว้ตอนช้อปปิ้งออกมาทันที

แต่ก่อนที่มิราเจจะได้ลองสวม

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...” เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

เจิ้งมู่สะดุ้งโหยง รีบเดินไปเปิดประตู แล้วก็ชะงักงันทันที “ปิ่งเยว่? เธอ...เข้ามาได้ยังไง!”

หญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสงบ มือถือบัตรเงินสองใบ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า  แต่พอเธอมองลอดหลังเขาไปเห็น “หญิงสาวผมเงินในผ้าห่ม”

รอยยิ้มบนใบหน้านั้นก็แข็งค้างขึ้นมาในทันที

และเมื่อเห็นเสื้อผ้าผู้หญิงกองระเกะระกะทั่วพื้น สีหน้าของหลั่นปิ่งเยว่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งในพริบตา…

รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอค่อยๆ จางหายไป

"เจ้านายคะ มีแขกมาหรือคะ?" มิราเจถามด้วยเสียงหวาน ท่วงทำนองที่สง่างามนั้นกลับยิ่งทำให้สีหน้าของหลั่นปิ่งเยว่นิ่งตึงลง

ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ แม้แต่เจียงหลานหลานยังต้องยืนหลบ

"นาย... ต้องการทำเเต่เรื่องแบบนั้นจริงๆ เหรอ?"

เจิ้งมู่มองสีหน้าซับซ้อนของหลั่นปิ่งเยว่แล้วอ้าปากค้าง  คำถามนี้เขาจะตอบยังไงดี?

เขาเหลือบมองสภาพห้องที่รกรุงรังรอบตัว แล้วรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที จะส่ายหน้าก็เหมือนยอมรับว่ามีปัญหาทางร่างกาย แต่ถ้าพยักหน้า... ก็เหมือนบอกว่ามีปัญหาทางศีลธรรม

เฮ้อ ช่างมันเถอะ...

สุดท้าย เจิ้งมู่พยักหน้าอย่างเด็ดขาด

"หนุ่มเลือดร้อน ช่วยเข้าใจกันหน่อยนะ"

มุมปากของหลั่นปิ่งเยว่กระตุก เธอคุ้นชินกับความไร้ยางอายของเขามาตั้งแต่เด็ก แต่ตั้งแต่ที่เจิ้งมู่ปลุกอาชีพขึ้นมา ก็เหมือนว่าธรรมชาติด้านนั้นของเขาจะถูกปลดปล่อยออกมาจนสุด

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ทำอะไรบ้าบิ่นในที่นี้ ก่อนจะยื่นบัตรสีเงินในมือให้เขา

"นี่คือรางวัลจากการทดสอบที่ทางมหาวิทยาลัยมอบให้ฉันกับหลีเฉิงคุน เขากับซังลั่วออกไปรับภารกิจล่ามอนสเตอร์ จึงฝากฉันเอามาให้นายด้วย"

พูดจบ เธอก็ยัดบัตรใส่มือเขาโดยไม่รอฟังคำใดๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย

"เจ้านายคะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนของท่านเหรอคะ? เธอสวยมากเลยนะคะ"

เสียงของมิราเจดังขึ้น มันทั้งใสซื่อ น่ารัก สง่างาม และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวในอุดมคติ

หลั่นปิ่งเยว่นั้นสวยจริง แต่เสียดาย... นี่คือมิราเจของเขานะ

….

เวลาผ่านไป ในป่าที่ชื้นแฉะและมืดครึ้ม

เจิ้งมู่ได้เดินฝ่าพงไพรด้วยความระมัดระวัง พลางเหลือบดูแผนที่ในมือเป็นระยะ บนข้อมือของเขามีภาพจำลองภูมิประเทศขนาดเล็กฉายขึ้นเป็นแสง

"จากการคำนวณ จุดที่แผนที่ของดันเจี้ยนระบุไว้น่าจะอยู่บริเวณนี้ค่ะ"

เสียงของเรดควีนดังออกมาจากนาฬิกาข้อมือ เจิ้งมู่จึงสั่งให้ T-800 และลิคเกอร์ขยายขอบเขตการค้นหาทันที

ตอนนี้ผ่านมาสามวันแล้ว นับตั้งแต่ที่เขาได้สร้างมิราเจขึ้นมา

เพื่อทดสอบพลังต่อสู้ของเธอ เจิ้งมู่จึงนึกถึงแผนที่ดันเจี้ยนที่เคยได้มาจากประธานของสมาคมเฮยเฟิงตอนที่อยู่ในเมืองหยุนถง

เมื่อรู้ว่าหลั่นปิ่งเยว่และพวกต่างออกไปรับภารกิจหมดแล้ว เขาจึงใช้แท่นเคลื่อนย้ายมาที่นี่คนเดียว เพื่อทำความคุ้นเคยกับระบบภารกิจของมหาวิทยาลัย

หลังจากค้นหามาครึ่งวัน ด้วยความช่วยเหลือของอินทรีลาดตระเวนนับร้อยตัว พวกเขาก็ระบุตำแหน่งของดันเจี้ยนได้ในที่สุด

เมื่อได้รับสัญญาณจาก T-800 ตัวหนึ่ง เจิ้งมู่จึงรีบพามิราเจตรงไปยังจุดนั้น

เเละสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคือถ้ำมืดทึบที่ส่งเสียงหวีดคล้ายลมผีหลอก

"น่ากลัวจังเลยค่ะ..."

เสียงสั่นเครือของมิราเจทำให้เจิ้งมู่เหลียวกลับไปมอง  เขาอดอึ้งไม่ได้

สมกับเป็นสิ่งประดิษฐ์จักรกลสีเเดงระดับผู้กล้าจริงๆ เพราะทั้งบุคลิก ท่าทาง และความรู้สึก ล้วนเหมือนมนุษย์จริงๆ อย่างสมบูรณ์แบบ

ตอนนี้เธอแสดงความหวาดกลัวในที่มืด เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปไม่มีผิด

"เจ้านายคะ... เราต้องเข้าไปจริงๆ เหรอคะ?"

เธอพูดเสียงแผ่ว ร่างเล็กสั่นนิดๆ หากเป็นการต่อสู้กับมอนสเตอร์กลางแจ้ง เธอคงไม่หวั่นเลย แต่พอคิดว่าอาจเจอผี แมลง หรือหนูน่าขยะแขยงในถ้ำเเห่งนี้... ความกลัวก็ก่อตัวขึ้นทันที

เจิ้งมู่หัวเราะเบาๆ "นี่คือดันเจี้ยน แม้ทางเข้าจะดูแบบนี้ แต่ข้างในจะเป็นอีกโลกหนึ่งเลยล่ะ"

ได้ยินดังนั้น มิราเจจึงกัดฟันตามเขาเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ไม่นาน หลังจากก้าวลึกเข้าไป ข้อมูลของดันเจี้ยนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

【ดันเจี้ยนระดับยาก “ฐานที่มั่นลัทธิอัสเพีย”】

【 จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 4】

【เงื่อนไขการเข้า: ไม่เกิน Lv30】

【เงื่อนไขการผ่านด่าน: สังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดในดันเจี้ยน】

【 คำอธิบาย: ลัทธิอัสเพียเป็นลัทธินอกรีตขนาดใหญ่ที่ดำรงอยู่มานาน พวกเขาทดลองกับมอนสเตอร์และดัดแปลงร่างกายเพื่อสร้างเทพอสูรอัสเพีย ผู้ซึ่งจะปกครองโลก...】

เมื่อเห็นว่าข้อมูลยังคงปรากฏได้ตามปกติ เจิ้งมู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ผ่านมาสองเดือนแล้ว ดันเจี้ยนนี้ก็ยังไม่ถูกค้นพบหรือย้ายที่แบบสุ่ม ถือว่าโชคดีมากทีเดียว

เขาก้าวไปข้างหน้า  และทันใดนั้น ร่างของเขาและสิ่งประดิษฐ์จักรกลทั้งหมดก็หายวับไปจากหน้าถ้ำ

เมื่อภาพกลับมาอีกครั้ง รอบตัวแม้ยังเป็นถ้ำ แต่ภายในกลับกว้างใหญ่และสว่างจ้าเหมือนอีกโลกหนึ่ง

ตรงหน้าเป็นอุโมงค์เปิดออกสู่พื้นที่ขนาดมหึมา เหมือนมีใครขุดภูเขาทั้งลูกจากด้านในออกมา

ร่างที่สวมหน้ากากลวดลายประหลาดกำลังลาดตระเวนอยู่รอบแท่นสูงกลางพื้นที่ เหมือนกับกำลังเตรียมการอะไรบางอย่าง

เมื่อสายตาของเจิ้งมู่จับจ้องไป ก็เห็นสถานะปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ

【 ชื่อ: สมาชิกลัทธิอัสเพียชั้นนอก】

【เผ่าพันธุ์: มนุษย์กลายพันธุ์】

【ระดับ: Lv25 – Lv30】

【 สกิล: การยิงกดดัน Lv1, การดัดแปลงบางส่วน Lv1, การปลดปล่อยสัญชาตญาณสัตว์ Lv1】

เจิ้งมู่ขมวดคิ้ว สมกับเป็นดันเจี้ยนของเจ้าหญิงรูบี้จริงๆ  แม้ระดับแนะนำจะเป็น Lv30 แต่มอนสเตอร์ข้างในกลับไม่หยุดอยู่แค่นั้น

เขาโบกมือเบาๆ จากนั้นอินทรีลาดตระเวนหลายตัวก็บินขึ้นสู่ยอดถ้ำอย่างเงียบกริบ ก่อนจะส่งภาพกลับมา

ในภาพ ซากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเผยให้เห็นร่างของมนุษย์กลายพันธุ์  มือที่เป็นกรงเล็บ เกล็ดบนผิวหนัง หรือแม้แต่หางที่ยาวลากพื้น

"อย่างที่คิดจริงๆด้วย... พวกนี้ถูกดัดแปลงร่างกายหมดแล้ว"

แต่ก่อนที่เขาจะวิเคราะห์ต่อ ร่างบนแท่นสูงก็ราวกับสัมผัสอะไรได้บางอย่าง  ทั้งหมดจึงหันขวับมามองทางเขาพร้อมกัน

"มีผู้บุกรุก!!!"

เสียงกรีดร้องแหลมดังสะท้อนไปทั่วพื้นที่

ทันใดนั้น สมาชิกลัทธิจำนวนมากก็กรูกันเข้ามา เจิ้งมู่เปลี่ยนสีหน้า ก่อนจะสั่งออกมาเสียงเข้ม

"โจมตี!"

ในเวลานั้นเสียงปืนลูกซองของ T-800 ดังสนั่น

“ปัง! ปัง! ปัง!”

เสียงกระสุนแลกเปลี่ยนกับอาวุธของลัทธิอัสเพียดังระงมไปทั่วถ้ำ

ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด พลังใกล้เคียงกันจนน่าตกใจ

เเละสิ่งที่ทำให้เจิ้งมู่แปลกใจก็คือ แม้ T-800 ของเขาจะถูกโจมตีจนเกิดประกายไฟ แต่กลับแทบไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย  ส่วนฝ่ายตรงข้ามก็เช่นเดียวกัน

เมื่อเห็นของเหลวสีดำที่พุ่งออกมาจากร่างศัตรู เจิ้งมู่ก็รู้สึกเย็นวาบ เขาหันไปมองแท่นสูงทันที

แต่พอเห็นข้อมูลของร่างเหล่านั้น เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

...เขาประเมินลัทธิอัสเพียนี้ต่ำเกินไปจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 78 สาวในฝันของเจิ้งมู่ กลับสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว