เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงโจมตีฉัน มหาวิทยาลัยอื่นก็จะมาร่วมวง? งั้นก็สู้สิ!

บทที่ 60 มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงโจมตีฉัน มหาวิทยาลัยอื่นก็จะมาร่วมวง? งั้นก็สู้สิ!

 บทที่ 60 มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงโจมตีฉัน มหาวิทยาลัยอื่นก็จะมาร่วมวง? งั้นก็สู้สิ!


บทที่ 60 มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงโจมตีฉัน มหาวิทยาลัยอื่นก็จะมาร่วมวง? งั้นก็สู้สิ!

"ท่านนายพลฉี่ อย่าบอกนะว่าถึงตอนนี้แล้ว ท่านยังคิดว่าช่างกลนั่นเป็นอาชีพระดับ A?"

เมื่อเห็นนายพลฉี่ยังคงมีสีหน้างุนงง นักบวชชิงหยุนถอนหายใจ เขาไม่ได้ตอบโดยตรง แต่กลับถามคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องออกมา

"ท่านนายพลฉี่ ในความคิดของคุณ ผู้ปลุกอาชีพระดับ SSS ควรเป็นผู้ปลุกอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดใช่ไหม?"

นายพลฉี่ไม่ต้องคิดให้มาก ก็พยักหน้าตอบทันที  "ไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ปลุกอาชีพระดับไหน ที่เหนือไปกว่าระดับ SSS เลยนี่นา"

นักบวชชิงหยุนกลับส่ายหน้า "ถ้าผู้ปลุกอาชีพระดับ SSS แข็งแกร่งที่สุด แล้วทำไมพวกเขาถึงตายได้ล่ะ?"

นายพลฉี่ยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไรกับตน

ทว่านักบวชชิงหยุนส่ายหน้าอีกครั้ง "ความสมบูรณ์แท้จริงนั้นดูเหมือนจะไม่สมบูรณ์ ทุกอย่างล้วนมีข้อจำกัดทั้งสิ้น!"

"ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เเละก็ไม่เคยมีอาชีพที่สมบูรณ์แบบ อย่างมากก็แค่มีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันในแต่ระดับเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม ในความคิดของฉัน สิ่งที่มีข้อบกพร่องชัดเจนควรเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลก..."

นักบวชชิงหยุนหันไปมองวิลล่าทหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกเมืองหวงซาอย่างเงียบๆ

"เพราะยิ่งข้อบกพร่องชัดเจน เมื่อเติมเต็มมันแล้ว ความสมบูรณ์แบบที่ได้ก็จะยิ่งใกล้ความสมบูรณ์สูงสุดเท่านั้น!"

"ฉันเคยได้ยินมาไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งว่า ข้อบกพร่องของช่างกลมากเกินไป มากจนแม้จะเป็นอาชีพระดับ A ที่พลังเเห่งโลกยอมรับ แต่ก็ยังสู้ผู้ปลุกอาชีพสายดำรงชีพระดับ D ทั่วไปไม่ได้ด้วยซ้ำ"

"นายพลฉี่ ตอนนี้ลองมองเจิ้งมู่อีกครั้งสิ คุณเห็นข้อบกพร่องใดของช่างกลในตัวเขาบ้างไหม?"

นายพลฉี่อึ้งไป หันไปมองเจิ้งมู่ที่นั่งเงียบอยู่บนดาดฟ้า ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

เเต่ถ้าคิดให้ดี ทุกอย่างก็เหมือนกับที่นักบวชชิงหยุนพูดจริงๆ

เพราะหลังจากที่เจิ้งมู่แก้ไขปัญหาใหญ่ อย่างแบบแปลนสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่ไม่ได้รับการยอมรับจากพลังเเห่งโลกสำเร็จ ก็ดูเหมือนว่าช่างกลจะไม่มีจุดอ่อนใดๆ อีกแล้ว

ทั้ง HP และ MP ก็ผูกกับสิ่งประดิษฐ์จักรกล ตราบใดที่สิ่งประดิษฐ์จักรกลยังไม่ตายหมด เจิ้งมู่ก็จะไม่ตาย

ไม่เหมือนนักเรียกวิญญาณที่ต้องรักษาระยะห่างกับสิ่งที่เรียกมา ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เรียกมาก็จะหายไป

แล้วเจิ้งมู่ล่ะ? T-800 ได้วิ่งออกไปกว่าสิบกิโลเมตรแล้ว แต่ก็ไม่มีสัญญาณว่าจะมีข้อจำกัดในการทำงานเลย

เเละยังมีอีกหลายสิ่งที่นายพลฉี่คิดไม่ถึง

เเต่หลังจากคิดเพียงสั้นๆ ศักยภาพที่เจิ้งมู่มีหลังจากเติมเต็มข้อบกพร่องของช่างกลไปเเล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับอาชีพระดับ S หรือแม้แต่ระดับ SSS ได้จริงๆ

ท้ายที่สุด อาชีพเหล่านี้นอกจากจะมีเอฟเฟกต์สกิลที่แข็งแกร่งขึ้นและการโจมตีที่น่ากลัวขึ้น ขีดจำกัดการเติบโตของพวกเขาก็ดูเหมือนจะถูกจำกัดโดยต้นไม้สกิลของพวกเขา

แล้วเจิ้งมู่ล่ะ? ขีดจำกัดของช่างกลดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับเเบบเเปลนสิ่งประดิษฐ์จักรกลเเค่นั้น หากเลี่ยงข้อจำกัดนี้ได้ ก็ถือว่าไม่มีอะไรมาจำกัดเขาได้อีก

และลองคิดดูว่าในอนาคต เจิ้งมู่จะสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่น่ากลัวขนาดไหนออกมากัน?

นายพลฉี่นึกไม่ออกจริงๆ แต่แค่เพียงคิดว่า  เจิ้งมู่เพิ่งปลุกอาชีพมาได้เพียงสองเดือน แล้วสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่น่ากลัวและได้รับการประเมินจากพลังแห่งโลกว่าเป็นสีเเดงระดับผู้กล้า

ในอนาคต สิ่งประดิษฐ์จักรกลที่สร้างขึ้นย่อมต้องน่ากลัวยิ่งกว่าแน่นอน

เมื่อคิดถึงจุดนี้ นายพลฉี่ก็สั่นสะท้าน

ในด้านหนึ่ง มหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งทั้งเก้าแห่งของประเทศที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ กำลังทำให้ผู้มีศักยภาพที่น่ากลัวนี้โกรธ

ลองคิดดูว่า ในตอนนี้เจิ้งมู่โกรธแล้ว เขากล้าที่จะขอยกเลิกข้อจำกัดการฆ่า เเละในอนาคต คิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆ งั้นเหรอ

"เฮ้อ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย แค่ถูกแย่งอันดับหนึ่งไปหนึ่งปี ยังไงมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงก็เป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบมาหลายปีแล้ว เสียไปปีหนึ่งจะเป็นอะไรไป?"

นายพลฉี่ส่ายหน้า ในใจเริ่มรู้สึกเสียดายแทนมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงในอนาคต

บนยอดฐาน เมื่อเห็นเจิ้งมู่ที่อารมณ์ไม่ดีอย่างชัดเจน เรดควีนก็เดินมายืนข้างๆเขาอย่างเงียบๆ

"โลกนี้เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นโลกของผู้ปลุกอาชีพทุกวันนี้ หรือโลกสมัยที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ล้วนโหดร้าย ถ้ามีพลังไม่มากพอ ไม่มีไพ่ในมือ ก็ต้องเป็นไพ่ในมือคนอื่นเอง"

เจิ้งมู่ไม่พูดอะไร

เรดควีนเห็นเจิ้งมู่เป็นแบบนี้ จึงลังเลครู่อยู่หนึ่งแล้วก้าวขึ้นไปข้างหน้าเบาๆ ใช้มือทั้งสองโอบร่างของเขาไว้ในอ้อมกอด

ร่างกายนี้ไม่สามารถรู้สึกถึงสัมผัสที่แท้จริง แต่เรดควีนกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด

เพราะในความหมายที่แท้จริงเธอไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอัจฉริยะ แต่เดิมเธอควรเป็นมนุษย์ หลังจากตายก็กลายเป็นวิญญาณ แล้วถูกผูกกับรังกลไก จนกลายเป็นเรดควีนในทุกวันนี้

แต่ในด้านจิตใจและความคิด เธอก็ยังเป็นมนุษย์

เจิ้งมู่รู้สึกถึงร่างอ่อนนุ่มของอีกฝ่าย มันทำให้เขารู้สึกเหมือนมีคนปลอบ จนทำให้เขาใจเย็นลงมาบ้าง

เเละหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เจิ้งมู่ก็พูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว  "ตั้งแต่นี้ต่อไป ฉันจะไม่ยอมให้เรื่อง ที่ถูกชักใยเหมือนหุ่นเชิดแบบวันนี้เกิดขึ้นกับฉันอีก! จะไม่มีวัน!"

….

อีกด้านหลังจากที่พลเอกฉินจากเจิ้งมู่ไปแล้ว เขาก็รีบไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ของประเทศมังกรผ่านวงเวทย์ส่งตัวของเมืองหวงซา

โดยที่พวกผู้นำของมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งทั้งสิบแห่งของประเทศ ล้วนอยู่ที่นี่กันหมด

เเต่พลเอกฉินกลับเข้าสู่เขตของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ แล้วรีบไปที่สำนักงานของตนเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์พิเศษเครื่องหนึ่งขึ้นมา

"ฮัลโหล อดีตอธิการบดี ผมมีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือจากท่านอย่างเร่งด่วนครับ..."

เมื่อเขาเล่าสถานการณ์ที่กำลังเผชิญออกมาให้อีกฝ่ายทราบ อีกฝ่ายก็เงียบไปพักใหญ่ จนในที่สุด เสียงก็ดังมา

“เสี่ยวจือ…ตอนนั้นนายกล้าวิ่งไปหน้ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นเพื่อท้าทายพวกมัน เพียงเพราะผู้ปลุกอาชีพของญี่ปุ่นล้อเลียนเพื่อนร่วมชั้นของนาย พวกเราชายชราเกือบได้เปิดศึกกับอีกฝ่ายทั้งประเทศ อ่าๆ…”

พลเอกฉินนิ่งเงียบไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นเสียงจากปลายสายดังต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่รู้ว่านายยังจำได้หรือเปล่า…แต่กระดูกเก่า ๆ ของฉันยังจำได้ชัดเจน และนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฉันชื่นชมนายเป็นพิเศษ…น่าเสียดาย ที่มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว”

ถ้อยคำนั้นไม่มีการตำหนิ ไม่มีคำด่าแรง ๆ แต่กลับทำให้พลเอกฉิน…หรือฉินจือ ถึงกับใจสั่น ตื่นเต้นจนแทบกลั้นเสียงสั่นเครือไม่อยู่

“อาจารย์…ผม—”

ยังไม่ทันจะได้ได้อธิบายอะไร เสียงชายชราก็ตัดบทขึ้นทันที

“ลองคิดดูสิ…ตอนนั้นนายตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ ที่ยากจนและเต็มไปด้วยความลำบาก เพราะอย่างนั้น แม้พวกเราชายชราจะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ก็ยังพร้อมสู้กับญี่ปุ่นจนฟ้าสาง”

“แล้วตอนนี้เล่า? เด็กหนุ่มที่นายพูดถึงก็เลือกเส้นทางเดียวกันกับนายในวันนั้นไม่ใช่เหรอ? เขาเหมือนกับนายในอดีต เพียงคนเดียว แต่กล้าลุกขึ้นยืนต่อหน้าผู้คนมากมาย ตะโกนประกาศความตั้งใจจะต่อสู้…ถ้าในตอนนั้นเราไม่ช่วยนาย นายคงรู้สึกว่าการยืนหยัดของตัวเองไร้ค่าใช่ไหม?”

“เสี่ยวจือ…นายเป็นกำลังสำคัญ เป็นเสาหลักที่มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ฝึกฝนขึ้นมา และยังเป็นทหารของประเทศ!”

“จงทำตามหัวใจของนายเถอะ! ตราบใดที่พวกเราชายชรายังอยู่ ฟ้าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!”

เสียงปลายสายดับลงไป…พลเอกฉิน ผู้ที่แข็งแกร่งและเฉียบขาดมาตลอด ในยามนี้กลับปล่อยน้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบงัน

….

วันถัดมา

เมื่อเจิ้งมู่เล่าถึงข้อจำกัดที่ถูกกำหนดให้ฟัง หลีเฉิงคุนถึงกับตบโต๊ะดังสนั่น “ปัง!” ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที

“ทำไม! นี่มันรังแกกันชัด ๆ!”

“สิ่งประดิษฐ์จักรกลก็เป็นสิ่งที่หัวหน้าสร้างขึ้นเอง พลังเเห่งโลกก็ยังยอมรับ! แม้แต่ประสบการณ์ที่ได้จากการฆ่ามอนสเตอร์ด้วยสิ่งประดิษฐ์จักรกลก็ยังนับเต็มจำนวน! ในเมื่อพลังเเห่งโลกยังยอมรับว่าสิ่งประดิษฐ์จักรกลเป็นส่วนหนึ่งของหัวหน้า แล้วมหาวิทยาลัยเซิ่งชิงมีสิทธิ์อะไรมากล่าวหากันเเบบนี้!”

“นี่มันไม่ต่างอะไรกับการแพ้แล้วพาลชัด ๆ!”

ต่างจากหลีเฉิงคุนที่ระเบิดโทสะ หลั่นปิ่งเยว่กลับขมวดคิ้วแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล หันมามองเจิ้งมู่

“เเล้วนาย…มีแผนอะไรอยู่หรือเปล่า?”

เจิ้งมู่สูดหายใจลึก ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกมา สายตาจับจ้องทั้งสองอย่างแน่วแน่

“ฉันได้ยื่นคำขอต่อมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ไปแล้ว…ว่าให้ยกเลิกข้อจำกัดการฆ่าในการทดสอบครั้งนี้!”

ทว่าคำพูดนั้นทำให้สีหน้าของหลีเฉิงคุนและหลั่นปิ่งเยว่เปลี่ยนไปทันที ทั้งคู่ตกใจในความกล้าของเจิ้งมู่

“นาย…คิดจะทำอะไร?”

ทำอะไรนะหรือ? นั่นเป็นคำถามที่แม้แต่เจิ้งมู่เองก็ยังไม่เคยคิดให้ชัดเจน

บางที…อาจต้องการเอาชนะผู้เข้าสอบทุกคนที่ไม่ใช่คนของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ หรือไม่ก็แค่ชนะพวกนั้นยังไม่พอด้วยซ้ำ… ความจริงแล้ว แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำถึงระดับไหนถึงจะพอใจ

“ปิ่งเยว่…เฉิงคุน…ฉันไม่มีความสุขแล้ว” ดวงตาของเจิ้งมู่ฉายแววอันตราย “แต่ถ้าพวกโชคร้ายพวกนั้นทำให้ฉันกลับมามีความสุขได้…ฉันก็จะปล่อยพวกมันไป”

พูดยังไม่ทันขาดคำ หลีเฉิงคุนที่เห็นสภาพของเจิ้งมู่ก็ตบอกตัวเองเสียงดัง ดวงตาแดงก่ำ

“หัวหน้า!ฉันมีแค่ประโยคเดียวจะบอก!” หลีเฉิงคุนตะโกนเสียงดัง เลือดพลุ่งพล่าน “เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก! แม้จะไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกัน…แต่ฉัน หลีเฉิงคุน! กล้าตายพร้อมกับนายในวันเดือนปีเดียวกันเเน่นอน!”

“แค่มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงห่าอะไรนั่น? พวกเห็นเงินเป็นใหญ่พวกนั้น ตั้งแต่เมืองหยุนถงก็มีปัญหากับเราเเล้ว! ขอบอกตรง ๆ ว่าฉันเองก็ไม่ถูกชะตากับพวกมันนานแล้ว!”

“มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงโจมตีเรา งั้นมหาวิทยาลัยอื่นก็จะรุมตามมาด้วยงั้นเหรอ?”

“งั้นก็สู้สิวะ!”

เสียงประกาศอันฮึกเหิมของหลีเฉิงคุนทำให้บรรยากาศร้อนระอุขึ้น เจิ้งมู่ที่นั่งนิ่งอยู่ก่อนหน้า อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ใบหน้าที่เครียดขรึมพลันผ่อนคลายลงทันที

เขาต่อยไปที่อกของอีกฝ่ายเบา ๆ “ฮ่า ๆ! ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ ว่านายก็แข็งเอาเรื่องขนาดนี้!”

“แหะ ๆ…” หลีเฉิงคุนเกาหัวพลางยิ้มแหย ๆ แต่แฝงความกวน “ก็เพราะฉันมีหัวหน้าที่โคตรเจ๋งไง! รู้ไหม ตั้งแต่ที่ฉันเลือกตามหัวหน้ามาเข้ามหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ ตระกูลสายหลักก็ด่าพ่อของฉันไม่หยุด บอกว่ามหาวิทยาลัยเซิ่งชิงมันดีแค่”

“แต่ฉันก็เลือกแล้ว! จะตามหัวหน้าไปจนสุดทาง! ต้องให้พวกสายตาแคบนั่นเห็นกับตาว่า มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงที่พวกมันยกย่องนักหนา เฉิงคุนคนนี้จะอัดให้ยับเละไม่มีชิ้นดีไปเลย!”

หลั่นปิ่งเยว่มองสองคนตรงหน้าที่กำลังคึกคะนองเหมือนคนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ทั้งที่การทดสอบยังไม่เริ่มแท้ ๆ แต่กลับทำเหมือนพร้อมจะลุยไปตายด้วยกันแล้ว

แต่ไม่รู้ทำไม…เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเจิ้งมู่ รอยยิ้มบางเบาก็ผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอเองโดยไม่รู้ตัว โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น

ระหว่างรอข่าวจากนายพลฉิน เจิ้งมู่ก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาส่งอินทรีเหล็กสอดแนมออกไปไกลกว่าเดิม คอยล่ามอนสเตอร์และเก็บข้อมูลเส้นทาง

เพียงสองวัน เขาก็สามารถระบุผู้เข้าสอบจากมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ได้เกือบทั้งหมด ก่อนจะส่งคำสั่งลับโดยแอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัย เรียกให้พวกเขามารวมตัวกันที่จุดอพยพ

จากนั้น เจิ้งมู่ก็เริ่มลงมือวางแผนการครั้งใหญ่ด้วยความมุ่งมั่น

ในวันที่สาม ขณะเขาขมวดคิ้วมองแผนที่ที่แสดงตำแหน่งผู้เข้าสอบในทะเลทรายกลืนกระดูก จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงพลังใหม่ที่พุ่งทะลักเข้ามาในร่างกาย

【คุณสังหารงูทองคำ ( Lv 21) ได้รับค่าประสบการณ์ 216 】

【คุณเลื่อนเลเวลแล้ว! เลเวลปัจจุบัน: 20】

【คุณสามารถเรียนรู้สกิลใหม่ได้!】

“อัพเลเวล…แล้ว?” เจิ้งมู่มองหน้าต่างสถานะด้วยสายตาแปลกใจ

ทั้งที่เขาไม่ได้ตั้งใจล่ามอนเตอร์เลเวลสูงเลย สิ่งประดิษฐ์จักรกลก็แค่ทำงานตามปกติ แต่ค่าประสบการณ์กลับเต็มภายในสามวัน

เขาจึงรีบเปิดต้นไม้สกิล ทันทีที่ถึงเลเวล 20 ก็ปลดล็อคสกิลใหม่ 3 สกิล สองในนั้นคือสกิลย่อยของ 【เซลล์กลไก】

【การปรับแต่งเซลล์กลไก  Lv 1: สามารถดูดซับสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่กำหนด และสุ่มเพิ่มคุณสมบัติของผู้ใช้หนึ่งอย่างตามประเภทสิ่งประดิษฐ์นั้น การใช้ค่าประมวลผล: 20 (ค่าประมวลผลลดลง 50%) เวลาคูลดาวน์: 1 เดือน】

【หมายเหตุ: สิ่งประดิษฐ์จักรกลแต่ละประเภทสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว】

【การปรับแต่งเซลล์ต้นกำเนิดชีวิต Lv1: สามารถดูดซับสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่กำหนด และสุ่มเพิ่มคุณสมบัติของผู้ใช้หนึ่งอย่างตามประเภทสิ่งประดิษฐ์นั้น การใช้ค่าประมวลผล: 20 (ค่าประมวลผลลดลง 50%) เวลาคูลดาวน์: 1 เดือน】

【หมายเหตุ: สิ่งประดิษฐ์จักรกลแต่ละประเภทสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว】

เจิ้งมู่: “???”

ไม่ใช่สิ! ทำไมคำอธิบายมันเหมือนกันเป๊ะทั้งสองอัน? นี่พลังแห่งโลกช่างสะเพร่าเกินไปหรือเปล่า…โดยเฉพาะเวลาที่มันเกี่ยวข้องกับอาชีพช่างกลเนี่ย?

ที่สำคัญไปกว่านั้น คือยังไม่มีช่องทางติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าอีกด้วยสิ!

เมื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเจิ้งมู่ก็ตัดสินใจเรียนรู้สกิลใหม่ในทันที

ถ้ามีปัญหาก็แค่ทดลองใช้ดู ยังไงสกิลย่อยทั้งหมดในสาขา 【เซลล์กลไก】ก็เป็นสกิลที่เอาไว้เสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองอยู่แล้ว

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เรียก T-800 ออกมาสองตัว

เเละในเวลานั้นเจิ้งมู่ก็ใช้สกิล 【การปรับแต่งเซลล์กลไก】ใส่ T-800 ตัวหนึ่งโดยไม่ลังเล

ในพริบตาเดียว ภายใต้สายตาตกตะลึงของเขา T-800 ตรงหน้าก็ได้ละลายกลายเป็นของเหลว แล้วพุ่งเข้ามาห่อหุ้มร่างเขาทั้งตัว!

ความรู้สึกประหลาดแล่นวาบไปทั่วร่าง คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมบุกรุกเข้ามา แต่แทนที่จะน่าขยะแขยง มันกลับทำให้เขารู้สึก…เต็มเปี่ยม ล้นทะลัก!

【การปรับแต่งเซลล์กลไกสำเร็จ】

【วัตถุที่ดูดซับ: หุ่นยนต์รบรูปร่างเลียนเเบบมนุษย์ T-800】

【ยินดีด้วย คุณได้รับ: พละกำลัง +50, ความว่องไว +50】

“โอ้โห!”

เจิ้งมู่เบิกตากว้างที่แท้สกิลนี้มันทำงานแบบนี้เอง!

เขาสัมผัสได้ทันทีว่าพลังการต่อสู้ของร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเกือบเท่าตัว!

จึงไม่รอช้า เขารีบใช้สกิล 【การปรับแต่งเซลล์ต้นกำเนิดชีวิต】ใส่ T-800 อีกตัว

กระบวนการเดิมก็เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับรู้สึกว่าร่างกายโล่งโปร่งเบาสบาย สมองตอบสนองรวดเร็วดุจสายฟ้า การมองเห็นก็ชัดเจนขึ้นอย่างน่าทึ่ง

【การปรับแต่งเซลล์ต้นกำเนิดชีวิตสำเร็จ】

【วัตถุที่ดูดซับ: หุ่นยนต์รบรูปร่างเลียนเเบบมนุษย์ T-800】

【ยินดีด้วย คุณได้รับ: พลังกายภาพ +50, พลังจิต +20】

เจิ้งมู่ไม่รอช้า รีบเปิดหน้าต่างสถานะส่วนตัวของตนเองทันที

【ชื่อ: เจิ้งมู่】

【อาชีพ: ช่างกลระดับ A】

【ระดับ: 20 (0/250,000)】

【HP: 5500/5500】

【MP: 4000/4000】

【ค่าประมวลผล: 290/440】

【พละกำลัง: 94】

【ความว่องไว: 93】

【พลังจิต: 66】

【พลังกายภาพ: 95】

【สกิล: การวิเคราะห์การต่อสู้ Lv3, ความเชี่ยวชาญอาวุธ สูงสุด, มือทองคำ Lv 3, รีเซ็ตกำลังยิง Lv 3, การปรับแต่งอาวุธ Lv 3, เพิ่มค่าประมวลผล Lv 3, เซลล์กลไก Lv 3, สแกนสนามแม่เหล็กนาโน Lv 3, การสลักโมดูลLv1, ย่างเงา Lv3, การสแกนชีวภาพ Lv1, คลื่นกลไลนาโน Lv1, การปรับแต่งเซลล์กลไก Lv1, การปรับแต่งเซลล์ต้นกำเนิดชีวิต Lv1】

【สิ่งประดิษฐ์จักรกล: หุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ รถฐานทัพ, หุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ออพติมัสไพรม์, ลิคเกอร์ (40), หุ่นยนต์รบรูปร่างเลียนเเบบมนุษย์ T-800 (38), สาวใช้ 3D (2), อินทรีเหล็กลาดตระเวน (500)】

เมื่อมองดูคุณสมบัติทั้งสี่ของตนเอง สามค่าจากสี่ทะลุเกิน 90 ไปแล้ว!

ใบหน้าของเจิ้งมู่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย เผยฟันขาววาววับ ราวกับสัตว์นักล่า!

“คราวนี้…บรรดาคนโปรดแห่งสวรรค์ของพวกนั้น คงต้องลำบากกันบ้างแล้วล่ะ…”

สุดท้าย เขาก็เลื่อนสายตาไปหยุดที่สกิลใหม่สุดท้ายที่เพิ่งปลดล็อค

【ยุทธวิธีหลัก  Lv1: สามารถแบ่งปันสกิลบางส่วนของช่างกลให้กับสิ่งประดิษฐ์จักรกลฝ่ายเดียวกันทั้งหมดในพื้นที่เฉพาะได้ ขอบเขตปัจจุบัน: 1 กิโลเมตร ใช้ค่าประมวลผล: 10 (ค่าประมวลผลลดลง 50%) เวลาคูลดาวน์: ไม่มี】

จบบทที่ บทที่ 60 มหาวิทยาลัยเซิ่งชิงโจมตีฉัน มหาวิทยาลัยอื่นก็จะมาร่วมวง? งั้นก็สู้สิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว