- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 17 ดันเจี้ยนระดับยาก – “โลงแดงพันปี”
บทที่ 17 ดันเจี้ยนระดับยาก – “โลงแดงพันปี”
บทที่ 17 ดันเจี้ยนระดับยาก – “โลงแดงพันปี”
บทที่ 17 ดันเจี้ยนระดับยาก – “โลงแดงพันปี”
ในความเวียนหัวชั่วขณะนั้นเอง เจิ้งมู่รู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ก่อนที่สติจะคืนกลับมา เขาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในมหาวิหารใต้ดินอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าแล้ว
แผงสถานะตรงหน้าปรากฏข้อความขึ้นมาทันที
【คุณได้เข้าสู่ดันเจี้ยนระดับยาก “โลงแดงพันปี”】
【จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 4 คน】
【เลเวลแนะนำ: Lv30】
【เงื่อนไขผ่านดันเจี้ยน: สังหารมอนสเตอร์ทั้งหมด】
【คำบรรยาย: เมื่อพันปีก่อน องค์หญิงแห่งราชวงศ์หนึ่งในดินแดนมังกร ถูกบังคับให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับแคว้นทางเหนือ นางปฏิเสธและเลือกปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาเกียรติ แต่เพื่อสยบความโกรธเกรี้ยวของแคว้นเหนือ ราชสำนักกลับส่งน้องสาวอีกคนไปแทน พร้อมทั้งฝังศพองค์หญิงผู้สิ้นใจไว้ที่แผ่นดินศัตรู… ความเคียดแค้นที่ไม่เคยสลาย ค่อยๆ ก่อเกิดเป็นวิญญาณอาฆาต เลือดชโลมโลงหงส์…】
“เชี่ยเอ๊ย!!!”
เจิ้งมู่ที่ยังทำท่าชื่นชมสถาปัตยกรรมใต้ดินแบบโบราณอยู่เมื่อครู่ พอเห็นตัวหนังสือบอกว่า เลเวลแนะนำ 30 ก็สบถออกมาทันที
เขาเพิ่งเลื่อนมาถึงเลเวล 15 เท่านั้นเอง ระยะห่างกับเลเวลแนะนำยังอีกครึ่งทางเต็ม ๆ! นี่มันเหมือนกับมีใครเอาใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความประชดมายืนตรงหน้า แล้วเอ่ยว่า “คุณลูกค้าครับ หากเผลอเดินเข้าดันเจี้ยนเกินเลเวลไปเยอะๆ แบบนี้ ครั้งหน้ากรุณาระวังด้วยนะครับ…เอาไว้ชาติหน้าแล้วกัน”
แค่คิด เจิ้งมู่ก็อยากจะชกใครสักคน!
จริงอยู่ เขามีทั้ง “ออพติมัสไพรม์” และ “T-800” อยู่ข้างกาย ทำให้ก่อนหน้านี้เขาเดินเข้าออก “ซากพิษร้าง” กับ “เมืองศพเน่า” ได้อย่างสบายๆ แต่พอเป็นเลเวล 30 เทียบกับเลเวล 20 นั่นมันคนละโลกกันเลยนะ!
ราวกับอ่านใจเขาออก แผงสถานะก็ปรากฏข้อความใหม่ขึ้นมาอีก
【ตรวจพบว่าคุณอยู่ที่เลเวล 15 ซึ่งต่ำกว่าคำแนะนำ】
【อัตราการดรอปไอเทมในดันเจี้ยนนี้ จะเพิ่มขึ้น 500%】
“…”
เขายังไม่ทันได้สบถอะไรต่อ ประตูหินหนักอึ้งด้านหน้าก็ค่อยๆ แยกออก พร้อมเสียงกึกก้องไปทั่ววิหารใต้ดิน ไกลออกไปบนแท่นสูง มีโลงศพสีแดงฉานตั้งอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังมีฉากกั้นเป็นลวดลายฟีนิกซ์โลหิตกำลังกางปีกโบยบิน
และที่พื้นเบื้องล่าง…หญิงสาวในชุดขาวเรียงรายเป็นแถว และทหารในชุดเกราะโบราณ พวกเขาทุกคนคุกเข่าก้มหน้าอยู่ตรงหน้าโลงศพนั้น ทันใดนั้น เสียงร้องเพลงอันน่าสยดสยองดังขึ้นอย่างประหลาดในวิหารราวกับบทสวดต้องคำสาป
เจิ้งมู่เพียงแค่นหัวเราะเย็น ๆ ก่อนจะกระโดดขึ้นไปยืนบนบ่าของออพติมัสไพรม์
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านเกมสยองขวัญมานับไม่ถ้วน เขาเดาได้เลยว่าพวกที่ก้มหน้านิ่งๆ เหล่านี้ เดี๋ยวอีกสักพักต้องพร้อมใจกันหันหัวมาแน่
สำหรับเสียง BGM สุดหลอนที่ดังคลออยู่รอบๆ เขาเลือกจัดการด้วย “วิธีเฉพาะตัว”
“ปุช ปะชึ ปุ๊บปั๊บ…บึดดู๊บๆ…”
เสียงบีทบ็อกซ์เปรอะๆ หลุดออกมาจากปากเขา ท่ามกลางสายตางงๆ ของออพติมัสไพรม์กับเหล่าหุ่นยนต์ จากนั้นเจิ้งมู่ก็สะบัดมือสั่งการ ทันทีที่ออพติมัสไพรม์ย่างเท้าเข้าไปในโถง เสียง “แกร๊กๆๆ…” ก็ดังขึ้น
หญิงสาวและทหารที่ก้มหน้านิ่งเมื่อครู่…หมุนหัวกลับมาเกิน 180 องศาในพริบตา
“เหอะ! เอฟเฟกต์ห่วยแตกสิ้นดี!” เจิ้งมู่กระตุกมุมปาก ก่อนยกปืนคู่ “จุมพิตหมาป่า” ขึ้น
เสียงปืนดังถี่รัว
ปัง! ปัง! ปัง!
ภายใต้การเสริมพลังจากสกิล 【วิเคราะห์การต่อสู้ Lv3】 ทำให้เขาสามารถเล็งล่วงหน้าได้เสี้ยววินาที กระสุนทุกนัดจึงเจาะเข้ากลางกะโหลกเป้าหมายอย่างแม่นยำ
【ชื่อ: วิญญาณโกรธแค้น】
【เผ่าพันธุ์: อสูรวิญญาณ (ผี)】
【เลเวล: Lv22–Lv27】
【สกิล: ย่างเงาLv1, กวีดร้องวิญญาณร้าย Lv2, ดูดวิญญาณ Lv1,ต้านทานกายภาพ Lv1】
หญิงสาวที่ถูกยิงเข้ากลางหน้าผาก ร่างสั่นสะท้านก่อนบิดเบี้ยวกลายเป็นเงาขาวกรีดร้องพุ่งเข้าหาเจิ้งมู่
เขาขมวดคิ้วทันที ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะสกิลต้านทานกายภาพของมันน่ารำคาญชะมัด ถึงจะเป็นแค่เลเวล 1 แต่ก็ลดความเสียหายไปเกือบหนึ่งในสี่!
เขาลั่นไกใส่ต่อไม่หยุด แต่สายตาก็หันไปยังอีกฝั่ง กลุ่มทหารวิญญาณ มอนสเตอร์อีกชนิดที่เพิ่งลุกขึ้นจากการคุกเข่า
【ชื่อ: ทหารกระดูก】
【เผ่าพันธุ์: อสูรวิญญาณ (ผี)】
【เลเวล: Lv22–Lv27】
【สกิล: ไร้ความเจ็บปวด Lv3, ใบมีดผุพังLv2, ดูดวิญญาณ Lv1, การจัดทัพใหญ่Lv1】
เสียง โครม! ดังก้อง
ตรงข้ามกับวิญญาณหญิงสาวที่กรูกันเข้ามา ทหารกระดูกแปดสิบตนกลับยืนขึ้นอย่างมีระเบียบ จัดแถวแน่นหนาราวกับกองทัพจริงๆ มีทั้งดาบโล่ หอกยาว และพลธนูครบถ้วน
ขณะเครื่องจักรของเจิ้งมู่เริ่มโจมตีตอบโต้ ลูกธนูจำนวนมากก็แหวกอากาศพุ่งเข้ามาทางเขา แต่ไม่ทันให้เขาขยับ ออพติมัสไพรม์ก็ยกแขนขึ้นป้องกัน ลูกธนูทั้งหมดกระทบเกราะเหล็กดัง ปั้งๆ โดยไม่ระคายผิว
เจิ้งมู่สีหน้าขรึมลงอีกครั้ง ข้อเสียเรื่องพลังโจมตีของเขาถูกเปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ ปืนคู่ “จุมพิตหมาป่า” ถึงจะเป็นอาวุธระดับหายากสีม่วง แต่เมื่อไร้สกิลเสริมของสายมือปืน แถมยังเจอศัตรูที่เลเวลสูงกว่าตนสิบขั้นและยังมีการต้านทานกายภาพในระดับหนึ่ง ทำให้พลังทำลายของเขาแทบไม่พอ
เขาเหลือบมองไปยังโลงแดงบนแท่นสูง ที่ยังนิ่งสนิท ที่นั่นชัดเจนว่าเป็นบอสใหญ่ของดันเจี้ยนนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาคิดมากอีกแล้ว
เจิ้งมู่ตะโกนลั่นออกมา
“ออพติมัส! T-800! โจมตีเต็มกำลัง! ฆ่ามันให้หมด!!”