- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 12 เพื่อนร่วมโรงเรียน อีกหนึ่งอาชีพระดับ A ของโรงเรียนหยุนถง
บทที่ 12 เพื่อนร่วมโรงเรียน อีกหนึ่งอาชีพระดับ A ของโรงเรียนหยุนถง
บทที่ 12 เพื่อนร่วมโรงเรียน อีกหนึ่งอาชีพระดับ A ของโรงเรียนหยุนถง
บทที่ 12 เพื่อนร่วมโรงเรียน อีกหนึ่งอาชีพระดับ A ของโรงเรียนหยุนถง
นอกจากกลุ่มนักเรียนหน้าใหม่ของโรงเรียนหยุนถงที่เพิ่งปลุกอาชีพสิบกว่าคนแล้ว ยังมีผู้ร่วมทีมอีกสิบกว่าคนที่ล้วนแล้วแต่มีลมหายใจหนักแน่น ทักษะอาชีพเข้ากันได้อย่างเหมาะสม กำลังเคลื่อนพลไปพร้อมกัน ระหว่างทางก็หยุดเป็นพัก ๆ เพื่อให้น้องใหม่ได้ลองต่อสู้กับมอนสเตอร์รอบ ๆ
นี่คือโอกาสให้พวกเขาได้อัปเลเวลและคุ้นเคยกับลักษณะเฉพาะของอาชีพตนเอง รวมถึงวิธีการต่อสู้
“ยิง ยิง ยิง ยิง ยิง! ยิงมันให้หมด!”
เสียงของหลีเฉิงคุนดังขึ้น เขาคือมือปืนไรเฟิลทองคำ ระดับ B ที่โดดเด่นที่สุดในทีม
ไม่ใช่แค่พลังโจมตีของเขาที่น่าทึ่งเท่านั้น เเต่ปืนไรเฟิลที่อยู่ในมือยังเป็นอาวุธคุณภาพ สีเขียวระดับดี และทุกครั้งที่ลั่นไก กระสุนจะสว่างวาบเป็นแสงสีทอง สร้างความอลังการจนหลีเฉิงคุนได้หน้าได้ตาไปเต็ม ๆ
ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง นักเรียนหน้าใหม่สองคนจากโรงเรียนหยุนถงยังต้องอาศัยการชี้แนะของทหารรับจ้างที่จ้างมาคุ้มกัน พยายามต่อสู้กับหมูหัวเหล็กเลเวล 5 อย่างทุลักทุเล
แต่ทางฝั่งหลีเฉิงคุน เขากลับลั่นไกเข้าหัวสองนัดติดๆ ปิดบัญชีหมูหัวเหล็กไปสองตัวอย่างง่ายดาย
ภาพแสงสีทองพวยพุ่งออกมาจากปืนไรเฟิลของเขา จนทำให้รอบข้างเต็มไปด้วยสายตาอิจฉา
เเละมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ไม่ยอมแสดงท่าทางนั้น นั่นคือหลั่นปิ่งเยว่ เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับเจิ้งมู่ และยังเป็นอาชีพระดับ A อีกคนหนึ่งเช่นกัน
“นายแน่ใจเหรอว่าเขาจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเซิ่งชิง? ฮึ ถ้ามันจริง ทำไมเขาถึงไม่มาวันนี้ ทั้งที่นี่คือโอกาสอัปเลเวลที่พวกเรารวมตัวกันจัดขึ้นมาแท้ ๆ?”
เธอพูดพลางหัวเราะเยาะ เเละเสริมต่อด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “คงหามุมเงียบ ๆ ผูกคอตายไปแล้วมั้ง!”
หากเป็นใครคนอื่นกล้าพูดถึงเพื่อนรักของตัวเองแบบนี้ หลีเฉิงคุนคงระเบิดอารมณ์ ยิงกระสุนใส่ปากไปแล้วหนึ่งนัดแน่นอน แต่เพราะคนที่พูดคือหลั่นปิ่งเยว่ ต่อให้เธอถ่มน้ำลายใส่หน้าเจิ้งมู่ต่อหน้าต่อตา เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากห้ามด้วยซ้ำ
หลีเฉิงคุนได้แต่เกาหัวแก้เขินพลางตอบเสียงเบา “คือ...เจิ้งมู่เขาเป็นคนมีความคิดของตัวเองนะ ตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ถึงฉันจะติดต่อเขาไม่ได้ แต่เขาไม่มีทางทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นแน่นอน”
หลั่นปิ่งเยว่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเหวี่ยงมีดสั้นเรียวยาวในมือออกไปฟันใส่มอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามา
“คมดาบน้ำแข็ง!”
“ลมเหนือเฉือน!”
เพียงสองกระบวนท่า หมูหัวเหล็กสามตัวตรงหน้าก็ถูกแช่แข็งจนกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วถูกคลื่นดาบซัดจนแตกกระจายเป็นเศษน้ำแข็ง
ร่างของหลั่นปิ่งเยว่ส่องประกายสีทองขึ้นมา เธอเลเวลอัปอีกครั้ง!
หลิวเหล่ย หัวหน้าทีมทหารรับจ้างที่รับผิดชอบภารกิจคุ้มกันครั้งนี้ ก็ได้เหลือบมองเธอพลางคิดในใจ “สมกับเป็นอาชีพระดับ A นักดาบสายลมหนาว ไม่ใช่แค่คุมสนามรบได้ ยังมีทั้งสกิลลดพลัง และท่าโจมตีที่ทรงพลัง ทักษะซ้อนกันขนาดนี้ ตราบใดที่ไม่มาตกม้าตายกลางทาง อนาคตต้องกลายเป็นยอดฝีมือแน่ ๆ”
พอนึกได้ดังนั้น หลิวเหล่ยก็อดคิดถึงอีกหนึ่งอาชีพระดับ A ของโรงเรียนหยุนถงไม่ได้ นั่นก็คือเจิ้งมู่ ที่ได้อาชีพช่างกล
แแต่เสียดาย...
ถ้าเป็นอาชีพระดับ A อื่นๆ ล่ะก็คงรุ่งแน่ แต่ดันเป็น “ช่างกล” ที่ไม่มีใครให้ความสำคัญนะสิ
หากปีนี้โรงเรียนหยุนถงสามารถปั้นอาชีพระดับ A ได้ถึงสองคนจริง ๆ ตำแหน่งและเกียรติยศที่จะส่งต่อไปยังเมืองหยุนถงก็คงช่วยยกระดับเมืองได้มาก สร้างผลประโยชน์ให้มหาศาล
เขาได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อย ไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป
เอาเข้าจริง แค่ปีนี้มีอาชีพระดับ A โผล่มาสองคนก็ถือว่าเหนือความคาดหมายแล้ว หลายเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ ปีนี้แทบไม่มีใครมีอาชีพระดับ A ปรากฏขึ้นมาเลย
“ทุกคนรวมตัว เราต้องรีบเดินต่ออีกหน่อย ถ้าคำนวณไม่ผิด พวกเราจะถึงเมืองศพเน่าตอนฟ้าสาง พอดีกับช่วงกลางวันที่เหล่ามอนสเตอร์ในเมืองศพเน่าจะถูกกดพลังไว้ ทำให้พวกเราฆ่ามันได้ง่ายขึ้น!”
ในเวลาเดียวกัน…
เสียงเครื่องยนต์ของออพติมัสไพรม์ ก็ดังมาจากวิทยุ
“ท่านผู้ครอบครอง เราใกล้เข้าสู่เขตเป้าหมายแล้ว...”
เจิ้งมู่ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองออกไปนอกกระจก เห็นเส้นขอบฟ้าพร้อมกับเงากลุ่มใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในป่ามืดมิด
ความมืดบริเวณนั้นดำทะมึนยิ่งกว่ารอบข้าง เหมือนสัตว์ร้ายกำลังอ้าปากรอเหยื่อเดินเข้าไป
ที่นั่นก็คือ เมืองศพเน่า
ว่ากันว่าระดับความอันตรายอาจจะไม่ถึงขั้นเทียบเท่าซากพิษร้าง แต่ความน่าขนลุกและความสยดสยองนั้น ทิ้งห่างกันราวฟ้ากับเหว
ต่างจากพวกแมวพิษกับสไลม์ ที่นี่เต็มไปด้วยซอมบี้ แมลงพิษ ปีศาจ และแม้แต่ภูตผีระดับต่ำ
ถ้าไม่ใช่ว่าลูกน้องของเจิ้งมู่คือกองทัพจักรกลไร้หัวใจที่ไม่โดนผลกระทบทางจิตใจ เขาคงไม่บ้าพอที่จะเลือกเมืองศพเน่าเป็นสถานที่เก็บเลเวลเด็ดขาด
ยิ่งใกล้เข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งเย็นยะเยือก และในความมืดบนถนนเบื้องหน้า ก็เริ่มปรากฏเงาคนโซเซไปมา
...
“อ๊ากกกก!!!”
เสียงคำรามน่าสะพรึงดังขึ้นทันทีเมื่อรถออพติมัสแล่นเข้ามา
ซอมบี้กลายพันธุ์หลายตัวหน้าตาเละเทะน่าสะอิดสะเอียนกระโจนพุ่งเข้ามาใส่รถอย่างบ้าคลั่ง
【ชื่อ: ซากศพกลายพันธุ์ติดพิษ】
【เผ่าพันธุ์: อสูรผี】
【เลเวล: 15–19】
【สกิล: ไร้ความเจ็บ Lv2, ร่างแข็ง Lv2, พิษกัดกร่อน Lv2, ไล่ล่าโลหิต Lv1】
จริง ๆ พวกนี้ยังไม่ถือว่าเป็นซอมบี้เต็มตัวด้วยซ้ำ เพียงแค่เป็นมนุษย์ที่ถูกพิษซากศพกลืนกินจนกลายพันธุ์
พวกมันพุ่งชนกระแทกรถแรงขนาดนั้น ปกติคงสิ้นชีพไปนานแล้ว แต่กลับกลิ้งตกไปข้างทางแล้วก็ยันร่างบิดเบี้ยวกลับลุกขึ้นมาได้อีก
“ก็จริงอย่างที่คิด แม้ไม่ใช่ซอมบี้ แต่คุณสมบัติไร้ความเจ็บ ร่างกายแข็งแกร่ง ฆ่าไม่ตายถ้าไม่เจาะจุดอ่อนครบถ้วนเลยแฮะ...”
เจิ้งมู่พึมพำ ก่อนที่ ‘ลิ้นโลหะ’ ของลิคเกอร์จักรกล ที่เฝ้าอยู่บนหลังคารถจะหายวับเข้าไปในความมืด
เพียงครู่เดียว เสียงเฉือนแหวกดังแว่วมา และบนหน้าจอระบบของเจิ้งมู่ก็มีข้อความเด้งขึ้น
【คุณได้สังหาร ซากศพกลายพันธุ์ติดพิษ Lv16 ได้รับค่าประสบการณ์ 141 , ได้รับวัตถุดิบสีเขียว “สมองกลายพันธุ์”】
【คุณได้สังหาร ซากศพกลายพันธุ์ติดพิษ Lv16 ได้รับค่าประสบการณ์ 140 】
【คุณได้สังหาร ซากศพกลายพันธุ์ติดพิษ Lv15 ได้รับค่าประสบการณ์ 121 】
ท่ามกลางความเงียบงัน ลิ้นโลหะยาววับวาบสะท้อนแสงเย็นเฉียบ พุ่งเข้ามาในห้องโดยสารวางลูกแก้วแสงสีเขียวลงในมือของเจิ้งมู่อย่างเบามือ
เขายิ้มพอใจ เก็บเข้ากระเป๋า มองไปยังความมืดดำเบื้องหน้าแล้วกระซิบแผ่ว ๆ
“เด็กดี... ต่อไปก็ต้องฝากพวกแกแล้วล่ะ”