- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 1 โลกคู่ขนานของผู้เกิดใหม่, พิธีปลุกอาชีพ
บทที่ 1 โลกคู่ขนานของผู้เกิดใหม่, พิธีปลุกอาชีพ
บทที่ 1 โลกคู่ขนานของผู้เกิดใหม่, พิธีปลุกอาชีพ
บทที่ 1 โลกคู่ขนานของผู้เกิดใหม่, พิธีปลุกอาชีพ
“นักเรียนห้อง ม.6/2 เตรียมตัวไปยังห้องฝึกซ้อม เพื่อเข้าร่วมพิธีปลุกอาชีพ ขอให้ทุกคนรักษาความเรียบร้อย ระหว่างพิธีห้ามเคลื่อนไหวตามใจ มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ปลุกอาชีพทันที!”
“ครูประจำชั้นและครูผู้รับผิดชอบแต่ละห้อง กรุณาดูแลจัดแถวพานักเรียนเข้าพิธีอย่างมีระเบียบ”
เสียงประกาศจากลำโพงดังก้องไปทั่วโรงเรียนหยุนถง บรรยากาศในห้องเรียนที่เดิมทีเต็มไปด้วยเสียงคุยเล่นก็เงียบกริบลงทันตา กลายเป็นความตึงเครียดอย่างยากจะปกปิด
“โธ่เอ๊ย! ไวขนาดนี้เลยเหรอ? ห้องสองเสร็จแล้ว งั้นต่อไปก็คือพวกเราแล้วสิ!”
“ไม่ไหวแล้วว่ะ พ่อคุณเอ๊ย… ขาฉันมันสั่นไม่หยุดเลย! เฮ้ย ถ้าฉันดันปลุกอาชีพไม่สำเร็จขึ้นมา พ่อฉันคงได้แล่หนังฉันออกเป็นแน่!”
เสียงเพื่อนขี้กังวลดังข้างหูทำให้เจิ้งมู่เผลอกำหมัดแน่น ทั้งที่ในใจเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่สีหน้ากลับแสร้งทำเป็นเฉยๆ พลางกลอกตาใส่
“หรือบางทีพ่อของแกอาจจะจับแกโยนลงบ่อปูน แล้วโบกไว้ใต้ตึกสักแห่งก็ได้นะ”
คำประชดทันควันทำเอาเพื่อนสนิทของเขา หลีเฉิงคุน เงียบกริบไปทันที ก่อนจะชี้นิ้วใส่เจิ้งมู่ด้วยใบหน้าซีดเผือด
กว่าครู่หนึ่งถึงจะกัดฟันพูดออกมาได้ว่า “อย่ามาทำเก๊ก! แกไม่เคยสั่นขา แต่ตอนนี้ขาแกสั่นเหมือนคนเป็นพาร์กินสันเลยนะโว้ย!”
เจิ้งมู่เพียงแค่มุมปากกระตุก เขาเข้าใจดีว่าความกังวลของเพื่อนนั้นไม่ได้ไร้เหตุผล ตั้งแต่หายนะครั้งใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน โลกที่ถูกเรียกว่า “บลูสตาร์” ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันกลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วย อาชีพผู้ปลุกพลัง และ มอนสเตอร์
ทุกคนเมื่ออายุครบสิบแปดปีจะต้องเข้าร่วมพิธีปลุกอาชีพ หากไม่สามารถได้รับการยอมรับจาก “พลังแห่งโลก” ชีวิตที่เหลืออยู่ก็จะกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ไร้ค่า
ต่อให้เป็นเขา... “เจิ้งมู่” ผู้ที่กลับมาเกิดใหม่ในโลกคู่ขนานนี้ ใช้ชีวิตวัยรุ่นอีกครั้งถึงสิบแปดปีเต็ม ผ่านมาแล้วทั้งความสำเร็จและความรุ่งโรจน์ จนกลายเป็นทั้งนักเรียนหัวกะทิและหนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของโรงเรียน แต่เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าพิธีครั้งสำคัญเช่นนี้ เขาก็ยังอดรู้สึกกดดันจนใจเต้นแรงไม่ได้
เพราะเขาเห็นมานักต่อนักแล้ว เเม้เเต่รุ่นพี่ที่เก่งกาจทั้งการเรียนและความสามารถ แต่กลับล้มเหลวในพิธีปลุกอาชีพ บางคนไม่ได้แม้แต่อาชีพเสริมเล็กๆ สุดท้ายก็ถูกโชคชะตาปฏิเสธไปทั้งชีวิต
สำหรับเจิ้งมู่ โลกนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับเกมออนไลน์ใหญ่ยักษ์หนึ่งเกม ส่วนเหล่าผู้ปลุกพลัง…ก็คือ “ผู้เล่น” ของเกมนี้
ซึ่งประเภทอาชีพถูกแบ่งออกเป็นสามสายใหญ่ๆ
-สายต่อสู้: นักรบ, นักเวท, นักธนู, นักฆ่า
-สายสนับสนุน: นักบวช, นักวาดผังอาคม, ผู้ควบคุมสัตว์
-สายดำรงชีพ: พวกที่แทบจะอยู่แต่ในเมือง ไม่ออกไปลุยในป่า
แน่นอนว่าในอาชีพเดียวกันก็ยังมีความแตกต่างอีกระดับหนึ่ง คือ อาชีพเสริมพิเศษ (อาชีพสายซัพพอร์ตเพิ่มประสิทธิภาพ) ที่หายากยิ่ง ซึ่งใครที่ได้รับอาชีพเสริมเหล่านี้ไป ก็มักจะกลายเป็นที่หมายตาของบรรดาองค์กรใหญ่ทันที
เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของบลูสตาร์ จะเห็นได้ว่าผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแทบทั้งหมด… ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ครอบครองอาชีพเสริมพิเศษแทบทั้งสิ้น
ขณะที่ความคิดของเจิ้งมู่กำลังฟุ้งซ่าน เสียงประกาศจากลำโพงก็ดังขึ้นอีกครั้ง ห้องสองเสร็จเรียบร้อยแล้ว… ถึงคิวของพวกเขาเสียที
นักเรียนทุกคนเดินออกจากห้องด้วยท่าทีเคร่งเครียด ราวกับนักโทษที่ถูกพาออกไปยังลานประหาร
“ว้าย! หยุดเขาไว้!!!”
เสียงกรีดร้องแหลมดังมาจากชั้นบน เจิ้งมู่เงยหน้าขึ้นก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งตกลงมาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งโผล่มาอุ้มรับไว้ได้ทัน
หลีเฉิงคุนที่ยืนข้างๆ รีบคว้าเสื้อเจิ้งมู่แน่น ใบหน้าขาวซีดจนแทบไร้สีเลือด ถึงแม้เรื่องแบบนี้จะเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ แต่พอเกิดขึ้นกับคนในรุ่นเดียวกัน มันก็ยังสร้างความหวาดกลัวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทุกคนต่างรู้ดี... นักเรียนที่พยายามฆ่าตัวตายเมื่อครู่ ก็คือคนที่ปลุกอาชีพล้มเหลว
“ทุกคนใจเย็น! อย่าหวาดกลัวไป ถึงแม้จะปลุกอาชีพไม่สำเร็จ ก็ยังมีอนาคตที่ดีรออยู่ คนธรรมดาไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีแต่ความมืดมน เราส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาเหมือนกัน!”
เสียงราบเรียบของครูประจำชั้นห้อง 3 อาจารย์สวีเฉิงกวง ดังขึ้น เขาเป็นถึงนักรบเลเวล 39 ที่สามารถกระโดดขึ้นตึกสามชั้นได้อย่างง่ายดาย ทว่า… คำพูดปลอบใจจากปากของ “ผู้แข็งแกร่ง” ในสายตาของพวกเด็กๆ นั้น แทบไม่อาจช่วยอะไรได้เลย
บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่ว ขณะที่นักเรียนทั้งหมดก้าวเข้าสู่โรงยิม ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นสถานที่ประกอบพิธี
ไม่มีการแสดงโอ่อ่าหรือคำปราศรัยสวยหรู มีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาพันธ์ผู้ปลุกอาชีพแห่งเมืองหยุนถง พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมการศึกษาและคณะผู้บริหารโรงเรียนที่นั่งเรียงรายอยู่ด้านหน้า
“คนแรก เหลียงไห่!”
นักเรียนชายร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นไปยังแท่นพิธี วางมือลงบนคริสตัลปลุกอาชีพ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางเวที เวลาผ่านไปทีละนาที…จนถึงห้านาทีเต็ม ก็ยังไม่มีแสงใดๆ ปรากฏ
ความโหดร้ายของพิธีนี้เผยออกมาให้เห็นตรงหน้า
“ไม่…! คุณครู! ขอเวลาผมอีกหน่อย ผมต้องทำได้แน่! ผม…”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ร่างของเหลียงไห่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ทหารสองนายเข้ามาประคองออกไปอย่างเฉยชา เสียงตะโกนสิ้นหวังยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโรงยิม ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ประกาศชื่อนักเรียนต่อไปโดยไม่สะทกสะท้าน
“คนต่อไป หลิวต้าซาน!”
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น แสงสว่างก็พุ่งออกมาจากคริสตัลในที่สุด
“หลิวต้าซาน อาชีพนักรบ ระดับ D! อาชีพธรรมดา!”
ถึงจะเป็นเพียงอาชีพนักรบระดับต่ำสุด แต่เสียงอิจฉาและแสดงความยินดีก็ดังขึ้นจากแถวด้านล่างทันที
“ปลุกอาชีพได้แล้ว! ถึงจะเป็นเพียงนักรบธรรมดา แต่สายนี้มีอนาคตแน่นอน ถ้าขยันฝึกฝน อย่างน้อยก็ไปทำงานราชการได้ไม่ยาก”
“ช่างเป็นเรื่องน่าขันจริงๆ เหลียงไห่ที่เก่งขนาดนั้นยังล้มเหลว แต่หลิวต้าซานที่เอาแต่หลับในห้องเรียน กลับทำสำเร็จจนได้”
“นับแต่นี้ชีวิตทั้งคู่คงแตกต่างกันราวฟ้ากับดินแล้วสิ”
“เงียบหน่อย! พวกเรายังไม่ได้ปลุกอาชีพนะ ตอนนี้ไปหาเรื่องเขา ระวังจะซวยเอา”
เสียงซุบซิบค่อยๆ เงียบลง พิธียังคงดำเนินต่อไป มีทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จสลับกันไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง…
“หลีเฉิงคุน!”
เพื่อนสนิทของเจิ้งมู่ถูกเรียกชื่อ เขาก้าวขึ้นเวทีด้วยท่าทางตื่นเต้น มือเพิ่งแตะคริสตัล แสงสว่างเจิดจ้าก็พลันสาดประกายออกมา
“หืม? อาชีพเสริมพิเศษงั้นหรือ?”
เสียงฮือฮาดังไปทั่วทั้งหอ ประกอบกับบรรดาผู้บริหารที่นั่งดูอยู่ต่างหันมาสนใจ
“หลีเฉิงคุน อาชีพสายต่อสู้, มือปืนระดับ B, อาชีพเสริมพิเศษ: พลปืนทองคำ!”
“ฮ่าๆๆ! เจิ้งมู่! ดูสิว่าฉันได้อาชีพเสริมพิเศษแล้ว! แถมยังระดับ B อีกต่างหาก!”
เขาตะโกนอย่างตื่นเต้นพร้อมโบกมือไปทางเพื่อนรัก เจิ้งมู่ยิ้มกว้างและปรบมือให้ด้วยความจริงใจ
อนาคตของหลีเฉิงคุนสว่างไสวขึ้นมาในทันตา อาชีพระดับ B ไม่ว่าในเมืองหยุนถงหรือแม้แต่ทั่วทั้งเขตเฮยจิน ล้วนสามารถสร้างชื่อเสียงได้แน่นอน
และแล้ว ในขณะที่หลีเฉิงคุนกำลังรับคำยินดีจากเหล่าผู้บริหาร…
เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยที่สุดก็ดังขึ้นในที่สุด
“เจิ้งมู่!”