- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 337.ที่แท้...คุณหนูใหญ่ผู้นี้คือจักรพรรดินีงั้นหรือ?
337.ที่แท้...คุณหนูใหญ่ผู้นี้คือจักรพรรดินีงั้นหรือ?
337.ที่แท้...คุณหนูใหญ่ผู้นี้คือจักรพรรดินีงั้นหรือ?
หยุนเฉียนเฉียนถึงร่างกายจะเล็กแต่ไม่ใช่คนโง่
จะไม่รู้ได้ยังไงว่ารวมทั้งหยุนจีและคนในบ้านทุกคนล้วนมองนางเป็นเด็กน้อย?
พวกนางยังพอว่าแม้แต่เด็กตัวเล็กๆในบ้านยังมองนางเป็นเด็ก
ในใจจะไม่รู้สึกน้อยใจได้ยังไง
แต่ปัญหาแก้ไม่ได้นางจะทำอะไรได้ล่ะ
อาจเพราะบางส่วนยอมแพ้ต่อชะตาจึงเลือกใช้ชีวิตไร้กังวลมาหลายปี
อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดมาก!
แต่ตอนนี้แม้แต่นางเองก็ไม่คิดว่าเฉินเลี่ยจะพูดออกมาว่ารู้แล้วว่าปัญหาของนางอยู่ที่ไหน
หลังถูกหยุนจีตำหนิหยุนเฉียนเฉียนก็ไม่กล้าพูดเสียงดังอีก
แต่ปากยังอดไม่ได้ที่จะบ่นเบาๆ
“ก็ได้ข้าไม่พูดแล้ว!”
“ให้มันพูดไป”
“ข้าจะดูซะหน่อยว่าเจ้านี่จะพูดอะไรออกมาได้!”
“ในสมองคุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ได้ขาดอะไรสักหน่อย”
“ถ้ากล้าพูดมั่วๆข้าจะทุบหัวมันให้แตก!”
เฉินเลี่ยไม่ได้สนใจคำขู่ “ดุร้าย” ของโลลิตัวน้อย
หยุนจีมองเฉินเลี่ยอย่างจริงจัง
“เลี่ยเอ๋อร์เดี๋ยวข้าจะจัดการนางให้ดีกว่านี้ตอนนี้เจ้าอย่าคิดมากับนางเลย!”
“ก่อนอื่นบอกข้าก่อนว่าเฉียนเฉียนเป็นอะไรกันแน่ทำไมถึงยังไม่โตขึ้นมาถึงตอนนี้!”
เมื่อเห็นแม่ยายผู้งดงามดูเหมือนจะอยากรู้คำตอบมาก
ในขณะนี้เฉินเลี่ยก็ไม่ได้อ้อมค้อมเลยพูดตรงๆทันที
“ท่านแม่ท่านคงรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง สามวิญญาณ เจ็ดจิตวิญญาณของมนุษย์ธรรมดากับวิญญาณต้นกำเนิดของผู้บ่มเพาะความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคืออะไรใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินเฉินเลี่ยพูดหยุนจีก็พยักหน้าทันที
“แน่นอนว่าข้ารู้!”
“สามวิญญาณ เจ็ดจิตวิญญาณ เป็นคำเรียกของมนุษย์ธรรมดาที่จริงแล้วหลังจากเปิดเส้นทางการบ่มเพาะเมื่อขอบเขตสูงขึ้นสามวิญญาณเจ็ดวิญญาณของมนุษย์ธรรมดาจะหลอมรวมกันกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าวิญญาณต้นกำเนิด!”
หยุนจีเพิ่งพูดจบเฉินเลี่ยก็พูดต่อทันที
“ถูกต้อง!”
“ปัญหาที่เฉียนเฉียนเป็นอยู่ตอนนี้ก็เกี่ยวข้องกับวิญญาณต้นกำเนิด!”
“แต่จะเรียกมันว่าวิญญาณต้นกำเนิดก็ไม่ค่อยเหมาะนัก”
“ข้าอยากเปลี่ยนชื่อเรียกมันใหม่เรียกว่า ‘วิญญาณเซียน’ จะดีกว่า!”
มนุษย์มีวิญญาณต้นกำเนิด เซียนก็มีวิญญาณเซียน
วิญญาณต้นกำเนิดเกิดจากการหลอมรวมสามวิญญาณเจ็ดวิญญาณของมนุษย์
วิญญาณเซียนก็เช่นกันคือสิ่งที่วิญญาณต้นกำเนิดก้าวหน้าขึ้นไปเมื่อผู้บ่มเพาะบรรลุถึงขอบเขตเซียน!
มนุษย์ธรรมดาไม่มีวิญญาณต้นกำเนิดเท่ากับไม่มีจิตวิญญาณและจิตสำนึกมีชีวิตอยู่ก็เหมือนศพเดินได้
สำหรับเซียนในโลกเบื้องบนก็เช่นเดียวกัน
ต่อให้ร่างกายของเซียนถูกทำลายแต่ตราบใดที่วิญญาณเซียนยังคงอยู่ก็สามารถหลอมร่างกายใหม่ได้
สถานการณ์ของหยุนเฉียนเฉียนตอนนี้ก็เกี่ยวข้องกับการสูญเสียวิญญาณเซียน!
สงครามจักรพรรดิเซียนในโลกเบื้องบนครั้งนั้นดุเดือดเกินไปจริงๆ
ผู้บ่มเพาะต่อสู้กันยังรู้ว่าต้องตัดรากถอนโคน
เซียนในโลกเบื้องบนจะไม่เข้าใจเหตุผลนี้ได้อย่างไร?
เพื่อไม่ให้ศัตรูฟื้นคืนชีพได้พวกมันจะไม่ให้โอกาสการกลับชาติมาเกิดเด็ดขาด
ดังนั้นเมื่อเทียบกับการทำลายร่างกาย
แต่เซียนในโลกเซียนจะให้ความสำคัญกับการทำลายวิญญาณเซียนให้สิ้นซากมากกว่า!
ตราบใดที่วิญญาณเซียนถูกทำลายก็กลับชาติมาเกิดไม่ได้!
ตอนนี้หยุนเฉียนเฉียนก็อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้!
ต้องยอมรับว่าร่างก่อนหน้าของนางคือจักรพรรดินีชิงเหอ นับว่ายอดเยี่ยมจริงๆ!
ถูกจักรพรรดิเซียนหลายคนที่ไม่ด้อยกว่าตนเองล้อมโจมตี ยังสามารถแยกเศษเสี้ยววิญญาณเซียนหลบหนีออกมาได้!
ต้องรู้ว่านางถูกซุ่มโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวขณะที่จักรพรรดิเซียนฝั่งตรงข้ามเตรียมการมาอย่างสมบูรณ์แบบ!
จากตรงนี้ก็เห็นได้ว่าจักรพรรดินีชิงเหอมีความสามารถอย่างแท้จริงเป็นหญิงงามอัจฉริยะผู้เลื่องชื่อ!
โดยปกติแล้ววิญญาณเซียนจะต้องสมบูรณ์ทั้งหมดจึงจะสามารถหลอมร่างกายใหม่ได้
หากเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณเซียนก็จะค่อยๆสลายตัวไปเองในฟ้าดินอย่างช้าๆ
ก็ต้องขอบคุณที่เป็นวิญญาณเซียนของจักรพรรดิเซียนจึงแข็งแกร่งยิ่งนักเศษเสี้ยววิญญาณเซียนของจักรพรรดินีชิงเหอจึงไม่สลายหายไป
แต่ต่อให้ไม่สลายก็ยังไม่สามารถหลอมร่างกายใหม่หรือกลับชาติมาเกิดได้
ในขณะนั้นจักรพรรดินีชิงเหอจึงตัดสินใจครั้งใหญ่!
นั่นคือการข้ามผ่านหกวิถีสังสารวัฏบังคับให้กลับชาติมาเกิด!
แสงสวรรค์ที่พุ่งใส่มารดาของหยุนเฉียนเฉียนก็คือเศษเสี้ยววิญญาณเซียนที่จักรพรรดินีชิงเหอหลบหนีออกมา
เหตุใดจึงปรากฏในโลกเบื้องล่างเพราะจักรพรรดินีชิงเหอฉีกช่องทางมิติอย่างรุนแรง
เรียกว่าเป็นร่างกลับชาติมาเกิดแต่จะเรียกหยุนเฉียนเฉียนว่าเป็นจักรพรรดินีชิงเหอเองจะเหมาะสมกว่า!
เพราะสภาพของหยุนเฉียนเฉียนตอนนี้ก็คือรูปลักษณ์ในวัยเยาว์ของจักรพรรดินีชิงเหอ!
จักรพรรดินีชิงเหอจึงเกิดใหม่ในครรภ์มารดาของหยุนเฉียนเฉียน
เหตุใดจึงไม่โตเหตุใดจึงบ่มเพาะไม่ได้?
ก็เพราะนางเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณเซียนไม่สมบูรณ์และไม่ครบถ้วน
หลังจากเฉินเลี่ยเล่าทุกอย่างนี้ให้หยุนจีฟังอย่างช้าๆ
ในขณะนี้ห้องใหญ่ห้องนี้ทุกคนล้วนตะลึงงัน!
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหยุนเฉียนเฉียนที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวจะมีภูมิหลังระดับนี้
แม้แต่หยุนเฉียนเฉียนเองก็ตกตะลึง
อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
“สวรรค์!...ที่แท้ข้าเป็นจักรพรรดินีจากโลกเบื้องบนงั้นหรือ?”
“อย่างนั้นต่อไปพวกเจ้าที่เห็นข้าจะต้องคุกเข่าคำนับข้าทุกคนใช่ไหม??”
ยังไม่ทันที่หยุนเฉียนเฉียนจะพูดจบหยุนจีก็เคาะหัวนางอย่างแรง!
เจ็บจนเด็กตัวน้อยน้ำตาคลอ
“พี่สาว...ทานเคาะข้าทำไม??”
“เพื่อให้เจ้าจำให้ขึ้นใจ! ไปๆๆอะไรจักรพรรดินีโลกเบื้องบน ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นตอนนี้อย่างน้อยในที่นี่เจ้ายังเป็นน้องสาวของข้าหยุนจี!”
“.........”
เพราะชอบหยุนจีจริงๆโลลิน้อยจึงไม่โกรธนางจริงจัง
เมื่อเห็นนางลืมตากลมโตสวยงามมองตนหยุนจีก็เอ็นดูบีบแก้มป่องๆของหยุนเฉียนเฉียนแล้วหันไปพูดกับเฉินเลี่ยอย่างจริงจัง
“เลี่ยเอ๋อร์ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่หลอกแม่!”
“เจ้าบอกว่าเฉียนเฉียนเป็นจักรพรรดินีที้กลับชาติมาเกิดแม่ก็เชื่อว่านางคือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด!”
“ตอนนี้ประเด็นสำคัญไม่ใช่ที่มาที่ไปแล้ว”
“แต่คือปัญหาที่นางบ่มเพาะไม่ได้และไม่โตขึ้นจะแก้ไขได้หรือไม่?”
เฉินเลี่ยพยักหน้า
“แน่นอนว่ามี!”
“วิญญาณเซียนของจักรพรรดิเซียนแข็งแกร่งยิ่งนักต่อให้เป็นเพียงเศษเสี้ยวก็ไม่ใช่สิ่งที่สลายไปได้ง่ายๆ!”
“ตราบใดที่มีสมบัติล้ำค่าของฟ้าดินที่เหมาะสมก็สามารถช่วยฟื้นฟูวิญญาณเซียนของนางได้”
“เพียงแต่ว่าสมบัติล้ำค่าของฟ้าดินที่สามารถฟื้นฟูวิญญาณเซียนจักรพรรดิเซียนได้อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับสมุนไพรเซียนหรือโอสถเซียนตัวจริง!”
“ในโลกเซียนจะหาสิ่งนี้ได้ง่ายแต่ในโลกเบื้องล่าง......”
ยังไม่ทันที่เฉินเลี่ยพูดจบหยุนจีก็เข้าใจความหมายแล้ว
สมุนไพรเซียน โอสถเซียน ในโลกเซียนย่อมไม่ขาด
แต่ในโลกเบื้องล่างจะหาที่ไหนได้?
เหมือนในทะเลหาปลาน้ำจืดไม่ได้เลยเป็นสิ่งที่ไม่อาจปรากฏขึ้นมาได้
คิดได้ดังนั้นดวงตาสวยงามของหยุนจีก็เริ่มหมองลง
เมื่อเห็นแม่ยายผู้งดงามดูเศร้าใจ
วินาทีถัดมาเฉินเลี่ยก็ยิ้มแล้วพูดต่อ
“ท่านแม่อย่าเพิ่งเศร้าใจนักฟังข้าพูดให้จบก่อน!”
“ที่ข้าอยากบอกคือ”
“สิ่งนี้ในโลกเบื้องล่างถึงจะหายากแต่ก็ไม่ได้หาไม่ได้เลย!”
“ข้าพอรู้สถานที่หนึ่งที่มีสมุนไพรเซียนที่สามารถฟื้นฟูวิญญาณเซียนของเฉียนเฉียนได้!”