- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 223.ทั้งครอบครัวนี้ล้วนเป็น “คนโหดเหี้ยม” ทั้งนั้นเลย!
223.ทั้งครอบครัวนี้ล้วนเป็น “คนโหดเหี้ยม” ทั้งนั้นเลย!
223.ทั้งครอบครัวนี้ล้วนเป็น “คนโหดเหี้ยม” ทั้งนั้นเลย!
อย่ามองว่าหลู่เซียนเหยามีรูปลักษณ์ไร้เทียมทาน
แต่ที่แท้ “ปาก” ของนางก็โหดร้ายไร้เทียมทานเช่นกันเรียกได้ว่าในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียนไม่มีใครเทียบได้
ใครเล่าจะไม่รู้ว่าหลู่เซียนเหยาได้รับฉายา “ปากอสรพิษอันดับหนึ่งแห่งเหยาเถียน”
แต่บัดนี้นางถึงกับรู้สึกว่าตนเองพบเจอคู่ต่อสู้ตัวจริง
เมื่อเผชิญหน้ากับความ “ไร้เดียงสา” ของเด็กสาวตัวน้อยสามคน
หลู่เซียนเหยารู้สึกพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!
“ข้า...ข้าไม่แต่งงานได้หรือไม่!”
“ไม่ได้! แม้พี่สาวจะไม่ยอมแต่พวกเราก็จะไม่ปล่อยให้พี่สาวจากไปหรอกนะเจ้าค่ะ!”
หลู่เซียนเหยาอดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่น
“ให้ข้าแต่งงานกับบิดาของพวกเจ้าแล้วมารดาของพวกเจ้าจะยอมหรือ?”
“ยอมแน่นอนมารดาของพวกเราปกติไม่เคยยุ่งเรื่องที่ท่านพ่อจะรับสนมเลยพี่สาวจึงไม่ต้องดิ้นรนต่อต้านโชคชะตาของตนอีกแล้ว!”
“.........”
พูดจบเด็กสาวคนรองของเฉินเลี่ย เฉินโม่โม่ ก็ไม่รู้คิดอะไรขึ้นมาจึงเสริมอีกสองประโยค
“อ้อ แล้วพี่สาวก็อย่าคิดหนีไปนะเจ้าค่ะ!”
“พลังบ่มเพาะของพี่สาวอ่อนแอมากเลยสู้พวกเราได้สามคนไม่ได้หรอก!”
พลังบ่มเพาะอ่อนแอ?
ตนเองอย่างน้อยก็เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียนกลับถูกเด็กสาวตัวน้อยสามคนบอกว่าพลังบ่มเพาะอ่อนแอ?
ทว่าขณะที่หลู่เซียนเหยาจะเอ่ยอะไรเพื่อพิสูจน์ตนเอง
นางเผลอสัมผัสกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างเด็กสาวตัวน้อยทั้งสาม
แล้ว...หลู่เซียนเหยาก็ชะงักไปหน้าซีดเผือดทันที!
ในสามบุตรสาวของเฉินเลี่ย
ผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดคือบุตรสาวคนโต เฉินซีซี
นางมีสายเลือดสูงสุดที่ครอบครองพลังกลืนกิน
ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ก็ได้รับการบำรุงด้วยทรัพยากรของตระกูลเจียงอย่างบ้าคลั่ง
เกิดมาก็เป็นถึงขอบเขตวงล้อสวรรค์ขั้นสมบูรณ์
หลังจากบ่มเพาะมาอีกหลายปี
บัดนี้ถึงขอบเขตเทพฤทธิ์ขั้นสามแล้ว
เฉินโม่โม่และเฉินซีเหยียนพรสวรรค์ด้อยกว่าเล็กน้อย
ต้องเริ่มบ่มเพาะจากขั้นต้น
แต่คนหนึ่งมีกระดูกสูงสุดอีกคนมีเนตรศักดิ์สิทธิ์
พรสวรรค์จะอ่อนแอได้อย่างไรกัน?
จนถึงบัดนี้คู่แฝดเด็กสาวทั้งสองยังคงอยู่ที่ขอบเขตวงล้อสวรรค์
ถึงเพิ่งทะลวงเข้าได้ไม่นานแต่ก็เหนือกว่าหลู่เซียนเหยาที่ยังค้างอยู่ที่ขอบเขตแปลงเทพหลายขั้น!
เด็กสาวตัวน้อยทั้งสาม
เพียงคนเดียวก็แผ่กลิ่นอายเทียบเท่าประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาเถียนของนางแล้ว
นี่...เด็กสาวตัวน้อยคนนี้ถึงขอบเขตเทพฤทธิ์แล้วงั้นหรือ?
ส่วนคู่แฝดทั้งสองนางสัมผัสพลังไม่ได้เลย
อย่างน้อยก็ต้องเหนือกว่าขอบเขตวงล้อสวรรค์จึงจะมีกลิ่นอายเช่นนี้ได้
เด็กสาวตัวน้อยสามคนนี้มาจากไหนกัน?
เมื่อสัมผัสกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากทั้งสาม
หลู่เซียนเหยาถึงกับตะลึงงัน!
นางอึ้งอยู่นานกว่าจะเอ่ยคำได้สักคำ
“พวกเจ้า...พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”
“เป็นใครไม่สำคัญหรอกที่สำคัญคือพอพี่สาวต้องแต่งงานกับท่านพ่อแล้วพวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันเจ้าค่ะ!”
เฉินโม่โม่ตอบอย่างจริงจัง
แต่ยังไม่ทันที่หลู่เซียนเหยาจะตอบอะไร
ประตูห้องก็ถูกผลักออก
จากนั้นเสียงชายหนุ่มที่ทั้งขบขันและอึ้งอังก็ดังขึ้น
“พอได้แล้ว ซีซี โม่โม่ พวกเจ้าอย่าแกล้งพี่สาวคนนี้ต่อเลย!”
ไม่เพียงเสียงที่ทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยเสน่ห์
ใบหน้าของชายผู้นั้นยังทำให้หลู่เซียนเหยาตะลึงงัน
รูปโฉมหล่อเหลาไร้ที่ติและผมสีเงินพลิ้วไสว
กลิ่นอายราวกับเซียนหลุดมาจากภาพวาด
นี่...ชายผู้นี้หล่อเหลาขนาดนี้เลยหรือ?
เขา...คือ “ท่านพ่อ” ที่เด็กสาวตัวน้อยสามคนพูดถึงงั้นหรือ?
เมื่อเห็นในที่สุดก็มีผู้ใหญ่เข้ามาหลู่เซียนเหยาถึงกับโล่งอกในใจ
แต่ไม่คาดคิดคำพูดต่อมาของชายผู้นี้กลับทำให้หัวใจนางสั่นสะท้าน!
“สาวงามผู้นี้เพิ่งฟื้นคืนสติได้ไม่นาน”
“ต่อให้จะรับเป็นสนมก็ต้องรอให้ร่างกายนางฟื้นฟูก่อน!”
“คนมาถึงมือเราแล้วยังกลัวว่านางจะหนีไปได้อีกหรือ?”
“............”
เห็นชายหนุ่มผู้นี้ใช้ใบหน้าที่หล่อเหลาที่สุดพูดคำพูดที่ “โหดเหี้ยม”
ในชั่วขณะนั้นใบหน้าของหลู่เซียนเหยาแข็งทื่อ
นานทีเดียวนางถึงฝืนยิ้มออกมาได้
“ท่าน...คุณชายผู้นี้อย่าได้ล้อเล่นเรื่องเช่นนี้เลย!”
“ข้า...ข้ายังคงบริสุทธิ์อยู่...”
ยังไม่ทันที่นางพูดจบ
เฉินเลี่ยก็มองนางด้วยสายตายิ้มๆแต่ไม่ยิ้ม
“เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าข้าล้อเล่น?”
“บุตรสาวข้าพูดถูกแล้วบุญคุณในการช่วยชีวิตย่อมต้องตอบแทนด้วยร่างกายมิใช่หรือ?”
“หรือว่าเจ้าจะไม่ยอมแต่งกับข้า?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเลี่ยไม่รู้เฉินโม่โม่นึกอะไรขึ้นมาจึงเสริมอีกประโยค
“ท่านพ่อชอบที่สุดก็คือคนที่ยังบริสุทธิ์เจ้าค่ะ!”
“ดังนั้นพี่สาวขอให้ยอมรับชะตากรรมของตนเองเถิด!”
“...........”
ถูกโจมตีจากทั้งบิดาและบุตรสาวในคราวเดียว
ในชั่วขณะนี้หลู่เซียนเหยาแทบจะหนังศรีษะชา
ครอบครัวนี้เป็นอะไรกัน?
โหดเหี้ยมขนาดนี้เลยหรือ?
เมื่อเห็นว่าหลู่เซียนเหยาถูกคำพูดของตนทำให้ตกใจจริงๆ
เฉินเลี่ยก็ยิ้มออกมา
“พอได้แล้ว...หญิงงาม”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่นกับเจ้า”
“แต่งงานก็แต่งงานรับเป็นสนมก็รับเป็นสนมกระบวนการปรับตัวข้าก็จะให้เจ้าได้บ้าง”
“ตอนนี้ช่างเรื่องนั้นก่อน”
“มาเล่าเรื่องของเจ้ามาเถอะว่าเจ้ามาจากไหนทำไมถึงสลบไสล?”
“หน้าตางดงามขนาดนี้ใครกันที่โหดร้ายถึงขนาดทำร้ายเจ้าได้สาหัสเช่นนี้?”
ทำร้ายสาหัส?
เมื่อได้ยินเฉินเลี่ยพูดเช่นนี้
ไม่รู้ว่าหลู่เซียนเหยานึกอะไรขึ้นมา
สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นน่ากลัวทันที
วินาทีต่อมานางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“คุณชายขอบคุณท่านและบุตรสาวของท่านมากที่ช่วยชีวิตข้า!”
“แต่ข้ามีเรื่องด่วนต้องจัดการ”
“ข้าต้องรีบกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียนเดี๋ยวนี้!”
อืม? ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียน?
หน้าตางดงามขนาดนี้แถมยังเอ่ยถึงเหยาเถียน
เฉินเลี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นไม่รู้คิดอะไรจึงถามออกไป
“เจ้าเป็นศิษย์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียน?”
“เคยได้ยินชื่อหลู่เซียนเหยาหรือไม่?”
หลู่เซียนเหยา?
ชื่อเสียงของนางดังกระฉ่อนทั่วแคว้นเฟิงหมิงการที่อีกฝ่ายรู้ชื่อจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ในชั่วขณะนั้นหลู่เซียนเหยารีบเปิดเผยตัวตน
“ไม่ปิดบังท่่านข้าก็คือหลู่เซียนเหยาเองเจ้าค่ะ!”
“คุณชายเคยได้ยินชื่อข้ามาก่อนหรือ?”
บัดซบ! บังเอิญขนาดนี้เลย?
เหตุใดเฉินเลี่ยจึงออกจากตระกูลเจียงก็เพราะยังมีเรื่องมากมายที่ยังไม่เสร็จสิ้น
เปลี่ยนแผนไปตระกูลเจียงก็เพราะเจียงถานเอ๋อร์ตั้งครรภ์
บัดนี้คลอดบุตรและเติบโตแล้วย่อมไม่อาจอยู่แต่ในตระกูลเจียงตลอด
มาถึงแคว้นเฟิงหมิงก็มีเรื่องมากมายต้องจัดการ
สตรีงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเฟิงหมิง หลู่เซียนเหยา สตรีศักดิ์สิทธิ์หลู่ เฉินเลี่ยย่อมไม่พลาด
แต่ไม่คาดคิดว่ายังไม่ทันไปถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียน บนทางกลับ “เก็บ” สตรีศักดิ์สิทธิ์หลู่ได้เสียก่อน
โชคชะตาของตนเองก็ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
วินาทีต่อมาเฉินเลี่ยก็เอ่ยตรงๆ
“แน่นอนว่าเคยได้ยิน”
“เพียงแต่ไม่คิดว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์หลู่จะถูกผู้อื่นทำร้ายได้”
“จะปล่อยเจ้ากลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียนก็ไม่ยาก”
“พอดีข้าก็กำลังจะไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาเถียนเช่นกัน”
“แต่ข้าสงสัยยิ่งนักใครกันที่ทำร้ายเจ้าได้?”