- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 221.ท่านพ่อชอบพี่สาวผู้งดงามหรือเปล่า?
221.ท่านพ่อชอบพี่สาวผู้งดงามหรือเปล่า?
221.ท่านพ่อชอบพี่สาวผู้งดงามหรือเปล่า?
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อ!”
“ข้าทำเต้าฮวยหยกมาให้ท่านพ่อลองชิมรสชาติได้หรือไม่เจ้าค่ะ!”
ขณะที่เฉินเลี่ยกำลังอุ้มเฉินซีซีนั่งเอนกายที่หัวเรือเหาะ อาบแสงแดดอุ่นๆอย่างสบายใจ
ไม่นานนักก็มีเด็กสาวฝาแฝดหน้าตาเหมือนกันเป๊ะสองคนวิ่งออกมามือแต่ละคนประคองชามเต้าฮวยหยกหนึ่งชามมาหาเขา
ทั้งสองยังไม่ได้สวมรองเท้าเท้าเปลือยขาวราวหิมะราวกับหยกบริสุทธิ์
เต้าฮวนหยกเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆยังมีไอร้อนลอยกรุ่น
พร้อมกันนั้นยังมีสตรีงามในชุดขาวอ่อนโยนสงบงามนิ่งเฉิดฉายเดินตามหลังมาอย่างแผ่วเบา
“โม่โม่ เหยียนเหยียน อย่าวิ่งเร็วเกินไป!”
“ระวังเต้าฮวยหยกจะหกนะ!”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะข้ากับพี่สาวจะระวังเอง!”
เมื่อเห็นสองธิดาน้อยยื่นชามเต้าฮวยหยกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นรอคอย
เฉินเลี่ยก็ยิ้มเอ็นดูบีบแก้มน้อยทั้งคู่เบาๆอย่างทะนุถนอม
“ขอบคุณสองสมบัติน้อยของพ่อมากเลยนะ!”
“พ่อจะชิมรสชาตินี้ให้ดีเลย!”
“แต่มีสองชามพ่อคนเดียวคงกินไม่หมดหรอก”
“เอาไปให้แม่ของพวกเจ้าด้วยสิ!”
“ว่าแต่แม่ของพวกเจ้าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่?”
“กำลังบ่มเพาะอย่างตั้งใจอยู่รึเปล่า?”
อาจเพราะภายใน “แดนลับซานเหอ” มีปราณวิญญาณเข้มข้น
สตรีของเฉินเลี่ยจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตำหนักส่วนตัวเพื่อบ่มเพาะ
เจียงเมี่ยวถงใฝ่ฝันมาตลอดว่าจะบ่มเพาะเหนือกว่าเจียงถานเอ๋อร์ให้ได้
แต่ตอนนี้นางไม่ได้บ่มเพาะอย่างขะมักเขม้นอีกต่อไป
หากแต่กำลังนั่ง “เล่นไพ่นกกระจอก” กับพี่น้องในห้องส่วนตัว!
หลังจากอยู่ในตระกูลเจียงมาหลายปีบางครั้งเฉินเลี่ยก็รู้สึกเบื่อหน่าย
จึงคิดหาของเล่นสมัยใหม่มาฆ่าเวลา
ไพ่นกกระจอกก็เป็นหนึ่งในนั้น
ตั้งแต่เขาสอนวิธีเล่นให้เหล่าสตรีในฮาเร็ม
บางคนไม่ค่อยชอบแต่บางคนกลับ “ติดใจ” อย่างถอนตัวไม่ขึ้น!
เห็นได้ชัดว่าเจียงเมี่ยวถงอยู่ในกลุ่มหลัง
ตอนเช้าที่ออกจากห้องมารดา
มารดายังคงตะโกนไม่หยุด
เรื่องที่มารดาเล่นไพ่นกกระจอกทั้งคืนห้ามให้ท่านพ่อรู้เด็ดขาด
ไม่งั้นท่านพ่อต้องดุว่ามารดาไม่เอาไหนแน่
คิดได้ดังนั้นเมื่อได้ยินเฉินเลี่ยถาม
เฉินโม่โม่บุตรสาวคนรองจึงตอบเสียงเบาๆอย่างรู้สึกผิด
“ท่านแม่กำลังบ่มเพาะอย่างตั้งใจอยู่เจ้าค่ะ!”
เห็นว่าเฉินโม่โม่พูดโดยไร้ความมั่นใจเฉินเลี่ยก็เดาได้ทันทีว่าความจริงเป็นอย่างไร
อีกแล้วสินะ...มาปล่อยตัวเล่นอีกแล้ว
ถึงจะรู้สึกทั้งขำทั้งเหนื่อยใจแต่เฉินเลี่ยก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
เมื่อเห็นเต้าฮวยหยกร้อนกรุ่นตรงหน้าเขาก็อ้าปากชิมคำหนึ่ง
วินาทีต่อมาไม่รู้คิดอะไรขึ้นมา
เขาจับมือเล็กนวลของสตรีงามข้างกายยิ้มแล้วเอ่ย
“สองเด็กน้อยนี่ไม่เคยว่างเว้นเลยจริงๆช่วงนี้ลำบากเจ้ามากเลยนะ”
มือขาวนวลนุ่มละมุน
หลังจากถูกเฉินเลี่ย “พัฒนา” มานาน
ความบริสุทธิ์เย็นชาของเนี่ยชิงจู้ในวัยสาวบริสุทธิ์ได้กลายเป็นความอ่อนโยนสง่างามของสตรีแต่งงานโดยสมบูรณ์
พูดอย่างไรดีเจียงเมี่ยวถงแม้จะตั้งครรภ์ได้แต่เล่นสนุกเกินไป
เป็นแบบ “คลอดเก่งแต่เลี้ยงไม่เป็น” อย่างชัดเจน
ช่วงแรกยังมีไฟแรงอยู่บ้างแต่สองเด็กน้อยกลับรู้สึกว่าเจียงเมี่ยวถง “ไม่ค่อยสมกับเป็นมารดา”
จึงสนิทสนมกับเนี่ยชิงจู้มากกว่า
พูดตรงๆก็คือเนี่ยชิงจู้แทบจะเป็นคนเลี้ยงสองเด็กสาวน้อยทั้งคู่เติบโตมา
นางจึงเข้าใจดีว่าเหตุใดสามีถึงพูดว่าช่วงนี้ลำบาก
เมื่อเห็นสามีจับมือตนนางก็ยิ้มเขินอายเบาๆ
“สามีพูดอะไรไร้สาระน่ะข้าชอบเหยียนเหยียนกับโม่โม่มาก”
“ได้เล่นกับพวกนางในใจข้าก็มีความสุขมากเช่นกัน!”
“เพียงแต่...”
ไม่รู้เนี่ยชิงจู้คิดอะไรขึ้นมานางแอบเหลือบมองหน้าท้องเรียบแบนของตน
ยังไม่ทันพูดต่อ
เฉินเลี่ยก็รู้แล้วว่านางกำลัง “กังวล” เรื่องอะไร
เฮ้อ...สุดท้ายก็เพราะลูกๆนี่แหละ
มีคำกล่าวที่ว่า “คนอดอยากตายเพราะอด คนร่ำรวยตายเพราะกินเยอะเกิน”
ไม่ว่าจะเจียงถานเอ๋อร์หรือเจียงเมี่ยวถงล้วนเข้ามาอยู่เคียงข้างเฉินเลี่ยในช่วงหลัง
แต่ทั้งคู่ตั้งครรภ์ได้แถมลูกยังโตเป็นเด็กหลายขวบแล้ว
แต่สตรีคนอื่นๆในฮาเร็มกลับไม่มีวี่แววแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ทำให้พวกนางกังวลจนต้องเชิญหมอชื่อดังจากตระกูลเจียงมาตรวจ
ร่างกายไม่มีปัญหาในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เหลือเพียงเรื่อง “โชคชะตา” เท่านั้น
เนี่ยชิงจู้เป็นสตรีที่เหมาะกับการใช้ชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง
เฉินเลี่ยก็รู้ดีว่าความฝันของนางคือการได้คลอดบุตรให้ตนด้วยตนเอง
เมื่อเห็นนางมองหน้าท้องแล้วครุ่นคิดอีกครั้ง
เฉินเลี่ยจึงยิ้มบีบแก้มเนียนของนางเบาๆแล้วกล่าว
“ไม่ต้องกังวลหรอกช่วงนี้ข้าจะเอ็นดูเจ้ามากเป็นพิเศษ”
“เราเหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีกยาวนาน”
“ถ้าบ่อยครั้งเข้าสักวันก็ต้องตั้งครรภ์ได้แน่!”
“จริงหรือ!”
เมื่อได้ยินว่าช่วงนี้สามีจะ “โปรดปราน” นางมากขึ้น
ใจเนี่ยชิงจู้ก็เบิกบาน
ใบหน้าขาวนวลค่อยๆแดงระเรื่อ
ทว่าขณะที่เฉินเลี่ยกำลังโอบกอดเนี่ยชิงจู้หวานชื่นเคียงกัน
เสียงสนทนาของสามเด็กสาวน้อยก็ดังขึ้นทำให้เฉินเลี่ยสะดุดหู
“งดงามมากเลยเจ้าค่ะ!”
“จริงด้วยข้าก็ว่างดงามจริงๆ!”
“ทำไมนางนอนนิ่งๆไม่ขยับล่ะ?”
“กำลังหลับใหลอยู่รึเปล่า?”
เมื่อเห็นบุตรสาวน้อยก้มตัวพิงขอบเรือเหมือนกำลังคุยอะไรกันอย่างสนุกสนาน
เฉินเลี่ยอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
“ซีซี โม่โม่!”
“พวกเจ้าคุยอะไรกันอยู่?”
“อะไรที่งดงามและหลับใหล?”
เมื่อได้ยินเสียงท่านพ่อสามสาวน้อยหันหน้ามาพร้อมกัน
ใบหน้าเล็กๆแต่ละคนยิ่งกว่ากันไปอีกทั้งน่ารักทั้งน่าทะนุถนอม
ไม่รู้คิดอะไรขึ้นมา
เฉินซีซีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ท่านพ่อเมื่อกี้ข้าได้ยินเหล่าท่านแม่บอกว่า”
“ท่านพ่อชอบพี่สาวผู้งดงามที่สุดในชีวิตเลย!”
“เรื่องนี้จริงหรือเปล่าเจ้าค่ะ?”
“..........”
ไม่คิดเลยว่าบุตรสาวจะพูดประโยคนี้ขึ้นมากะทันหัน
เฉินเลี่ยเกือบพ่นเต้าฮวยหยกที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมา
ถึงจะเป็นความจริงแต่ก็ไม่ควรได้ยินจากปากบุตรสาวนี่นา
ในชั่วขณะนั้นเฉินเลี่ยจึงทำหน้าจริงจัง
“แม่คนไหนเป็นคนบอกพวกเจ้าอย่างนี้!”
เมื่อเห็นท่านพ่อทำหน้าตึงสามธิดาน้อยไม่กลัวเลยสักนิด กลับยิ้มหวานละมุนยิ่งกว่าเดิม
วินาทีต่อมาเฉินโม่โม่บุตรสาวคนรองก็หัวเราะคิกคัก
“ท่านพ่อ ท่านแม่ทุกคนเคยพูดแบบนี้หมดเลยนะเจ้าค่ะ!”
“ถ้าท่านพ่อจะลงโทษก็คงต้องลงโทษท่านแม่ทั้งหมดเลยล่ะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เนี่ยชิงจู้หน้าตึงทันที
“สามี...ข้า...ข้าสาบานว่าไม่ได้พูดแบบนี้กับพวกนางเลยจริงๆ!”
ยังไม่ทันที่เฉินเลี่ยจะตอบอะไร
เฉินโม่โม่ก็รีบพูดตัดบทอย่างรวดเร็ว
“ท่านพ่อตอนนี้อย่าคิดเรื่องนั้นก่อนเลย!”
“ท่านพ่อแค่บอกพวกข้าเถอะว่าท่านพ่อชอบพี่สาวผู้งดงามที่สุดในชีวิตจริงหรือไม่!”
“ท่านพ่อห้ามโกหกนะเจ้าค่ะเพราะท่านพ่อเป็นคนสอนให้พวกข้าต้องซื่อสัตย์!”