- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 179.สามีแม้แต่ข้ากับเลี่ยเอ๋อร์ท่านก็ยังเข้าใจผิดได้อีกหรือ?
179.สามีแม้แต่ข้ากับเลี่ยเอ๋อร์ท่านก็ยังเข้าใจผิดได้อีกหรือ?
179.สามีแม้แต่ข้ากับเลี่ยเอ๋อร์ท่านก็ยังเข้าใจผิดได้อีกหรือ?
“เลี่ยเอ๋อร์เทคนิคนี้เจ้าเรียนมาจากไหนกัน!”
“สบาย...สบายเหลือเกิน”
“อ๊า...ช่างทำให้ข้าอดใจไม่ไหวเสียจริง!”
“แม่ได้บุตรเขยที่เอาใจเก่งขนาดนี้ช่างน่ายินดีเหลือเกิน!”
“พรสวรรค์ดี ยังรู้จักเอาใจคนอีกบุตรเขยดีๆแบบนี้จะไปหาที่ไหนได้อีก!”
“ตอนนี้...ตอนนี้แม่ถึงกับรู้สึกว่าถานเอ๋อร์ของเราอาจจะไม่คู่ควรกับเจ้าเสียแล้ว!”
“สูงกว่านี้หน่อย ใช่ ตรงนั้นแหละ!”
ภายในห้องเสียงของหยุนจีดังออกมา
เสียงออดอ้อนเย้ายวนจนแทรกกระดูก
แฝงด้วยเสียงครางแผ่วเบาฟังแล้วรู้ทันทีว่านางกำลังสบายถึงขีดสุด!
เจียงชิงซวนที่เพิ่งเดินเล่นกลับมาพอได้ยินเสียงนี้หัวใจก็แทบระเบิด
เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพุ่งเข้าไปในห้องทันที
“ภารยา...เจ้ากับเลี่ยเอ๋อร์กำลังทำอะไรกัน!”
“อ๊ะ???”
เมื่อเห็นสายตางุนงงของหยุนจี
เจียงชิงซวนก็ถึงกับอึ้งไป
ในห้องไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักนิด
หยุนจีนั่งอย่างสง่างามสงบเสงี่ยมบนเก้าอี้
ส่วนเฉินเลี่ยยืนอยู่ด้านหลังมือข้างหนึ่งวางแนบที่ไหล่ซ้ายด้านหลังของนาง
ดูเหมือนกำลังใช้พลังปราณช่วยรักษา!
“สามี...ท่านออกไปเดินเล่นทำไมกลับมาเร็วขนาดนี้?”
“สามี...ท่านกลับมาพอดีเลย!”
“ข้ามีข่าวดีสองเรื่องจะบอกท่าน!”
“เรื่องแรก บุตรเขยของเราตกลงแล้วว่าจะกลับตระกูลไปพร้อมพวกเรา!”
“เรื่องที่สอง ท่านยังจำอาการเก่าที่ไหล่ของข้าได้หรือไม่?”
“ก็คือบาดแผลที่ถูกมังกรมารสามเศียรทำร้าย”
“สวรรค์...ข้าไม่เคยคิดเลยว่าบุตรเขยของเราจะเก่งกาจถึงขนาดนี้”
“ถึงขั้นขจัดพิษจากแดนยมโลกในตำนานได้!”
“ผู้คนในตระกูลเจียงมากมายยังทำไม่ได้แต่บุตรเขยเรากลับทำได้!!!”
“ท่านบอกมาสิถานเอ๋อร์ของเราไปทำบุญอะไรมาบ้างในชาติที่แล้วถึงได้มีสามีดีขนาดนี้!”
เจียงชิงซวนย่อมรู้ดีถึงบาดแผลที่ไหล่ของหยุนจี
มังกรมารสามเศียรคือสิ่งมีชีวิตในตำนานจากแดนยมโลก
พิษของมันน่ากลัวยิ่งนักแม้ยอดฝีมือขอบเขตเซียนปฐพีก็ทำได้เพียงกดพิษไว้ไม่สามารถกำจัดได้เด็ดขาด
ภรรยาของเขาก็เคยสังหารมังกรมารตัวนั้นด้วยพลังบ่มเพาะสูงส่ง
แต่ทุกวันทุกคืนต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษมังกรมารกัดกิน
ตอนนี้จากคำพูดของนาง
หรือว่าเฉินเลี่ยถึงขั้นกำจัดพิษมังกรมารสามเศียรได้จริงๆ?
เมื่อเห็นหยุนจีดีใจจนตาเป็นประกายบอกข่าวนี้กับตน
เจียงชิงซวนอ้าปากค้างพูดตะกุกตะกัก
“ภรรยา...บุตรเขยของเรา...กำลังรักษาแผลให้เจ้าอยู่หรือ?”
“ใช่สิหากไม่ใช่รักษาแล้วจะเป็นอะไร?”
ตอนแรกหยุนจียังไม่ทันเข้าใจ
แต่เมื่อเห็นสีหน้าอึ้งงันของสามีนางก็เข้าใจในทันใด
ดวงตางามทั้งคู่จ้องเขม็งไปที่เจียงชิงซวนทันที
“เลี่ยเอ๋อร์กำลังใช้พลังบ่มเพาะของตนเองช่วยรักษาให้ข้า”
“หรือแม้แต่เรื่องแบบนี้ท่านยังเข้าใจผิดได้อีกหรือ?”
“สามีท่านเกินไปแล้วจริงๆ!”
ก็เพราะเสียงที่ภรรยาส่งออกมาก่อนหน้านี้มันชวนให้คิดไปไกลข้าถึงเข้าใจผิด!
เมื่อรู้ว่าตนก่อเรื่องเข้าใจผิดใหญ่หลวง
เจียงชิงซวนก็รู้สึกอับอายรีบขอโทษทันที
“ภรรยา...ข้า...ข้าไม่ได้เข้าใจผิดอะไรสักหน่อย!”
“ข้าแค่กลัวเจ้าจะเจออันตราย!”
“กลัวข้าเจออันตรายที่นี่คือแคว้นชิงหมิงและมีสามีขอบเขตนักบุญอย่างท่านอยู่ข้างๆแถมยังมีบุตรเขยที่แม้แต่ท่านยังสู้ไม่ได้อีกคน”
“ข้าจะเจออันตรายอะไรได้?”
“..........”
โกรธก็โกรธเถอะแต่ขออย่าพูดเรื่องข้าสู้บุตรเขยไม่ได้อีกได้ไหม?
เมื่อเห็นสายตาโกรธเกรี้ยวของหยุนจี เจียงชิงซวนก็หนังศีรษะชาไปทั้งผืน
วินาทีต่อมาเขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ภรรยา...ก่อนอื่นข้าไม่ควรบุกเข้ามาเป็นความผิดของข้าเอง!”
“ข้าก็แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า”
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าบุตรเขยสามารถกำจัดพิษมังกรมารสามเศียรที่ไหล่เจ้าได้จริงหรือไม่?”
“ข้าจะหลอกท่านได้ยังไงท่านไม่รู้สึกหรือว่าตอนนี้กลิ่นอายที่ข้าปล่อยออกมามั่นคงกว่าก่อนหน้านี้มาก?”
จริงด้วย...กลิ่นอายที่หยุนจีแผ่ออกมาตอนนี้มั่นคงและไหลลื่นกว่าก่อนหน้ามาก
ในตอนนี้เจียงชิงซวนถึงกับตกตะลึงสุดขีด
“ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ากระดูกสูงสุดยังใช้รักษาแผลได้!”
“ไม่ใช่รักษาแต่เป็นการ ‘กลืนกิน’! ท่านลืมไปแล้วหรือว่าบุตรเขยเรามีกระดูกสูงสุดถึงสองชิ้น?”
เมื่อได้ยินหยุนจีพูดเช่นนี้เจียงชิงซวนถึงเข้าใจทุกอย่าง
ใช่สิของเขามีกระดูกสูงสุดสองชิ้นชิ้นหนึ่งยังครอบครองพลังของ ‘มหาเต๋ากลืนกิน’ อีกต่างหาก
พิษของมังกรมารสามเศียรไม่ได้อยู่โลกนี้จึงกำจัดยาก
แต่ต่อหน้ามหาเต๋ากลืนกินที่กลืนกินแม้แต่กฎเกณฑ์ได้พิษนั้นจะนับเป็นอะไร?
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงสบายขนาดนั้นที่แท้บุตรเขยใช้พลังมหาเต๋ากลืนกินพิษที่สะสมในร่างนางมานานปีออกไป
ช่างเอาใจใส่จริงๆ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้เจียงชิงซวนก็กล่าวขอบคุณเฉินเลี่ยอย่างจริงใจ
“เลี่ยเอ๋อร์ขอบคุณเจ้ามากจริงๆเจ้าไม่รู้หรอกว่าหลังจากมารดาของถานเอ๋อร์ถูกมังกรมารสามเศียรทำร้ายนางต้องทนทุกข์ทรมานเป็นพักๆ!”
“มหาเต๋ากลืนกินนี่แหละคืออาวุธที่ดีที่สุดในการรับมือพิษนี้”
“แต่เลี่ยเอ๋อร์เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าภรรยาของข้าถูกพิษมังกรมารสามเศียร?”
ยังไม่ทันให้เฉินเลี่ยตอบหยุนจีก็เอ่ยขึ้นก่อน
“จะเป็นใครไปได้ก็ถานเอ๋อร์นั่นแหละ!”
“เด็กคนนี้ปากแข็งจริงๆเรื่องส่วนตัวขนาดที่แม่ถูกพิษยังเล่าให้เขาฟังได้แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ยอมรับความสัมพันธ์กับเขาเลยสักนิด”
“สามี...ที่แท้เราตามใจถานเอ๋อร์มากเกินไปจริงๆ”
“ครั้งนี้กลับไปต้องตำหนินางให้สาสมสักที!”
“นางใกล้จะเป็นมารดาแล้ว”
“ยังจะมาเล่นอารมณ์กับสามีของตนอีกแล้วจะไม่ให้คนนอกหัวเราะเยาะหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เจียงชิงซวนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ถูกต้องควรสั่งสอนนางให้ดีเสียที”
“แต่เรื่องนี้ก็ไม่ผิดทั้งหมด”
“นางอยู่กับเราน้อยนัก”
“ตั้งแต่เด็กเติบโตในตระกูลเย่เกือบทั้งหมดยังเจอเจ้าเย่เทียนที่เจ้าเล่ห์อีก”
“แต่ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วต่อไปไม่ให้พวกมันติดต่อกันอีก เราค่อยค่อยๆสั่งสอนนางควรจะดึงนิสัยนางให้กลับมาได้”
พูดจบเจียงชิงซวนก็ไม่ต่อประเด็นนี้อีก
แต่หันไปถามหยุนจี
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเลี่ยเอ๋อร์ตอบตกลงแล้วจะกลับตระกูลไปกับเราใช่หรือไม่?”
หยุนจียิ้มพยักหน้า
จากนั้นเฉินเลี่ยก็เอ่ยขึ้นตรงๆ
“ถานเอ๋อร์ใกล้คลอดแล้วข้าในฐานะบิดาของเด็กและสามีของนางไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามก็ควรอยู่เคียงข้างนางในช่วงเวลาที่นาง ‘ต้องการ’ ข้ามากที่สุด!”
เจียงชิงซวนพอใจคำตอบของเฉินเลี่ยอย่างยิ่งจึงกล่าวทันที
“เจ้าพูดถูกต้องที่แท้ข้ากับฮูหยินไม่ได้มองคนผิดจริงๆ!”
“ถึงจะเคยมีเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยแต่ถานเอ๋อร์ก็คือสตรีของเจ้าส่วนบุตรในท้องก็เป็นของเจ้าไม่ว่าเรื่องจะใหญ่แค่ไหนตอนนี้ก็ควรอยู่เคียงข้างดูแลนางให้ดี!”
“แล้วเจ้าคิดว่าเราจะออกเดินทางกลับตระกูลเมื่อไหร่ดี?”
“ไปเดี๋ยวนี้เลยหรือรอเจ้าจัดการเรื่องในสำนักให้เรียบร้อยก่อน?”