- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 116.นายท่านช่างชั่วร้ายเสียจริง!
116.นายท่านช่างชั่วร้ายเสียจริง!
116.นายท่านช่างชั่วร้ายเสียจริง!
เมื่อเห็นว่าเหยียนหรูอวี้ยังไม่เข้าใจกลไกในเรื่องนี้เฉินเลี่ยจึงยิ้มน้อยๆแล้วอธิบายให้ฟังอย่างง่ายๆ
“เจียงถานเอ๋อร์มีร่างศักดิ์สิทธิ์หงส์สวรรค์ร่างกายเช่นนี้ค่อนข้างพิเศษเป็นระดับร่างศักดิ์สิทธิ์แต่ก่อนจะบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ห้ามให้ใครมาทำลายความบริสุทธิ์เด็ดขาดมิเช่นนั้นศักยภาพในการเติบโตจะลดลงอย่างมาก”
“และยังทำให้อำนาจในการพูดในตระกูลของนางลดลงอย่างรุนแรง!”
“ในสถานการณ์เช่นนี้เมื่อข้าทำลายความบริสุทธิ์ของนางแล้วนางจะกล้าป่าวประกาศออกไปข้างนอกได้อย่างไร?”
“หากไม่ถึงขั้นบังคับจนถึงที่สุดด้วยความฉลาดของคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงนางย่อมไม่เลือกที่จะแลกชีวิตแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับข้า!”
“คราวนี้เจ้าคงเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าความมั่นใจของข้ามาจากที่ใด?”
เมื่อเฉินเลี่ยพูดออกมาตรงๆอย่างนี้เหยียนหรูอวี้จะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
การชี้แจงในบางแง่ก็เป็นเรื่องยุ่งยากอาจเปิดเผยหลายสิ่งหลายอย่างออกมา
ไม่แปลกใจเลยว่านายท่านถึงกับไม่สนใจเหตุผลอะไรทั้งสิ้นจับตัวคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงนั้นไว้แล้วพากลับมาทำการร่วมรักทันที
ที่แท้ก็ใช้จุดนี้มาควบคุมนางนี่เอง
เมื่อเข้าใจกลไกทั้งหมดเหยียนหรูอวี้ก็ซบลงในอ้อมอกเฉินเลี่ยยิ้มเย้ายวนแล้วเอ่ยขึ้น
“นายท่านช่างวางแผนลึกล้ำยิ่งนักคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงผู้นั้นพบเข้ากับนายท่านก็ได้แต่โชคร้ายแล้ว!”
โชคร้ายงั้นหรือ?
เฉินเลี่ยลูบแก้มงามของเหยียนหรูอวี้เบาๆจากนั้นก็สอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในเสื้อผ้าของนาง
“ข้าเลวร้ายขนาดนี้เจ้าชอบหรือไม่?”
“ชอบ...เพียงแต่หากนายท่านในอนาคตยังคงห่วงใยหรูอวี้เช่นนี้ต่อไปก็คงดีนัก!”
“วางใจเถิดแม้จะได้ตัวเจียงถานเอ๋อร์มาแล้วข้าก็ยังคงรักใคร่พวกเจ้าอย่างยิ่งยวดข้าไม่สนว่าเบื้องหลังนางจะมีตระกูลใดเมื่อเข้ามาในห้องไม่เพียงต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่างแต่่ต่อหน้าพวกเจ้าที่เป็นพี่หญิงข้าก็จะให้นางเคารพนอบน้อมอย่างดี!”
คำพูดของเฉินเลี่ยในครั้งนี้ก็เท่ากับ “กำหนด” ตำแหน่งของคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงในห้องหอหลังจากนี้แล้ว
เมื่อนึกถึงวันหนึ่งที่ตนอาจได้ตะคอกสั่ง “คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง” ผู้สูงส่งนั้นได้
ในชั่วขณะนี้ดวงตาคู่สวยของเหยียนหรูอวี้ก็เผยแวว “ตื่นเต้น” และ “คาดหวัง” ออกมาอย่างบอกไม่ถูก
ฮิฮิ ข้าอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆจริงๆ!
..............
“เย่เทียน...มอบความลับที่ทำให้เจ้าเพิ่มพลังบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็วออกมาเถิดแล้วองค์ชายผู้นี้จะไว้ชีวิตเจ้า!”
“มิเช่นนั้นวันนี้เจ้าจะต้องกลายเป็นโครงกระดูกแห้งในแดนลับเทียนหลงนี้!”
“อยากตายหรืออยากอยู่เลือกมาเดี๋ยวนี้เลย!!”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม
ในช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนนี้บนตัวเย่เทียนเกิดเรื่องราวมากมาย
หลังจากผ่านการแข่งขันใหญ่ของสำนักศึกษาเย่เทียนด้วยพลังต่อสู้ที่เหนือชั้นก็คว้าอันดับสามได้สำเร็จ
พร้อมกันนั้นก็ได้รับโควต้าเข้าสู่แดนลับเทียนหลงอย่างราบรื่น
แต่เย่เทียนไม่เคยฝันเลยว่าเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าแดนลับเทียนหลงได้ไม่นานก็ถูกองค์ชายใหญ่แห่งจักรวรรดิต้าเหยียนจี๋เทียนสงจับตามองแล้ว!
แม้พลังบ่มเพาะของเย่เทียนจะอยู่เพียงขอบเขตแก่นวิญญาณขั้นหนึ่ง
แต่ด้วยวิชาลับต่างๆที่เหยียนจีถ่ายทอดให้แม้ต้องเผชิญหน้ากับจี๋เทียนสงที่ถึงขอบเขตแก่นวิญญาณขั้นเก้าเย่เทียนก็ยังรับมือได้อย่างสบาย
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมี “ไพ่ตาย” อีกหนึ่งอย่างที่ยังไม่ได้ใช้
แต่ไม่คาดคิดว่าขณะที่เย่เทียนกำลังต่อสู้กับจี๋เทียนสงอย่างดุเดือดถึงจุดสูงสุด
ทันใดนั้นก็มีกระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุหน้าอกของเย่เทียนจากด้านหลัง!
“ศิษย์น้องอวี่เสวียนเจ้า...!!!”
ภายใต้สายตาที่ไม่อาจเชื่อได้ของเย่เทียน
เหลียงอวี่เสวียนผู้ที่เคยอ่อนโยนต่อเขาทุกอย่างทุกวันยังยืนยันส่งขนมให้เขาเป็นประจำกลับแทงเขาจากด้านหลังแล้วเดินตรงไปยืนข้างจี๋เทียนสง
วินาทีต่อมาจี๋เทียนสงก็โอบรอบเอวเรียวของเหลียงอวี่เสวียนไว้ยิ้มอย่างได้ใจ
“เย่เทียนไม่คิดไม่ฝันใช่ไหม?”
“อวี่เสวียนก็เป็นคนขององค์ชายผู้นี้มาตลอด”
“เจ้าคิดจริงๆหรือว่านางจะมองเจ้าที่เป็นเพียงคนธรรมดา?”
“หากไม่ใช่เพื่อแย่งชิงโชควาสนาในมือเจ้าองค์ชายผู้นี้จะให้อวี่เสวียนเข้าใกล้เจ้าได้อย่างไร?”
“ขอเปิดเผยความลับเล็กๆให้เจ้าฟังสักอย่างก็แล้วกัน”
“ทุกครั้งที่นางส่งขนมให้เจ้าก่อนหน้านั้นอวี่เสวียนต้องขึ้นเตียงกับองค์ชายผู้นี้หลายชั่วยาม”
“บางทีขนมที่ทำให้นั้นอาจยังมีกลิ่นอายขององค์ชายผู้นี้ติดอยู่ก็ได้นะ!”
เมื่อเห็น “ศิษย์น้องอวี่เสวียน” ของตนซบอกจี๋เทียนสงอย่างอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก
ถึงตอนนี้เย่เทียนจะไม่เข้าใจทุกอย่างได้อย่างไร
สำหรับบุรุษคนหนึ่งนี่คือความอัปยศอดสูที่สุด
ร่างกายของเย่เทียนสั่นเทิ้มไม่ใช่เพียงเพราะบาดเจ็บที่เนื้อหนังหากแต่หัวใจก็ถูกทำลายไป
“เจ้าอี....อีตัวชั่ว!”
“อวี่เสวียน...ข้าก็คือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้าและเจ้าจึงตอบแทนข้าเช่นนี้หรือ?”
“เย่เทียนเจ้ายังคิดจริงๆหรือว่าเจ้าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า?”
เหลียงอวี่เสวียนหัวเราะเยาะเย้ยมองเย่เทียน
“ข้ามีองค์ชายใหญ่คุ้มครองเจ้าคิดว่าในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่จะมีใครกล้าทำร้ายข้าได้สักกี่คน?”
“ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงการจัดฉากขององค์ชายใหญ่เท่านั้น!”
“ช่างเถอะข้าจะไม่เสียเวลาพูดไร้สาระกับเจ้าแล้ว”
“ได้ยินคำพูดขององค์ชายแล้วใช่ไหม?”
“ตอนนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสทางเลือกต่อหน้าเจ้ามีเพียงหนึ่งเดียวจงยอมพูดความลับที่ทำให้พลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วออกมามิเช่นนั้นก็ตายที่นี่ซะ!”
พูดจบเหลียงอวี่เสวียนยังเอาแต่ใจกับจี๋เทียนสงอีก
“องค์ชาย.. การแสดงของอวี่เสวียนครั้งนี้ดีไหมเจ้าค่ะ?”
“ดีมากองค์ชายผู้นี้พอใจยิ่งนักรอเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วข้าจะรักใคร่เอ็นดูเจ้าให้ดีหลังจากองค์ชายผู้นี้ได้เป็นองค์รัชทายาทแล้วเจ้าก็จะเป็นองค์รัชทายาทหญิง!”
เย่เทียนกัดฟันแน่นกำหมัดแน่นจนเลือดซึมเพราะความโกรธสุดขีด
เลือดสดไหลหยดลงมาตามรูบนหน้าอก
เงยหน้าขึ้นมองจี๋เทียนสงและเหลียงอวี่เสวียนด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความแค้น
“พวกสารเลวพวกเจ้าคิดจริงๆหรือว่าวันนี้พวกเจ้าจะสามารถสังหารข้าได้?”
“ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องชดใช้แน่นอน!”
วินาทีต่อมาเย่เทียนก็หยิบอาวุธวิเศษระดับห้า “กระบองวารีอัคคี” ที่ซื้อมาจากเหยียนหรูอวี้ออกมาจากแหวนมิติ
“อาจารย์...ศิษย์ต้องใช้ไพ่ตายที่ท่านถ่ายทอดให้แล้ว!”
“อืม ใช้เถิดสถานการณ์ถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่มีทางอื่นอีกแต่เทียนเอ๋อร์หลังจากนี้เจ้าอย่าไว้ใจสตรีง่ายๆอีกเลย!”
เหยียนจีเคยเตือนเย่เทียนมาก่อนว่าเหตุการณ์ที่เหลียงอวี่เสวียนปรากฏตัวนั้นน่าสงสัยยิ่ง
แต่เย่เทียนถูกความอ่อนโยนของนางทำให้มึนเมาจึงไม่ได้ฟังคำเตือนเหล่านั้น
ย้อนนึกถึงตอนนี้เย่เทียนก็รู้สึกเสียใจยิ่งนัก
แต่ตอนนี้เสียใจก็สายเกินไปแล้ว
แม้ร่างกายบาดเจ็บสาหัสแต่ในใจเย่เทียนยังไม่สิ้นหวังมากนัก
เขามีไพ่ตายหนึ่งกระบวนท่าเมื่อใช้เต็มกำลังจะปลดปล่อยพลังที่เทียบเท่ายอดฝีมือขอบเขตทารกวิญญาณได้
และชื่อของไพ่ตายนี้ก็คือ “ร้อยอาวุธแปรผัน”!
ดูจากชื่ออาจรู้สึกธรรมดา
แต่ที่แท้ “ร้อยอาวุธแปรผัน” คือวิชาระดับสวรรค์
ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมันก็คือทำให้ผู้บ่มเพาะสามารถข้ามขอบเขตควบคุม “อาวุธวิเศษ” ได้!