- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 28.บรรพชนช่างเห็นโลกกว้างจริงๆ
28.บรรพชนช่างเห็นโลกกว้างจริงๆ
28.บรรพชนช่างเห็นโลกกว้างจริงๆ
“อะไรนะ?”
“ชิงจู้...เด็กน้อยนี้ที่แท้มีร่างหยินหยางสวรรค์?”
“นี่...นี่เป็นไปได้อย่างไร?”
“ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้เล่า?ความจริงของเรื่องท่านผู้อาวุโสเนี่ยไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองหรือไงถ้าไม่ใช่ร่างระดับเซียนอย่างร่างหยินหยางสวรรค์แล้วจะมีร่างพิเศษระดับไหนที่แม้แต่ผนึกยังกักกันการเติบโตของมันไว้ไม่อยู่เพราะเหตุนี้ ข้าจึงบอกว่าพวกเจ้าสำนักไท่หวังต่างหากที่เป็นพวกไร้ประโยชน์ถึงขั้นร่างระดับเซียนยังตัดสินผิดได้การล่มสลายของสำนักจึงไม่ใช่เรื่องแปลก!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวของเฉินเลี่ยทำให้ตาเฒ่าเนี่ยถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
“แล้ว...แล้วตอนนี้จะทำอย่างไรดี?”
เห็นตาเฒ่าเนี่ยรีบร้อนจนเหงื่อโทรมกายมือเท้าสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร
เฉินเลี่ยก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเพียงโบกมือเบาๆก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วโยนให้ตาเฒ่าเนี่ย
“กลืนโอสถเม็ดนี้ลงไปชั่วคราวคงไม่เป็นอะไรแล้ว!”
โอสถ?
โอสถอะไรกัน?
เมื่อเห็นเฉินเลี่ยโยนโอสถเม็ดหนึ่งมาให้ตาเฒ่าเนี่ยก็รับมันไว้ตามสัญชาตญาณ
แต่พอไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไรพอดูดวงตาเฒ่าเนี่ยถึงกับตกตะลึง
“นี่คือ...โอสถระดับห้า ‘ปรับสมดุลหยินหยาง’?”
“ท่าน...ท่านมีโอสถระดับนี้ได้อย่างไร?”
เห็นสายตาตกตะลึงของตาเฒ่าเนี่ย
เฉินเลี่ยก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มทั้งน้ำตา
“ข้ามีโอสถระดับนี้แล้วมันแปลกตรงไหน?”
“เอ่อ...”
ได้ยินคำพูดของเฉินเลี่ยตาเฒ่าเนี่ยในวินาทีนี้ก็ถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้ง
เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนถามคำถามที่โง่เขลาอย่างยิ่ง!
โอสถระดับห้าต้องให้นักปรุงโอสถระดับห้าหรือสูงกว่านั้นจึงจะปรุงได้
ทั่วทั้งแคว้นชิงหมิงจำนวนนักปรุงโอสถระดับห้าสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ
จากจุดนี้ก็เห็นแล้วว่าโอสถระดับห้ามีค่าขนาดไหน
อย่างที่เมืองเลี่ยหยางนี่ถ้าขายทั้งเมืองไปก็อาจยังซื้อโอสถระดับห้าหนึ่งเม็ดไม่ได้เลย
คนจนๆอย่างเย่เทียนย่อมไม่มีทางหยิบออกมาได้แน่
แต่...คนตรงหน้าคือใคร?
คนตรงหน้าคือบรรพชนสูงสุดแห่งสำนักอู่จี๋
มองทั่วทั้งแคว้นชิงหมิงก็คือยอดผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด
โอสถระดับห้าอาจหายากสำหรับคนธรรมดา
แต่สำหรับบรรพชนตระกูลเฉินแล้วมันแทบไม่ถือเป็นอะไรเลย
เพราะแม้แต่นักปรุงโอสถระดับห้าก็ยังยินดีคบค้าสมาคมกับระดับบรรพชน!
นี่ดีมากจริงๆ
มีโอสถปรับสมดุลหยินหยางช่วยเหลือคราวนี้ชิงจู้รอดแน่!
ตอนนี้ตาเฒ่าเนี่ยไม่สงสัยแล้วว่าเฉินเลี่ยจะมีเจตนาร้ายเพราะอย่างที่พูดไปก่อนหน้านี้
ถ้าอยากทำอะไรปู่หลานพวกตนจริงๆ
บรรพชนไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมขนาดนี้เลย
ดังนั้นหลังจากรับโอสถปรับสมดุลหยินหยางที่เฉินเลี่ยยื่นมา
ตาเฒ่าเนี่ยจึงรีบป้อนโอสถเม็ดนี้ให้เนี่ยชิงจู้ทันที
พลังของโอสถปรับสมดุลหยินหยางคือการทำลายและปรับสมดุลพลังหยินหยางในร่างกายผลลัพธ์ย่อมยอดเยี่ยมเป็นธรรมดา
เพียงไม่ถึงเวลาหนึ่งก้านธูป
ใบหน้าที่แดงก่ำของนางก็ค่อยๆกลับมาขาวผ่องดังเดิม
ลมหายใจที่รวนรินก็เริ่มสงบลงทีละน้อย
มีเพียงการฟื้นตื่นเต็มที่ยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย!
“หลังกลืนโอสถปรับสมดุลหยินหยางแล้วคุณหนูชิงจู้คงต้องหลับไปหลายวันเพื่อย่อยพลังโอสถนี้ให้หมด”
“ถึงตอนนั้นร่างหยินหยางสวรรค์ของนางน่าจะก้าวเข้าสู่ขั้น ‘สำเร็จเล็กน้อย’ โดยตรง!”
“พลังของโอสถเม็ดนี้สามารถคุ้มครองนางให้ปลอดภัยได้สามปี”
“แต่ท่านผู้อาวุโสเนี่ยคงรู้ดีการใช้พลังโอสถปรับสมดุลและกดไว้ย่อมเป็นเพียงวิธีแก้ที่ปลายเหตุ!”
“สามปีต่อจากนี้ไม่ว่านางจะบ่มเพาะหรือไม่พลังหยินหยางในร่างก็จะปะทุขึ้นอีกครั้ง”
“ถึงตอนนั้นจะกลายเป็นภัยพิบัติแห่งความเป็นความตายจริงๆ!”
คำพูดของเฉินเลี่ย ตาเฒ่าเนี่ยย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
โอสถทำได้เพียงประคองชีวิตชั่วคราว
หากอยากแก้ถึงรากถึงโคนต้องอาศัยของวิเศษที่ท้าท้ายสวรรค์กว่านี้!
“ข้าก็พอรู้ว่ามีของสิ่งใดที่สามารถรักษาชีวิตชิงจู้ไว้ได้”
“แต่...แต่ของสิ่งนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหามา!”
“ช่างเถอะ...ถึงตอนนี้ก็ทำได้เพียงก้าวทีละก้าว”
“ชิงจู้ช่างโชคร้ายจริงๆปลุกร่างพิเศษอะไรไม่ปลุก”
“ดันไปตื่นร่างหยินหยางสวรรค์เสียได้”
“จะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนก็คงต้องแล้วแต่โชคชะตา”
“บรรพชนเฉินวันนี้เพื่อช่วยชีวิตชิงจู้ข้ารับโอสถปรับสมดุลหยินหยางเม็ดหนึ่งจากท่าน”
“ข้าไม่ใช่คนอกตัญญู”
“บุญคุณไม่ต้องกล่าวคำขอบคุณหากท่านบรรพชนมีเรื่องอะไรที่ใช้ข้าได้”
“ข้าชายชราย่อมทุ่มชีวิตเพื่อทำให้สำเร็จ!”
เห็นท่าทางสิ้นหวังของตาเฒ่าเนี่ย เฉินเลี่ยก็อดไม่ได้ที่จะถอนใจในใจ
ถึงจะใจร้อนไปหน่อยแต่ตาเฒ่าเนี่ยคนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง
ด้วยพลังบ่มเพาะของเขาแม้สำนักไท่หวังล่มสลายเขาก็ยังสามารถมีชีวิตดีได้
แต่เพื่อคุณหนูเนี่ยชิงจู้บุตรีเจ้าสำนักเขากลับยอมปลอมตัวซ่อนนามอยู่ขายเต้าฮวยในเมืองเลี่ยหยางมานานหลายปี
เมื่อเผชิญหน้ากับมือสังหารยังยอมระเบิดตัวเองเพื่อให้เนี่ยชิงจู้หนีรอดได้
ไม่พูดอย่างอื่นแค่จุดนี้จุดเดียวเฉินเลี่ยก็ยากที่จะรู้สึกไม่ชอบตาเฒ่าเนี่ยได้
“ท่านผู้อาวุโสเนี่ย...ที่จริงไม่จำเป็นต้องสิ้นหวังขนาดนั้นก็ได้!”
“ปัญหาบนร่างกายของคุณหนูชิงจู้ยังไม่ถึงขั้นไร้ทางแก้!”
คำพูดนี้ราวกับจุดประกายความหวังทั้งหมดของตาเฒ่าเนี่ย
เขารีบเงยหน้าขึ้นมองเฉินเลี่ยทันที
“บรรพชนเฉินท่านมีวิธีแก้ปัญหาความไม่สมดุลของพลังหยินหยางในร่างชิงจู้หรือ?”
“แน่นอนว่ามี!”
เฉินเลี่ยยิ้มน้อยๆแล้วไม่ได้พูดต่อในหัวข้อนี้แต่เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน
“เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านผู้อาวุโสเนี่ยพูดว่ารู้ว่ามีของสิ่งหนึ่งที่สามารถรักษาชีวิตคุณหนูชิงจู้ไว้ได้!”
“ข้าจะลองเดาดูอย่างกล้าหาญสักหน่อย”
“ของสิ่งที่ท่านผู้อาวุโสเนี่ยพูดถึงนั่นคือ 'ไข่มุกเฉียนคุน’ ในตำนานใช่หรือไม่?”
ไข่มุกเฉียนคุน!
ไม่คาดว่าบรรพชนเฉินจะเคยได้ยินแม้กระทั่งของสิ่งนี้
สมกับเป็นบรรพชนจากสำนักใหญ่จริงๆช่างเห็นโลกกว้างนัก!
ในเรื่องนี้ตาเฒ่าเนี่ยก็ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป
“ของสิ่งที่ข้าพูดถึงแท้จริงคือไข่มุกเฉียนคุน!”
“ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังรู้ว่ามันตกอยู่ที่ใด”
“แต่...ถึงจะรู้แล้วจะอย่างไร?”
“ก็ไม่มีผู้ใดสามารถครอบครองไข่มุกเฉียนคุนได้!”
“หากท่านบรรพชนคิดจะใช้ไข่มุกเฉียนคุนแก้ปัญหาบนร่างชิงจู้”
“ข้าขอแนะนำเพียงประโยคเดียวรีบตัดความคิดนี้ทิ้งเสียเถิด!”
“ท่านบรรพชนมีบุญคุณช่วยชีวิตข้ากับชิงจู้ข้าไม่อยากเห็นท่านสูญเสียชีวิตไปเปล่าๆ!”
ได้ยินคำพูดของตาเฒ่าเนี่ย
เฉินเลี่ยกลับยิ้มอย่างเงียบๆ
“เพราะสถานที่นั้นคือ ‘ซากโบราณเทียนเฉิน’ ใช่หรือไม่?”
“ซากโบราณเทียนเฉิน?”
ได้ยินเช่นนี้สีหน้าของตาเฒ่าเนี่ยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าไข่มุกเฉียนคุนอยู่ในซากโบราณเทียนเฉิน?”
“เรื่องที่ข้ารู้มีมากมายอย่าว่าแต่ที่ตั้งของไข่มุกเฉียนคุนเลยแม้กระทั่งสาเหตุที่สำนักไท่หวังของท่านล่มสลายข้าก็รู้ดีไปหมด!”
“ก็ใช่...ถ้าไม่ใช่เพราะอยากได้ไข่มุกเฉียนคุนมากเกินไปยอดฝีมือมากมายของสำนักไท่หวังจะวิ่งไปหาเรื่องตายในซากโบราณเทียนเฉินกันทำไม?”
“น่าเสียดายเพียงเพราะความคิดชั่ววูบนี้สำนักไท่หวังอันยิ่งใหญ่จึงล่มสลาย!”