แชร์เรื่องนี้
บทที่ 442 เธอมีชายในดวงใจหรือยัง? "ป้าสะใภ้รอง ป้าชมหนูเกินไปแล้วจ้ะ หนูแค่ช่วยก่อไฟเอง ไม่ได้ช่วยอะไรมากสักหน่อย" หวังจิงจิงยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากเพราะความร้อน วันนี้แดดทางทิศใต้ของเมืองร้อนแรงเจิดจ้า อุณหภูมิจึงพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ยิ่งต้องมานั่งอยู่หน้าเตาไฟแบบนี้ จะไม่ให้ร้อนได้อย่างไรไหว "ดูสิ ร้อนจนเหงื่อท่วมตัวไปหมดแล้ว จิงจิงช่วยป้าได้มากจริงๆ นะ ถ้าหนูไม่มา ป้าก็ทำคนเดียวไม่ทันแน่ๆ ขืนลูกค้าติเรื่องอาหารขึ้นมา ป้าคงแย่" ป้าพูสวมหน้ากากอนามัยและใช้ผ้าโพกศีรษะไว้อย่างมิดชิด นางรู้ดีว่าคนเมืองค่อนข้างพิถีพิถันเรื่องความสะอาด และห้องครัวก็ตั้งอยู่ที่ลานหลังบ้าน แค่มองลงมาจากชั้นบนก็เห็นทุกอย่างได้ชัดเจน ป้าพูจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แหละ คือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้เกสต์เฮาส์ของนางโดดเด่นกว่าเจ้าอื่นๆ "ป้าสะใภ้รองคะ ตอนหนูมาถึง ได้ยินเสี่ยวเจวียนบอกว่าคู่รักสองคู่ที่เพิ่งมาพักหน้าตาดีมาก เหมือนดาราเลยเหรอคะ?" หวังจิงจิงนั่งเท้าคางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "แน่นอนที่สุด! โดยเฉพาะแม่หนูที่ถือไม้เท้านั่น โอ้โห... สวยหยาดเยิ้ม ไร้ที่ติทุกองศาจริงๆ" พอพูดถึงเวินซู ป้าพูก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก แววตาของหวังจิงจิงฉายแววอิจฉาเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ค่อนข้างซีดเหลืองของตัวเอง แม่ของเธอก็เป็นคนสวยมาก แต่หลังจากทนทุกข์ทรมานอยู่ในตระกูลหวังมาหลายปี ความงามเหล่านั้นก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น ส่วนเธอ... ดูเหมือนจะไม่ได้รับถ่ายทอดความงามจากแม่มาเลยสักนิด แต่กลับไปเหมือนพ่ออย่างหวังเจี้ยนเย่เสียมากกว่า ป้าพูสังเกตเห็นท่าทางของหวังจิงจิง ก็รู้ทันทีว่าเด็กสาวกำลังคิดมาก "โธ่เอ๊ย ถ้าจิงจิงของป้ารู้จักแต่งหน้าแต่งตัว บำรุงผิวพรรณสักหน่อย รับรองว่าต้องเป็นสาวงามตัวน้อยแน่นอน" หวังจิงจิงก้มหน้าลงอย่างขัดเขิน "ป้าสะใภ้รอง หนูจะเป็นคนสวยได้ยังไงกันคะ!" "ทำไมจะไม่ได้? จิงจิง เครื่องหน้าของหนูกับแม่คล้ายกันมาก แล้วก็สวยเหมือนยายพูผู้ล่วงลับด้วยนะ" ยายพูที่ว่าก็คือคุณยายของหวังจิงจิงนั่นเอง อันที่จริงเวินหว่านหน้าตาเหมือนพูหลานฟางมาก แม้หวังจิงจิงจะไม่ได้เหมือนขนาดนั้น แต่เค้าโครงคิ้วและดวงตาก็ถอดแบบกันมา "จริงเหรอคะ? ป้าสะใภ้รอง หนูคิดมาตลอดว่าหนูหน้าเหมือนพ่อ" หวังจิงจิงเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เด็กสาวคนนี้ทั้งอ่อนไหวและขาดความมั่นใจในตัวเอง เมื่อป้าพูเห็นหวังจิงจิงเป็นเช่นนี้ ก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้... ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารจริงๆ เติบโตมาในครอบครัวพรรค์นั้น ต่อให้สวยหยาดฟ้ามาดิน ก็คงถูกทำลายจนป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี "จริงสิ! ป้าสะใภ้รองของเอ็งเคยโกหกเสียที่ไหน?" ป้าพูยิ้มตาหยี แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มของหวังจิงจิงก็กว้างขึ้น ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยและทำงานกันอย่างง่วนเชียง พวกเขาไม่ทันสังเกตว่าหน้าต่างบานหนึ่งบนชั้นสองถูกเปิดทิ้งไว้ และมีใครบางคนยืนอยู่ริมหน้าต่าง เฝ้ามองพวกเธออยู่อย่างเงียบๆ ดูอะไรอยู่น่ะ? ตอนที่เฉินหลิงเฉินเดินผ่านห้องของเว่ยหยวน เขาเห็นอีกฝ่ายยืนพิงขอบหน้าต่าง เหม่อมองลงไปด้านล่าง เมื่อเขาลองชะโงกหน้ามองตาม ก็เห็นผู้หญิงสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า 'ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เว่ยหยวนกลายเป็นตาแก่ลามก แอบถ้ำมองสาวน้อยชาวบ้านแบบนี้?' เว่ยหยวนละสายตากลับมา "ฉันแค่สงสัยว่าเมื่อไหร่จะได้กินข้าว ฝีมือทำกับข้าวของป้าสะใภ้รองแกเด็ดขาดมาก รสชาติต้นตำรับสุดๆ แค่ได้กลิ่นน้ำลายก็สอแล้ว" เฉินหลิงเฉิน: ... กะแล้วเชียว เขาประเมินความตะกละของเว่ยหยวนต่ำไปจริงๆ "ช่วงนี้เป็นไงบ้าง? อารมณ์ดีขึ้นบ้างไหม?" แม้จะยังไม่ได้ความคืบหน้าอะไรมากนัก แต่เว่ยหยวนสัมผัสได้ชัดเจนว่าเฉินหลิงเฉินดูดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งมาถึงหนานเฉิงใหม่ๆ ตอนนั้นเขาแทบจะควบคุมอารมณ์อันซับซ้อนของตัวเองไม่ได้เลย แน่นอนว่า อาจเป็นเพราะช่วงนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เฉินหลิงเฉินไม่มีเวลาไปหมกมุ่นกับอดีตที่เลวร้ายเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวินซูยังได้รับบาดเจ็บอยู่ "ก็ไม่เลว" เฉินหลิงเฉินเงยหน้ามองทิวเขาที่สลับซับซ้อนในระยะไกล "ลองวางอคติลง หนานเฉิงก็เป็นเมืองที่สวยงามใช้ได้เลยนะ" เว่ยหยวนยิ้ม ไม่พูดอะไร เพียงแค่ตบไหล่เพื่อนเบาๆ ... ... "จิงจิง! ลูกไปไหนมา?! แม่เป็นห่วงแทบแย่!" ทันทีที่หวังจิงจิงหิ้วปิ่นโตกลับมาถึงบ้าน เวินหว่านก็รีบคว้ามือลูกสาวมาจับไว้ แล้วสำรวจเนื้อตัวด้วยความเป็นห่วง "แม่จ๊ะ หนูไม่เป็นไร พอดีป้าสะใภ้รองมีลูกค้าเยอะ หนูเลยไปช่วยแกก่อไฟทำกับข้าวมา อ้อ แล้วนี่หนูก็เอาอาหารกลับมาฝากแม่ด้วย มากินข้าวกันเถอะจ้ะ!" หวังจิงจิงจูงมือเวินหว่านไปที่โต๊ะอาหาร แล้วเริ่มจัดแจงกับข้าว เวินหว่านลุกขึ้นไปหยิบถ้วยและตะเกียบ "ลูกทำแม่ใจหายใจคว่ำหมด แม่กลัวว่า..." เวินหว่านพูดไม่จบประโยค แต่หวังจิงจิงรู้ดีว่าแม่จะพูดอะไร "แม่ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อกับพวกเขาไม่มีทางตามมาเจอเราที่นี่หรอก" เวินหว่านส่งถ้วยและตะเกียบให้หวังจิงจิง "แม่รู้ว่าพวกเขาหาที่นี่ไม่เจอ แต่แม่กลัวว่าถ้าพวกเขาหาเราไม่เจอ แล้วจะไปรังควานเสี่ยวซูกับเสี่ยวเหิงแทน เสี่ยวเหิงยังเรียนอยู่ ส่วนเสี่ยวซูก็เป็นคนมีชื่อเสียง แม่กลัวจริงๆ ว่าพวกเราจะเป็นตัวถ่วงทำให้หลานเดือดร้อน..." "แม่คะ วางใจเถอะ พ่อกับน้องชายเป็นคนไม่เอาถ่านทั้งคู่ ไม่มีทางเข้าถึงตัวพี่สาวกับคนพวกนั้นได้หรอก แม่ลองคิดดูสิ แฟนคลับของพี่สาวมีตั้งเยอะแยะ ทั้งคนรวยคนมีเส้นสาย จะเข้าถึงตัวพี่สาวยังยากแสนยาก นับประสาอะไรกับพ่อแล้วก็น้องชาย" ได้ยินลูกสาวเรียกพ่อกับน้องชายว่า 'คนไม่เอาถ่าน' เวินหว่านก็แปลกใจเล็กน้อย เธอมองหวังจิงจิงที่ยิ้มแย้มมาตลอดตั้งแต่เข้าบ้าน ดูมั่นใจในตัวเองขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ชั่วขณะนั้น ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในใจเวินหว่าน เธอรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ เด็กสาวที่ดีพร้อมขนาดนี้ กลับต้องมาจมปลักและถูกทำลายในครอบครัวพรรค์นั้นจนมีสภาพแบบนั้น โชคดีที่ตอนนี้พวกเธอหนีออกมาได้แล้ว ลูกสาวของเธอถึงได้กลับมาร่าเริงและมั่นใจขึ้นบ้าง "แม่จ๊ะ กินผักหน่อยสิ" หวังจิงจิงคีบซี่โครงหมูชิ้นโตใส่ในชามของเวินหว่าน "จ้ะๆ ลูกก็กินด้วยสิ" ... ... หว่านจินเหยียนได้รับข้อความจากหว่านอวี้ชิงว่าเธอมาถึงหมู่บ้านสกุลพูแล้วตอนฟ้ามืด แต่ตอนที่ได้รับข้อความ ป้าพูกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมมื้อเย็น จึงไม่มีเวลาไปต้อนรับขับสู้ ซึ่งก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม วันนี้นับว่าโชคดีมาก เดิมทีลูกค้าไม่ได้เยอะขนาดนี้ แต่วันนี้จู่ๆ ก็มีแขกเข้ามาพักหลายกลุ่มพร้อมกัน หรือว่าหมู่บ้านสกุลพูเริ่มมีชื่อเสียงแล้ว? แบบนี้แสดงว่าในอนาคตจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใช่ไหมนะ? เย็นวันนั้น หวังจิงจิงก็อยู่ช่วยทำมื้อเย็นต่อ ครอบครัวของป้าสะใภ้รองมีที่ดินทำกินเยอะ ทุกปีในช่วงเวลานี้ สามีของนางจะขึ้นเขาไปเตรียมหน้าดิน การต้องกินนอนบนภูเขาเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นั่นสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดี ป้าพูร้อนใจเพราะติดต่อสามีไม่ได้ จึงจำต้องไหว้วานให้หวังจิงจิงอยู่ช่วยงาน "ถ้ารู้ว่าวันนี้จะมีแขกเยอะ ป้าคงไม่ให้ลุงแกขึ้นเขาไปหรอก ลำบากหนูแย่เลยจิงจิง" เวลานี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว แสงไฟจากเตาฟืนส่องกระทบใบหน้าของหวังจิงจิง ทำให้แก้มของเธอจามไปด้วยสีแดงระเรื่อดูมีเลือดฝาด "ป้าสะใภ้รอง อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ ป้าช่วยเหลือหนูกับแม่มาตั้งเยอะ พวกหนูยังไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณยังไงเลย หนูดีใจมากค่ะที่ได้ช่วยงานป้า" หวังจิงจิงยิ้มซื่อๆ อย่างจริงใจ ยิ่งป้าพูมองหวังจิงจิง ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูในความซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง จู่ๆ ความคิดที่จะจับคู่ก็ผุดขึ้นมาในหัว พอดีลูกชายของนางเพิ่งเรียนจบวิทยาลัย แม้จะทำงานโรงงาน แต่เงินเดือนก็แตะหลักหมื่นหยวน แถมมีที่พักและอาหารให้พร้อมสรรพ คิดได้ดังนั้น ป้าพูจึงโพล่งถามออกไปตรงๆ "จิงจิง แล้วหนูมีชายในดวงใจหรือยังล่ะลูก?"
Close