- หน้าแรก
- เลิกกับผู้ชายเฮงซวย ระบบก็ช่วยให้ฉันรวยล้นฟ้า
- บทที่ 4 ลูกค้ารายใหญ่!!!
บทที่ 4 ลูกค้ารายใหญ่!!!
บทที่ 4 ลูกค้ารายใหญ่!!!
"บอสคะ ไตรมาสที่แล้วเราขาดทุนไปตั้งสามล้าน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วเราต้องล้มละลายแน่ๆ ทำไมเราไม่... ย้ายออกจาก"ห้างสรรพสินค้าเทียนหงไปเลยล่ะคะ? นอกจากค่าเช่าจะแพงหูฉี่แล้ว ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าทุกเดือนอีก สู้ตัดใจเจ็บตัวตอนนี้เลยดีกว่า!"
"ทำไมเราจะต้องยอมด้วย? ทีแบรนด์ต่างชาตินั่นคนแห่กันไปซื้อ แต่แบรนด์ของต้าเซี่ยเรากลับต้องม้วนเสื่อออกจากห้างเทียนหงอย่างน่าขายหน้าเนี่ยนะ? ฉันไม่ยอมหรอก! พูดถึงงานฝีมือ ภูมิปัญญาบรรพบุรุษของเราด้อยกว่าพวกเขาตรงไหน?"
"แต่แบรนด์พวกนั้นเขามีประวัติยาวนานเป็นร้อยปี... เราเพิ่งเปิดมาไม่กี่ปีเอง ตั้งราคาก็สูงลิ่ว แถมยังไม่มีโลโก้ให้ลูกค้าเอาไปอวดใครได้อีก..." พนักงานสาวเอ่ยเสียงอ่อย
"ร้อยปีแล้วยังไง? ขอแค่เรายืนหยัดต่อไป เราก็กลายเป็นแบรนด์ร้อยปีของต้าเซี่ยได้เหมือนกัน อีกอย่าง เธอดูแบรนด์พวกนั้นสิ มูลค่ามันอยู่ที่ตัวสินค้าจริงๆ เหรอ? ที่คนเขาซื้อน่ะคือซื้อแบรนด์! ซื้อราคาที่บวกเพิ่ม! ซื้อโลโก้! แต่ของเรานี่ใช้ด้ายเงินด้ายทองถักทอลงไปในเนื้อผ้าจริงๆ มันจะเหมือนกันได้ยังไง?"
"..."
เวินซูเดินเข้ามาในร้าน เห็นพนักงานกำลังคุยกับหญิงสาวในชุดหรูฉวิน พนักงานมีสีหน้าเหมือนคนอมทุกข์ ส่วนหญิงสาวคนนั้นกลับเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทั้งสองจมอยู่ในอารมณ์ส่วนตัวจนไม่ทันสังเกตเห็นการมาถึงของเวินซู
"อะแฮ่ม!"
เวินซูป้องปากกระแอมเบาๆ
ทั้งสองคนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ พอพนักงานเห็นเวินซู ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "ยินดีต้อนรับค่ะ! ร้านเรามีเสื้อผ้าหลายสไตล์ ทั้งแบบประยุกต์ความเป็นฮั่น แบบราชสำนักโบราณ แล้วก็กี่เพ้ายุคสาธารณรัฐ ทุกชิ้นออกแบบ สร้างแพทเทิร์น และตัดเย็บโดยอาจารย์ที่มีชื่อเสียง รับรองว่ามีแค่ชิ้นเดียวในโลก เชิญเลือกชมได้ตามสบายเลยนะคะ"
พนักงานรีบเดินตรงเข้ามาหาเวินซู ผายมือเชื้อเชิญอย่างนอบน้อมและสุภาพ
หญิงสาวในชุดหรูฉวินเหลือบมองเวินซูแวบหนึ่ง ตอนแรกแววตาของเธอก็ดูมีความหวัง แต่พอเห็นการแต่งกายของเวินซู แสงในดวงตานั้นก็ค่อยๆ หม่นแสงลง
หญิงสาวคนนี้ชื่อ 'หว่านอวี้ชิง' เป็นเจ้าของร้านแห่งนี้ ด้วยความที่ชื่นชอบความเป็นฮั่นเป็นพิเศษบวกกับทรัพย์สินมหาศาลของตระกูลที่ใช้ยังไงก็ไม่หมด เธอจึงเกิดไอเดียอยากสร้างแบรนด์หรูของต้าเซี่ยขึ้นมา
แม้จะเป็นความคิดชั่ววูบ แต่เธอก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมากมายและตั้งใจสร้างแบรนด์หรูของต้าเซี่ยขึ้นมาจริงๆ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต เธอลงมาคุมรายละเอียดด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงลิ่ว กี่เพ้าสั่งตัดตัวหนึ่งราคาทะลุแสน ไม่ต้องพูดถึงพวกมงกุฎหงส์หรือชุดคลุมยาวพวกนั้นเลย
ความจริงมีคนเข้ามาดูชุดที่ร้าน 'หมิงโหลว' เยอะมาก แต่คนที่ควักกระเป๋าซื้อกลับมีน้อยนิด พวกเขาเลือกที่จะไปซื้อเสื้อผ้าต้นทุนหลักร้อยแต่ขายเกือบแสนแล้วบอกว่าคุ้มค่า ทว่ากลับมองว่าเสื้อผ้าในร้านหมิงโหลวแพงเกินไปและไม่คุ้มราคา
เมื่อเห็นการแต่งกายที่แสนธรรมดาของเวินซู หว่านอวี้ชิงก็คาดเดาว่าต่อให้ลูกค้าคนนี้มีเงินสดเป็นล้าน ก็คงไม่ยอมควักเงินซื้อเสื้อผ้าในร้านของเธอแน่
ล้มเลิกกลางคันสินะ... หว่านอวี้ชิงถอนหายใจเบาๆ เท้าคางอย่างหมดอาลัยตายอยาก พลางคิดว่าบางทีสิ่งที่พนักงานพูดอาจจะถูก
บางที... เธอควรจะยอมแพ้
ภายใต้การนำชมของพนักงาน เวินซูเดินดูรอบๆ ร้าน พบว่าที่นี่ไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ยังมีเครื่องประดับที่เข้าชุดกันครบครัน ครอบคลุมรายละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า
เวินซูหยุดยืนหน้าชุดกี่เพ้าชุดหนึ่ง แล้วหันไปถามพนักงาน "ขอดูใกล้ๆ ได้ไหมคะ?"
วัสดุของเสื้อผ้าพวกนี้ดูออกเลยว่าราคาไม่ถูก ต่อให้มือคนเราจะดูสะอาด แต่รูขุมขนก็ยังหายใจและขับเหงื่อออกมาตลอดเวลา การสัมผัสอาจไม่ทิ้งรอยให้เห็นทันที แต่ถ้าทุกคนจับแบบนี้ เสื้อผ้าชั้นดีพวกนี้คงต้องส่งกลับไปซ่อมแซมแน่
พนักงานลอบสังเกตเวินซูมาตลอด จ้องอยู่นานก็ยังดูไม่ออกว่าเสื้อผ้าที่เวินซูใส่เป็นแบรนด์ดังยี่ห้อไหน มันดูคล้ายกับเสื้อผ้าตามแผงลอยมาก เธอไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงนัก แต่พอได้ยินคำขอของเวินซู ดวงตาของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเป็นประกาย รีบยื่นถุงมือให้อย่างรวดเร็ว "ได้แน่นอนค่ะ! เชิญตามสบายเลยค่ะ!"
เวินซูรับถุงมือมาสวม แล้วพิจารณาชายกระโปรงอย่างละเอียด "นี่มัน... งานปักสองหน้าสามลักษณ์ใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ! คุณผู้หญิงตาถึงมาก ดูออกด้วยเหรอคะเนี่ย!" ดวงตาของพนักงานยิ่งฉายแววเจิดจ้าขึ้นไปอีกเมื่อมองเวินซู
งานปักสองหน้าสามลักษณ์ หรือ 'ซานอี้ซิ่ว' ก็ตามชื่อ คือลวดลาย ฝีเข็ม และสีสันของงานปักทั้งสองด้านจะแตกต่างกัน เป็นบททดสอบฝีมือของช่างปักขั้นสูงและนับเป็นงานศิลปะชั้นเลิศ เธอไม่คิดเลยว่าจะมีการนำมาใช้กับกี่เพ้าชุดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น พักเรื่องงานปักไว้ก่อน แค่ราคาด้ายเงินอย่างเดียวก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ในชีวิตก่อนตอนที่เธอเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ คนที่มาช่วยเจรจาเป็นทายาทตระกูลช่างปักซูโจว อาจารย์ท่านนั้นรู้วิธีการปักแบบนี้ ดูเหมือนว่าโลกใบนี้จะแทบไม่ต่างจากโลกเดิมของเธอเลย
เวินซูมองป้ายราคา 99,000 แล้วรู้สึกว่าไม่ได้แพงอะไร หักต้นทุนค่าชุดและค่าดำเนินการของร้านแล้ว กำไรแทบจะน้อยนิด เห็นได้ชัดว่าร้านนี้ตั้งใจทำเสื้อผ้าด้วยใจรักจริงๆ
"จำชุดที่ฉันถามไปเมื่อกี้ได้ไหม?" เวินซูหันไปถาม
พนักงานกลั้นหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งกระฉูดทันที ประโยคเด็ดสไตล์ท่านประธานจอมเผด็จการแบบนี้... หรือว่าจะเป็นอย่างที่เธอคิด?
"จะ... จำได้ค่ะ!" ถ้าจำไม่ได้ เดี๋ยวเธอค่อยกลับไปเปิดกล้องวงจรปิดดูย้อนหลังเอาก็ได้!
"งั้นห่อมาให้หมดเลยนะ รวมทั้งเครื่องประดับกับรองเท้าด้วย" เวินซูยื่นบัตรธนาคารให้พนักงาน "ช่วยไปส่งที่บ้านฉันได้ไหม?"
เธอกะดูคร่าวๆ แล้ว รวมเครื่องประดับด้วยคงหนักเกินห้ากิโลฯ แน่ๆ
"ได้ค่ะ! ได้ค่ะ!" พนักงานพยักหน้ารัวเหมือนนกหัวขวาน มือสั่นระริกขณะรับบัตรธนาคารไป ความตื่นเต้นทำให้พูดไม่เป็นประโยค "คะ... คุณผู้หญิง..."
"รบกวนคุณผู้หญิงเชิญทางนี้ค่ะ มาลงทะเบียนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ได้เลย"
เวินซูอดขำกับท่าทางตื่นตูมของพนักงานไม่ได้ เธอพยักหน้าแล้วเดินตามไปที่เคาน์เตอร์
"บอส! บอสคะ!" พนักงานตะโกนเรียกหว่านอวี้ชิงเสียงหลง พลางหันมายิ้มหวานให้เวินซูอย่างรวดเร็ว
หว่านอวี้ชิงถอนหายใจเบาๆ พอหันกลับมาก็เห็นหน้าพนักงานแดงก่ำราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมา ทำเอาเธอตกใจ "เป็นอะไรไป?"
"บอส! ลูกค้ารายใหญ่ค่ะ!" พนักงานทำมือบอกขนาดใหญ่ยักษ์ประกอบ ดวงตากระพริบวิบวับจนตาแทบจะเป็นตะคริว
"พะ... พี่สาว?" หว่านอวี้ชิงกระเด้งตัวจากเก้าอี้ เดินเข้ามาหาเวินซูด้วยความตื่นเต้น "สวัสดีค่ะ! ฉันหว่านอวี้ชิง เป็นเจ้าของร้านนี้ คุณชอบเสื้อผ้าของฉันจริงๆ เหรอคะ?"
เด็กสาวมีดวงตาอัลมอนด์คู่สวยที่ดูเหมือนจะมีดวงดาวระยิบระยับอยู่ข้างในยามตื่นเต้น ทำให้เวินซูพลอยยิ้มตามไปด้วย "ใช่ ฉันชอบเสื้อผ้าของคุณมาก มันคุ้มค่าสมราคาจริงๆ"
หว่านอวี้ชิงชะงักไป กระพริบตาปริบๆ จู่ๆ เธอก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา
"เสี่ยวอวี้!" หว่านอวี้ชิงหันหน้าหนี ปาดน้ำตาที่หางตาแรงๆ แล้วตะโกนเรียก
พนักงานที่ชื่อเสี่ยวอวี้กำลังแอบกรอภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อจดรหัสสินค้า พอได้ยินเสียงบอสเรียกก็สะดุ้งจนปากกาลากเป็นทางยาวบนกระดาษ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นบอสทุบอกตัวเอง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเปี่ยมอารมณ์ว่า
"คุณผู้หญิงคะ ฉันรู้สึกถูกชะตากับคุณเหลือเกิน กี่เพ้าตัวที่คุณดูเมื่อกี้... วันนี้ฉันให้ฟรี! ยกให้เป็นของขวัญไปเลยค่ะ!"