- หน้าแรก
- ใครว่าขายไข่ไม่รวย บันทึกเส้นทางเศรษฐีของคุณพ่อ
- บทที่ 20 ในฐานะคุณพ่อผู้เชี่ยวชาญ เรื่องแค่นี้ไม่คณนามือหรอก
บทที่ 20 ในฐานะคุณพ่อผู้เชี่ยวชาญ เรื่องแค่นี้ไม่คณนามือหรอก
บทที่ 20 ในฐานะคุณพ่อผู้เชี่ยวชาญ เรื่องแค่นี้ไม่คณนามือหรอก
บทที่ 20 ในฐานะคุณพ่อผู้เชี่ยวชาญ เรื่องแค่นี้ไม่คณนามือหรอก
"แน่นอน ผมจะดูแลลูกๆ เอง! เย่ว์เย่ว์กับเลี่ยงเลี่ยงเลี้ยงง่ายจะตาย สบายมาก! คุณไปนอนพักผ่อนให้สบายเถอะ!" หลินเจวี๋ยประกาศด้วยความมั่นใจ
เจียงสือเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของสามี นางเองก็อยากให้พ่อลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น จึงพยักหน้าตกลง
หลินเจวี๋ยห่มผ้าให้ภรรยา แล้วค่อยๆ ปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือ
ที่หน้าประตู เจ้าตัวน้อยสองคนชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทั้งคู่ดูเป็นห่วงเจียงสือมาก กลัวว่าแม่จะป่วยหรือเป็นอะไรไป
เย่ว์เย่ว์ดึงขากางเกงหลินเจวี๋ยเป็นคนแรก แล้วถามว่า "พ่อจ๋า แม่เป็นอะไรหรือเปล่า?"
"แม่ไม่เป็นไรจ้ะ! แม่แค่ง่วงนอน พ่อเลยให้แม่เข้านอนเร็วหน่อย คืนนี้พ่อจะอาบน้ำให้พวกหนู แล้วก็นอนกับพวกหนูด้วย ดีไหม?" หลินเจวี๋ยบอกพร้อมรอยยิ้ม
"เย้! เลี่ยงเลี่ยงอยากนอนกับพ่อ!" ลูกชายดูตื่นเต้นมาก เด็กผู้ชายยังไงก็มักจะยึดพ่อเป็นไอดอล
เย่ว์เย่ว์เห็นน้องชายชิงพูดก่อนก็เบะปากอย่างไม่พอใจ พูดขึ้นบ้างว่า "เย่ว์เย่ว์ก็ด้วย! พ่อจะทิ้งหนูไม่ได้นะ!"
"ได้ๆ คืนนี้พ่อจะนอนกับทั้งสองคนเลย!" หลินเจวี๋ยยิ้มอย่างจนใจ
เจ้าตัวเปี๊ยกสองคนนี่ยังเด็กแท้ๆ ก็รู้จัก 'แย่งความรัก' กันซะแล้ว ขืนเขาไม่ให้ความยุติธรรม เดี๋ยวได้มีวางมวยกันแน่
เขาพาลูกๆ ไปที่ห้องน้ำ หยิบอ่างอาบน้ำออกมา เติมน้ำ แล้วต้มน้ำร้อนมาผสมจนอุ่นพอดี
ถึงจะเป็นเดือนมิถุนายนที่อากาศร้อนจัด แต่เด็กๆ ร่างกายยังอ่อนแอ เขาไม่กล้าให้ลูกอาบน้ำเย็นจัดๆ หรอก
พอน้ำอุ่นได้ที่ เด็กๆ ก็ถอดเสื้อผ้ากระโจนลงอ่างไปเล่นน้ำ
ตลอดการอาบน้ำไม่มีใครร้องงอแงเลย ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
หลินเจวี๋ยแทบน้ำตาไหลพราก ลูกๆ ของเขาช่างว่านอนสอนง่ายจริงๆ เลี้ยงง่ายสุดๆ ไปเลย!
เขาเช็ดตัวให้ลูก เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วพาเข้าไปในห้องนอน หยิบแป้งฝุ่นมาทาหลังให้
หน้าร้อนแบบนี้ ที่บ้านไม่มีพัดลม เวลานอนตอนกลางคืนเหงื่อจะออกง่าย โดยเฉพาะที่แผ่นหลัง อาจเกิดผดผื่นจากความอับชื้นได้
การทาแป้งฝุ่นจะช่วยให้ผิวแห้งสบายขึ้น
เดิมทีหลินเจวี๋ยก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก เขาอาศัยความทรงจำตอนที่เจียงสือดูแลลูกๆ แล้วทำตามอย่าง
เขาอุ้มลูกขึ้นเตียง หยิบพัดใบตาลมาค่อยๆ พัดวี กล่อมลูกนอน
เย่ว์เย่ว์ลืมตาแป๋ว ดวงตาดำขลับเหมือนลูกองุ่นจ้องมองหลินเจวี๋ย แล้วถามเสียงใส "พ่อจ๋า พ่อร้องเพลงเป็นไหม?"
หลินเจวี๋ยอึ้งไปกับคำถามลูกสาว เขาร้องเพลงไม่เป็นจริงๆ ก่อนจะย้อนกลับมาเกิดใหม่ ทักษะการร้องเพลงของเขาจัดอยู่ในขั้น 'หูดับตับไหม้' จนได้ฉายาว่า 'นักฆ่าแห่งคาราโอเกะ'
เวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานแล้วถึงคิวเขาร้องเพลงทีไร รับประกันได้เลยว่าเรียกเสียงฮาจนน้ำตาเล็ดกันทั้งวง!
เขากลัวว่าขืนอ้าปากร้องเพลง ลูกๆ คงไม่ได้หลับได้นอน แต่จะหัวเราะจนตาสว่างแทน
"อะแฮ่ม" หลินเจวี๋ยกระแอมไอแก้เก้อ "พ่อร้องเพลงไม่เกาะเท่าแม่หรอกจ้ะ แต่พ่อเล่านิทานเก่งนะ อยากฟังไหม?"
"อยาก!"
"อยากสิ! พ่อจ๋า เล่าเร็วๆ!"
เด็กๆ ตอบรับอย่างกระตือรือร้น หลินเจวี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในบรรดานิทานมากมาย เขาจำได้ไม่กี่เรื่องหรอก
เด็กๆ คงยังไม่เคยฟังนิทานของแอนเดอร์เซน งั้นเล่าเรื่อง 'สโนว์ไวท์' ก็แล้วกัน!
"พ่อจะเล่าเรื่องสโนว์ไวท์ให้ฟังนะจ๊ะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอาณาจักรโบราณทางทิศตะวันตก พระราชาเฒ่ามีพระธิดาองค์หนึ่ง ผมของนางดำขลับดุจไม้ตะโก ผิวขาวราวหิมะ และริมฝีปากแดงดั่งเลือด..."
เย่ว์เย่ว์ฟังแล้วก็ยกมือถามด้วยความสงสัย "พ่อจ๋า สโนว์ไวท์สวยมากไหม?"
"สวยมากแน่นอนจ้ะ!" หลินเจวี๋ยตอบ
"แล้วสโนว์ไวท์สวยเท่าแม่ไหม?" สาวน้อยเอียงคอถาม
คำถามนี้ทำเอาหลินเจวี๋ยไปไม่เป็น เจ้าหญิงในนิทานจะมาสวยสู้เมียเขาได้ยังไง!
ในสายตาเขา เมียเขาสวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว!
เทียบกันไม่ติดฝุ่นเลย
"ฮ่าๆ แม่ของหนูสวยที่สุดอยู่แล้วจ้ะ! ในสายตาพ่อ แม่ของหนูคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก!" หลินเจวี๋ยหัวเราะร่า
เวลานั้น เจียงสือที่เป็นห่วงว่าหลินเจวี๋ยจะดูแลลูกไหวไหม ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วแอบมายืนอยู่หน้าประตูห้องนอน
นางตั้งใจว่าถ้าลูกร้องงอแงจะได้รีบเข้ามาปลอบ
แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินประโยคนั้นของหลินเจวี๋ยเข้าเต็มสองหู... เขาบอกว่านางคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก
คำพูดนี้มีอานุภาพทำลายล้างหัวใจผู้หญิงอย่างรุนแรง
เมื่อผู้ชายพูดแบบนี้ออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายสวยหยาดเยิ้มจนล่มบ้านล่มเมืองจริงๆ
ก็ต้องแปลว่าผู้ชายคนนั้นรักผู้หญิงคนนี้มาก และด้วยความรักนั้น ในสายตาเขา นางจึงสวยที่สุดเสมอ... พอนึกถึงตรงนี้ เจียงสือก็รู้สึกปั่นป่วนในใจอย่างบอกไม่ถูก นางยกมือทาบอก สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว
ตั้งแต่เจอกับหลินเจวี๋ยครั้งแรกจนแต่งงานกัน นางไม่เคยได้ยินคำว่า "รัก" ออกจากปากเขาเลยสักครั้ง
สำหรับคู่สามีภรรยาชาวชนบททั่วไป เรื่องแบบนี้ถือเป็นปกติ ผู้คนในยุคสมัยนั้นมักจะสงวนท่าทีเรื่องความรู้สึก ไม่ค่อยพูดคำว่ารักพร่ำเพรื่อ
เจียงสือเองก็เคยคิดว่าคนที่เอาแต่พูดคำหวานหูนั้นดูเจ้าชู้และพึ่งพาไม่ได้
แต่เป็นเพราะหลินเจวี๋ยไม่ได้พูดต่อหน้านาง แต่เผลอพูดออกมาตอนคุยกับลูกๆ คำหวานนี้จึงยิ่งกระแทกใจนางอย่างจัง
เจียงสือสูดหายใจลึก แอบมองผ่านช่องประตูเข้าไป เห็นภาพหลินเจวี๋ยกำลังเล่านิทานให้ลูกฟัง
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน มือก็คอยพัดวีให้ลูกๆ ไปด้วย ไม่มีความรำคาญใจเลยสักนิด กลับดูเพลิดเพลินกับช่วงเวลานี้เสียด้วยซ้ำ
เจียงสือมองภาพอันอบอุ่นนี้ด้วยความหลงใหล
นับตั้งแต่หลินเจวี๋ยตัดสินใจกลับตัวกลับใจ เจียงสือก็เริ่มมองเห็นภาพครอบครัวในฝันของนางค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละน้อย
ภาพครอบครัวที่งดงามที่สุดเท่าที่นางเคยจินตนาการไว้
นางยืนอยู่หน้าประตูอยู่นาน สภาพจิตใจปั่นป่วนจนตาสว่าง นอนไม่หลับ นางจึงเดินไปที่จักรเย็บผ้าแล้วเริ่มลงมือทำงาน
หลินเจวี๋ยเล่าเรื่องสโนว์ไวท์ไปได้ครึ่งเรื่อง เด็กๆ ก็ง่วงจนตาปิดสนิทไปแล้ว
มองดูใบหน้ายามหลับใหลอันเงียบสงบของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง แก้มยุ้ยๆ อมชมพู และไขมันเด็กน้อยที่น่าหมั่นเขี้ยว เขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงหอมแก้มลูกคนละฟอด
"ฝันดีนะจ๊ะ เด็กดี ขอให้ฝันหวาน"
หลินเจวี๋ยดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้
ก่อนจะย้อนกลับมาเกิดใหม่ หลังจากเสียลูกทั้งสองไป เขาฝันถึงลูกทุกคืนเป็นเวลานาน หวนนึกถึงทุกช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยมีร่วมกัน
เขาเคยจูบลูกในฝัน แต่ไม่เคยได้ทำในชีวิตจริง
หลังการเกิดใหม่ครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็ได้เป็นพ่อที่ดี ดูแลพวกเขาอย่างดี และแสดงความรักได้อย่างเต็มที่
หลินเจวี๋ยย่องลงจากเตียง เดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น ก็ได้ยินเสียงจักรเย็บผ้าดังฉึกฉัก
เจียงสือยังไม่นอน นางแอบลุกขึ้นมาทำงาน
หลินเจวี๋ยอึ้งไปเลย เมียเขาจะขยันเกินไปไหมเนี่ย?
เพิ่งจะหายไข้ แทนที่จะพักผ่อนให้หายดี ดันลุกมาโหมงานทำไม!
เรื่องหาเงินมันเรื่องรอง สุขภาพนางต่างหากที่สำคัญที่สุด!
"เมียจ๋า ทำไมไม่นอนพักผ่อน?"
เสียงของหลินเจวี๋ยดังขึ้นจากด้านหลัง เจียงสือสะดุ้งโหยง ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำผิด
นางค่อยๆ หันกลับมามองสบตากับใบหน้าเคร่งขรึมของหลินเจวี๋ย ราวกับนางไปก่อเรื่องคอขาดบาดตายมาจริงๆ
"เอ่อ... ฉันหายตัวร้อนแล้ว" นางพูดตะกุกตะกัก กลัวหลินเจวี๋ยจะโกรธ จึงรีบอธิบาย "ฉันเข้านอนเร็วเกินไปเลยนอนไม่หลับ ก็เลยลุกมาหาอะไรทำ ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ไม่ต้องห่วง!"
หลินเจวี๋ยเห็นท่าทางหวาดกลัวของภรรยา ก็รู้ตัวว่าไม่ควรทำหน้าดุขนาดนั้น
ยิ่งเครื่องหน้าเขาคมเข้ม เวลาทำหน้าดุมันจะดูน่ากลัวมาก ขืนทำเมียขวัญกระเจิงคงไม่ดีแน่
"ต่อให้นอนไม่หลับ ก็ไม่เห็นต้องรีบลุกมาทำงานเลยนี่นา เมียจ๋า คุณยังป่วยอยู่นะ!" หลินเจวี๋ยพยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
เจียงสือถอนหายใจ แล้วยิ้มพลางวางมือจากงาน "งั้นฉันไม่ทำแล้วก็ได้ เชื่อคุณแล้ว"
ดึกสงัด ทั่วทั้งหมู่บ้านจินหลงตกอยู่ในความเงียบสงบยามราตรี
เจียงสือกับหลินเจวี๋ยเดินออกมาข้างนอก ค่ำคืนฤดูร้อนเต็มไปด้วยเสียงแมลงร้องระงม และเสียงนกตบยุงแว่วมาจากป่า
หลินเจวี๋ยเงยหน้ามองท้องฟ้า ในหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ปราศจากแสงไฟรบกวน มองเห็นทางช้างเผือกพาดผ่านชัดเจน
ได้อาบแสงดาวร่วมกับภรรยาแบบนี้ ช่างโรแมนติกเหลือเกิน
"เมียจ๋า คราวก่อนผมซื้อบ๊วยแห้งเฟินหวงมาลืมให้คุณเลย" หลินเจวี๋ยกลับเข้าไปในบ้าน หยิบบ๊วยแห้งออกมาซองหนึ่งแล้วแกะออก "เมื่อก่อนเห็นคุณชอบกิน ผมรู้ว่าคุณชอบเลยซื้อมาสองซอง"
เขายื่นซองที่แกะแล้วให้เจียงสือ เจียงสือมองดู ตาหยีเป็นรูปสระอิด้วยรอยยิ้ม นางหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่งใส่ปาก แล้วหยิบอีกชิ้นยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากหลินเจวี๋ย
"คุณกินด้วยสิ!" นางบอก
หลินเจวี๋ยยิ้มรับ อ้าปากงับบ๊วยแห้งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
บ๊วยแห้งเฟินหวงรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ไม่ได้อร่อยวิเศษอะไร ก็เหมือนผลไม้แช่อิ่มทั่วไป
แต่เพราะภรรยาป้อนให้ด้วยมือ เขาเลยรู้สึกว่าทางจิตใจแล้ว รสชาตินี้ให้คะแนนเต็มสิบไปเลย!
เจียงสือไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่มองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเงียบๆ
อันที่จริง นางไม่ได้ชอบกินบ๊วยแห้งเฟินหวงเป็นพิเศษหรอก เมื่อก่อนนางซื้อมากินแก้ง่วงเวลาต้องทำงานดึกๆ เท่านั้น
บ๊วยแห้งราคาถูกกว่าใบชา พอง่วงก็กินสักเม็ด รสเปรี้ยวหวานจะกระตุ้นต่อมรับรสให้ตาสว่างขึ้นมาได้
ตอนนี้ไม่ต้องทำงานโต้รุ่งแล้ว พอกินบ๊วยแห้ง กลับรู้สึกถึงรสชาติที่แตกต่างออกไป... รสชาติหวานล้ำที่ซึมซาบลงไปถึงกลางใจ
สายตาของนางเลื่อนไปมองหลินเจวี๋ยที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูมือที่แข็งแรงและทรงพลังของเขา เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกอยากจะกุมมือนั้นไว้แน่นๆ
จับมือเขาไว้ แล้วจับไว้ตลอดไป ไม่ปล่อยให้หลุดมือ
เจียงสือคิดแล้วก็ทำตามใจทันที
มือเรียวบางที่เย็นเฉียบเล็กน้อยค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสนิ้วมือของหลินเจวี๋ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะตัดสินใจกุมไว้แน่น ประสานฝ่ามือเข้าด้วยกัน
หัวใจของหลินเจวี๋ยเต้นผิดจังหวะ เขาเหลือบมองภรรยา แล้วก้มมองมือที่กุมกันอยู่
ภรรยาของเขาเป็นฝ่ายจับมือเขาก่อน!
คืนนี้เขาคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแน่!
หลินเจวี๋ยพยายามกลั้นยิ้มจนมุมปากกระตุก เพื่อไม่ให้ทำลายบรรยากาศดีๆ นี้ เขาจึงยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อจากความประหม่า
ความรู้สึกตอนนี้เหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยเริ่มจีบกันใหม่ๆ ช่วงเวลาที่เพียงแค่อีกฝ่ายขยับตัวนิดเดียว หัวใจเขาก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ
ที่แท้รสชาติของวัยหนุ่มสาวก็เป็นแบบนี้นี่เอง!