- หน้าแรก
- กระจกหยั่งรู้สู่เส้นทางอมตะ
- บทที่ 161 - ช่องทางลับ
บทที่ 161 - ช่องทางลับ
บทที่ 161 - ช่องทางลับ
บทที่ 161 - ช่องทางลับ
"ระบบป้องกันดาวเคราะห์ที่ติดตั้งบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ก็นับว่าพอถูไถ กันพวกสิ่งมีชีวิตระดับดาราจักรขั้นปลายทั่วไปได้อยู่"
ซูหยวนสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งก็ได้ข้อสรุปออกมา
นี่เป็นการสัมผัสและตรวจสอบด้วยตัวเอง ไม่ใช่การเอ่ยปากถามกระจกวิเศษ
"ถือว่าใช้ได้"
ซูหยวนพยักหน้าเบาๆ อย่างพอใจ
ตอนนี้ดาวเคราะห์สีน้ำเงินยังอยู่ในช่วงของการก่อสร้าง การสนับสนุนจากจักรวรรดิก็ยังคงส่งมาเรื่อยๆ
รอจนกว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ ระบบป้องกันดาวเคราะห์ของที่นี่ก็น่าจะรับมือการบุกของฝูงสิ่งมีชีวิตระดับดาราจักรขั้นปลายได้อย่างสบายๆ
แม้แต่ระดับดาวฤกษ์ถ้าคิดจะมาทำลายดาวดวงนี้ ก็คงต้องออกแรงกันเหนื่อยหน่อยล่ะ
ระดับการป้องกันขนาดนี้ แทบจะใกล้เคียงกับรังหลักของเผ่าพหุเนตรที่สั่งสมมากว่าหลายแสนปีแล้ว
วูบ
หลังจากผ่านการตรวจสอบที่ท่าเรืออวกาศ ซูหยวนก็กลับมาถึงทวีปอาร์กติกจนได้
"กลับมาแล้ว!"
ซูหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่ในยานรบ ผ่อนคลายจิตใจให้สงบนิ่ง
ในขณะเดียวกันพลังจิตอันมหาศาลก็แผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั่วทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
ตอนที่เป็นระดับดาราจักรขั้นกลาง เขตแดนจิตใจของเขายังอาจถูกสิ่งมีชีวิตระดับดาราจักรคนอื่นๆ บนโลกจับสัมผัสได้บ้าง
แต่พอมาถึงขั้นปลายแล้ว พลังจิตของเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมิติ ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือในระดับเดียวกัน ก็อย่าหวังว่าจะจับสัมผัสเขาได้เลยแม้แต่น้อย
"ตอนนี้บนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน... มีสิ่งมีชีวิตระดับดาราจักรทั้งหมดสิบหกคน นอกจากเย่คุนหลุนแล้ว ในสิบห้าคนที่เหลือ เก้าคนเป็นยอดฝีมือที่ประจำการจากขั้วอำนาจต่างๆ ส่วนอีกหกคนเป็นแค่นักท่องเที่ยวจักรวาล"
ซูหยวนกวาดจิตสำรวจทั่วโลกพลางคิดในใจเงียบๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา
ซูหยวนก็หยุดการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แล้วหันมาสัมผัสถึงพลังหยางขั้วสูงสุดและพลังหยินขั้วสูงสุดที่แทรกซึมอยู่ในทุกมิติของห้วงอวกาศ
"หยางและหยิน..."
ซูหยวนไม่เคยสัมผัสถึงสองพลังงานนี้ หรือจะเรียกว่ากฎเกณฑ์นี้ได้ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน
ตอนอยู่ขั้นกลาง สิ่งที่เขาเห็นเกี่ยวกับหยางและหยิน มันเหมือนเงาบุปผาในกระจก เงาจันทร์ในน้ำ สัมผัสได้แค่ลางๆ แต่ไม่ชัดเจน
แต่ตอนนี้ล่ะ?
ซูหยวนสัมผัสถึงพลังแห่งหยินและหยางที่ไร้รูปลักษณ์แต่มีอยู่จริงได้อย่างแจ่มชัด
"เหลือเชื่อจริงๆ"
"นี่สินะคือกฎเกณฑ์สูงสุด"
"รากฐานที่ค้ำจุนการโคจรของจักรวาล?"
ซูหยวนอุทานในใจด้วยความทึ่ง
อะไรคือกฎเกณฑ์สูงสุด? ก็คือกฎที่ถ้าขาดไป การโคจรของจักรวาลจะเกิดปัญหาใหญ่ทันที นั่นแหละคือกฎเกณฑ์สูงสุด
พลังหยางและพลังหยินก็เป็นเช่นนั้น
สายตาของซูหยวนในตอนนี้ มองไปยังโลหะทุกชิ้นที่ประกอบเป็นยานรบ รวมไปถึงกลิ่นอายที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ทุกสิ่งล้วนประกอบขึ้นจากพลังหยางและพลังหยินทั้งสิ้น
"สุดยอดไปเลย"
"สิ่งมีชีวิตจะสามารถทำความเข้าใจพลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้จริงๆ หรือ?"
ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะเกิดคำถามนี้ขึ้นในใจ ยิ่งเห็นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตระหนักถึงความเล็กจ้อยของตัวเอง พลังที่ครอบคลุมไปทั่วทุกหนแห่งในจักรวาลแบบนี้ มนุษย์ตัวเล็กๆ จะหยั่งรู้หรือเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้จริงๆ น่ะหรือ?
"ฉันรู้สึกได้ว่าทุกชั่วขณะฉันได้รับความรู้ใหม่ๆ เสมอ แต่ถ้ายังรักษาระดับชีวิตไว้แค่ดาราจักรขั้นปลาย การจะทำความเข้าใจหยางและหยินให้ทะลุปรุโปร่ง คงต้องใช้เวลาเนิ่นนานจนน่ากลัว อาจจะเกินล้านล้านปีด้วยซ้ำ"
ซูหยวนคิดคำนวณในใจ
แน่นอนว่านั่นคือระยะเวลาหากเขายังย่ำอยู่กับที่ในระดับนี้
แต่ถ้าเขาฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น อย่างเช่นก้าวเข้าสู่ระดับดาวฤกษ์ ประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจหยางและหยินก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ถ้าใช้ตัวช่วยอื่นๆ ก็จะยิ่งเร่งความเร็วในการเรียนรู้ได้อีกมาก
"มิน่าล่ะ พวกอริยะแห่งจักรวาลถึงต้องเข้าใจกฎเกณฑ์สูงสุดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง พวกเขาถึงได้ท่องไปในดาราจักรได้อย่างไร้เทียมทาน"
ซูหยวนฉุกคิดขึ้นมาได้
เขาใช้เวลาค่อนวันในการทำความเข้าใจพลังหยางและหยิน จนกระทั่งรู้สึกว่าสมองเริ่มตื้อๆ ถึงได้หยุดพัก
ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจพลังจักรวาล หรือกฎเกณฑ์สูงสุดอย่างหยินหยาง ไม่ใช่ว่ายิ่งใช้นานยิ่งดี แต่ต้องดูสภาพร่างกายและจิตใจของตัวเองด้วย
"ไปดูใน 'เขาวงกตหมื่นชั้น' หน่อยดีกว่า"
ซูหยวนตั้งใจจะไปผ่อนคลายสักหน่อย เลยกะว่าจะไปลุยเขาวงกตเล่น
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาตะลุยจากชั้นที่หกสิบเอ็ดมาจนถึงชั้นที่แปดสิบแล้ว
ตอนนี้เวลาในการรีเซ็ตของ 'เขาวงกตหมื่นชั้น' เวียนมาถึงพอดี ก็ได้เวลาลุยต่อจากชั้นที่แปดสิบเอ็ดไปจนถึงเก้าสิบ
วูบ... จิตสำนึกของซูหยวนเคลื่อนย้ายเข้าสู่โลกแห่ง 'เขาวงกตหมื่นชั้น'
"ต้องการเริ่มท้าทายชั้นที่แปดสิบเอ็ดหรือไม่?"
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นข้างหูซูหยวน
"ตกลง"
ซูหยวนพยักหน้า
ทันใดนั้นสภาพแวดล้อมรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อบอกว่าจะมาผ่อนคลาย ซูหยวนย่อมไม่คิดจะใช้สมองตัวเองให้เมื่อยตุ้ม
ความจริงแล้ว ตั้งแต่ชั้นที่เจ็ดสิบเป็นต้นมา ซูหยวนก็รู้สึกว่ามันตึงมือพอสมควร ลำพังแค่สติปัญญาของเขา แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผ่านด่านได้ในเวลาอันสั้น
แล้วชั้นที่แปดสิบล่ะ? ความยากมันคนละเรื่องกับชั้นเจ็ดสิบเลย ต่อให้ตอนนี้เขาจะก้าวสู่ขั้นปลาย ระดับสติปัญญาสูงขึ้นมาก แต่เขาก็ไม่มีความคิดที่จะลุยด้วยตัวเอง
เรื่องอะไรต้องหาเรื่องใส่ตัว
งานนี้ต้องพึ่งพากระจกสีเทาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ สำหรับกุนซือคนอื่น เขาวงกตแต่ละชั้นคือนรกแตก แต่สำหรับซูหยวน มันก็แค่การละเล่นของเด็กน้อย
ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
ชั้นที่แปดสิบสอง
ชั้นที่แปดสิบสาม
ชั้นที่แปดสิบหก
ชั้นที่แปดสิบเจ็ด
ชั้นที่เก้าสิบ
ใช้เวลาไม่ถึงวัน ซูหยวนก็ผ่านรวดเดียวสิบชั้น
"อืม... ความยากเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยแฮะ โดยเฉพาะไม่กี่ชั้นสุดท้าย..."
ซูหยวนคิดในใจ ชั้นที่แปดสิบแปด แปดสิบเก้า และเก้าสิบที่เพิ่งผ่านมา ต่อให้เขาคิดหัวแตกก็คงมองไม่เห็นทางไป ต้องเดินตามโพยที่กระจกบอกทุกก้าว
"ต่อไปก็ชั้นที่เก้าสิบเอ็ดถึงหนึ่งร้อย..." ซูหยวนปล่อยใจให้ล่องลอย
ชั้นที่หนึ่งร้อยของ 'เขาวงกตหมื่นชั้น' คือจุดเปลี่ยนสำคัญ กุนซือคนไหนที่ผ่านชั้นที่หนึ่งร้อยไปได้ ก็แทบจะการันตีที่ยืนในสามสิบหกจักรวรรดิมนุษย์แห่งจักรวาลได้เลย นี่คือเครื่องหมายรับประกันความเก๋าของกุนซือ
อย่างเมื่อไม่นานมานี้ อวี่เหวินซ่า กุนซือเผ่าปัญญาก็ติดแหง็กอยู่ที่ชั้นเก้าสิบเก้า ถ้าเขาผ่านชั้นหนึ่งร้อยไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปวางแผนซับซ้อนเพื่อเข้าทำงานในสิงเหอกรุ๊ปหรอก
แค่เอาประวัติการผ่านชั้นหนึ่งร้อยไปโชว์ ก็ได้รับเชิญเข้าสิงเหอกรุ๊ปแบบปูพรมแดงแล้ว
แถมการผ่านชั้นหนึ่งร้อย ยังช่วยยกระดับสิทธิ์ในโลกเสมือนจริงของจักรวรรดิได้อีกด้วย นี่คือการคุ้มครองที่จักรวรรดิชางหลานมอบให้แก่กุนซืออัจฉริยะภาคประชาชน
"ยินดีด้วย ท่านผ่านเขาวงกตชั้นที่เก้าสิบแล้ว ท่านสามารถเลือกรับรางวัลหนึ่งอย่างจากสามตัวเลือกต่อไปนี้..."
"รางวัลที่หนึ่ง: ผู้พิทักษ์เลเวล 39!"
"รางวัลที่สอง: เกราะเทพแสงเลเวล 39!"
"รางวัลที่สาม: ผลึกเทพดาราสามก้อน!"
ผู้พิทักษ์กับเกราะเทพแสงไม่ต้องพูดถึง มันคือสุดยอดไอเทมช่วยชีวิตสำหรับคนที่ยังไม่ถึงระดับดาวฤกษ์ แล้วรอบนี้เลเวลของพวกมันสูงถึง 39
เลเวล 39 นี่คือระดับดาราจักรขั้นสูงสุด ขาดอีกก้าวเดียวก็จะเป็นเลเวล 40 หรือระดับดาวฤกษ์แล้ว
"เลือกรางวัลที่สาม ผลึกเทพดาราสามก้อน"
ซูหยวนเลือกโดยไม่ลังเล ไม่ว่าจะเป็นผู้พิทักษ์หรือเกราะเทพแสง เขาไม่ต้องการทั้งนั้น
เพราะเขาไม่มีทางเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว
แต่ผลึกเทพดาราน่ะเหรอ?
ของวิเศษชนิดนี้ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกายได้ ก่อนหน้านี้ตอนซูหยวนยื่นข้อเสนอกับผู้สังเกตการณ์ของเกมทลายความว่างเปล่า เขาก็ขอผลึกเทพดาราไปหนึ่งก้อน
สิ่งมีชีวิตระดับดาราจักรขั้นปลายที่ต้องการทะลวงไปสู่ระดับดาวฤกษ์ จำเป็นต้องเปิดโลกภายในกาย และการจะรองรับโลกภายในกายได้ ร่างกายต้องแข็งแกร่งมหาศาล
โลกภายในกายที่ซูหยวนต้องการสร้าง ยิ่งมีเงื่อนไขด้านความแข็งแกร่งของร่างกายสูงลิบลิ่ว ลำพังแค่ร่างกายที่ได้จากการฝึกวิชามันไม่พอ
ต้องพึ่งพาตัวช่วยจากภายนอกด้วย
และผลึกเทพดาราที่ช่วยบำรุงและยกระดับร่างกายได้โดยตรง ย่อมกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของซูหยวน
"พูดถึงเรื่องนี้ ผลึกเทพดาราที่ผู้สังเกตการณ์คนนั้นรับปากไว้ ก็น่าจะใกล้ถึงแล้วมั้ง" ซูหยวนนึกขึ้นได้
สองเดือนก่อนหลังจากซูหยวนตอบตกลง เงินห้าพันล้านเหรียญชางหลานก็โอนเข้าบัญชีทันที ส่วนผลึกเทพดาราก็ถูก 'จัดส่ง' ออกมาเดี๋ยวนั้น
แน่นอนว่าขั้นตอนการ 'จัดส่ง' ซูหยวนก็ยังคงใช้วิธีเดิมเหมือนตอนรับสระโลหิตหยินหยาง คือให้ผ่านจุดพักของถึงร้อยกว่าจุด
เพราะทางทีมงานเกมทลายความว่างเปล่า ไม่ใช่ระบบของโลกเสมือนจริงโดยตรง ยังไงก็ต้องกันไว้ก่อน
"เกมทลายความว่างเปล่า..."
พอคิดถึงผลึกเทพดารา ซูหยวนก็นึกถึงเกมทลายความว่างเปล่าขึ้นมา
ทันใดนั้นเขาก็ส่งจิตเข้าไปในเกม
"ตรวจพบว่าท่านได้ทำการทลายมิติข้ามภพไปแล้ว ไม่สามารถเข้าสู่เกมด้วยตัวละครเดิมได้ ต้องการสร้างตัวละครใหม่เพื่อเข้าเกมหรือไม่? ผู้เล่นที่ทลายมิติสำเร็จทุกคนจะได้รับสิทธิ์สร้างตัวละครใหม่ฟรี..."
เสียงแจ้งเตือนของเกมดังขึ้น
"เข้าด้วยตัวละครเดิมไม่ได้แล้วสินะ..."
ซูหยวนไม่ได้แปลกใจอะไร เรื่องนี้เขารู้จากกระจกสีเทามานานแล้ว
ทลายมิติเหินเวหาจากไป ก็แปลว่ากลับมาไม่ได้แล้วเป็นธรรมดา
แต่ทางทีมงานเกมก็คงคิดเผื่อไว้แล้วว่า การไปแล้วไปลับแบบนี้ไม่ใช่การตายในเกม ดังนั้นผู้เล่นที่ทำสำเร็จจึงได้สิทธิ์สร้างตัวละครใหม่ฟรี
"สร้างตัวละครใหม่แล้วเข้าเกม"
ซูหยวนสั่งการทันที
วูบ... จิตสำนึกของซูหยวนลงมาจุติในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลอีกครั้ง
"ที่นี่คือ?"
ซูหยวนมองไปรอบๆ
มันคือหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แถวนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน
"ติ๊ด—ตรวจพบว่าระดับชีวิตของท่านคือระดับดาราจักรขั้นปลาย ต่อจากนี้ท่านจะไม่สามารถลงมือโจมตีใดๆ ในโลกเกมทลายความว่างเปล่าได้ หากฝ่าฝืนจะถูกเนรเทศออกจากเกมทันที..."
เสียงเตือนของระบบดังขึ้น
"ลงมือไม่ได้?"
ซูหยวนมองไปรอบตัว สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นลอยอวลอยู่ในอากาศ
แรงกดดันนี้มหาศาลและครอบคลุมไปทั่ว ขอแค่เขาขยับมือจะโจมตี ก็คงโดนแรงกดดันนี้บดขยี้จนแหลกเหลวในพริบตา
"ระดับดาราจักรขั้นปลายแค่ห้ามลงมือ แต่ถ้าระดับดาวฤกษ์เข้ามาในเกม จะกลายเป็นมนุษย์ล่องหนทันที ไม่ใช่แค่ลงมือไม่ได้ แต่คนอื่นยังมองไม่เห็นตัวด้วย..."
ซูหยวนคิดในใจ
ระดับดาวฤกษ์นั้นน่ากลัวเกินไป พลังจิตของพวกเขายิ่งใหญ่จนจินตนาการไม่ถูก
การลงมือของระดับดาวฤกษ์ ไม่ได้จำกัดแค่การใช้กำลัง บางทีแค่สายตา คำพูด หรือการขยับตัวนิดเดียว
ก็ดีพอจะทำให้ผู้เล่นระดับดาราจักรธรรมดาๆ สติแตกจนตายได้
ดังนั้นเพื่อจำกัดพวกระดับดาวฤกษ์ ทีมงานเกมเลยตัดปัญหาไม่ให้ใครมองเห็นพวกนี้ซะเลย
มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ ต่อให้ระดับดาวฤกษ์จะมีอิทธิฤทธิ์แค่ไหน ก็ทำอะไรไม่ได้
"ไปดูทางหนีทีไล่ที่เตรียมไว้หน่อยดีกว่า"
ซูหยวนออกจากระบบตัวละครใหม่ แล้วส่งจิตสำนึกมุดเข้าไปทาง 'ช่องทางลับ' ที่ AI เสี่ยวหลานเจาะทิ้งไว้ เพื่อไปสิงร่าง 'หลานเทียน' ที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าหอชางหลานไปแล้ว
[จบแล้ว]