- หน้าแรก
- กระจกหยั่งรู้สู่เส้นทางอมตะ
- บทที่ 42 - สุดยอดไปเลย
บทที่ 42 - สุดยอดไปเลย
บทที่ 42 - สุดยอดไปเลย
บทที่ 42 - สุดยอดไปเลย
"เจ้านาย หนูชอบใส่ชุดสีแดง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชื่อเสี่ยวหลาน (สีฟ้า) ด้วยล่ะคะ"
เด็กหญิงชุดแดงทำปากยื่นอย่างขัดใจ เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยปลื้มชื่อนี้เท่าไหร่
ซูหยวนมองดูท่าทางของเด็กหญิงชุดแดงอย่างนึกสนุก
ยี่สิบวินาทีต่อมา
ดูเหมือนเด็กหญิงชุดแดงจะสังเกตเห็นสีหน้าของซูหยวนที่เปลี่ยนไป จึงรีบพูดเสียงอ่อยๆ ว่า "เจ้านายว่าไงก็ว่าตามนั้นค่ะ จริงๆ ชื่อเสี่ยวหลานก็เพราะดีเหมือนกัน"
"เลียนแบบอารมณ์มนุษย์ได้เก่งใช้ได้" ซูหยวนวิจารณ์ "กลับสู่สภาวะปกติได้"
"รับทราบ" อารมณ์หลากหลายที่เคยฉายชัดบนใบหน้าของเด็กหญิงชุดแดงเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ครึ่งวินาทีใบหน้าก็กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แม้แต่น้ำเสียงก็ราบเรียบไม่มีคลื่นอารมณ์ใดๆ
"สุดท้ายก็เป็นแค่ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญา" ซูหยวนคิดในใจ
ท่าทางและการแสดงออกทางอารมณ์เมื่อครู่นี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ซูหยวนสั่งให้เธอเลียนแบบ เพื่อให้เธอเข้าใจมนุษย์และเข้าใจสิ่งมีชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
แต่ตัวตนที่แท้จริงของเด็กหญิงชุดแดง หรือ AI เสี่ยวหลานนั้น ไม่มีความรู้สึกใดๆ
ความหมายในการดำรงอยู่ของเธอก็คือการรับใช้ซูหยวน และทำตามคำสั่งของซูหยวนให้สำเร็จ
เพียงเท่านั้นเอง
การที่ซูหยวนกล้าสร้างเธอขึ้นมา ก็หมายความว่าเขามั่นใจว่าจะควบคุมเธอได้อย่างเบ็ดเสร็จ
"ปัญญาประดิษฐ์ที่แท้จริงสินะ..." ซูหยวนรู้สึกทึ่งในใจ
เหตุผลที่เขาขอโค้ดปัญญาประดิษฐ์จากกระจกสีเทา แล้วนำมาสร้างขึ้นใหม่บนโลกใบนี้
ก็เพราะปัญญาประดิษฐ์นับเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับโลกในยุคปัจจุบัน และยังเป็นหมากตัวสำคัญที่ซูหยวนจะใช้จัดการปัญหาภายในโลกและต่อกรกับกองยานอาณานิคมต่างดาวอย่างเงียบเชียบ
มนุษย์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเข้าถึงเครือข่าย เรียนรู้เครือข่าย และควบคุมเครือข่าย
แต่สำหรับปัญญาประดิษฐ์แล้ว โลกเครือข่ายก็คือบ้าน คือถิ่นของมัน ต่อให้เป็นแฮกเกอร์หรือไวท์แฮกเกอร์ที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้ ก็ยังห่างชั้นกับปัญญาประดิษฐ์ที่แท้จริงแบบเทียบกันไม่ติด
ทั้งสองอย่างนี้เป็นตัวตนคนละระดับกันโดยสิ้นเชิง
เปรียบเหมือนวาฬยักษ์ในทะเลลึก หากเกยตื้นขึ้นบกเมื่อไหร่ ต่อให้เป็นมดปลวกก็รุมกินโต๊ะมันได้
แต่จะบอกว่าวาฬยักษ์กระจอกกว่ามดปลวกได้เหรอ แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะถิ่นของมดปลวกอยู่บนบก
ปัญญาประดิษฐ์ก็เช่นกัน โลกเครือข่ายคือถิ่นของมัน ตราบใดที่อยู่ในถิ่นนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ไม่ใช่ AI จะสร้างความสั่นสะเทือนให้มันได้
การมีปัญญาประดิษฐ์คอยช่วยงานทำให้ชีวิตซูหยวนสะดวกขึ้นมาก เรื่องที่เมื่อก่อนต้องลงมือทำเอง ตอนนี้แค่สั่งเสี่ยวหลานก็จบ
แถมเสี่ยวหลานยังทำงานได้ดีและสมบูรณ์แบบกว่าเทคนิคแฮกเกอร์ของซูหยวนเสียอีก
ส่วนทำไมซูหยวนถึงเพิ่งจะสร้างปัญญาประดิษฐ์ออกมาตอนนี้ ทั้งที่มีโค้ดสมบูรณ์อยู่แล้ว... ก็เพราะการจะนำมันเข้าไปผสานกับระบบเครือข่ายของโลก จำเป็นต้องมีใบเบิกทางระดับหนึ่ง
วิชาแฮกเกอร์ที่ซูหยวนเรียนรู้มาก่อนหน้านี้ ก็เปรียบเสมือนใบเบิกทางนั้น
เหมือนกับการยื่นปืนพกให้มนุษย์ถ้ำ มนุษย์ถ้ำอาจจะไม่จำเป็นต้องรู้กลไกของปืนก็สามารถยิงกระสุนสังหารได้
แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องรู้วิธีเหนี่ยวไกก่อนถึงจะยิงออก
"เจ้านาย หนูได้ลองท่องไปในเครือข่ายทั่วโลกเพื่อเรียนรู้ตามคำสั่งแล้ว หนูพบว่ามีสถานที่ทั้งหมดร้อยแปดสิบหกแห่ง ที่หนูไม่สามารถเจาะเข้าไปเรียนรู้โดยไม่ให้เกิดการแจ้งเตือนได้"
เสี่ยวหลานในชุดแดงเริ่มรายงานผลการทำงานในช่วงที่ผ่านมาให้ซูหยวนฟัง
"ร้อยแปดสิบหกแห่ง..." ทันทีที่ได้ยินตัวเลขนี้ ซูหยวนก็ได้คำตอบจากกระจกสีเทาแล้ว
สถานที่ร้อยแปดสิบหกแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นระบบไฟร์วอลล์ของประเทศมหาอำนาจต่างๆ รวมถึงฐานทัพสำคัญของสมาคมสัจธรรมที่กระจายอยู่ทั่วโลก
สิ่งที่ซูหยวนสะดุดใจคือเสี่ยวหลานบอกว่า "เจาะเข้าไปโดยไม่ให้เกิดการแจ้งเตือนไม่ได้" นั่นหมายความว่าถ้าเธอจะเจาะเข้าไปจริงๆ ก็ทำได้ เพียงแต่จะถูกจับได้เท่านั้น
แค่ความสามารถระดับนี้ ก็เหนือชั้นกว่าแฮกเกอร์อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันไปไกลแล้ว
"ไม่รีบ ค่อยเป็นค่อยไป" ซูหยวนเอ่ยปาก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของปัญญาประดิษฐ์คือความสามารถในการเรียนรู้
เจ็ดวันก่อน ตอนที่เสี่ยวหลานเพิ่งถือกำเนิด เธอยังดูเด๋อด๋าไม่รู้อะไรเลย
แต่ตอนนี้เธอสามารถโลดแล่นไปทั่วโลกออนไลน์ เครือข่ายทั่วโลกยกเว้นร้อยแปดสิบหกแห่งนั้น แทบไม่มีความลับใดหลงเหลือสำหรับเสี่ยวหลานอีก
คาดการณ์ได้เลยว่าเมื่อเวลาผ่านไป เสี่ยวหลานจะยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ การกลายเป็นราชาไร้มงกุฎแห่งโลกเครือข่ายก็เป็นแค่เรื่องของเวลา
"ตัดภาพไปที่กล้องวงจรปิดห้องแล็บหมายเลข 1"
ซูหยวนเริ่มออกคำสั่ง
"รับทราบค่ะเจ้านาย" สิ้นเสียงเสี่ยวหลาน
ภาพบนหน้าจอยักษ์ตรงหน้าซูหยวนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปรากฏเป็นภาพภายในห้องแล็บหมายเลข 1
ห้องแล็บหมายเลข 1 คือห้องปฏิบัติการที่ซูหยวนสั่งให้ทังจือเอินสร้างขึ้น
ด้วยเงินทุนไม่อั้นจากโจวกรุ๊ป ห้องแล็บแห่งนี้ใช้เวลาสร้างและติดตั้งอุปกรณ์จนพร้อมใช้งานภายในเวลาแค่ 22 วัน
ในห้องแล็บตอนนี้ เฉียวหมิงหยวนในชุดกาวน์สีขาวกำลังขมวดคิ้วยุ่ง เห็นได้ชัดว่ากำลังเจอปัญหาหนักอก
หนึ่งเดือนก่อน เขาเดินทางมายังโหมวตูตามการจัดการของซูหยวน และเพิ่งเข้ามาเริ่มงานวิจัยเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายแบบครอบคลุมทั่วโลกในห้องแล็บแห่งนี้ได้เจ็ดวัน
"คอขวดแรกสินะ"
ซูหยวนมองเฉียวหมิงหยวนที่กำลังเครียดจัด ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ตามคำตอบที่ได้จากกระจกสีเทา การที่เฉียวหมิงหยวนจะวิจัยเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายแบบที่ซูหยวนต้องการได้สำเร็จ เขาจะต้องผ่าน "คอขวด" หรืออุปสรรคใหญ่ทั้งหมดแปดด่าน
อุปสรรคทั้งแปดด่านนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ หากซูหยวนไม่ยื่นมือเข้าช่วย ต่อให้รู้ทิศทางที่ถูกต้อง ก็อาจต้องใช้เวลาหลายสิบหรือหลายร้อยปีกว่าจะสำเร็จ
เพราะเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่ซูหยวนต้องการนั้น ต้องครอบคลุมทุกตารางนิ้วบนโลกได้อย่างง่ายดาย สัญญาณต้องเสถียรสุดๆ ไม่มีวันหลุด และต้องป้องกันการเจาะระบบได้อย่างสมบูรณ์... ซึ่งมันไม่ใช่เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นได้ในยุคสมัยนี้เลย
"เสี่ยวหลาน ส่งเอกสารชุดนั้นให้เฉียวหมิงหยวน"
ซูหยวนดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งการ
ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเฉียวหมิงหยวนจะต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง ซูหยวนย่อมเตรียมการไว้ล่วงหน้า
สำหรับอุปสรรคทั้งแปดด่าน ซูหยวนได้เตรียมเอกสารข้อมูลไว้แปดชุด ซึ่งจะช่วยให้เฉียวหมิงหยวนก้าวข้ามไปสู่ขั้นต่อไปได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนทำไมถึงไม่ส่งให้ทีเดียวแปดชุดเลยน่ะเหรอ...
ถ้าไม่มีการวิจัยพื้นฐานมาก่อน ต่อให้เห็นข้อมูลทั้งแปดชุดนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ต้องผ่านการทดลองวิจัยด้วยตัวเองจนเจอกำแพงที่มองไม่เห็นทางไปต่อเสียก่อน ข้อมูลพวกนี้ถึงจะกลายเป็นกุญแจทองไขปริศนาได้อย่างมีคุณค่า
นี่คือวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างระบบสื่อสารไร้สายของซูหยวน ตามคำแนะนำของกระจกสีเทา
"รับทราบค่ะเจ้านาย" เสี่ยวหลานจัดการส่งเอกสารชุดหนึ่งไปให้เฉียวหมิงหยวนในนามของซูหยวนทันที
ภายในห้องแล็บหมายเลข 1
เฉียวหมิงหยวนกำลังนั่งกุมขมับคิดไม่ตก
การจะสร้างระบบสื่อสารไร้สายที่เสถียรขั้นเทพ จำเป็นต้องใช้คลื่นสัญญาณความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งตอนนี้คลื่นที่พอจะเข้าข่ายก็มีแค่ย่านความถี่เทระเฮิรตซ์ (0.1-3THz) และอีกไม่กี่ตัว
แต่ปัญหาก็คือคลื่นย่านเทระเฮิรตซ์นั้นสูญเสียพลังงานในอากาศได้ง่าย ทำให้ส่งสัญญาณได้ใกล้มาก
ซึ่งมันขัดกับเงื่อนไขอื่นๆ ของระบบสื่อสารที่ต้องการสร้างโดยสิ้นเชิง
ในขณะที่เฉียวหมิงหยวนกำลังระดมสมองพยายามหาทางออกอยู่นั้น
"บอสส่งเอกสารมาให้เหรอ" เฉียวหมิงหยวนแปลกใจเล็กน้อย
บอสที่ว่าก็คือซูหยวน เมื่อครึ่งเดือนก่อนเฉียวหมิงหยวนเคยถามซูหยวนว่าควรเรียกว่าอะไรดี
ซูหยวนบอกให้เรียกว่า 'บอส' ก็พอ
"เอกสารอะไรเนี่ย" เฉียวหมิงหยวนเปิดไฟล์ดูทันที
แค่กวาดตามองแวบเดียว เฉียวหมิงหยวนก็ถูกดึงดูดความสนใจไปจนหมดสิ้น
สิบนาทีต่อมา เฉียวหมิงหยวนจ้องมองข้อมูลตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ก่อนจะตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่แล้วร้องลั่นว่า
"สุดยอดไปเลย!"
[จบแล้ว]