- หน้าแรก
- วันพีซ: ปีศาจผู้ยังมีลมหายใจ
- ตอนที่ 301: โคสึกิ โทกิ ผู้จวนเจียนจะแตกสลาย
ตอนที่ 301: โคสึกิ โทกิ ผู้จวนเจียนจะแตกสลาย
ตอนที่ 301: โคสึกิ โทกิ ผู้จวนเจียนจะแตกสลาย
ตอนที่ 301: โคสึกิ โทกิ ผู้จวนเจียนจะแตกสลาย
ตึง!
สิ้นสุดก้าวสุดท้าย รอสส์เหยียบลงบนพื้นของที่พักตระกูลโคสึกิอย่างแผ่วเบา
ความเงียบงันดุจความตายปกคลุม แรงกดดันจากฮาคิราชันย์พุ่งทะยานถึงขีดสุด
ในวินาทีนั้น ราวกับสรรพเสียงถูกสูบหายไปจากโลก ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างสมบูรณ์
ในขณะเดียวกัน แรงกดดันที่มองไม่เห็นของฮาคิราชันย์ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในวินาทีที่เท้าของรอสส์แตะพื้น มันไม่ใช่แรงกดดันจากระยะไกลอีกต่อไป แต่มันประชิดติดตัว หนักอึ้งราวกับวัตถุที่จับต้องได้ ตรึงทุกชีวิตให้ติดแน่นอยู่กับที่
คินเอม่อนและเหล่าข้ารับใช้ แม้ร่างกายจะถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ยังคงอาศัยความจงรักภักดีและศักดิ์ศรีที่มีต่อตระกูลโคสึกิในการดิ้นรนต่อต้านอย่างสุดชีวิต ไม่ยอมจำนน
ทว่า... เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจที่แท้จริง เจตจำนงและศักดิ์ศรีมักจะดูซีดจางและไร้กำลังเสมอ
กร๊อบ!
เสียงกระดูกลั่นแตกหักดังชัดเจนในความเงียบสงัด ชวนให้เสียวฟัน
คินเอม่อนไม่อยากคุกเข่า แต่เขาสัมผัสได้ว่ากระดูกของตัวเองกำลังส่งเสียงร้องประท้วง และเริ่มมีรอยร้าวเกิดขึ้น
การดิ้นรนทุกอย่าง... ณ วินาทีนี้ กลายเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์
ไม่ว่าจะกำชับอาวุธแน่นเพื่อใช้ยันกาย หรือกัดฟันเกร็งขาหวังจะยืนหยัดด้วยแรงกาย... เมื่ออยู่ต่อหน้าฮาคิราชันย์ที่หนักหน่วงราวกับภูเขาถล่มทลายของรอสส์ มันก็เป็นได้แค่เรื่องตลกร้าย
เมื่อโครงกระดูกที่เป็นหลักยึดสุดท้ายพังทลายลง เหล่าข้ารับใช้ก็ไม่อาจทรงตัวในท่ากึ่งก้มโค้งได้อีกต่อไป ร่างของพวกเขาร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างควบคุมไม่ได้ ทีละคน... ทีละคน... จนกลายเป็ท่าหมอบกราบที่ดูราวกับแสดงความเคารพสูงสุด ศีรษะของพวกเขาแนบติดพื้น หันไปทางทิศที่รอสส์ยืนอยู่
ภาพเหตุการณ์นี้ ราวกับว่าทั่วทั้งแคว้นคุริพร้อมใจกันหมอบกราบทันทีที่รอสส์ย่างเท้าเข้ามา เพื่อมอบการต้อนรับและการทักทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ผู้มาเยือน
แต่การทักทายนี้... ไม่มีใครเต็มใจทำ มันเกิดจากความอัปยศและความหวาดกลัวที่ถูกกดทับลึกลงไปถึงกระดูกดำ
นี่คือความเผด็จการของรอสส์ ที่ไม่อาจปฏิเสธและไม่อาจต้านทาน... และมันก็คือท่าทีที่เขามีต่อแคว้นวาโนทั้งปวง
ไม่สิ บางทีอาจมีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งคน
“ตระกูลโคสึกิยินดีต้อนรับท่านเจย์การ์เซียค่ะ!”
ท่ามกลางความเงียบงันและความอัปยศ เสียงของผู้หญิงที่ชัดเจนและเด็ดเดี่ยวก็ดังแทรกขึ้น ทำลายบรรยากาศอันหนักอึ้ง
เมื่อได้ยินเสียง รอสส์ปรายตาขึ้นเล็กน้อย ร่องรอยของความประหลาดใจและความสนใจวาบผ่านในดวงตาลึกซึ้งคู่นั้น ขณะที่เขาเริ่มกวาดตามองภาพตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์
เบื้องหลังร่างของเหล่าข้ารับใช้ที่ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดและไม่เต็มใจ... โคสึกิ โทกิ กลับอยู่ในท่วงท่าที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ แฝงไว้ด้วยความสง่างามตามธรรมเนียม เธอสมัครใจก้มตัวลงคุกเข่ากับพื้น
เส้นผมยาวสีเขียวเข้มของเธอทิ้งตัวลงราวกับน้ำตก ตัดกับชุดกิโมโนสั้นสีชมพูอย่างชัดเจน
ขณะที่เธอก้มกราบ คอเสื้อกิโมโนเผยอออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและเนินอกขาวผ่องนวลเนียน ภายใต้แสงสลัว มันดูดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ
เธอหมอบกราบอยู่กับพื้น ศีรษะก้มต่ำ ด้วยท่วงท่าที่ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน ทำให้ช่วงเอวโค้งเว้าเป็นสัดส่วนงดงาม ยิ่งถูกห่อหุ้มด้วยกิโมโน ก็ยิ่งชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง
รอสส์เพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปาก ภายใต้สายตาของเหล่าข้ารับใช้ที่หมอบอยู่ เขาเดินข้ามร่างที่ล้มพับเหล่านั้นไปทีละก้าวราวกับผู้ชนะ จนไปหยุดอยู่ตรงหน้าโคสึกิ โทกิ
“ลุกขึ้นเถอะ... อามาสึกิ โทกิ”
เขายื่นมือไปหาโคสึกิ โทกิ พลางสังเกตปฏิกิริยาของทุกคนอย่างนึกสนุก
ทันทีที่เขาเอ่ยชื่อนี้ออกมา ทั่วทั้งที่พักตระกูลโคสึกิยิ่งเงียบกริบลงไปอีก
ในขณะเดียวกัน แววตาของคินเอม่อนและคนอื่นๆ ก็ลุกโชนไปด้วยโทสะและจิตสังหารที่พุ่งถึงขีดสุด
พวกเขาจ้องมองรอสส์ราวกับจะฉีกเนื้อเขาเป็นชิ้นๆ
‘อามาสึกิ โทกิ’ คือชื่อเดิมของท่านโทกิ... ชื่อก่อนที่เธอจะมาเป็นภรรยาของโคสึกิ โอเด้ง
การที่รอสส์เรียกชื่อนี้ และบุกเข้ามาในที่พักตระกูลโคสึกิด้วยท่าทีเผด็จการและป่าเถื่อนขนาดนี้ ก็เท่ากับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลโคสึกิจมดินไปแล้ว
ทว่า... ท้ายที่สุด เหล่าข้ารับใช้ทำได้เพียงเหลือบมองลึกเข้าไปในตัวบ้าน แต่ไม่มีใครขยับตัวทำอะไร
พวกเขาทำได้เพียงปล่อยให้รอสส์ยืนตระหง่านอยู่เหนือโคสึกิ โทกิ... ปล่อยให้เขาหยามเกียรตินายหญิงแห่งตระกูลโคสึกิต่อหน้าต่อตา
เมื่อเห็นดังนั้น แววผิดหวังจางๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของรอสส์
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในตัวบ้านเช่นกัน
เหมือนหมาข้างถนน... เขาหยามเกียรติโคสึกิ โทกิ ขนาดนี้แล้ว เจ้านั่นยังไม่กล้าโผล่หัวออกมา ไม่กล้าแม้แต่จะปลดปล่อยออร่าออกมาสักนิด
‘หมาขี้แพ้แบบนั้น... คู่ควรให้คนมากมายติดตามจริงๆ น่ะเหรอ?’
“ท่านเจย์การ์เซีย... ได้โปรดเรียกชั้นว่าท่านหญิงโคสึกิ หรือนายหญิงโทกิเถอะค่ะ”
ร่างที่หมอบราบอยู่กับพื้นของโคสึกิ โทกิ สั่นเทาเล็กน้อย
เธอสัมผัสได้ถึงสายตาอันจาบจ้วงของรอสส์ และในใจก็ยิ่งรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว
ตั้งแต่เริ่มแรก... เธอเป็นเพียงเครื่องสังเวยที่ตระกูลโคสึกิผลักไสออกมาเพื่อปกป้องแคว้นวาโน
ตอนแรกเธอเตรียมใจไว้แล้ว เต็มใจที่จะเสียสละเพื่อโคสึกิ โอเด้ง และเพื่อประเทศ
แต่เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง เธอกลับรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ความรู้สึกของการ ‘ถูกทอดทิ้ง’ มันบีบคั้นจนเจ็บปวด
แม้จะอ่อนแอ แต่คนเราก็ยังดิ้นรนได้... ทว่าการยอมสละตัวเองเพื่อให้คนอื่นแข็งแกร่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้มันจะคุ้มค่าจริงหรือ?
โคสึกิ โทกิ ไม่รู้ผลลัพธ์ และไม่อยากจะคิดถึงมันด้วย
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนและน่ารัก บัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความแตกสลายที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ดวงตาของเธอราวกับแก้วที่แตกร้าว... งดงาม แต่เต็มไปด้วยรอยร้าวที่ไม่อาจประสานคืน
หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยสั่นระริกอยู่ในเบ้าตาราวกับเขื่อนที่จวนเจียนจะพังทลาย แต่เธอก็กลั้นมันกลับไปอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลรินออกมาแม้แต่หยดเดียว
‘งดงามจริงๆ’
‘โดยเฉพาะความงามที่ชวนให้คนอยากจะทำลายทิ้งแบบนี้’
รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของรอสส์ไม่เคยจางหาย สายตาของเขาจับจ้องไปยังโคสึกิ โทกิ ที่จวนเจียนจะพังทลายอยู่ตรงหน้า
ฝ่ามือของเขาค่อยๆ ยกขึ้น แฝงไว้ด้วยความขบขันและความเวทนา มันวางลงบนแก้มขาวนวลราวหยกของโคสึกิ โทกิ อย่างแผ่วเบา แต่แฝงแรงบังคับที่ไม่อาจปฏิเสธ
พร้อมกันนั้น เสียงกระซิบที่ทรงเสน่ห์และเย้ายวนราวกับปีศาจ ซึ่งมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน ก็ดังเข้าสู่โสตประสาทของโคสึกิ โทกิ
“ใบหน้านี้ช่างงดงามนัก... งดงามจนน่าปวดใจ ถ้าเป็นชั้น ชั้นจะปกป้องเธอแน่นอน และจะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดแม้แต่น้อย”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก ร่างของโคสึกิ โทกิ ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟที่มองไม่เห็นช็อตเข้าใส่ ความอ้างว้างในใจที่พยายามกดข่มไว้พลันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เธออยากจะขัดขืน อยากจะสลัดความอบอุ่นที่รุกล้ำเข้ามานี้ทิ้งไป อยากจะปัดมือนั้นออกจากแก้ม
แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่มี... เธอจะไปต่อต้านอะไรได้? การขัดขืนใดๆ ล้วนดูซีดจางและไร้พลัง
แม้แต่การดิ้นรนอันน้อยนิดของเธอ ภายใต้การชักนำโดยเจตนาของรอสส์ กลับดูเปลี่ยนไปในสายตาคนนอก
สำหรับคนภายนอก... โคสึกิ โทกิ ดูเหมือนกำลังหวั่นไหวไปกับสัมผัสของรอสส์ ร่างทั้งร่างของเธอจมดิ่งสู่ความตื่นเต้นและความกระสันกระวนวายบางอย่าง ถึงขั้นแฝงแววเชิญชวน
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาดูแคลนและงุนงงที่ส่งมาจากเหล่าข้ารับใช้รอบข้าง ความคับข้องใจก็ถาโถมเข้าใส่หัวใจของเธอราวกับคลื่นยักษ์
ความวิตกกังวลและความอัปยศผสมปนเปกัน จนแทบจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
เธอไม่เชื่อคำหวานอาบยาพิษของรอสส์ และไม่อยากฟังเสียงกระซิบของปีศาจที่กัดกินวิญญาณได้
ทว่า... ลึกๆ ในใจ เธอกลับห้ามตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่านไม่ได้
ความคิดที่อันตรายและบ้าบิ่น วนเวียนอยู่ในหัวของโคสึกิ โทกิ ไม่หยุด
‘ถ้าหาก... คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่โคสึกิ โอเด้ง แต่เป็นเซนต์รอสส์... และชั้นต้องเผชิญกับความห่างชั้นของพลังแบบเดียวกัน... ชั้นยังจะต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังเหมือนอย่างวันนี้ไหมนะ?’
จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═