- หน้าแรก
- วันพีซ: ปีศาจผู้ยังมีลมหายใจ
- ตอนที่ 251: ทำอะไรสักอย่างเพื่อโลกใบนี้
ตอนที่ 251: ทำอะไรสักอย่างเพื่อโลกใบนี้
ตอนที่ 251: ทำอะไรสักอย่างเพื่อโลกใบนี้
ตอนที่ 251: ทำอะไรสักอย่างเพื่อโลกใบนี้
[หมู่เกาะชาบอนดี ภายในบาร์ร้างแห่งหนึ่ง]
“เรย์ลี่ คุณไม่น่าไปรับปากหนวดขาวเลย” สีหน้าของดราก้อนมืดมน เขาจ้องมองเรย์ลี่ด้วยความไม่พอใจ
ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าการติดต่อหนวดขาวผ่านทางเรย์ลี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์
รู้อย่างนี้ไม่มาซะยังจะดีกว่า
“ดราก้อน นายยังอ่อนหัดเกินไปนะ” เรย์ลี่ปรายตามองดราก้อนแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ
‘รุ่นลูกแย่กว่ารุ่นพ่ออีกรึเนี่ย’
ความคิดของดราก้อนนั้น เขาอ่านออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ถ้าหากมีทางเลือกอื่น เขาก็คงเลือกที่จะรอเหมือนกัน
เพราะยังไงเสีย รัฐบาลโลกก็ทรงพลังอย่างเหลือล้น
แต่ในตอนนี้ หนวดขาวกำลังใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อสร้างโอกาสให้พวกเขา
ถ้าเขาตามไม่ทัน แล้วจะยังมีหน้ามาอ้างตัวว่าเป็นมือขวาของราชาโจรสลัดอยู่อีกเรอะ?
“เรย์ลี่!”
“ดราก้อน ไม่ต้องพูดมากความแล้ว” เรย์ลี่โบกมืออย่างไม่แยแส “ถ้านายอยากจะรอโชคชะตา ก็ไม่ต้องเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ ไปหาที่เงียบๆ แต่งงานมีลูกซะ โชคชะตาจะมาถึงหรือไม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย? ถ้านายไม่อยู่ตรงนั้น โชคชะตาจะพ่ายแพ้ให้กับรัฐบาลโลกจริงๆ งั้นรึ?”
“ถ้าหากนายยังอยากจะทำอะไรเพื่อโลกใบนี้จริงๆ ก็จงลุกขึ้นมา แล้วสู้ไปกับพวกเราซะ”
กล่าวจบ เรย์ลี่ก็เดินออกจากบาร์ไปดื้อๆ ด้วยท่วงท่าสง่างาม
เขายังต้องไปติดต่อคนอื่นอีก
แมรี่จัวส์มียอดฝีมือเฝ้าอยู่ 5 คน แต่อีก 5 คนสามารถมาเสริมทัพได้ภายในหนึ่งวัน เขาต้องคำนวณเผื่อไว้ด้วย
ลำพังแค่ตัวเขา กาบัน ชิกิ และบุลเล็ต รวมกันก็แค่สี่คน
ขุมกำลังในมือยังห่างไกลจากคำว่าพอ
ต่อให้นับรวมพวกที่อยู่ในคุกนรกอิมเพลดาวน์ พวกเขาก็ยังต้องการกำลังรบมากกว่านี้
“ทำอะไรสักอย่าง... งั้นรึ” สีหน้าของดราก้อนวูบไหวสลับมืดมน
แต่คำพูดของเรย์ลี่ทำให้เขาเถียงไม่ออกจริงๆ
‘นั่นสินะ... ถ้าคำทำนายเป็นจริง ถ้ารัฐบาลโลกจะล่มสลายด้วยน้ำมือของจอยบอยที่กลับชาติมาเกิด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชั้น?’
‘ไม่ใช่ว่าพอชั้นตายไป จะไม่มีลูกชายเกิดมาสืบทอด แล้วจอยบอยจะกลับมาเกิดไม่ได้ซะหน่อย จริงไหม?’
ต่อให้ดราก้อนจะโลกสวยแค่ไหน เขาก็ไม่คิดหรอกว่าลูกชายของตัวเองจะเป็นจอยบอยกลับชาติมาเกิด
โอกาสที่หวยจะมาออกที่ลูกชายเขา มันน้อยยิ่งกว่าโอกาสที่จะเป็นลูกชายของโรเจอร์เสียอีก
ลูกชายที่ติดท้องมาของโรเจอร์ คนที่การ์ปพาไปอยู่ที่หมู่บ้านฟูชาคนนั้น เขาก็เคยเห็นมาแล้ว แม้จะยังเด็กและดูไม่ออก แต่ด้วยสายเลือดของโรเจอร์ เจ้าหนูนั่นต้องเติบโตขึ้นมาแข็งแกร่งในอนาคตแน่นอน
“ถึงเวลาที่ชั้นจะต้องลองทำอะไรสักอย่างดูบ้างแล้ว อย่างน้อยที่สุด... ก็ต้องหยั่งเชิงดูไพ่ในมือของรัฐบาลโลก”
แววตาของดราก้อนสั่นไหวเล็กน้อย แต่ในท้ายที่สุด เขาก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
หากพลาดโอกาสทองในครั้งนี้ไป ในอนาคตคงยากที่จะได้ล่วงรู้ความตื้นลึกหนาบางของรัฐบาลโลกอีก
[ศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ ณ ห้องพักผ่อนของรอส]
รอสที่กำลังนอนเอนหลังอย่างสบายอารมณ์ จู่ๆ ก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแวววูบไหว
วันนี้เป็นวันที่คองและคนอื่นๆ จะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ‘บัสเตอร์คอล’ เมื่อพวกเขาไปแล้ว หน้าที่ในการเฝ้าระวังศูนย์บัญชาการกองทัพเรือก็จะตกเป็นของเขา ซากาซึกิ และโบร์ซาลิโน่
และเมื่อครู่นี้ ภายในขอบเขตฮาคิสังเกตของเขา... คุซันได้มาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูห้องพักผ่อน
“มีธุระกับชั้นงั้นรึ?” รอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ประตูยังไม่ได้เปิดออก แต่เขารู้ดีว่าคุซันย่อมได้ยินเสียงของเขา
เมื่อได้ยินดังนั้น คุซันก็ผลักประตูเข้ามาและมายืนอยู่เบื้องหน้ารอส
แม้ท่าทางจะดูเฉื่อยชา แต่แววตาและสีหน้ากลับดูจริงจังและคมกริบ “ผมอยากจะถามคุณสักคำถาม”
“อยากถามอะไรก็ถามมา” รอสตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
คุซันดูเหมือนคนที่ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด แต่ลึกๆ แล้วเขาเป็นทหารเรือที่จิตใจดีและอ่อนโยนมากคนหนึ่ง
ต่อให้ต้องเผชิญกับความชั่วร้าย คุซันก็พร้อมจะอดทน ตราบใดที่เขายังมองเห็นความหวัง
ทหารเรือแบบนี้ อันที่จริงเข้ากันได้ดีกับรอสมากทีเดียว
แต่ตั้งแต่การพบกันครั้งแรก รอสได้เลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป
ด้วยสถานะของเขา มีหลายสิ่งที่ไม่เหมาะสมที่จะลงมือทำเอง
แทนที่จะปล่อยให้เซ็นโงคุและคุซันจมปลักอยู่ในกองทัพเรือ สู้ผลักดันให้พวกเขาไปอยู่อีกฝั่งเสียยังจะดีกว่า
หากฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอเกินไป แล้วท้องทะเลจะเกิดความโกลาหลได้อย่างไร?
หากท้องทะเลไม่โกลาหล แล้วเขาจะอาศัยข้ออ้างอะไรในนามของรัฐบาลโลกเพื่อ ‘ล้มกระดาน’? และถ้าไม่ล้มกระดาน เขาจะกวาดต้อนประชากรและดินแดนมาครองได้อย่างไร?
การพึ่งพาแต่อำนาจบารมีของรัฐบาลโลก มันพาเขาไปได้ไกลแค่นั้นแหละ
หากเขาต้องการขยายอำนาจต่อไปเรื่อยๆ รัฐบาลโลกและห้าผู้เฒ่าย่อมต้องเกิดความหวาดระแวง
เพื่อจะขยายอำนาจได้อย่างไร้ขีดจำกัด เขาจำเป็นต้องปั่นป่วนโลกให้วุ่นวาย ทำให้รัฐบาลโลกตระหนักว่าโลกทั้งใบกำลังสั่นคลอน และต้องการใครสักคนมากอบกู้สถานการณ์อย่างเร่งด่วน
เมื่อถึงเวลานั้น รอสก็จะสามารถลงมือได้อย่างชอบธรรม
ประเด็นสำคัญคือ ห้าผู้เฒ่ามีตั้งห้าคน แถมยังมีตระกูลมังกรฟ้าที่มีอำนาจอีกหลายตระกูล... มันเยอะเกินไป
กลุ่มผู้ปกครองที่มีเพียง 3-5 ตระกูล น่าจะเป็นโครงสร้างที่เหมาะสมกับอุดมคติของเขามากกว่า
แน่นอน ถ้าเหลือแค่ตระกูลเจย์การ์เซียตระกูลเดียวได้ก็ยิ่งสมบูรณ์แบบ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของรัฐบาลโลกในตอนนี้ มันยังไม่สมจริงเท่าไหร่นัก
ไม่ต้องพูดถึงว่า... ยังมี ‘ใครบางคน’ นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้นอีก
“พวกคุณ... เผ่ามังกรฟ้า มองความยุติธรรมยังไงครับ?”
หลังจากถามคำถามนั้นออกไป สายตาของคุซันก็จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของรอสไม่วางตา ราวกับต้องการจับผิดว่าเขาโกหกหรือไม่
“ความยุติธรรม?” รอสหัวเราะในลำคอเบาๆ “สำหรับชั้น ความยุติธรรมแบบไหนที่รักษาการปกครองไว้ได้ ก็ถือเป็นความยุติธรรมที่ยอมรับได้ทั้งนั้น... ของนาย ของซากาซึกิ หรือของเซ็นโงคุ ตราบใดที่มันทำให้โลกสงบสุขได้ ชั้นก็ยอมรับหมด”
“แล้วทำไมโลกใบนี้ถึงยังเน่าเฟะขนาดนี้ล่ะครับ?” คุซันถามสวนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
รัฐบาลโลกปกครองมาตั้ง 800 ปี ถ้าเป็นอย่างที่รอสพูดจริง โลกมันคงไม่เละเทะจนน่าสมเพชขนาดนี้
โจรสลัดอาละวาดไปทั่ว ประเทศพันธมิตรกดขี่ขูดรีดประชาชน ดินแดนนอกกฎหมายที่ผู้คนมีความเป็นอยู่ยิ่งกว่าเดรัจฉาน
สิ่งเหล่านี้มันช่วยให้โลกสงบสุขตรงไหน?
“ข้อแรก... นายต้องเข้าใจก่อนว่า นั่นคือความยุติธรรมในแบบของ ‘ชั้น’”
รอสเท้าคาง ยิ้มอย่างเชื่องช้าและเยือกเย็น “ข้อสอง... ชั้นบอกนายได้ชัดเจนเลยว่า มังกรฟ้าคนอื่นไม่ได้คิดเหมือนชั้น ครั้งนี้ชั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบัสเตอร์คอล การลบเกาะหายไปหนึ่งเกาะเพียงเพื่ออวดเบ่งอำนาจ มันก็แค่พิธีการไร้สาระที่ไม่มีความหมายอะไรเลย”
“ต่อให้ทำลายเกาะเงือกไป แล้วมันได้อะไรขึ้นมา? รอสวาร์ดจะฟื้นคืนชีพมารึไง? ก็ไม่... เมื่อพูดถึงชีวิตคน ใครจะไปสนเรื่องศักดิ์ศรีจอมปลอมนั่น? ถ้าทาสในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลุกฮือขึ้นมาก่อกบฏครั้งใหญ่ เผ่าพันธุ์ของชั้น... ไอ้พวกอ่อนแอพวกนั้น อย่างน้อยครึ่งนึงคงได้ตายกันหมด” รอสแค่นเสียงหัวเราะ
คนโง่มีอำนาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่กลุ่มคนที่โง่เขลาอย่างเผ่ามังกรฟ้าสามารถรักษาความมั่นคงของโลกมาได้ถึง 800 ปี? รอสคิดได้แค่สองอย่าง
‘ไม่คนบนโลกนี้ก็ใจดีเกินไป ตราบใดที่ถูกขู่ด้วยความตาย ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน ต่อให้ชีวิตจะบัดซบแค่ไหนก็ตาม’
‘หรือไม่... เผ่ามังกรฟ้าก็มียอดฝีมือระดับปีศาจซ่อนอยู่... ตัวตนที่กดหัวคนทั้งโลกจนหายใจไม่ออกมาตลอด 800 ปี ต่อให้มียอดฝีมืออย่างร็อคส์โผล่มาท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ยังเทียบชั้นกับขุมกำลังสูงสุดของมังกรฟ้าไม่ได้’
‘ชัดเจนว่าโลกใบนี้ไม่ใช่แบบแรก’
‘งั้นก็ต้องเป็นแบบหลัง’
นั่นคือเหตุผลที่เผ่ามังกรฟ้ามีผู้นำสูงสุด ไม่อย่างนั้นรอสคงก่อรัฐประหารยึดอำนาจไปนานแล้ว
ทำไมเขาต้องมาเสียเวลาตอนนี้ ต้องคอยยืมมือคนนอก และต้องระมัดระวังตัวแจเวลาจะดึงใครเข้ามาเป็นพวกด้วยล่ะ?
“คุซัน”
รอสเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนของคุซัน “นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่นายได้ทำภารกิจร่วมกับเพื่อนร่วมเผ่าของชั้น... อีกไม่นาน นายจะเข้าใจเองว่าธาตุแท้ของพวกมันเป็นคนยังไง เทียบกับชั้นแล้ว พวกมันชั่วร้ายกว่าเป็นสิบเท่า”
เมื่อเห็นแววตาที่ไม่ยินยอมพร้อมใจของคุซัน รอสก็ยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า
“พยายามยอมรับมันให้ได้ แต่ถ้าทนไม่ไหว จะหนีทัพไปก็เชิญ... แต่ถ้าแกกล้า ‘ทรยศ’ พวกเราเมื่อไหร่ ก็เตรียมตัวถูก ‘กำจัด’ ได้เลย”
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═