เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 225: จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลบนเกาะเงือก

บทที่ 225: จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลบนเกาะเงือก

บทที่ 225: จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลบนเกาะเงือก


บทที่ 225: จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลบนเกาะเงือก

“ขอโทษที่ต้องรบกวนนะคะท่านเซนต์รอส... ที่เหลือ ปล่อยเป็นหน้าที่ของชั้นเองค่ะ” โอโตฮิเมะพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า

ครั้งนี้ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะก้าวออกมายืนอยู่แถวหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกอย่างถูกวางแผนไว้หมดแล้ว

ครั้งนี้... คนบาปทุกคนจะต้องถูกพิพากษา

“ไปกันเถอะค่ะ” โอโตฮิเมะก้าวเท้าเดินนำไปที่ประตูเป็นคนแรก

มุมปากของรอสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังเธอไป

โอโตฮิเมะในโหมดจริงจังนี่มีเสน่ห์กว่าเดิมซะอีก

หลังจากทั้งสองออกจากที่พัก ทิศทางที่พวกเขามุ่งหน้าไปไม่ใช่อาณาจักรริวงู แต่เป็น ‘เขตมนุษย์เงือก’

ในขณะเดียวกัน ตลอดเส้นทางทั้งสองไม่ได้ปิดบังรูปโฉมของตัวเองเลย

ไม่เพียงแต่เงือกและมนุษย์เงือกที่เดินผ่านไปมาจะมองเห็น แม้แต่สมาชิกทั่วไปของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวที่ประจำการอยู่บนเกาะเงือกก็เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาเช่นกัน

การปรากฏตัวพร้อมกันของโอโตฮิเมะและรอส ทำให้บรรยากาศภายในเกาะเงือกเริ่มดูวังเวงชอบกล

หลายวันที่ผ่านมามีเรื่องเกิดขึ้นมากเกินไป

เริ่มจากโอโตฮิเมะหนีตามมังกรฟ้า จากนั้นก็มีข่าวลือว่าเนปจูนมีคนรักใหม่และเริ่มคัดเลือกสนม ต่อมาเนียก็กลับมาพร้อมประกาศว่าเธอและคนอื่นๆ ถูกเนปจูนจับตัวไปขายเป็นทาสให้มนุษย์

เรื่องราวเหล่านี้ก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำในเกาะเงือก

แม้อาณาจักรริวงูจะออกมาปฏิเสธเรื่องราวของเนียในภายหลัง แต่ประสบการณ์ของเนียดูไม่เหมือนเรื่องโกหกเลยสักนิด และในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเธอก็เดินสายไปทั่วเขตที่อยู่อาศัยของเงือก เพื่อป่าวประกาศสิ่งที่เกิดขึ้น

ทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มเชื่อว่าเนปจูนมีปัญหาจริงๆ และไม่ได้แสนดีเหมือนที่เห็นภายนอก

ส่วนทางฝั่งเนปจูน ช่วงนี้กิจการงานเมืองทั้งหมดถูกจัดการโดยโฮล์ป

ด้วยความเจ็บปวดทางใจ เนปจูนไม่มีกะจิตกะใจจะบริหารบ้านเมือง เอาแต่ขลุกอยู่กับซาบีน่าทุกวัน ให้เธอคอยปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำ

ยิ่งใช้เวลาด้วยกันมากเท่าไหร่ เนปจูนก็ยิ่งรู้สึกว่าซาบีน่าดีกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว... โอโตฮิเมะผู้จิตใจดี จะไปเทียบอะไรกับสาวเจ้ามารยาอย่างซาบีน่าได้ล่ะ?

.........

[เขตมนุษย์เงือก]

“พี่อารอน อย่าไปนะ!” เงือกสาววัยรุ่น ‘เชอร์ลี่ย์’ คว้าแขนมนุษย์เงือกข้างกายไว้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรน

“หลีกไป! ไอ้มุนษย์นั่นกับโอโตฮิเมะกล้าโผล่หัวมาที่เขตมนุษย์เงือก ถ้าชั้นไม่สั่งสอนพวกมัน ชั้นก็ไม่ใช่ ‘อารอน’ แล้ว!” อารอนขมวดคิ้ว แสดงท่าทีรำคาญอย่างเห็นได้ชัด

เขากับเชอร์ลี่ย์เป็นพี่น้องคนละแม่ เขาเป็นมนุษย์เงือก ส่วนเชอร์ลี่ย์เป็นเงือก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ดีนัก

แต่เชอร์ลี่ย์ได้รับการดูแลอย่างดีในเขตมนุษย์เงือกจาก ‘ไทเกอร์’ และคนอื่นๆ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในเงือกไม่กี่คนที่เดินไปมาได้อย่างอิสระที่นี่

นี่ยิ่งทำให้อารอนหงุดหงิด เขาที่เป็นมนุษย์เงือกแท้ๆ กลับไม่ได้รับการยอมรับจากลูกพี่ไทเกอร์เท่าที่ควร แต่เชอร์ลี่ย์ที่เป็นแค่เด็กผู้หญิงไร้ทางสู้กลับทำได้? นี่มันหักหน้ากันชัดๆ

ครั้งนี้ เขาต้องแสดงให้ทุกคนในเขตมนุษย์เงือกเห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา อารอนผู้นี้

เขตมนุษย์เงือกไม่ต้อนรับมนุษย์ ยิ่งเป็นมังกรฟ้าและเจ้าหญิงโอโตฮิเมะยิ่งแล้วใหญ่

คราวที่แล้วที่เจ้าหญิงโอโตฮิเมะมาและหายตัวไป ก็สร้างความปั่นป่วนให้เขตมนุษย์เงือกไม่น้อย

คำพูดสวยหรูไร้เดียงสาของโอโตฮิเมะ... แค่ได้ยินก็น่าขำแล้ว

“ถ้าพี่ไป... พี่จะตายนะ!” เชอร์ลี่ย์จับมืออารอนแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยการวิงวอน

“ตาย?” ร่างกายของอารอนชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นขึ้น

เขาไม่อยากเชื่อคำพูดของเชอร์ลี่ย์ ก็แค่มนุษย์กระจอกๆ จะมาทำอะไรเขาได้

แต่จนถึงตอนนี้... คำทำนายของเชอร์ลี่ย์ไม่เคยผิดพลาด

เพราะคำทำนายของเชอร์ลี่ย์ พวกเขาถึงหลีกเลี่ยงอันตรายมาได้หลายครั้ง

แม้เชอร์ลี่ย์จะไม่มีพละกำลัง แต่ในเรื่องการทำนาย อารอนไม่กล้าไม่เชื่อ

“งั้นบอกมาสิ ว่าเธอเห็นอะไร?” อารอนฝืนใจสงบสติอารมณ์แล้วมองเชอร์ลี่ย์

“ชั้นเห็นเขตมนุษย์เงือกจมอยู่ในกองเพลิง... ทุกคนกำลังดิ้นรนทุรนทุราย...” ใบหน้าของเชอร์ลี่ย์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

นี่คือภาพที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่เขตมนุษย์เงือก แต่ทั่วทั้งเกาะเงือกกลายเป็นซากปรักหักพัง เปลวไฟลุกโชนอยู่ใต้ทะเล ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง

“ตลกน่า... แค่พวกมันสองคนเนี่ยนะ?” อารอนแค่นหัวเราะ ไม่เชื่อเลยสักนิด

“พี่อารอน ได้โปรดเถอะ... ไปตามหาลูกพี่ไทเกอร์ มีแต่เขาเท่านั้นที่จะช่วยเขตมนุษย์เงือกได้...” เชอร์ลี่ย์ขอร้องอย่างหมดหนทาง

เธอไม่รู้ว่าคำทำนายจะหยุดยั้งได้ไหม และไม่รู้วิธีหยุดมัน

ในความเข้าใจของเธอ บางทีอาจมีแค่ไทเกอร์เท่านั้นที่ทำอะไรสักอย่างได้

“ก็ได้... ชั้นจะไปตามหาลูกพี่ไทเกอร์ เธออยู่แต่ในเขตมนุษย์เงือกนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้รีบหนีไปกับจินเบทันที”

อารอนขมวดคิ้ว เห็นสีหน้าของเชอร์ลี่ย์ดูไม่ได้โกหก ครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจเชื่อ

แม้เขาจะคิดเสมอว่ามนุษย์ต่ำต้อยกว่ามนุษย์เงือก แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้เขารู้สึกถึงวิกฤต

พอได้ยินเชอร์ลี่ย์พูดแบบนี้ เขาจึงไม่อาจประมาทได้

แต่ไทเกอร์ขาดการติดต่อไปนานแล้ว การตามหาตัวคงต้องใช้เวลา

“ชั้นจะอยู่ใกล้ๆ พี่จินเบ พี่อารอนไปเถอะไม่ต้องห่วง” เชอร์ลี่ย์พยักหน้าอย่างแรง

“ดี งั้นตกลงตามนี้”

อารอนไม่ใช่คนอ้อยอิ่ง อาศัยจังหวะที่รอสและโอโตฮิเมะยังมาไม่ถึง เขากระโจนลงน้ำและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

‘คอยดูเถอะ... ชั้น อารอน จะกลับมาแน่!’

และหลังจากส่งอารอนไปแล้ว เชอร์ลี่ย์ก็รีบไปหาจินเบทันที

หลังจากไทเกอร์จากไป ไม่มีใครในเขตมนุษย์เงือกยอมฟังใครจริงๆ แต่เพราะจินเบมีความเที่ยงธรรมและเป็นผู้สืบทอดที่ไทเกอร์วางตัวไว้ เขาจึงยังมีอำนาจมากที่สุด

.........

“พวกมันมาจริงๆ เหรอ?”

ณ อาณาจักรริวงู เลเวียธานยืดตัวขึ้น แววตาลุกวาวขณะมองไปที่มัลโก้

เมื่อครู่พวกเขาได้รับข่าวว่ารอสและโอโตฮิเมะกำลังมุ่งหน้าสู่เขตมนุษย์เงือก

“ทำไมพวกมันถึงไปที่เขตมนุษย์เงือก? ไม่ได้จะมาร่วมวงความวุ่นวายที่นี่หรอกเหรอ?” วิสต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย มองดูฝูงชนเบื้องล่างด้วยความงุนงง

“จะมาร่วมวงทำไม? ต่างคนต่างมีใหม่แล้ว ก็แค่จากกันด้วยดีสิ” คาร์โลแค่นหัวเราะ ไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดปกติ

เขาไม่เคยชอบแผนของมัลโก้เลย พวกเขาเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ใครจะไปสนเรื่องรักษาหน้าตาพรรค์นั้น?

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งเนปจูนและโอโตฮิเมะ... แม้เรื่องจะวุ่นวายขายปลา แต่ฝ่ายที่ทรยศก่อนคือโอโตฮิเมะ นางจะกล้าเสนอหน้ามาได้ยังไง?

พวกเขารู้เรื่องการกลับมาของเนียด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับสถานการณ์ของเนีย พวกเขาไม่คิดว่าอาณาจักรริวงูทำอะไรเกินกว่าเหตุ

โอโตฮิเมะเป็นคนทรยศไปแล้ว จะเก็บคนของนางไว้ทำไม?

ถ้าเป็นในกลุ่มโจรสลัด ลูกน้องทั้งทีมคงถูกจับถ่วงน้ำไปแล้ว

“ไม่ว่าจะมามุงดูหรือมาทำอะไร... ในเมื่อพวกมันโผล่หัวมาที่เขตมนุษย์เงือก และมีกันแค่สองคน นั่นก็เป็นข่าวดีสำหรับเรา” เลเวียธานแสยะยิ้มเย็น คิดในใจว่ารอสกำลังรนหาที่ตาย

พวกเขาทั้งสี่คนระดับหัวหน้าหน่วย ไม่ใช่พวกกระจอก

แค่วิสต้าที่อ่อนที่สุดในกลุ่ม ก็ยังมีฝีมือพอจะแลกหมัดกับพลเรือโทของกองทัพเรือได้

เขากับคาร์โล แม้จะไม่ใช่คู่มือของพลเรือเอก แต่ก็สามารถยื้อเวลาได้พักใหญ่

ที่พวกเขาสองคนมาด้วย ก็เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่เซเฟอร์จะโผล่มา

ตอนนี้... ในเมื่อมีแค่รอส... มันก็ไม่รอดแน่

“ไปกันเถอะ... ได้เวลาลงมือแล้ว!”

เลเวียธานพูดอย่างเด็ดขาดและกระโดดลงจากหอคอยสูงเป็นคนแรก พุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่เขตมนุษย์เงือกที่อยู่ไกลออกไป

เห็นดังนั้น มัลโก้และวิสต้าก็เลิกสนใจดูสาวเงือก สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที แล้วรีบติดตามหลังเลเวียธานและคาร์โลไป

จบบทที่ บทที่ 225: จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลบนเกาะเงือก

คัดลอกลิงก์แล้ว