เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 525 ต้าหยวนผู้เหิมเกริม

บทที่ 525 ต้าหยวนผู้เหิมเกริม

บทที่ 525 ต้าหยวนผู้เหิมเกริม


บทที่ 525 ต้าหยวนผู้เหิมเกริม

ในระหว่างที่กู้เฉินกำลังปิดด่านเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตควบแน่นอาณาเขตขั้นสมบูรณ์ และควบแน่น 'อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียว' อยู่นั้น ทั่วทั้งเก้าแคว้นก็ต้องเดือดพล่านอีกครั้ง เนื่องมาจากสาส์นท้าดวลที่ปาซือถูส่งถึงกู้เฉิน

เดิมทีผู้คนต่างคาดการณ์ว่า ต้าหยวนจะประกาศสงครามกับต้าเซี่ย จากนั้นปาซือถูจะลงมือด้วยตนเอง บุกทำลายเทียนตู สังหารจักรพรรดิจีหยวน พร้อมด้วยขุนนางทั้งฝ่ายบู๊และบุ๋นจนสิ้นซาก แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ราชครูปาซือถูแห่งต้าหยวน ผู้บรรลุขอบเขตเจตจำนงเทวะ กลับเลือกที่จะส่งสาส์นท้าดวลแก่กู้เฉิน

แม้ว่าในยามนี้กู้เฉินจะมีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกล ได้รับการยอมรับจากคนทั่วหล้าว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งยุคสมัย แต่เขาก็ยังอายุน้อยเกินไป แม้อนาคตจะไร้ขีดจำกัด แต่หากต้องมาประมือกับราชครูปาซือถูแห่งต้าหยวน ผู้บรรลุขอบเขตเจตจำนงเทวะในเวลานี้ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังมองไม่เห็นหนทางชนะ

แค่ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานนับทศวรรษของปาซือถู บวกกับคำว่า 'ขอบเขตเจตจำนงเทวะ' สามคำนี้ ก็เพียงพอที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างแล้ว

ว่ากันว่า การประลองในครั้งนี้ เดิมพันด้วยชะตากรรมของบ้านเมือง หากกู้เฉินชนะ ต้าหยวนทั้งอาณาจักรจะยอมวางอาวุธและสวามิภักดิ์ ยอมผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้าเซี่ย ในทางกลับกัน หากราชครูปาซือถูแห่งต้าหยวนเป็นฝ่ายชนะ ต้าเซี่ยก็ต้องยอมจำนนเช่นกัน

อาจกล่าวได้ว่า การต่อสู้ของคนทั้งสอง จะเป็นตัวตัดสินขั้วอำนาจในเก้าแคว้น และชี้ชะตาความอยู่รอดของสองอาณาจักร

"น่าเสียดายจริงๆ แม้การตัดสินใจเช่นนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน และระงับสงครามใหญ่ได้ แต่ท่านอู๋เป่าโหวยังอายุน้อยเกินไป เกรงว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชครูต้าหยวนผู้นั้น"

ภายในเขตแดนต้าเซี่ย ผู้ฝึกยุทธ์และชาวบ้านต่างพากันถอดถอนใจ รู้สึกเจ็บใจแทนกู้เฉินที่พ่ายแพ้ให้กับเวลา

"นั่นสิ หากให้เวลาท่านอู๋เป่าโหวอีกสักหน่อย ราชครูต้าหยวนย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านแน่ แต่ว่า... เฮ้อ!"

"ต้าหยวนช่างเจ้าเล่ห์เพทุบาย มองออกถึงศักยภาพของท่านอู๋เป่าโหว จึงไม่ยอมปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้"

"ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดทุกอย่าง หากเป็นเจ้า และศัตรูของเจ้ามีศักยภาพระดับท่านอู๋เป่าโหว เจ้าจะวางใจได้หรือ? การที่พวกมันไม่เปิดฉากทำสงครามทันที ก็นับว่าดีถมไปแล้ว"

"แล้วการประลองครั้งนี้... พวกเจ้าคิดว่าท่านอู๋เป่าโหวจะรับคำท้าหรือไม่?"

สิ้นคำถามนี้ ผู้คนต่างพากันเงียบกริบ

การต่อสู้ที่รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องพ่ายแพ้ และอาจถึงแก่ชีวิต กู้เฉินจะไปตามนัดหรือ?

"ความจริงแล้ว... ไม่ว่าจะไปหรือไม่ไป ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน" ใครบางคนกล่าวขึ้นมา

"หรือว่านับจากนี้ไป ทั่วทั้งใต้หล้าจะต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของต้าหยวนจริงๆ?" บางคนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็ไร้หนทางแก้ไข

แม้แต่ผู้ที่เคยเชื่อมั่นในตัวกู้เฉินอย่างเปี่ยมล้น ในยามนี้ต่างก็พากันเงียบงัน เพราะอีกฝ่ายคือขอบเขตเจตจำนงเทวะ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับนี้เพียงคนเดียว ก็สามารถไร้เทียมทานไปทั่วหล้า

"ต้าหยวนต้องการใช้ท่านอู๋เป่าโหวเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู สร้างบารมีให้ตนเอง" ผู้ที่มองสถานการณ์ออกกล่าวทอดถอนใจ

เวลานี้ ภายในต้าเซี่ย ตั้งแต่จักรพรรดิองค์ใหม่จีหยวน ขุนนางน้อยใหญ่ ไปจนถึงชาวยุทธภพและชาวบ้านตาดำๆ ต่างตกอยู่ในความหดหู่สิ้นหวัง

พวกเขาหวังว่ากู้เฉินจะชนะศึกครั้งนี้ แต่ก็รู้ดีว่า นั่นเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ

...

ณ วังหลวงแห่งต้าหยวน

ช่วงเวลานี้ นับตั้งแต่ปาซือถูออกจากด่าน ตูมูเอ่อร์อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

บัดนี้ ตูมูเอ่อร์นั่งเอกเขนกอยู่บนบัลลังก์ ฟังรายงานจากองครักษ์เบื้องล่าง

"สถานการณ์ทางฝั่งต้าเซี่ยเป็นอย่างไรบ้าง?" ตูมูเอ่อร์ถามด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ข้างกายมีสาวงามคอยบีบนวดปรนนิบัติพัดวี

"กราบทูลท่านข่าน ตอนนี้พวกชาวจงหยวนปั่นป่วนกันจนวุ่นวายไปหมด จะเรียกว่าขวัญหนีดีฝ่อก็ไม่เกินจริง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงศึกครั้งนี้ แม้กระทั่งสำนักยุทธ์ในจงหยวนจำนวนไม่น้อย ก็เริ่มลักลอบส่งสาส์นขอสวามิภักดิ์ต่อเราแล้วพะยะค่ะ" องครักษ์เบื้องล่างรายงาน

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พวกที่มาสวามิภักดิ์ ถือว่าพวกมันยังพอจะฉลาดอยู่บ้าง!" ตูมูเอ่อร์หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง

เขาตัดสินใจแล้วว่า หลังจากทำลายต้าเซี่ยและรวบรวมเก้าแคว้นเป็นปึกแผ่น เขาจะวางระบบชนชั้นเพื่อแบ่งแยกผู้คน ชาวต้าหยวนย่อมต้องเป็นชนชั้นสูงสุด ส่วนชนชั้นอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากรวบรวมแผ่นดินสำเร็จ ตูมูเอ่อร์ตั้งใจจะทำการกวาดล้างสังหารหมู่ในจงหยวนสักครั้ง เพราะเขาเชื่อว่า มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้การปกครองมั่นคง และทำให้พวกชาวจงหยวนหวาดกลัวจนหัวหด

ความคิดนี้เขาได้หารือกับปาซือถูแล้ว ซึ่งราชครูแห่งต้าหยวนก็เห็นดีเห็นงามด้วย ไม่มีความขัดข้อง โดยเห็นว่าการกระทำเช่นนี้ของตูมูเอ่อร์มีความจำเป็น

แม้สงครามระหว่างสองอาณาจักรจะยุติลงด้วยการประลองระหว่างเขากับกู้เฉิน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนตาย

เห็นได้ชัดว่า ตูมูเอ่อร์เตรียมที่จะใช้นโยบายเหี้ยมโหดหลังการรวมแผ่นดิน ขูดรีดและจัดระเบียบทั่วทั้งจงหยวน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

"แล้วกู้เฉินแห่งต้าเซี่ยล่ะ มันรับคำท้าหรือยัง?" ตูมูเอ่อร์ถามอย่างเกียจคร้าน พลางรับผลไม้จากนางกำนัลเข้าปาก

"ทูลท่านข่าน ยังไม่มีวี่แววพะยะค่ะ ในเขตแดนต้าเซี่ย ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ เกี่ยวกับกู้เฉินเลย" องครักษ์ตอบ

"ฮ่าฮ่าฮ่า" ตูมูเอ่อร์หัวเราะร่า "อะไรคืออู๋เป่าโหว อะไรคือจอมสังหาร ข้าว่ามันกลัวจนหัวหดไปแล้วมากกว่า ขี้ขลาดตาขาวสิ้นดี!"

พูดถึงตรงนี้ จักรพรรดิต้าหยวนก็ทำสีหน้าดูแคลน องครักษ์ด้านล่างรีบผสมโรงว่า "ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ ท่านราชครูในยามนี้คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า ใครบ้างจะไม่เกรงกลัว? ชื่อเสียงของกู้เฉินก็เป็นเพียงราคาคุยเท่านั้น"

"อืม พูดได้ดี" ตูมูเอ่อร์พยักหน้า สีหน้าผ่อนคลายสบายใจ "ข้าล่ะอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ จริงๆ ข้าชักจะรอไม่ไหวเสียแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!"

สาเหตุที่กำหนดวันประลองเป็นวันที่แปดเดือนแปด ก็เพราะปาซือถูเพิ่งจะบรรลุขอบเขตเจตจำนงเทวะ พลังยังไม่เสถียรดีนัก จึงต้องการเวลาปรับสมดุลสักระยะ

มิเช่นนั้น ป่านนี้คงบุกไปถล่มเทียนตูตั้งนานแล้ว

"อ้อ จริงสิ เจ้าจดรายชื่อพวกสำนักยุทธ์ที่ยังไม่ยอมมาสวามิภักดิ์เอาไว้ด้วย โดยเฉพาะพวกที่มีความสัมพันธ์อันดีกับกู้เฉินแห่งต้าเซี่ย หลังจบศึกประลอง ให้กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว" ตูมูเอ่อร์สั่งการ

"รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ!" องครักษ์รีบรับคำ

ตูม!

ทันใดนั้น กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่พุ่งมาจากทางเขาลูกหลังของวังหลวง ทำให้ขุนเขาสั่นสะเทือน ตูมูเอ่อร์สีหน้าเปลี่ยนเป็นดีใจทันที

"ท่านราชครู ท่านเตรียมพร้อมแล้วหรือ?" ตูมูเอ่อร์มองดูเงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมดำที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า แล้วถามด้วยความยินดี

ปาซือถูพยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า "ข้าจะไปเดินเล่นที่จงหยวนสักหน่อย"

สิ้นเสียง โดยที่ไม่มีใครทันเห็นการเคลื่อนไหว ร่างสูงใหญ่ของปาซือถูก็หายวับไปจากวังหลวงต้าหยวนในพริบตา

"นี่น่ะหรือขอบเขตเจตจำนงเทวะ?" องครักษ์ด้านล่างมีสีหน้าหวาดผวา เขารู้สึกว่าตนเองเปรียบเสมือนกระต่ายตัวจ้อยที่ไร้ทางสู้เมื่ออยู่ต่อหน้าปาซือถู เพียงแค่เห็นเงาร่างของอีกฝ่าย ก็ขวัญหนีดีฝ่อแล้ว

"ท่านราชครูจะลงมือแล้วงั้นรึ?" มองดูทิศทางที่ปาซือถูหายไป ตูมูเอ่อร์ทั้งตื่นเต้นและฮึกเหิม เขารู้สึกราวกับว่าอนาคตอันรุ่งโรจน์กำลังกวักมือเรียกเขาอยู่

"ข้ากำลังจะเป็นปฐมจักรพรรดิแล้ว!" เขาคิดอย่างลิงโลดใจ

...

ปาซือถูเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจพายุหมุน เหาะเหินเดินอากาศออกจากวังหลวงต้าหยวน ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตเจตจำนงเทวะ ความเร็วของเขาถึงขีดสุด ราวกับสามารถย่อระยะทางได้ เร็วเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา

ไม่นานนัก เขาก็พ้นจากเขตแดนต้าหยวน จากนั้นเขาก็ไม่เก็บงำกลิ่นอายของตนเองอีกต่อไป ทันใดนั้น ทุกที่ที่เขาผ่านไป เสียงฟ้าร้องคำรามก็ดังสนั่นหวั่นไหว เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทต่อเนื่อง ชาวบ้านและผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วนต่างตื่นตระหนก แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว

"เมื่อกี้... เมื่อกี้ตัวอะไรผ่านไป? ข้ารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างเลย"

"มะ... ไม่รู้เหมือนกัน..."

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องในเขตแดนต้าเซี่ย สาเหตุที่ปาซือถูทำเช่นนี้ ก็เพื่อต้องการข่มขวัญ และแน่นอนว่า ส่วนหนึ่งก็เพื่อแสดงพลังอำนาจ

ไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษ เมื่อฝึกยุทธ์มาถึงระดับนี้ และควบแน่นเจตจำนงได้สำเร็จ การกระทำทุกอย่างล้วนเป็นไปตามใจปรารถนา นึกอยากจะทำก็ทำ ไม่ต้องการเหตุผลใดๆ รองรับ

ด้วยการเดินทางเต็มกำลัง ไม่ถึงหนึ่งวัน ปาซือถูก็มาถึงแคว้นเสินโจว และมาหยุดอยู่ที่เมืองเทียนตู

เขายืนตระหง่านอยู่บนท้องนภาดุจเทพเจ้า ก้มมองลงมายังเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงอันดับหนึ่งในใต้หล้า

"เจริญรุ่งเรืองกว่าต้าหยวนหลายเท่าจริงๆ"

เวลานี้ สายตาของปาซือถูเป็นประกายร้อนแรง มองไปยังวังหลวงต้าเซี่ย ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน อดีตจักรพรรดิต้าเซี่ยก็เคยทำเช่นนี้ ยืนอยู่หน้าเมืองหลวงต้าหยวน และใช้เพียงกระบวนท่าเดียวสังหารอดีตจักรพรรดิต้าหยวน บิดาของตูมูเอ่อร์ในปัจจุบัน จนสิ้นพระชนม์

ราชครูแห่งต้าหยวนมองเห็นจีหยวนที่อยู่ในวังหลวงได้อย่างชัดเจน เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา นึกอยากจะลงมือสังหารจีหยวนทิ้งเสียเดี๋ยวนี้

"จีเสวียนเต้า สิ่งที่เจ้าเคยทำได้ในอดีต บัดนี้ข้าก็ทำได้เช่นกัน!" ปาซือถูพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาฉายแววเคียดแค้น

เขาไร้คู่ต่อสู้ในต้าหยวนมานานหลายสิบปี ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ปาซือถือว่าเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเพราะความเจ็บใจในครั้งนั้นเอง เขาจึงตัดสินใจปิดด่านตาย หากไม่บรรลุขอบเขตเจตจำนงเทวะจะไม่ยอมออกจากด่าน

"ข้าทำสำเร็จแล้ว แต่เจ้าจีเสวียนเต้ากลับชิงตายไปเสียก่อน หึ" ปาซือถูแค่นเสียงเย็น ร่างกายสูงใหญ่ในชุดคลุมดำแผ่แรงกดดันมหาศาล

จากนั้น เขาก้มมองเมืองเทียนตูเบื้องล่าง ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาเล็กน้อย ทันใดนั้น เมฆดำทะมึนก็ก่อตัวขึ้น ปกคลุมท้องฟ้าเหนือเมืองเทียนตูจนมืดมิด

ภาพเหตุการณ์นี้ สร้างความแตกตื่นโกลาหลให้กับชาวเมืองเทียนตูนับไม่ถ้วน ราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง

ขอบเขตเจตจำนงเทวะ เพียงแค่นึกคิด ก็สามารถเปลี่ยนแปลงฟ้าดิน เรียกลมเรียกฝนได้ดั่งใจนึก!

"นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?"

"พวกเจ้า... พวกเจ้าดูนั่น บนฟ้ามีคนอยู่?!"

ทันใดนั้น ผู้คนในเทียนตูก็มองเห็นร่างของปาซือถู แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาที่จิตใจของทุกคน ร่างนั้นยืนหยัดอย่างเย่อหยิ่งอยู่บนฟากฟ้า ก้มมองลงมาราวกับเทพเจ้าที่มองดูมดปลวก ทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างรุนแรงขึ้นในใจของผู้คน

"เขา... เขาเป็นใคร?"

"ข้ารู้สึก... ข้ารู้สึกเหมือนหัวใจจะแตกสลาย หายใจไม่ออกแล้ว!"

"น่า... น่ากลัวเกินไปแล้ว!"

วินาทีนี้ ชาวเมืองเทียนตูตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับคนจมน้ำ ทุกคนแทบจะหายใจไม่ออก เด็กน้อยจำนวนมากเริ่มร้องไห้จ้า

"นั่นคือ... ปาซือถู?!"

ณ วังหลวงต้าเซี่ย ฉินอู่ รองผู้บัญชาการหน่วยจิ้งเทียน เมื่อเห็นร่างนั้น รูม่านตาก็หดเกร็งด้วยความตกตะลึง

"อะไรนะ ปาซือถูมาที่เทียนตูงั้นรึ?!"

จีหยวนที่มีพลังวรยุทธ์ไม่สูงนัก จึงมองเห็นใบหน้าของปาซือถูไม่ชัดเจน แต่เมื่อได้ยินคำพูดของฉินอู่ เขาก็หน้าถอดสีทันที

"หรือว่า... ปาซือถูคิดจะลงมือทำลายเทียนตู?!"

เมื่อคิดได้ดังนั้น จีหยวนและฉินอู่ก็รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับตกลงสู่ถ้ำน้ำแข็งพันปี ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว

จบบทที่ บทที่ 525 ต้าหยวนผู้เหิมเกริม

คัดลอกลิงก์แล้ว