- หน้าแรก
- มือปราบปีศาจเริ่มต้นจากพลังตบะหกสิบปี
- บทที่ 465 ขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์
บทที่ 465 ขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์
บทที่ 465 ขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์
บทที่ 465 ขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์
กู้เฉินปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าบาดตา แสงสีทองดุจสายน้ำไหลเวียนไปทั่วเรือนร่างของเขา ราวกับว่ามีดวงอาทิตย์สีทองดวงใหญ่ปกคลุมร่างเอาไว้
ในวินาทีนี้ กู้เฉินตระหนักรู้ถึงฟ้าดิน ฟ้าดินต่างเคลื่อนไหวไปตามจังหวะหมัดของเขา เมื่อหมัดถูกชกออกไป ดุจมังกรแท้จริงเหินเวหา ท่วงท่าองอาจห้าวหาญ ราวกับเทพปีศาจจุติลงมา เพียงหมัดเดียวก็สามารถระเบิดร่างของสี่ราชันย์ผู้พิทักษ์แห่งนิกายเทพหกทิศจนแหลกละเอียดได้ทั้งหมด!
พึงรู้ไว้ว่า นี่คือยอดฝีมือระดับสุดยอดในขอบเขตควบแน่นอาณาเขตถึงสี่คน แถมภายในร่างกายยังผสานเข้ากับภูตผี มิใช่บุคคลธรรมดาสามัญแต่อย่างใด
แต่ถึงกระนั้น ภายใต้หมัดเดียวของกู้เฉิน ไม่ว่าจะมาจากสามร้อยกว่าปีก่อน หรือจะมีความเป็นมาอย่างไร ทั้งหมดล้วนต้องจบชีวิตลงด้วยความเคียดแค้น!
วินาทีนี้ กู้เฉินกล้าหาญชาญชัยจนไม่อาจต้านทาน!
ร่างของสี่ราชันย์ผู้พิทักษ์ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แต่เนื่องจากมีพลังของภูตผีคุ้มกาย และผลึกวิญญาณยังไม่แตกดับ พวกเขาจึงยังไม่ตาย
ฟุ่บ!
ในวินาทีแรก ผลึกวิญญาณสี่ก้อนที่ส่องแสงสีทมิฬราวกับจะทะลวงผ่านห้วงมิติ ถูกห่อหุ้มด้วยอาณาเขตของแต่ละคน แล้วพุ่งหนีไปยังที่ไกลโพ้น
ชั่วพริบตาถัดมา ท่ามกลางหมอกดำที่คละคลุ้ง สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์แห่งนิกายเทพหกทิศก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในโลกหล้า!
"เปล่าประโยชน์ พวกข้าเป็นอมตะไม่ดับสูญ เจ้าฆ่าพวกข้าไม่ได้หรอก!" ปีศาจโลหิตเซียวอวิ๋นเทียนยังคงปากแข็ง ตะโกนก้องอยู่ที่นั่น
ในทางกลับกัน กู่มู่ เทียนกุ่ย และโยวเฟิง สามราชันย์ผู้พิทักษ์กลับมีสายตาหนักแน่น สีหน้าเคร่งเครียดจนถึงขีดสุด
อาศัยเหตุการณ์เมื่อครู่ พวกเขาแน่ใจแล้วว่า กู้เฉินสามารถควบคุมพลังฟ้าดินได้อย่างราบรื่น อีกไม่นานก็คงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตควบแน่นอาณาเขตได้เหมือนกับพวกเขา!
"ในโลกนี้ มีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่จริงๆ หรือ?" วินาทีนี้ แม้แต่พวกเขาทั้งสามคนก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในความสงสัยในตนเองอย่างลึกซึ้ง
ต้องรู้ว่า เพราะการรุกรานของภูตผี เก้าแคว้นจึงเสื่อมโทรม กฎเกณฑ์ของฟ้าดินยิ่งไม่สมบูรณ์ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าเหตุใดยอดฝีมือในเก้าแคว้นจึงมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตควบแน่นอาณาเขต ที่จำเป็นต้องตระหนักรู้ถึงฟ้าดิน ยอดฝีมือเช่นนี้ในเก้าแคว้นยามนี้ยิ่งถือกำเนิดได้ยากยิ่งกว่า
ต่อให้เป็นในยุคบรรพกาล ผู้ที่สามารถบรรลุขอบเขตควบแน่นอาณาเขตได้ ก็ไม่มีใครที่เป็นคนธรรมดา อย่างน้อยล้วนต้องผ่านการสั่งสมวรยุทธ์มานานนับหลายสิบปี
ไม่มีใครเลยที่จะอายุน้อยเหมือนกู้เฉิน ต้องรู้ไว้ว่า เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบสามปีเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเช่นนี้ ท่ามกลางการต่อสู้ กลับสามารถตระหนักรู้ถึงกฎการหมุนเวียนของฟ้าดินได้สำเร็จ เรื่องนี้จะไม่ให้กู่มู่และพวกพ้องรู้สึกหวาดผวาได้อย่างไร?
ต่อให้พวกเขาจะผสานร่างกับภูตผี จนอารมณ์ความรู้สึกถูกลบเลือนไปมากแล้ว แต่ในวินาทีนี้ ก็ยังรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
กู้เฉินช่างน่ากลัวเกินไปแล้วจริงๆ อย่าว่าแต่เคยพบเห็นเลย แม้แต่ได้ยินพวกเขาก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวของบุคคลเช่นนี้มาก่อน
ในสายตาของพวกเขา คำว่าปีศาจยังน้อยเกินไปที่จะใช้บรรยาย
เมื่อทะลวงผ่านได้อย่างราบรื่น ดวงตาของกู้เฉินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม สภาวะของเขาในตอนนี้ดีเยี่ยม สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนทุกอย่างในฟ้าดินได้อย่างชัดเจน
"แผนการล้มเหลวแล้ว จะหนีหรือไม่?" เทียนกุ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
พวกเขารู้ดีว่าการสังหารกู้เฉินนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว ในตอนนี้ลำพังแค่จะเอาตัวรอดให้ได้ก็ยังเป็นปัญหา
หลังจากกู้เฉินตระหนักรู้ถึงฟ้าดิน มีพลังฟ้าดินเสริมกาย พลังรบทั้งมวลต่อให้พวกเขาสี่คนร่วมมือกันก็ยังสู้ไม่ได้ หากคิดจะสังหารกู้เฉินในตอนนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นอริยยุทธ์ขอบเขตวิถีเทวะของเผ่ามนุษย์ลงมือเองเท่านั้น
"จะหนีแล้วหรือ?" ปีศาจโลหิตเซียวอวิ๋นเทียนได้ยินว่าจะถอย ก็แสดงสีหน้าไม่ยินยอมทันที
กู่มู่และโยวเฟิงต่างก็เงียบกริบ หากแม้แต่พวกเขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกู้เฉิน ถ้าเช่นนั้นคงต้องรอให้ภูตผีที่แข็งแกร่งกว่านี้จุติลงมา หรือไม่ก็ต้องรอให้ทูตศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองท่านออกจากด่านเท่านั้น
"ถอยเถอะ หากยังยื้อต่อไป คนที่จะสูญเสียอย่างหนักต้องเป็นพวกเราแน่" โยวเฟิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เตรียมพร้อมจะถอยทัพ
วูบ!
วินาทีถัดมา เขาจสะบัดฝ่ามือ ทันใดนั้นแสงสีดำก็พุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้า ภูตผีปรากฏตัวขึ้นทีละตน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์พกติดตัวไว้ตลอดเวลาด้วยวิธีการพิเศษ
ชั่วพริบตา กลิ่นอายเย็นยะเยือกก็พุ่งเสียดฟ้า สถานที่แห่งนี้ราวกับกลายเป็นดินแดนน้ำแข็ง อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว หนาวเหน็บเข้ากระดูก จนแทบจะแช่แข็งวิญญาณของผู้คนได้
"หือ?!"
เมื่อเห็นภาพนี้ กู้เฉินก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ ตรงหน้าจะมีภูตผีโผล่ออกมาอีกกว่าสิบตน
ภูตผีเหล่านี้ล้วนเป็นภูตผีระดับนรกานต์ ในจำนวนนั้นมีหลายตนที่เทียบเท่ากับอริยยุทธ์ขอบเขตวิถีเทวะของเผ่ามนุษย์!
"เพื่อเอาชีวิตรอด พวกเจ้าถึงกับยอมลงทุนขนาดนี้เชียวหรือ!" กู้เฉินสายตาเย็นชา เห็นได้ชัดว่าภูตผีเหล่านี้คือสิ่งที่สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์ร่วมมือกันจับมาได้ในช่วงเวลานี้ เพื่อต้องการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับนิกายเทพหกทิศ
แต่ในตอนนี้ เพื่อที่จะหลบหนี พวกเขาจำต้องกัดฟันปล่อยภูตผีเหล่านี้ออกมา เพื่อยื้อเวลาในการหลบหนีให้กับตนเอง
"ฆ่ามันซะ!"
โยวเฟิงออกคำสั่ง พร้อมกับหันหลังหนีไปกับราชันย์ผู้พิทักษ์อีกสามคนอย่างไม่ลังเล เด็ดขาดเป็นอย่างยิ่ง
"โฮก!"
ชั่วพริบตาถัดมา ดวงตาที่กระหายเลือดของภูตผีเหล่านี้ก็จ้องเขม็งไปที่กู้เฉิน เพียงแค่กลิ่นอายเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวพวกมัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนแข็งตายได้แล้ว
"คิดจะหนีหรือ?!"
ดวงตาของกู้เฉินเป็นประกาย ไม่ว่าจะเป็นภูตผี หรือสี่ราชันย์ผู้พิทักษ์แห่งนิกายเทพหกทิศ เขาจะไม่ปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!
"ตราประทับสุริยัน!"
กู้เฉินตวาดเบาๆ ใช้วิชาตราประทับสุริยัน แต่ทว่าครั้งนี้ เขาใช้ร่างกายของตนเองแปลงเป็นดวงอาทิตย์ ปลดปล่อยแสงสว่างและความร้อนอันไร้ที่สิ้นสุด แสงสว่างนี้เจิดจ้าเกินไป คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวกวาดล้างไปทั่วทิศทาง ภูตผีระดับนรกานต์ที่มีตบะอ่อนด้อยถูกเผาเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา
แม้แต่ภูตผีระดับนรกานต์ที่เทียบเท่ากับอริยยุทธ์ขอบเขตวิถีเทวะเหล่านั้น ต่างก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ทนรับไม่ไหว ร่างกายแทบจะหลอมละลายในทันที
"ความแข็งแกร่งระดับนี้ มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!" สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ไล่หลังมา ต่างรู้สึกหวาดผวาอย่างที่สุด ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ทุ่มสุดตัวเพื่อหนีออกจากที่นี่
"โฮก——"
ภูตผีที่เหลืออยู่ไม่กี่ตนส่งเสียงโหยหวน เพียงแค่การปะทะครั้งเดียว ภายใต้หมัดของกู้เฉิน พวกมันทั้งหมดก็ถูกเขาต่อยจนระเบิดเละ
เมื่อตระหนักรู้ถึงพลังฟ้าดิน ผนวกกับถุงมือลึกลับ บทแปลงมังกรไท่ซู และเมล็ดพันธุ์สวรรค์ไร้ที่ติ พลังรบของกู้เฉินนั้นน่ากลัวเกินไป ในขอบเขตควบแน่นอาณาเขตขั้นต้น เขาแทบจะไร้คู่ต่อสู้แล้ว!
ฟุ่บ!
กู้เฉินใช้วิชาเก้าก้าวเหยียบเวหา ร่างกายดุจแสงเงาเคลื่อนไหว ความเร็วนี้รวดเร็วเกินไป ทิวทัศน์รอบข้างถอยหลังไปอย่างรวดเร็วราวกับแสง เพียงไม่กี่ก้าว กู้เฉินก็ตามทันพวกเซียวอวิ๋นเทียนทั้งสี่คน
"จะหนีไปไหน ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ให้หมด!"
กู้เฉินตะโกนก้อง ทั่วร่างปลดปล่อยแสงสว่างบาดตา แม้แต่ดวงอาทิตย์บนท้องนภาก็ยังถูกรัศมีของเขาข่มจนหมองลง ในเวลานี้เขาราวกับเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้า
"ตาย!"
กู้เฉินคำรามกึกก้อง เสียงคำรามสั่นสะเทือนฟ้าดินทั้งสี่ทิศ พื้นดินร้อยวาระเบิดออกทันที พลังกดดันเสียดฟ้า สยบฟ้าดิน ตราประทับสุริยันอันไร้เทียมทานสามารถทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
"อ๊าก..."
ปีศาจโลหิตเซียวอวิ๋นเทียนทนรับไม่ไหวเป็นคนแรก ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน แสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุดถาโถมเข้ามา เขาไม่อาจต้านทานได้แม้แต่ลมหายใจเดียว ร่างกายกลายเป็นเถ้าถ่านคาที่ แม้แต่จิตสำนึกที่สิงสถิตอยู่ในผลึกวิญญาณก็ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้นในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
"เด็กคนนี้คือศัตรูตัวฉกาจของนิกายเรา มีเพียงท่านประมุขลงมือเองเท่านั้นถึงจะจัดการได้อย่างเด็ดขาด!" กู่มู่ เทียนกุ่ย และโยวเฟิง ทั้งสามคนต่างทอดถอนใจ
บนใบหน้าของทั้งสามไร้ซึ่งความเสียใจ เพราะพวกเขาได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์ลงมือพร้อมกัน ยอดฝีมือขอบเขตควบแน่นอาณาเขตถึงสี่คน มาเพื่อสังหารเด็กน้อยที่อยู่เพียงขอบเขตวิถีเทวะคนหนึ่ง เรียกได้ว่าทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดแล้ว ไม่มีความประมาทแม้แต่น้อย
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังล้มเหลว
ไพ่ตายของกู้เฉินมีมากเกินไป แม้แต่สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์แห่งพรรคมารก็ยากจะรับมือ ทำได้เพียงจบชีวิตลงด้วยความแค้น ณ ที่แห่งนี้
ไม่นานนัก แสงสว่างเจิดจ้าก็ถาโถมเข้ามา ทั้งสามคนก็เดินตามรอยเซียวอวิ๋นเทียน ถูกกู้เฉินหลอมละลายจนหมดสิ้น
"ดีมาก ครั้งนี้ถือว่าเก็บเกี่ยวได้มหาศาลทีเดียว"
ทันใดนั้น แสงสว่างก็จางหายไป ปรากฏร่างสูงโปร่งแข็งแกร่ง บนร่างยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เขาคือกู้เฉินนั่นเอง
หลังจบการต่อสู้ กู้เฉินในตอนนี้ กลิ่นอายทั่วร่างอ่อนลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย
ศึกครั้งนี้ กู้เฉินเองก็ทุ่มสุดตัวเช่นกัน สิ้นเปลืองพลังไปมหาศาล หากไม่ใช่เพราะการทะลวงผ่านในวินาทีสุดท้าย เขาคงทำได้เพียงถอยหนีจริงๆ
ในตอนนี้เมื่อการต่อสู้จบลง แม้แต่กู้เฉินก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า สี่ราชันย์ผู้พิทักษ์แห่งนิกายเทพหกทิศลงมือพร้อมกัน นับว่าให้เกียรติเขามากจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ก็น่าชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงลดทอนกำลังรบของนิกายเทพหกทิศลงได้อย่างมาก แต่เขายังได้รับผลึกวิญญาณมาไม่น้อย และยังสามารถควบคุมพลังฟ้าดินได้อีกด้วย
การต่อสู้ครั้งนี้ เรียกได้ว่ากู้เฉินกำไรมหาศาล
ตั้งแต่เริ่มเปิดฉากต่อสู้จนถึงท้ายที่สุด ความจริงแล้วกู้เฉินเผื่อทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้ตลอด ถ้าเขาจะหนี คนกลุ่มนี้รั้งเขาไว้ไม่อยู่ เพียงแต่เขาแค่อยากลองดูว่าภายใต้การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย จะสามารถทำลายกำแพงกั้นบางๆ นั้นลง แล้วเกิดความตระหนักรู้ได้อย่างราบรื่นหรือไม่
"อืม ไหนดูซิว่าครั้งนี้บนหน้าต่างสถานะจะมีแต้มยุทธ์เพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่?" ดวงตาอันลึกล้ำของกู้เฉินฉายแววขบขัน เขาดูดซับผลึกวิญญาณที่ได้มาทั้งหมดเข้าไป
วินาทีถัดมา เพียงแค่ความคิด หน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากู้เฉิน
[รายชื่อ] : กู้เฉิน
[วิทยายุทธ์] : กายาวัชระสุริยันพิสุทธิ์ (ขั้นสมบูรณ์), วิชากายาทองคำ, บทแปลงมังกรไท่ซู (ขั้นสมบูรณ์), คัมภีร์จิตราชันย์เทวะ (ขั้นแรกเริ่ม), คัมภีร์หมัดผสานขุนเขาและมหาสมุทร (ขั้นชำนาญ), เคล็ดแปดเทวะมังกร (ขั้นชำนาญ), ปราณกระบี่หยางกำเนิด (ขั้นชำนาญ), เก้าก้าวเหยียบเวหา (ขั้นสมบูรณ์), เพลงกระบี่แต้มดารา (ขั้นชำนาญ)
[กำลังภายใน] : คัมภีร์สามสุริยันผลาญฟ้า
[พลังวัตร] : 2300 ปี
[ขอบเขต] : ขอบเขตวิถีเทวะขั้นปลาย
[แต้มยุทธ์] : 1350
ณ เวลานี้ แต้มยุทธ์ที่เดิมทีเหลือศูนย์ ก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ทะลุหลักพันแต้ม
"ด้วยแต้มยุทธ์เหล่านี้ ข้าจะต้องไปถึงขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน หรือกระทั่งอาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตควบแน่นอาณาเขตได้เลยทีเดียว!"
วินาทีนี้ กู้เฉินสีหน้าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก!
เพราะเขารู้ดีว่า การมาเยือนแคว้นเหยี่ยนโจวในครั้งนี้ จะต้องเปิดศึกกับเผ่าคนเถื่อนอย่างแน่นอน และเผ่าคนเถื่อนก็มียอดฝีมือระดับขอบเขตควบแน่นอาณาเขตถึงสองคน แถมยังไม่ใช่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตควบแน่นอาณาเขตง่ายๆ แบบนั้น
การรับมือกับเผ่าคนเถื่อนนั้น ยากกว่าการรับมือกับสี่ราชันย์ผู้พิทักษ์แห่งนิกายเทพหกทิศนี้มากนัก
และเป้าหมายของกู้เฉินในครั้งนี้ก็ชัดเจน คือการทำศึกเพื่อกวาดล้างเผ่าคนเถื่อนให้สิ้นซาก ให้พวกมันหายไปจากเก้าแคว้นตลอดกาล
หากต้องการทำเช่นนั้นให้ได้ กู้เฉินจำเป็นต้องบรรลุถึงขอบเขตควบแน่นอาณาเขต ถึงจะสามารถต่อกรกับเย่หลุนปาเอ่อร์ประมุขเผ่าคนเถื่อน และซาหลุนกู่ซือมหาปุโรหิตผู้นั้นได้
มิเช่นนั้นแล้ว หากเขาต้องปะทะกับเผ่าคนเถื่อน โอกาสชนะช่างริบหรี่ หรือแม้แต่การจะรักษาแคว้นเหยี่ยนโจวไว้ทั้งแคว้นก็ยังยาก
แต่ตอนนี้ เมื่อมีแต้มยุทธ์เหล่านี้แล้ว สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป
วูบ——
วินาทีถัดมา บนหน้าต่างสถานะ แต้มยุทธ์จำนวนหนึ่งพันแต้มหายวับไปในพริบตา สิ่งที่ตามมาคือภายในร่างกายของกู้เฉิน มีพลังวัตรอันมหาศาลเพิ่มขึ้นมาถึงห้าร้อยปี!
ตูม!
ตบะอันแข็งแกร่งไหลเวียนไปทั่วเส้นชีพจรและกระดูกของกู้เฉิน ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายกู้เฉินในตอนนี้ เขายังรู้สึกถึงความอิ่มแน่น เขาตระหนักว่า ตนเองได้มาถึงขีดจำกัดในปัจจุบัน หรือขีดจำกัดของขอบเขตวิถีเทวะแล้ว
เมื่อพลังวัตรห้าร้อยปีไหลบ่าเข้ามา พลังยุทธ์ทั้งมวลของกู้เฉิน ก็พุ่งทะยานถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว คือสองพันแปดร้อยปี!
ลมปราณสามสุริยันสองพันแปดร้อยปี กู้เฉินเองก็ไม่รู้ว่า หากปลดปล่อยออกมาเต็มกำลัง จะสร้างพลังทำลายล้างได้มากเพียงใด
เขารู้เพียงแค่ว่า ยอดฝีมือขอบเขตควบแน่นอาณาเขตขั้นต้นที่เคยปะทะฝีมือกับเขา ไม่มีใครรับมือไหวแม้แต่คนเดียว
และไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อสายตาของกู้เฉินมองไปที่หน้าต่างสถานะ ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาก็บรรลุถึงขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์อย่างราบรื่น สั่งสมตบะในขอบเขตนี้จนถึงขีดสุด ก้าวหน้าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!
"ดีมาก ต่อจากนี้ก็รวบรวมพลังทีเดียว ควบแน่นอาณาเขตที่เป็นของข้าเอง!"