เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 430 เศษวิญญาณบรรพกาล

บทที่ 430 เศษวิญญาณบรรพกาล

บทที่ 430 เศษวิญญาณบรรพกาล


บทที่ 430 เศษวิญญาณบรรพกาล

อูเฟิงมองกู้เฉินด้วยรอยยิ้ม ในสายตาของเขา ข้อเสนอที่ยื่นให้นั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไม่ว่าจะมองมุมไหน กู้เฉินก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

หากเป็นตัวเขาเอง คงตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด

เพราะต่อให้เป็นในยุคบรรพกาล ยอดฝีมือขอบเขตควบแน่นอาณาเขตก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ สถานะของพวกเขานั้นสูงส่ง เพียงพอจะเป็นเจ้าสำนักนิกายใหญ่ได้สบาย

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีวาสนาได้รับการชี้แนะจากยอดฝีมือขอบเขตควบแน่นอาณาเขต แม้อูเฟิงจะเป็นเพียงเศษวิญญาณ แต่ด้วยภูมิปัญญาทางวรยุทธ์ที่มี ก็เพียงพอที่จะสั่งสอนกู้เฉินได้อย่างเหลือเฟือ

ยิ่งในยุคปัจจุบันที่วิถียุทธ์ของเก้าแคว้นเสื่อมถอย เทียบกับยุคบรรพกาลไม่ได้เลย แค่วิชาและเคล็ดวิชาที่อูเฟิงรู้ ก็มากพอให้กู้เฉินเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้มหาศาล

กู้เฉินสีหน้าเคร่งขรึม ยอมรับว่าเขาหวั่นไหวจริงๆ แต่เรื่องนี้กะทันหันเกินไป เขาครุ่นคิดแล้วรู้สึกว่าไม่ควรตอบตกลงในทันที

หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง กู้เฉินก็กล่าวว่า "ผู้อาวุโสพอจะให้เวลาข้าคิดสักสองสามวันได้ไหม? อย่างที่ท่านว่า เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก ข้าคงต้องขอเวลาตัดสินใจสักหน่อย"

อูเฟิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าและยิ้ม "เอาเถอะ ข้าคงใจร้อนเกินไป เจ้าต้องการเวลาเท่าไหร่?"

กู้เฉินคำนวณในใจแล้วตอบว่า "สามวัน ขอเวลาข้าสามวัน เมื่อคิดตกแล้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าจะกลับมาที่นี่เพื่อใหคำตอบแก่ท่าน"

"สามวันหรือ?" อูเฟิงพยักหน้าเบาๆ "ก็ได้ สามวันก็สามวัน หวังว่าเจ้าหนุ่มอย่างเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ"

พูดจบ เขาก็ถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนจะจนใจ

แต่กู้เฉินไม่หวั่นไหว ประสานมือคารวะ "ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน อีกสามวันข้าจะมาพบท่านพร้อมคำตอบ"

"ตกลง" อูเฟิงพยักหน้า หันหลังกลับ เตรียมจะเดินกลับเข้าไปในส่วนลึกของมิติสีเทา

กู้เฉินเห็นอูเฟิงหันหลังให้ เขาก็ทำเช่นเดียวกัน สูดหายใจลึก แล้วเตรียมจะจากไป

แต่แล้วในวินาทีถัดมา เหตุการณ์กลับพลิกผัน!

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!

ทันใดนั้น กลุ่มควันดำแปรรูปเป็นกรงเล็บแหลมคม พุ่งออกจากร่างของอูเฟิงด้วยความเร็วสูง ตรงเข้าหาหมายจะจับตัวกู้เฉิน

ไม่รู้ว่าอูเฟิงหันกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น บัดนี้บรรยากาศรอบตัวเขาดูมืดมนน่าสะพรึงกลัว สีหน้าถมึงทึง แววตาเย็นชาถึงขีดสุด

กู้เฉินเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ เขาว่าแล้วเชียว เรื่องมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

จากที่อูเฟิงเล่า เขาติดอยู่ที่นี่คนเดียวมานานแสนนาน ไม่ได้พูดคุยกับใคร ผ่านไปหลายหมื่นปีหรืออาจนานกว่านั้น เป็นใครก็คงทนไม่ได้

ต่อให้เป็นกู้เฉิน ลองถามใจตัวเองดู ก็คงรับความโดดเดี่ยวขนาดนั้นไม่ไหว เพราะมันหนักหนาสาหัสเกินไป

ไม่ใช่แค่วันสองวัน เดือนสองเดือน หรือปีสองปี แต่มันคือกาลเวลานับหมื่นปี และถูกขังอยู่ในที่ที่ไร้ความหวัง สิ้นหวังอย่างสมบูรณ์

นี่ยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่

การที่อูเฟิงยังไม่เป็นบ้าไปเสียก่อน นับว่าเหลือเชื่อมากแล้ว

วูบ วูบ วูบ!

หนวดสีดำที่เกิดจากจิตสัมผัสของอูเฟิงพุ่งเข้าใส่กู้เฉิน แต่โชคดีที่กู้เฉินไม่ได้เชื่อใจอูเฟิงสนิทใจ เขาระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาจนถึงวินาทีสุดท้าย

ดังนั้นในจังหวะวิกฤต เขาจึงดีดตัวถอยหลัง หลบการโจมตีของอูเฟิงได้อย่างหวุดหวิด

"ที่แท้เจ้าก็หลอกข้ามาตลอด"

มาถึงขั้นนี้ กู้เฉินรู้แล้วว่าอูเฟิงไม่เคยพูดความจริง ข้อเสนอสวยหรูเหล่านั้นมันดูดีเกินจริง นั่นคือเหตุผลที่กู้เฉินไม่เชื่อใจ

"เจ้าดูออกได้อย่างไร?"

อูเฟิงสีหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นเยียบ เขาคิดว่าตัวเองแสดงละครได้แนบเนียน ข้อเสนอก็สมบูรณ์แบบ ทำไมกู้เฉินถึงไม่หลงกล?

ใช่แล้ว เขาหลอกกู้เฉินมาตั้งแต่ต้น หากกู้เฉินตอบตกลง เขาก็จะฉวยโอกาสทีเผลอลงมืออยู่ดี

เป้าหมายเดียวของอูเฟิงคือทำลายจิตสัมผัสของกู้เฉิน แล้วเข้ายึดร่าง ทำการ "แย่งชิงร่าง" ให้สำเร็จ

มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่ได้โกหก พรสวรรค์ของกู้เฉินนั้นหาได้ยากยิ่งแม้แต่ในยุคบรรพกาล รากฐานวรยุทธ์มั่นคงแข็งแกร่ง หากได้ครอบครองร่างนี้ อูเฟิงมั่นใจว่าจะฟื้นคืนพลังสู่จุดสูงสุดได้ในเวลาอันสั้น หรืออาจก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิม

กระทั่งบรรลุถึงขอบเขตเทวมนุษย์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!

นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของอูเฟิง

เมื่อต่างฝ่ายต่างเผยธาตุแท้ กู้เฉินก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชา "เจ้าใจร้อนเกินไป เอาผลประโยชน์มาล่อ แล้วย้ำอยู่นั่นแหละว่าจะไม่ทำร้ายข้า ถ้าเจ้าใจเย็นกว่านี้ ไม่รีบร้อนขนาดนี้ ข้าอาจจะไม่สงสัยก็ได้"

"อีกอย่าง ลมเย็นยะเยือกตอนแรกนั่นก็น่าสงสัย เจ้าจงใจล่อให้ข้าส่งจิตสัมผัสเข้ามาเพิ่ม เพราะมีแต่ทำแบบนี้ เจ้าถึงจะทำลายจิตสัมผัสของข้าได้ และมั่นใจว่าจะยึดร่างข้าได้สำเร็จ"

การแย่งชิงร่างไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอูเฟิงที่เป็นเพียงเศษวิญญาณ พลังที่เหลืออยู่มีไม่มาก ยิ่งต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

สำหรับร่างกายของกู้เฉิน อูเฟิงคือสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะต่อต้านโดยสัญชาตญาณ ส่วนกู้เฉินคือเจ้าของร่าง ย่อมได้เปรียบในถิ่นตนเอง

ดังนั้น เขาจำเป็นต้องทำลายหรือกลืนกินจิตสัมผัสของกู้เฉินให้ได้มากที่สุด ถึงจะมั่นใจในการแย่งชิงร่าง

"เป็นเช่นนี้นี่เอง"

อูเฟิงพยักหน้า สีหน้ายังคงราบเรียบ เขาไม่รู้สึกเสียดายอะไร เพราะเดิมทีเขาก็ตั้งใจจะลงมืออยู่แล้ว สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากแผนเดิมเท่าไหร่

เวลานั้น กู้เฉินถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "จอมยุทธ์ที่ข้าสังหารไปก่อนหน้านี้ เลือดเนื้อและวิญญาณของพวกเขา ล้วนถูกเจ้าดูดกลืนไปหมดสินะ"

นี่ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการสรุปความ เพราะกู้เฉินเดาความจริงได้แล้ว

"ถูกต้อง" อูเฟิงยิ้มจางๆ ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกแล้ว

"ที่ข้าอยู่รอดมาได้จากยุคบรรพกาล นอกจากสภาพแวดล้อมพิเศษที่นี่ ก็เพราะข้าจำศีลมาตลอด แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็เกือบจะถึงขีดจำกัดแล้ว โชคดีที่เจ้าโผล่มา ได้ครอบครองศาสตราโบราณชิ้นนี้ และไล่ฆ่าฟันผู้คน ข้าจึงได้ดูดกลืนเลือดเนื้อและวิญญาณของพวกมันมาต่อชีวิต ดังนั้นที่ข้าบอกขอบคุณเจ้า นั่นคือความจริงใจล้วนๆ"

อูเฟิงมองกู้เฉิน รอยยิ้มที่มุมปากดูเหี้ยมเกรียม "เจ้ายังมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม?"

"ไม่มีแล้ว" กู้เฉินส่ายหน้า "ฆ่าเจ้า กลืนกินจิตสัมผัสของเจ้า ข้าก็จะได้รู้ทุกสิ่งที่อยากรู้ แถมจิตสัมผัสของข้าจะแข็งแกร่งขึ้น จนบรรลุขอบเขตวิถีเทวะขั้นสมบูรณ์ เปลี่ยนจากไร้รูปเป็นมีรูป"

พูดจบ กู้เฉินก็ยิ้มมุมปาก ดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา

"โห?" อูเฟิงเลิกคิ้ว มองกู้เฉินด้วยความแปลกใจ "เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียว?"

กู้เฉินสีหน้าสงบนิ่ง แววตาเรียบเฉย จ้องมองอูเฟิง "ก็แค่เศษวิญญาณ จะเหลือพลังสักเท่าไหร่เชียว ฆ่าเจ้าก็แค่เรื่องกล้วยๆ"

สิ้นเสียง อูเฟิงก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น กู้เฉินไม่ได้ขัดขวาง ปล่อยให้เขาหัวเราะไป

ผ่านไปครู่ใหญ่ อูเฟิงถึงหยุดหัวเราะ คราวนี้แววตาของเขาอำมหิต ใบหน้าเย็นยะเยือก จ้องเขม็งไปที่กู้เฉิน "ลืมบอกเจ้าไป ที่นี่ไม่ใช่เขตแดนมิติภายในศาสตราโบราณ แต่เป็นอาณาเขตจิตวิญญาณของข้า!"

"พูดง่ายๆ ก็คือ ที่นี่คือถิ่นข้า ฮ่าๆๆๆ นึกไม่ถึงล่ะสิ?"

กู้เฉินมองไปรอบๆ มิน่าตอนเข้ามาถึงรู้สึกถึงกลิ่นอายความเสื่อมโทรม ที่แท้ก็เป็นอาณาเขตจิตวิญญาณของอูเฟิงนี่เอง แบบนี้ก็สมเหตุสมผลแล้ว

"หืม?"

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของอูเฟิงก็ชะงักลง เขามองกู้เฉินด้วยความตกใจ

เพราะเขาพบว่าร่างของกู้เฉินตรงหน้ากำลังควบแน่นและชัดเจนขึ้นด้วยความเร็วสูง นั่นหมายความว่ากู้เฉินทุ่มเทจิตสัมผัสทั้งหมดเข้ามา เพื่อตัดสินเป็นตายกับเขาที่นี่

พูดอีกอย่างคือ หากอูเฟิงกลืนกินกู้เฉินได้ที่นี่ เขาก็จะเข้ายึดร่างกู้เฉินได้ทันที แน่นอนว่าอูเฟิงเพิ่งเคยแย่งชิงร่างเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าหลังจากยึดร่างแล้วจะเจอปัญหาอะไรอีกไหม

แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับอูเฟิง

"เจ้ามันมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว" อูเฟิงแสยะยิ้มมองกู้เฉิน ราวกับเยาะเย้ยความไม่เจียมตัว

ในโลกภายนอก ก่อนที่กู้เฉินจะถ่ายเทจิตสัมผัสทั้งหมดเข้าสู่ถุงมือลึกลับ แสงวูบหนึ่งก็พาเขาย้ายร่างจากเก้าแคว้น เข้าไปหลบอยู่ในเมล็ดพันธุ์สวรรค์

ทำเช่นนี้ เขาถึงจะสู้กับอูเฟิงได้อย่างหมดห่วง

ความลังเลไม่ใช่สไตล์ของกู้เฉิน เมื่อตัดสินใจแล้วก็ทุ่มสุดตัว

เดิมทีเขาคิดจะถ่วงเวลา แล้วหาทางจัดการอูเฟิงทีหลัง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ทัน กู้เฉินก็ไม่คิดจะเก็บภัยคุกคามนี้ไว้ เขาจะสังหารอูเฟิงเดี๋ยวนี้ แล้วกลืนกินจิตสัมผัสซะ

"สู้ให้รู้ดำรู้แดง จะต้องกลัวอะไร?" กู้เฉินกล่าวเรียบๆ "อีกอย่าง เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแน่แล้วหรือ?"

อูเฟิงหัวเราะ "ข้าชักจะถูกใจเจ้าแล้วสิ น่าเสียดายที่เจ้าต้องตาย ทุกอย่างของเจ้าจะเป็นของข้า ครอบครัว เพื่อนฝูง ฐานะ ชื่อเสียง ทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าจะรับช่วงต่อเอง รวมถึง... เมล็ดพันธุ์สวรรค์ในตัวเจ้าด้วย!"

"ว่าแล้วเชียว มันรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์สวรรค์!"

กู้เฉินใจหายวาบ แต่ก็ไม่แปลกใจที่อูเฟิงรู้ เพราะอีกฝ่ายผ่านเหตุการณ์ในแดนลี้ลับมาพร้อมกับเขา และตอนที่กู้เฉินดูดซับเมล็ดพันธุ์สวรรค์ ถุงมือลึกลับก็เกิดปฏิกิริยา แสดงว่าอูเฟิงคิดจะแย่งชิงเมล็ดพันธุ์สวรรค์ แต่ถูกเมล็ดพันธุ์สวรรค์สะกดไว้

"ตาย!"

อูเฟิงตวาดลั่น พร้อมกับเสียงแหวกอากาศ หนวดสีดำนับสิบเส้นพุ่งออกมาจากด้านหลัง ตรงเข้าพันธนาการกู้เฉิน

"ไอ้หนู การต่อสู้ด้วยจิตสัมผัส เจ้าไม่มีประสบการณ์เลย จะเอาอะไรมาสู้กับข้า? ข้าจะฆ่าเจ้า ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ!"

ขณะพูด อูเฟิงก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่กู้เฉิน หวังจะประชิดตัว

แม้ร่างตรงหน้าจะเป็นเพียงเศษวิญญาณ แต่พูดตามตรง จิตสัมผัสของกู้เฉินก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ากันเท่าไหร่ เขาเพิ่งอยู่ขอบเขตวิถีเทวะ ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์ จิตสัมผัสยังไม่เปลี่ยนจากไร้รูปเป็นมีรูปอย่างสมบูรณ์

แต่กระนั้น กู้เฉินก็ไม่หวาดหวั่น เมื่อการโจมตีมาถึง สัญชาตญาณการต่อสู้ก็ทำงาน เขาวาดหมัดออกไปโดยอัตโนมัติ หมัดที่เปล่งแสงทำลายหนวดดำนับสิบเส้นจนแหลกเป็นผุยผง

"หืม?"

กู้เฉินรู้สึกตัวขึ้นมาทันที เขามองหมัดตัวเอง ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาด แตกต่างจากการใช้ร่างกายเนื้อต่อสู้

แต่อูเฟิงหน้าถอดสี เขารู้ว่าปล่อยให้กู้เฉินคิดไม่ได้ ไม่งั้นเขาอาจจะจัดการกู้เฉินไม่ได้จริงๆ

เพราะยังไงเขาก็เป็นแค่เศษวิญญาณที่รอดตายมาได้แบบทุลักทุเล

พริบตาเดียว อูเฟิงก็ประชิดตัวกู้เฉิน นิ้วทั้งห้าเปล่งแสงทมิฬ ตะปบเข้าที่ใบหน้า หมายจะเด็ดหัวกู้เฉิน

"วิทยายุทธ์?"

กู้เฉินประหลาดใจ ร่างนี้สร้างจากจิตสัมผัส ไม่มีเส้นชีพจร แล้วจะใช้วรยุทธ์ได้อย่างไร?

วินาทีถัดมา กู้เฉินลองสร้างเส้นชีพจรจำลองด้วยจิตสัมผัส แต่ก็ล้มเหลว

"ไอ้หนู คิดว่าเทคนิคมันฝึกกันง่ายๆ รึไง?"

อูเฟิงแสยะยิ้ม นิ้วทั้งห้างอกยาวเป็นกรงเล็บราวกับมังกร ตะปบเข้าใส่ศีรษะกู้เฉิน

วูบ!

กู้เฉินขมวดคิ้ว ดีดตัวถอยหลังพยายามหลบหลีก

"เปล่าประโยชน์ หนีไม่พ้นหรอก ไอ้หนู เจ้ามั่นใจเกินไป"

อูเฟิงกล่าว จู่ๆ หนวดดำนับสิบเส้นก็พุ่งออกมาจากด้านหลังอีกครั้ง ในระยะประชิดแบบนี้ กู้เฉินใช้ท่าเท้าเก้าก้าวเหยียบเวหาไม่ได้ จึงหลบไม่พ้น ถูกจับมัดจนขยับไม่ได้

หนวดดำนับสิบเส้นรัดร่างกู้เฉินแน่น ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ เหลือไว้เพียงดวงตาที่โผล่ออกมา อูเฟิงระวังตัวมาก ไม่ยอมเปิดโอกาสให้กู้เฉินแม้แต่น้อย

"ข้าบอกแล้ว เจ้ามั่นใจเกินไป คิดว่าจะทุ่มสุดตัวสู้กับข้าได้งั้นรึ ยังไงข้าก็กินข้าวมามากกว่าเจ้ากินเกลือ"

อูเฟิงยิ้มกว้างอย่างมีความสุข นี่เป็นรอยยิ้มจากใจจริง หลังจากทนทุกข์ทรมานในความมืดมิดมาเนิ่นนาน ผ่านกาลเวลาจนยุคบรรพกาลล่มสลาย เก้าแคว้นเข้าสู่ยุควิกฤต ในที่สุด เขา อูเฟิง ก็จะได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง

เวลานี้ อูเฟิงตื่นเต้นจนสุดขีด แม้จะเป็นวิญญาณไม่มีน้ำตา แต่เขาก็หัวเราะทั้งน้ำตา ดูบ้าคลั่งและน่าขนลุก

"เจ้า... มัน... บ้า... ไปแล้ว..." กู้เฉินพยายามพูด ปากถูกหนวดดำปิดไว้ทำให้พูดลำบาก

"ในที่สุด ข้าก็จะได้ออกไปแล้ว!"

ขณะที่อูเฟิงกำลังตื่นเต้นดีใจ หัวเราะร่าทั้งน้ำตา มือเอื้อมไปจะสัมผัสตัวกู้เฉิน ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่า ในดวงตาสีดำสนิทของกู้เฉิน กลับฉายแววขบขันอย่างชัดเจน

อูเฟิงชะงักกึก ถามออกไปโดยไม่รู้ตัว "เจ้าขำอะไร?"

ตูม!

พริบตาต่อมา เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นท่วมร่างกู้เฉิน ไฟสีทองเผาผลาญหนวดดำที่พันธนาการจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

"โฮก!"

ไม่เพียงเท่านั้น เบื้องหลังกู้เฉินยังปรากฏมังกรฟ้าแปดตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่าทางน่าเกรงขามดั่งสัตว์เทพลงมาจุติ จ้องมองอูเฟิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันสีเทา

เวลานี้ กู้เฉินลอยตัวอยู่กลางอากาศ รอบกายมีวงแสงและเปลวเพลิงสีทองลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง ด้านหลังมีมังกรครามแปดตัวสถิตอยู่ กู้เฉินในตอนนี้ดูราวกับเทพเจ้าเดินดิน รัศมีพลังน่าเกรงขามจนสะท้านขวัญ!

"จบกันเสียที"

สิ้นเสียงกู้เฉิน มังกรคำราม เปลวเพลิงพุ่งสูง กู้เฉินเพียงดีดนิ้วเบาๆ ร่างของอูเฟิงที่กำลังยืนตะลึง ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในทันที!

จบบทที่ บทที่ 430 เศษวิญญาณบรรพกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว