- หน้าแรก
- มือปราบปีศาจเริ่มต้นจากพลังตบะหกสิบปี
- บทที่ 355 สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่
บทที่ 355 สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่
บทที่ 355 สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่
บทที่ 355 สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่
สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่ ตั้งอยู่ในแคว้นเจียงโจว หนึ่งในเก้าแคว้น ถือเป็นขุมกำลังระดับแนวหน้าของใต้หล้า ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน "สามมหาลัทธิ" เคียงคู่กับลัทธิแสงธรรมแห่งแคว้นเหยี่ยนโจว และนิกายดาวเหนือแห่งแคว้นตงโจว
ความแข็งแกร่งของสามมหาลัทธินั้น แม้จะเปรียบเทียบกับขุมกำลังชั้นนำอื่นๆ ก็ยังถือว่าเป็นกลุ่มที่ทรงพลังที่สุด
นั่นเป็นเพราะภายในสามมหาลัทธิ ล้วนมีจอมยุทธ์ระดับขอบเขตวิถีเทวะคอยดูแลอยู่
ด้วยเหตุนี้ จอมยุทธ์ทั่วทั้งยุทธภพจึงต่างยำเกรงและเคารพยามเอ่ยถึงสามมหาลัทธิ
ในบรรดาสามมหาลัทธิ สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่นั้นแข็งแกร่งที่สุด โดยเฉพาะท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสที่มีอายุยืนยาวกว่าร้อยห้าสิบปี พลังฝีมือของท่าน แม้แต่ในหมู่จอมยุทธ์ขอบเขตวิถีเทวะทั่วเก้าแคว้น ก็ยังจัดอยู่ในระดับแถวหน้า ได้รับความเคารพนับถือจากคนทั่วหล้า
ส่วนลัทธิแสงธรรมแห่งแคว้นเหยี่ยนโจว เนื่องจากการกระทำที่กึ่งดีกึ่งร้าย เมื่อยี่สิบสามปีก่อนเคยถูกกองทัพต้าเซี่ยบุกโจมตีถึงหน้าประตูสำนัก ประมุขคนก่อนถูกหัวหน้าหน่วยจิ้งเทียนซัดจนบาดเจ็บสาหัส ตลอดหลายปีมานี้จึงเก็บตัวเงียบเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน ลัทธิแสงธรรมจึงถือเป็นขุมกำลังที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสามมหาลัทธิ
ช่วงนี้แคว้นเจียงโจวคึกคักเป็นพิเศษ เพราะอีกไม่นานจะมีงานใหญ่เกิดขึ้นที่นี่
นั่นคืองานฉลองวันคล้ายวันเกิดของท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสแห่งสำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่!
ในฐานะจอมยุทธ์ขอบเขตวิถีเทวะที่มีอายุเกือบสองร้อยปี งานวันเกิดของท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสย่อมถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ และเรื่องนี้ทำให้ทั่วทั้งแคว้นเจียงโจวตื่นตัว
เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่ผู้คนจะได้เข้าใกล้ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโส จอมยุทธ์ระดับขอบเขตวิถีเทวะ ผู้ใดบ้างจะไม่อยากยลโฉมท่านด้วยตาตัวเอง?
และเนื่องจากเจ้าสำนักโหรเคยเอ่ยถึงสำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่ ดังนั้นหลังจากจัดการธุระที่แดนเสินโจวเสร็จสิ้น กู้เฉินจึงรีบเดินทางมายังแคว้นเจียงโจว และได้ทราบข่าวงานฉลองวันเกิดของท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสพอดี
ในวันนั้น สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่จะเชิญแขกเหรื่อมากมายมาร่วมอวยพร
กู้เฉินตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าพบและโน้มน้าวท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโส
หากท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสยอมตกลง ทุกอย่างก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น
"ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโส อายุร้อยห้าสิบกว่าปี อริยยุทธ์ระดับขอบเขตวิถีเทวะ..."
กู้เฉินพึมพำกับตัวเอง ด้วยบารมีและอาวุโสของท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสในยุทธภพ หากกู้เฉินสามารถโน้มน้าวท่านได้ การรวบรวมขุมกำลังอื่นๆ ในยุทธภพก็จะง่ายขึ้นมาก
เพราะในปัจจุบัน ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสแห่งเขาหลงหู่คือจอมยุทธ์ที่มีอายุมากที่สุด และมีบารมีสูงสุดในยุทธภพเก้าแคว้น
นี่คือเหตุผลที่เจ้าสำนักโหรแนะนำให้เขามาที่นี่
มิเช่นนั้น หากอาศัยเพียงกำลังของกู้เฉินคนเดียว การจะโน้มน้าวขุมกำลังอื่นๆ ในเก้าแคว้นคงเป็นเรื่องยากลำบาก
ต้องอาศัยบารมีของท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสเท่านั้น แผนการนี้จึงจะดำเนินต่อไปได้
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องพักของกู้เฉินดังขึ้น ตามด้วยเสียงของเสี่ยวเอ้อ "นายท่าน มีคนมาขอพบขอรับ"
"เข้ามา"
ประตูปิดเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด เสี่ยวเอ้อนำชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งเดินเข้ามา
"เจ้าออกไปก่อน" กู้เฉินกล่าวพลางโยนเศษเงินให้
"ขอรับนายท่าน!" เห็นเงินแล้วเสี่ยวเอ้อก็ตาเป็นประกาย รีบถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะปิดประตูให้อย่างเงียบเชียบ
"พี่หลัว เราพบกันอีกแล้ว" กู้เฉินยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่มตรงหน้า
ใช่แล้ว คนผู้นี้คือหลัวเฟิงแห่งหอธุลีแดง
ตอนที่แยกทางกันคราวก่อน หลัวเฟิงได้ให้ช่องทางติดต่อไว้ พอมาถึงแคว้นเจียงโจว กู้เฉินจึงลองติดต่อดู ไม่นึกว่าจะมาเร็วขนาดนี้
หลัวเฟิงยิ้มตอบ "พี่กู้ ตอนนี้ท่านเป็นถึงมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถี เป็นถึงอู๋เป่าโหวแห่งต้าเซี่ย แถมยังมีฉายาจอมสังหารผู้เลื่องชื่อ คำเรียก 'พี่หลัว' นี้ ข้าคงมิกล้ารับไว้หรอก"
"นั่งลงเถอะ" กู้เฉินหัวเราะ ไม่ถือสาคำหยอกล้อ เชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง
หลัวเฟิงก็ไม่ได้เกรงใจเหมือนปากว่า ทิ้งตัวลงนั่งอย่างสบายอารมณ์
"เจ้าก็มาเพื่องานฉลองวันเกิดท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสแห่งเขาหลงหู่เหมือนกันรึ?" กู้เฉินถาม
"แน่นอน" หลัวเฟิงพยักหน้า "ชื่อเสียงท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสดังกระฉ่อนไปทั่วหล้า งานวันเกิดของท่าน สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่ส่งเทียบเชิญไปทั่วแคว้นเจียงโจวล่วงหน้าหลายเดือน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ขุมกำลังชั้นนำจากแคว้นอื่นๆ ก็คงส่งคนมาร่วมงาน หรืออย่างน้อยก็ส่งของขวัญมาแสดงความเคารพ"
กู้เฉินพยักหน้าเบาๆ เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงบารมีอันยิ่งใหญ่ของท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสในยุทธภพ และนี่แหละคือสิ่งที่กู้เฉินต้องการ
แน่นอนว่าพรรคมารก็น่าจะคิดเช่นเดียวกัน
"ทำไม หรือว่าทางสำนักปรมาจารย์สวรรค์เชิญคนของราชสำนักด้วย?" หลัวเฟิงมองกู้เฉินด้วยความแปลกใจ
เขารู้ดีว่าท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสไม่ค่อยชอบขี้หน้าคนของราชสำนักต้าเซี่ยสักเท่าไหร่ เพราะจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อนนั้นเผด็จการเกินไป ใช้กำลังกดข่มทั่วหล้า ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสเคยพยายามทัดทาน แต่ก็ไร้ผล จักรพรรดิเซี่ยไม่ยอมแม้แต่จะให้เข้าเฝ้า
ด้วยเหตุนี้ แม้ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสจะไม่ได้พูดอะไร แต่คนในสำนักปรมาจารย์สวรรค์ต่างรู้สึกว่าราชสำนักไม่ให้เกียรติท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโส ตลอดหลายปีมานี้ สำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่จึงไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับคนของราชสำนัก
เพียงแต่พวกเขายังคงเคารพกฎหมายของต้าเซี่ย ทั้งสองฝ่ายจึงต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกัน
กู้เฉินเรียกหลัวเฟิงมาครั้งนี้ มีธุระสำคัญสามประการ กู้เฉินถามขึ้น "ความสัมพันธ์ระหว่างหอธุลีแดงกับท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ไม่ค่อยดีเท่าไหร่" หลัวเฟิงส่ายหน้า "พวกเราถูกมองว่าเป็นสามลัทธินอกรีต สำนักฝ่ายธรรมะอย่างสำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่ไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเราหรอก"
ทันใดนั้น หลัวเฟิงก็เงยหน้ามองกู้เฉิน "ทำไม หรือว่าท่านอยากพบท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโส?"
กู้เฉินพยักหน้า ยอมรับตามตรง "ข้าอยากโน้มน้าวให้สำนักปรมาจารย์สวรรค์สวามิภักดิ์ต่อต้าเซี่ย"
"อะไรนะ?!"
หลัวเฟิงตกตะลึง จ้องมองกู้เฉินด้วยสายตาเหลือเชื่อ "ท่านบ้าไปแล้วหรือ?"
พูดพลางสำรวจกู้เฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำหน้าสงสัย "ข้าไม่เคยได้ยินว่าคนบรรลุขอบเขตกำเนิดวิถีแล้วจะเป็นบ้า หรือว่าตอนเชื่อมต่อจิตกับฟ้าดิน ท่านได้รับบาดเจ็บกระทบกระเทือนสมอง?"
กู้เฉินหน้าดำคร่ำเครียด ไม่เจอกันพักเดียว ปากคอของหลัวเฟิงยังร้ายกาจเหมือนเดิม
เห็นท่าทางกู้เฉิน หลัวเฟิงก็หัวเราะร่า "เอาล่ะๆ ไม่ล้อเล่นแล้ว ทำไมท่านถึงคิดจะทำแบบนั้น?"
หลัวเฟิงรู้ดีว่ากู้เฉินย่อมมีเหตุผล ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรบ้าบิ่นโดยไม่ไตร่ตรอง
กู้เฉินจึงเล่าเรื่องมหาภัยพิบัติแห่งเก้าแคว้นให้หลัวเฟิงฟัง ธุระเรื่องที่สองที่เขาเรียกหลัวเฟิงมา คือต้องการชักชวนให้หอธุลีแดงเข้าร่วมกับต้าเซี่ย
แม้หอธุลีแดงจะเป็นหนึ่งในสามลัทธินอกรีต แต่ก็ต่างจากหอโลหิต พวกเขาเน้นค้าขายข่าวสาร มีหูตากว้างไกล นี่คือเหตุผลที่กู้เฉินต้องการตัวหลัวเฟิง
แม้หน่วยจิ้งเทียนจะมีสายลับกระจายอยู่ทั่วหล้า แต่ความสามารถในการหาข่าวของหอธุลีแดงก็ไม่เป็นรองใคร หากผสานศักยภาพของหน่วยจิ้งเทียนเข้ากับหอธุลีแดง ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ในใต้หล้าย่อมแม่นยำและรวดเร็วฉับไว
หลังจากฟังเรื่องราว หลัวเฟิงมีสีหน้าเคร่งเครียด "เรื่องมหาภัยพิบัติแห่งเก้าแคว้น ข้าพอได้ยินมาบ้าง แต่เรื่องจะให้หอธุลีแดงเข้าร่วมกับต้าเซี่ย พูดตามตรงนะ ยากมาก แต่ข้าจะลองกลับไปเลียบเคียงดูให้"
กู้เฉินตาเป็นประกาย เดิมทีเขาแค่อยากลองหยั่งเชิงดูท่าทีของหอธุลีแดงผ่านหลัวเฟิง แต่นึกไม่ถึงว่าหลัวเฟิงดูจะมีสถานะไม่ธรรมดาในหอธุลีแดง ถึงขั้นกล้ารับปากว่าจะลองคุยเรื่องใหญ่ขนาดนี้ให้
แต่เห็นได้ชัดว่าหลัวเฟิงยังไม่อยากเปิดเผยฐานะที่แท้จริง เขากล่าวต่อ "แน่นอน ข้าแค่ลองถามดู เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ และโอกาสล้มเหลวก็สูงมาก ท่านอย่าคาดหวังมากนัก"
กู้เฉินพยักหน้า แค่นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเกินคาดแล้ว
"ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยให้ข้าโน้มน้าวท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสได้เลยหรือ?"
หลัวเฟิงส่ายหน้า ตอบอย่างมั่นใจ "เรื่องนี้ท่านเลิกคิดไปได้เลย สำนักปรมาจารย์สวรรค์ไม่มีทางยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าเซี่ยเด็ดขาด ต่อให้ต้าเซี่ยจะยกทัพมาถล่มสำนักปรมาจารย์สวรรค์ พวกเขาก็ไม่ยอม"
กู้เฉินขมวดคิ้ว ต้าเซี่ยย่อมไม่ทำลายสำนักปรมาจารย์สวรรค์อยู่แล้ว สมัยจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อนยังไม่ทำ ต้าเซี่ยในตอนนี้ยิ่งทำไม่ได้
เพราะหากทำเช่นนั้น จะยิ่งสร้างความเกลียดชังให้แก่ชาวยุทธภพที่มีต่อราชสำนัก ในสถานการณ์เช่นนี้ วิธีการรุนแรงย่อมไม่ใช่ทางออก
กู้เฉินกล่าว "ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง ข้าเชื่อว่าท่านจะเห็นแก่ส่วนรวม ตอนนี้ภัยพิบัติจ่อคอหอย ไม่มีใครในเก้าแคว้นจะเอาตัวรอดได้เพียงลำพัง ข้าไม่เชื่อว่าท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสจะเหมือนสำนักอื่นที่เพ้อฝันรอให้หกดินแดนศักดิ์สิทธิ์มากอบกู้โลกในวาระสุดท้าย หรือว่าสำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่คิดจะเข้าพวกกับพรรคมาร?"
หลัวเฟิงสะดุ้งโหยง กู้เฉินนี่ช่างกล้าพูดจริงๆ หากคำพูดนี้หลุดไปถึงหูคนในยุทธภพ หรือคนของสำนักปรมาจารย์สวรรค์เขาหลงหู่ ต่อให้กู้เฉินเป็นถึงอู๋เป่าโหวและมีชื่อเสียงโด่งดังเพียงใด ก็คงไม่รอด
เพราะแม้กู้เฉินจะเก่งกล้าและมีชื่อเสียง แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเทียบกับใคร
ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสคืออริยยุทธ์ระดับขอบเขตวิถีเทวะ อายุสองร้อยปี บารมีคับฟ้า เป็นจุดสูงสุดของยุทธภพอย่างแท้จริง
ต่อให้กู้เฉินมีพรสวรรค์และศักยภาพสูงส่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมองข้ามยอดปรมาจารย์ระดับนี้ได้
หลัวเฟิงถอนหายใจ "ท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโสคิดอย่างไร ไม่มีใครรู้หรอก ในฐานะเพื่อน ข้าขอเตือนท่านว่า งานวันเกิดครั้งนี้ท่านอย่าไปร่วมเลยจะดีกว่า อย่าคิดว่าบรรลุขอบเขตกำเนิดวิถีแล้วจะไร้เทียมทานจริงๆ งานนี้ไม่ใช่แค่คนทั่วไป แต่ผู้นำขุมกำลังชั้นนำทั่วยุทธภพ รวมถึงมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีจากทุกสารทิศจะมารวมตัวกัน หากคำพูดของท่านไปเข้าหูพวกเขา เท่ากับท่านประกาศศัตรูกับยุทธภพทั้งปวง ข่าวแพร่ออกไป เป้าหมายของท่านจะยิ่งยากขึ้นไปอีก"
กู้เฉินไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่เอ่ยถามถึงเรื่องที่สาม "อีกเรื่องหนึ่ง เจ้ารู้ที่อยู่ของประมุขนิกายเทียนเสียและนิกายหลัวช่า สองพรรคมารใหญ่หรือไม่?"
"ท่านจะจัดการพวกเขา?" หลัวเฟิงตกใจ นั่นคือสองมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีขั้นสมบูรณ์เชียวนะ
"ถูกต้อง" กู้เฉินพยักหน้า
...
ขณะเดียวกัน ณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งในแคว้นเจียงโจว มีเงาร่างแปดสายยืนตระหง่านอยู่ แต่ละคนแผ่กลิ่นอายลึกล้ำ ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน
ทั้งแปดคนล้วนเป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถี!
มหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีเพียงคนเดียวก็มีสถานะสูงส่งในเก้าแคว้น สามารถเป็นเจ้าสำนักใหญ่ หรือก่อตั้งขุมกำลังชั้นนำที่สืบทอดนับพันปีได้
ในปัจจุบัน นอกจากหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นิกายเทพหกทิศ และต้าเซี่ยแล้ว ไม่มีขุมกำลังใดที่มีมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีรวมกันถึงแปดคน
หากข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้คนคงแตกตื่นกันทั้งแผ่นดิน
"ตาแก่นั่นที่เขาหลงหู่กล้าปฏิเสธข้อเสนอของพวกเรา!" ประมุขนิกายเทียนเสีย มหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีขั้นสมบูรณ์ กล่าวด้วยความเคียดแค้น
ตาแก่ที่เขาพูดถึง ย่อมหมายถึงท่านปรมาจารย์สวรรค์อาวุโส
ประมุขนิกายหลัวช่าที่มีใบหน้าดุร้ายกล่าวเสริม "ตาแก่นั่นหัวดื้อ ยื่นข้อเสนออะไรให้ก็ไม่รับ แถมยังไล่พวกเราลงจากเขาอีก รอให้ท่านประมุขใหญ่ออกมาเมื่อไหร่ สำนักปรมาจารย์สวรรค์ต้องถูกกวาดล้างเป็นที่แรก!"
มหาปรมาจารย์ยุทธ์จากพรรคมารโลหิตกลั่นกล่าว "ยังดีที่แม้ท่านประมุขใหญ่จะหายไปสามร้อยกว่าปี แต่บารมียังคงอยู่ พอได้ยินชื่อท่านประมุข ตาแก่นั่นก็กลัวจนหัวหด ไม่อย่างนั้นพวกเราสามคนคงไม่ได้เดินลงมาจากเขาหลงหู่แน่"
"พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังเรื่องนี้ พูดถึงแผนการของพวกเจ้ามาเถอะ" เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากร่างในชุดสีเลือด
"ถูกต้อง ที่ท่านเจ้าหอเรียกพวกเรามา ก็เพื่อจัดการกับกู้เฉิน ไม่ได้จะมาเข้าร่วมกับพวกเจ้าจริงๆ เรื่องพวกนั้นเอาไว้คุยกันเองทีหลังเถอะ"
มหาปรมาจารย์ยุทธ์สี่คนจากหอศาสตราและหอโอสถอัศจรรย์กล่าวขึ้น
เห็นได้ชัดว่าหอศาสตราและหอโอสถอัศจรรย์เคียดแค้นกู้เฉินเข้ากระดูกดำ พวกเขาร่ำรวยมหาศาล จึงมีผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ระดับขอบเขตกำเนิดวิถีอยู่ในสังกัดแห่งละสามคน ครั้งนี้ส่งมาแห่งละสองคน เพื่อจัดการกู้เฉินโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าทุ่มสุดตัว
ประมุขนิกายเทียนเสียแค่นเสียงเยาะ "พวกเราแปดคนรวมตัวกัน จะกลัวอะไรกับเด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง ต่อให้มันเก่งแค่ไหน ก็เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถี ข้าคนเดียวก็จัดการมันได้แล้ว แปดคนรุมหนึ่ง ใช้มีดฆ่าโคมาเชือดไก่ชัดๆ ฆ่ามันง่ายเหมือนถอนหญ้า"
ประมุขนิกายหลัวช่าเสริมด้วยเสียงเย็นชา "ไม่ต้องวางแผนอะไรให้ยุ่งยาก เจอตัวเมื่อไหร่ ไม่เกินสามกระบวนท่า มันต้องตายแน่"
เจ้าหอศาสตราและเจ้าหอโอสถอัศจรรย์ หลังจากรู้ว่าลูกชายตายด้วยน้ำมือกู้เฉิน ก็โกรธแค้นแทบคลั่ง ประจวบเหมาะกับประมุขนิกายเทียนเสียและนิกายหลัวช่ามาติดต่อ จึงตกลงร่วมมือกับพรรคมารเพื่อสังหารกู้เฉิน
"ทั้งแปดท่าน ตอนแรกบอกว่ามีทั้งหมดเก้าคนไม่ใช่รึ?" ผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์จากหอศาสตราและหอโอสถอัศจรรย์ถามด้วยความสงสัย
นักฆ่าจากหอโลหิตตอบเสียงเย็น "เจ้านั่นเป็นวิญญาณโดดเดี่ยว ถ้ามันไม่อยากปรากฏตัว พวกเจ้าหาไม่เจอหรอก"
"อะไรนะ วิญญาณโดดเดี่ยว?!" ได้ยินดังนั้น คนจากหอศาสตราและหอโอสถอัศจรรย์ทั้งสี่ต่างอุทานด้วยความตกใจ แววตาฉายแววหวาดหวั่น
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้จัก "วิญญาณโดดเดี่ยว" ที่นักฆ่าหอโลหิตพูดถึงเป็นอย่างดี
"เป็นไง ทีนี้เชื่อหรือยังว่าพวกเราฆ่ามันได้ง่ายเหมือนถอนหญ้า?" ประมุขสองนิกายมารยิ้มเหี้ยมเกรียม
ผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ทั้งสี่สบตากัน พยักหน้ายอมรับ ศึกครั้งนี้พวกเขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะจัดการกู้เฉินได้
"ชื่อเสียงระบือไกล? อัจฉริยะอันดับหนึ่ง? หึ ข้าจะทำให้มันต้องร้องโหยหวนภายใต้งื้อมือของข้า!" ประมุขนิกายหลัวช่าหัวเราะอย่างน่าสยดสยอง