เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350 ชื่อเสียงระบือทั่วหล้า

บทที่ 350 ชื่อเสียงระบือทั่วหล้า

บทที่ 350 ชื่อเสียงระบือทั่วหล้า


บทที่ 350 ชื่อเสียงระบือทั่วหล้า

เมืองเทียนตู จวนอ๋องหวย

"ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..."

ในเวลานี้ท่านกงซุนซึ่งเป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีรีบร้อนเข้ามาในห้องหนังสือ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นอ๋องหวยนั่งครุ่นคิดอยู่หลังโต๊ะทำงาน

อ๋องผู้เป็นพระเชษฐาอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ยผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา บุคลิกอ่อนโยน เพียงแต่ด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้น ประกอบกับไม่ได้ฝึกยุทธ์ ผมตรงขมับจึงเริ่มมีสีดอกเลาแซมบ้างแล้ว

เมื่อเห็นท่านกงซุนที่เป็นถึงมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีตื่นตระหนกเช่นนี้ อ๋องหวยขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยถาม "เรื่องอันใดทำให้ท่านร้อนรนถึงเพียงนี้ หรือภูตผีปีศาจบุกรุกเก้าแคว้นขนานใหญ่ หรือว่าระดับสูงของนิกายเทพหกทิศออกมาเคลื่อนไหวแล้ว?"

ความตื่นตกใจยังคงฉายชัดบนใบหน้าของท่านกงซุน หลังจากได้ยินข่าวนั้นจิตใจของเขาก็ไม่อาจสงบลงได้เลย "มิใช่ขอรับท่านอ๋อง เป็นเรื่องอื่น..."

อ๋องหวยได้ยินดังนั้นก็ยิ่งสงสัย มีเรื่องอื่นใดอีกที่ทำให้มหาปรมาจารย์ยุทธ์เสียอาการได้ขนาดนี้?

"เรื่องอะไร?" น้ำเสียงของอ๋องหวยราวกับมีพลังวิเศษบางอย่าง ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของท่านกงซุนให้สงบลงโดยไม่รู้ตัว

อันที่จริงจะโทษเขาก็ไม่ได้ หลักๆ เป็นเพราะเรื่องนี้มันน่าตกตะลึงจนเกินไป ท่านกงซุนรู้ดีว่าต่อให้อ๋องหวยรู้เข้า ก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่นัก

ดังนั้นท่านกงซุนสูดหายใจเข้าลึก มองอ๋องหวยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังอย่างที่สุด "ท่านอ๋อง ข่าวด่วนแปดร้อยลี้จากตงโจวแจ้งมาว่า กู้เฉินทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีแล้ว!"

"เขาจะทะลวงผ่านก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน..."

อ๋องหวยเอ่ยขึ้น เพราะในสายตาของเขา ด้วยพรสวรรค์ของกู้เฉิน การทะลวงผ่านด่านไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เป็นเรื่องที่สมควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว

ทว่าวินาทีต่อมา เขาก็ได้สติ รูม่านตาของอ๋องอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ยขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย จ้องมองท่านกงซุนเขม็ง "ท่านว่ากระไรนะ? พูดใหม่อีกทีซิ"

"ท่านอ๋อง ข้าบอกว่า กู้เฉินทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีแล้ว!" ท่านกงซุนย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"กำเนิดวิถี?!"

ท่านกงซุนสังเกตเห็นได้ลางๆ ว่าอ๋องหวยผู้ที่แม้ภูเขาถล่มตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า บัดนี้ร่างกายกลับสั่นสะท้านเล็กน้อย

แม้อาการสั่นนั้นจะแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่ท่านกงซุนที่เป็นถึงมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีสายตาเฉียบคม ย่อมจับสังเกตได้อย่างชัดเจน

แม้กระทั่งแววตาและความตื่นตะลึงที่ฉายวาบบนใบหน้าของอ๋องหวย ก็ล้วนตกอยู่ในสายตาของเขาอย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ท่านกงซุนไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะนี่เป็นปฏิกิริยาที่สมเหตุสมผล

เพราะทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ทั่วทั้งใต้หล้าต่างก็เดือดพล่าน แม้แต่จอมยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีก็ยังไม่อาจวางเฉย

ยุทธภพเก้าแคว้น ขุมกำลังน้อยใหญ่ต่างพากันแตกตื่น ทั่วหล้าต่างถกเถียงกันถึงเรื่องนี้

ในฐานะมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถี ท่านกงซุนรู้ซึ้งดีว่าการที่กู้เฉินทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีนั้นหมายความว่าอย่างไร

การปรากฏตัวของมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีสักคน แม้จะน่าตื่นเต้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ถึงเพียงนี้

ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะอายุของกู้เฉิน และสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป

"เล่ารายละเอียดมาซิ" อ๋องหวยสั่งเสียงขรึม

"ขอรับ"

ท่านกงซุนพยักหน้า จากนั้นจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตงโจว รวมถึงเรื่องราวในแดนลี้ลับให้อ๋องหวยฟังจนหมดสิ้น

"ท่านว่าอะไรนะ? กู้เฉินสังหารตัวแทนเดินดินของสำนักเสาค้ำฟ้า สำนักกระบี่นภา และหุบเขาเพลิงอัคนี จนหมดสิ้นเลยรึ?!" อ๋องหวยข่มความตกตะลึง เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

"ถูกต้องขอรับ"

ท่านกงซุนพยักหน้า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เพราะจำนวนจอมยุทธ์ที่ออกมาจากแดนลี้ลับมีไม่น้อย วีรกรรมของกู้เฉินในแดนลี้ลับล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพวกเขา เมื่อคนเหล่านี้ออกมา ข่าวย่อมแพร่สะพัดออกไป

ตอนที่ท่านกงซุนได้ยินข่าวนี้ เขาก็ใจสั่นสะท้านเช่นกัน นั่นคือหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ มองไปทั่วเก้าแคว้น ตราบใดที่เป็นจอมยุทธ์ ไม่มีใครไม่ยำเกรงหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์

แต่ตอนนี้พวกเขากลับได้ยินว่า กู้เฉินไล่สังหารทายาทที่โดดเด่นที่สุดในยุคปัจจุบันของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ราวกับผักปลา หัวใจของพวกเขาแทบจะหยุดเต้น

หากจะให้ประเมินการกระทำของกู้เฉินในแดนลี้ลับ ก็คงมีเพียงคำคำเดียวที่บรรยายได้

ฝืนลิขิตฟ้า!

เหตุการณ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นในตงโจว ลำพังแค่เรื่องเดียวก็เพียงพอจะสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนได้แล้ว แต่นี่เรื่องราวทั้งหมดกลับมารวมกัน และเป็นฝีมือของคนเพียงคนเดียว เมื่อได้รับรู้ข่าวนี้ ความรู้สึกของผู้คนในใต้หล้าไม่อาจใช้คำว่าตกตะลึงมาบรรยายได้อีกต่อไป

ฝืนลิขิตฟ้า มีเพียงคำนี้เท่านั้นที่ครอบคลุมการกระทำทั้งหมดของกู้เฉิน

"ตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่ไหน?" อ๋องหวยถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ท่านกงซุนตอบเสียงเบา "หากไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้อู๋เป่าโหวคงยังอยู่ที่ตงโจว สำนักเมฆาและนิกายม่วงครามแปรพักตร์ไปเข้ากับนิกายเทพหกทิศ หน่วยจิ้งเทียนทางฝั่งนั้นกำลังร่วมมือกับอู๋เป่าโหวเตรียมกวาดล้างพวกมันขอรับ"

หลังจากกู้เฉินบรรลุขอบเขตกำเนิดวิถี แม้จะยังหนุ่มแน่น อายุเพียงยี่สิบสองปี แต่ท่านกงซุนก็ไม่กล้าเรียกชื่อห้วนๆ อีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาเรียกตำแหน่งบรรดาศักดิ์ "อู๋เป่าโหว" แทน

"ข้ารู้แล้ว"

เห็นท่าทีเช่นนั้น ท่านกงซุนก็ไม่พูดอะไรอีก ขอตัวลาถอยออกมาเงียบๆ

ครั้งนี้เขาไม่ได้อยู่เฝ้าอารักขาข้างกายอ๋องหวย แต่ปล่อยให้อ๋องหวยได้ใช้เวลาอยู่ตามลำพัง

"ขอบเขตกำเนิดวิถีวัยยี่สิบสองปี..."

อ๋องหวยแววตาลึกล้ำ ในยามนี้ทั่วทั้งร่างของเขาแผ่กลิ่นอายที่บอกไม่ถูกออกมา หมัดทั้งสองที่กำแน่นบ่งบอกว่าภายในใจของเขาไม่ได้สงบนิ่ง หรืออาจกล่าวได้ว่ากำลังเกิดคลื่นลูกใหญ่โหมกระหน่ำ

"ถ้าเช่นนั้น ถึงเวลานั้น เจ้าจะเลือกทางใดกันนะ..."

ภายในห้องหนังสือที่ปิดสนิท มีเสียงพึมพำแผ่วเบาของอ๋องหวยลอดออกมา

...

พระราชวังหลวง ห้องทรงพระอักษร

"ฝ่าบาท ฝ่าบาท เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่พ่ะย่ะค่ะ..." กงกงแซ่หวงวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงห้องทรงพระอักษร เข้าเฝ้าจีหยวน อดีตองค์รัชทายาทผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย

หลังจากขึ้นครองราชย์ บุคลิกของจีหยวนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ไม่มีความลังเลใจเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทรงเปี่ยมด้วยบารมีและความน่าเกรงขามสมเป็นจักรพรรดิ

ในราชสำนักยามนี้ หลังจากการกวาดล้างกบฏองค์ชายใหญ่และการดำเนินนโยบายต่างๆ หลังจีหยวนขึ้นครองราชย์ ขุนนางจำนวนมากต่างก็มองเขาในแง่ดี และเริ่มยอมรับในตัวจีหยวนจากใจจริง

อย่างน้อยที่สุด หลังจากจีหยวนครองราชย์ เขาก็สามารถประคองสถานการณ์ของต้าเซี่ยไว้ได้ ไม่ปล่อยให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม ไม่ใช่กษัตริย์ที่ไร้ความสามารถ

อำนาจและบทบาทของอ๋องหวยเริ่มลดน้อยลง ในราชสำนักตอนนี้จักรพรรดิใหม่จีหยวนมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่จีหยวนรู้ดีว่าบารมีของอ๋องหวยยังคงฝังรากลึกในใจผู้คน ไม่ได้จางหายไปแม้แต่น้อย

แต่สถานการณ์ในราชสำนักเช่นนี้ สำหรับจักรพรรดิใหม่ที่เพิ่งครองราชย์ ถือว่าเพียงพอแล้ว

การเมืองในราชสำนักไม่เหมือนเรื่องอื่น หลายสิ่งหลายอย่างไม่อาจสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลาค่อยๆ เคี่ยวกรำไป

"มีเรื่องอันใด เหตุใดจึงเสียกิริยาเช่นนี้?" จักรพรรดิใหม่จีหยวนเห็นกงกงแซ่หวงวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา ก็ขมวดคิ้วถาม

ตุ้บ!

กงกงแซ่หวงคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้น ร้องเสียงแหลม "ฝ่าบาท เรื่องมงคล เรื่องมงคลพ่ะย่ะค่ะ เป็นเรื่องมงคลใหญ่หลวง!"

จีหยวนยังคงขมวดคิ้ว "เรื่องมงคลอันใด ทำให้เจ้าตื่นตระหนกได้ถึงเพียงนี้?"

เห็นได้ชัดว่าเขาเติบโตขึ้นมาก มีความสุขุมหนักแน่น ไม่แสดงอาการผิดปกติเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของกงกงแซ่หวง

ทว่าเมื่อกงกงแซ่หวงเอ่ยประโยคถัดมา จักรพรรดิใหม่แห่งต้าเซี่ยผู้นี้ก็ไม่อาจรักษาอาการได้อีกต่อไป สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

"ฝ่าบาท เรื่องมงคลพ่ะย่ะค่ะ อู๋เป่าโหวทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีแล้ว!"

"เจ้าว่าอะไรนะ?!"

จีหยวนลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ จ้องเขม็งไปยังกงกงแซ่หวงที่หมอบอยู่เบื้องล่าง ตรัสเสียงเข้ม "เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ? พูดให้เราฟังอีกทีซิ!"

กงกงแซ่หวงไม่กล้าชักช้า รีบทูลซ้ำ "ฝ่าบาท กระหม่อมเพิ่งได้รับข่าวจากตงโจวแจ้งมาว่า อู๋เป่าโหวทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

"กำเนิดวิถี... กู้เฉินเขาบรรลุขอบเขตกำเนิดวิถีแล้วหรือ?" จีหยวนสีหน้าเหม่อลอย ไม่อาจสงบใจได้ พึมพำซ้ำไปซ้ำมา

วินาทีถัดมา เขากำหมัดแน่น ใบหน้าฉายแววปิติยินดีอย่างปิดไม่มิด ถึงกับคำรามออกมาเบาๆ "ดียิ่ง!"

เวลานี้จีหยวนหน้าแดงระเรื่อ จิตใจตื่นเต้น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย

แม้พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเขาจะธรรมดา แต่เขาก็เข้าใจดีว่าขอบเขตกำเนิดวิถีในวัยยี่สิบสองปีนั้นมีความหมายอย่างไร

ในอนาคต หากไม่มีเหตุสุดวิสัย กู้เฉินจะเป็นเสาหลักอีกต้นหนึ่งของต้าเซี่ย ที่จะช่วยเขาสยบใต้หล้า ข่มขวัญเหล่าผู้กล้า!

ในฐานะจักรพรรดิองค์ใหม่ จีหยวนไม่มีพรสวรรค์ทางยุทธ์เช่นนั้น ดังนั้นเขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่คนอื่น

"ตอนนี้กู้เฉินอยู่ที่ไหน?" จีหยวนรีบถาม ไม่สนใจกิริยาอาการที่หลุดลอยไปของตน

"ทูลฝ่าบาท อู๋เป่าโหวตอนนี้ยังอยู่ที่ตงโจวพ่ะย่ะค่ะ"

จากนั้นกงกงแซ่หวงก็กราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตงโจวให้จีหยวนฟังอย่างละเอียด

"เจ้าบอกว่าเขาสังหารนายน้อยหอศาสตราและหอโอสถอัศจรรย์ แถมยังฆ่าตัวแทนเดินดินของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยรึ?"

ได้ยินดังนั้น จีหยวนก็ตกใจอีกครั้ง เรื่องหอศาสตราและหอโอสถอัศจรรย์ยังพอทำเนา สำนักเมฆาและนิกายม่วงครามก็ไม่น่ากังวล แต่ที่สำคัญคือตัวแทนเดินดินของหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลงจากเขามา ถูกกู้เฉินสังหารไปถึงสามคนด้วยตัวคนเดียว

"ฝ่าบาท การกระทำของอู๋เป่าโหวเช่นนี้ จะไม่เป็นการยั่วยุหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรือพ่ะย่ะค่ะ?" กงกงแซ่หวงลอบมองสีหน้าของจักรพรรดิใหม่อย่างระมัดระวัง

"ฆ่าได้ดี!"

จีหยวนกัดฟันกรอด สีหน้าเย็นชา "หกดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่างไร พวกมันกล้าคิดร้ายต่อกู้เฉิน กู้เฉินฆ่าพวกมันกลับก็สมควรแล้ว เสด็จพ่อเคยคิดจะโค่นล้มหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว หลายปีมานี้พวกมันคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าแห่งเก้าแคว้นจริงๆ หรือ อยากฆ่าใครก็ฆ่า การกระทำของกู้เฉินครั้งนี้ ถือเป็นการสั่งสอนหกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง!"

"ฝ่าบาทตรัสมีเหตุผลพ่ะย่ะค่ะ" กงกงแซ่หวงรีบเออออ ไม่กล้าพูดมากอีก

จีหยวนกล่าว "วางใจเถอะ เราเชื่อใจกู้เฉิน ด้วยนิสัยของเขา หากกล้าลงมือ ย่อมต้องคิดถึงผลที่ตามมาดีแล้ว"

"ฝ่าบาททรงพระปรีชา" กงกงแซ่หวงยิ้มประจบ

"กู้เฉินจะกลับเมืองหลวงเมื่อไหร่?" จีหยวนถาม

กงกงแซ่หวงตอบ "ทูลฝ่าบาท คงต้องรออีกสักระยะ ตามที่อู๋เป่าโหวแจ้งมา สำนักเมฆาและนิกายม่วงครามลอบสวามิภักดิ์ต่อนิกายเทพหกทิศ เขาคงต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเดินทางกลับเมืองเทียนตูพ่ะย่ะค่ะ"

"ดี ถ่ายทอดคำสั่งลงไป หากกู้เฉินกลับมาเมื่อไหร่ เราจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ล้างฝุ่นให้อู๋เป่าโหวด้วยตัวเอง" จีหยวนออกคำสั่ง

"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"

จีหยวนแววตาเป็นประกาย ใบหน้าเปื้อนยิ้ม กู้เฉินมอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้เขาจริงๆ แม้แต่เขาเองก็นึกไม่ถึงว่ากู้เฉินจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีได้เร็วขนาดนี้

นับจากนี้ไป ต้าเซี่ยก็มีขุมกำลังระดับสูงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพรสวรรค์และผลงานที่ผ่านมาของกู้เฉิน แม้จะเพิ่งเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถี แต่พลังฝีมือของเขาย่อมไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกแน่นอน

ตราบใดที่ขอบเขตวิถีเทวะไม่ออกโรง กู้เฉินก็น่าจะโลดแล่นไปทั่วเก้าแคว้นได้

ส่วนเรื่องขอบเขตวิถีเทวะ ทั่วทั้งเก้าแคว้นมีอยู่เพียงไม่กี่คน เขาเริ่มคิดแล้วว่าในคลังสมบัติหลวงจะมีสิ่งใดที่ช่วยกู้เฉินต้านทานจอมยุทธ์ขอบเขตวิถีเทวะได้บ้าง?

อาจกล่าวได้ว่าจีหยวนให้ความสำคัญกับกู้เฉินมากจริงๆ ไม่ใช่เพียงเพราะความสำคัญของตัวกู้เฉิน แต่ยังรวมถึงมิตรภาพระหว่างเขากับกู้เฉินด้วย

หากวันนั้นไม่มีกู้เฉิน เขาก็คงไม่ได้นั่งบัลลังก์จักรพรรดิ และคงถูกองค์ชายใหญ่สังหารไปแล้ว

...

ข่าวการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดวิถีของกู้เฉิน แพร่สะพัดไปทั่วเก้าแคว้นด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า

ยี่สิบเอ็ดแคว้นทั่วหล้า ไม่ว่าแคว้นไหน ไม่ว่าจะเป็นต้าเซี่ย ต้าหยวน หรือเผ่าคนเถื่อน ทุกคนล้วนพูดถึงกู้เฉิน

โดยเฉพาะราษฎรชาวต้าเซี่ยที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดและกระตือรือร้นที่สุด

"ได้ยินหรือยัง อู๋เป่าโหวของพวกเรากลายเป็นจอมยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีแล้ว!"

"ข้ารู้ตั้งนานแล้ว เจ้ารู้ไหมว่าปีนี้อู๋เป่าโหวอายุเท่าไหร่?"

"หืม? เรื่องนี้ข้าไม่เคยสนใจมาก่อนเลยแฮะ"

"ข้าจะบอกให้ อู๋เป่าโหวปีนี้เพิ่งจะยี่สิบสองปี!"

"อะไรนะ?! ขอบเขตกำเนิดวิถีวัยยี่สิบสองปี?!"

"พวกเจ้าสองคนรู้น้อยไปแล้ว เดี๋ยวข้าจะเล่าเรื่องวีรกรรมของอู๋เป่าโหวในแดนลี้ลับให้ฟัง..."

ตอนนี้ทั่วหล้าต่างกล่าวขวัญถึงกู้เฉิน นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ชื่อเสียงของเขาเลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน แต่ครั้งนี้คลื่นลมที่ก่อตัวขึ้นนั้นยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ

โดยเฉพาะเมื่อข่าวที่กู้เฉินสังหารอวี่เหวินเฟิงและตัวแทนเดินดินของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์แพร่ออกไป ก็ยิ่งทำให้ทั่วหล้าตกตะลึง

ด้วยผลงานการต่อสู้เช่นนี้ บวกกับพรสวรรค์และพลังฝีมือระดับนี้ คนทั้งใต้หล้าต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกัน

กู้เฉิน คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งวิถียุทธ์ของเก้าแคว้นตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในใต้หล้าอย่างแท้จริง!

ถึงขั้นมีหลายคนกล่าวว่า อู๋เป่าโหวแห่งต้าเซี่ย มีหวังที่จะก้าวไปถึงขอบเขตเทวมนุษย์!

ไม่ใช่แค่จอมยุทธ์ทั่วไป แม้แต่มหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีหลายคนในเก้าแคว้นก็ยังคิดเช่นนั้น

ขอบเขตกำเนิดวิถีในวัยยี่สิบสองปี เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเก้าแคว้นในยุคปัจจุบัน ชื่อของกู้เฉินจะต้องถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

พร้อมกันนั้น ในยามนี้ไม่มีใครกล้ามองกู้เฉินด้วยสายตาที่มองเด็กรุ่นหลังอีกต่อไป และจะไม่มีใครเรียกกู้เฉินว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการยุทธ์อีกแล้ว

เมื่อบรรลุขอบเขตกำเนิดวิถี แม้จะยังหนุ่มแน่น แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์ สามารถนั่งเสมอไหล่กับประมุขของขุมกำลังชั้นนำทั่วหล้า

ในยามนี้ กู้เฉินเปรียบประดุจดวงตะวันที่ลอยเด่นอยู่กลางนภา แสงสว่างเจิดจรัสเพียงพอที่จะสาดส่องไปทั่วผืนฟ้าและผืนดินแห่งเก้าแคว้น!

จบบทที่ บทที่ 350 ชื่อเสียงระบือทั่วหล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว