เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 แก่นมังกร

บทที่ 230 แก่นมังกร

บทที่ 230 แก่นมังกร


บทที่ 230 แก่นมังกร

แก่นมังกรคือผลึกที่ควบแน่นด้วยแก่นพลังชีวิตทั้งหมดของมังกร มันคือวัตถุธาตุหยางพิสุทธิ์ขั้นสูงสุด มีคุณสมบัติในการขัดเกลากายา ผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นและไขกระดูก รวมถึงยกระดับพลังวัตรได้อย่างมหาศาล

แน่นอนว่าแก่นมังกรที่อยู่ตรงหน้าทุกคนนี้มิใช่ของมังกรแท้อย่างที่ขุยกังบอกไว้ มังกรแท้คือเทพมารจากยุคบรรพกาลซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด หากเป็นแก่นมังกรแท้จริง อย่าว่าแต่พวกเขาเลย ต่อให้เป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตกำเนิดวิถีก็รับพลังไม่ไหว ร่างกายคงระเบิดเละเทะไปในทันที

แต่แม้จะเป็นเพียงแก่นมังกรของมังกรวารี ก็ยังมีสรรพคุณวิเศษเหลือล้น เพราะในยุคบรรพกาล มังกรวารีที่โตเต็มวัยจะมีพลังเทียบเท่ามหาปรมาจารย์ยุทธ์ของมนุษย์ ในยุคปัจจุบันที่สัตว์อสูรวิญญาณสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แก่นมังกรเม็ดนี้อาจจะเป็นเม็ดเดียวที่หลงเหลืออยู่ในจิวโจว ย่อมมีค่าควรเมืองอย่างหาที่สุดมิได้ หากใครได้กินเข้าไป นอกจากจะทำลายขีดจำกัดทางพันธุกรรม ยกระดับรากฐานพรสวรรค์แล้ว พลังกายและพลังวัตรก็จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ได้ยินคำพูดของขุยกัง ชาวยุทธ์กว่าสิบคนต่างตาลุกวาว ก้มหน้าซ่อนแววตาแห่งความโลภไว้ พูดตามตรงของวิเศษอยู่ตรงหน้าขนาดนี้ใครบ้างจะไม่หวั่นไหว แต่กู้เฉินเป็นถึงผู้บัญชาการหน่วยจิ้งเทียนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า แม้พวกเขาจะมีพลังระดับขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ก็ยังไม่กล้าบุ่มบาม

"เจ้าช่างบังอาจนัก!"

เห็นขุยกังกล้าเสี้ยมสอนคนอื่นให้มารุมกินโต๊ะตนต่อหน้าต่อตา กู้เฉินก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ เขาไม่รอช้าซัดฝ่ามือออกไปทันที ปราณดาราอันร้อนแรงพุ่งออกจากฝ่ามือราวกับคบเพลิงยักษ์พุ่งตรงเข้าใส่ขุยกัง สัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงขุยกังตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เขามั่นใจว่าตอนอยู่ที่ภูเขาเมฆาคล้อยกู้เฉินไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้! แค่ไม่กี่วันทำไมถึงพัฒนาขึ้นได้ขนาดนี้?

ฉิวลี่เองก็หน้าเปลี่ยนสี เขาดูออกเหมือนกันว่ากู้เฉินแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนอย่างเห็นได้ชัด

ตูม! คลื่นความร้อนพัดวูบมาปะทะหน้า ขุยกังรีบโคจรลมปราณของสำนักพยัคฆ์ขาวทันที เขาคำรามต่ำกล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปน ยกแขนคู่ขึ้นมากันไว้ข้างหน้า ร่างกายเปล่งประกายสีโลหะแวววาวแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า นี่คือสุดยอดวิชาสายกายาของสำนักพยัคฆ์ขาวนามว่ากายาพยัคฆ์ทองคำ ธาตุทองสื่อถึงการสังหาร เข้ากันได้ดีกับพลังของพยัคฆ์ขาว ว่ากันว่าหากฝึกจนถึงขั้นสมบูรณ์ร่างกายจะแข็งแกร่งเป็นรองแค่กายาวัชระคงกระพันเท่านั้น นอกจากพลังป้องกันจะเพิ่มขึ้นมหาศาลแล้ว ร่างกายของผู้ฝึกยังกลายเป็นอาวุธสังหาร ทุกการเคลื่อนไหวแฝงด้วยไอสังหารแห่งธาตุทองตัดผ่าได้ทุกสิ่ง

ทว่าการฝึกวิชานี้ต้องใช้ไอสังหารธาตุทองมาขัดเกลาร่างกายทุกวันคืนซึ่งเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส น้อยคนนักที่จะทนได้ แต่ขุยกังฝึกจนถึงขั้นเชี่ยวชาญ ความอดทนต่อความเจ็บปวดของเขานั้นเหนือมนุษย์

เคร้ง! เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน ฝ่ามือของกู้เฉินเหมือนฟาดลงบนเหล็กกล้าชั้นดี ขุยกังรับการโจมตีไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แขนของขุยกังเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย เขาคำรามลั่นพุ่งเข้าชนกู้เฉินเต็มแรง กู้เฉินสีหน้าเรียบเฉยพลิกฝ่ามือผลักออกไป ปราณดาราสีแดงฉานกลายร่างเป็นมังกรเพลิงเลื้อยพันไปมา พุ่งเข้ากระแทกกายาพยัคฆ์ทองคำของขุยกัง

เสียงเหมือนตีเหล็กดังขึ้นอีกครั้ง แม้ขุยกังจะไม่บาดเจ็บภายนอก แต่ความร้อนแรงที่แฝงมากับปราณดาราของกู้เฉินกลับแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย แผดเผาอวัยวะภายในจนแสบร้อน นี่คือจุดอ่อนของกายาพยัคฆ์ทองคำเมื่อเทียบกับกายาวัชระคงกระพัน แม้ผิวหนังจะแข็งแกร่งดุจเหล็กไหลแต่อวัยวะภายในกลับไม่ได้ถูกขัดเกลาให้แข็งแกร่งเท่าที่ควร

หากไม่ได้ผ่านการฝึกหนักในขอบเขตวัชระและมีแก่นแท้คุ้มครองภายใน ฝ่ามือเมื่อกี้ของกู้เฉินคงทำให้ขุยกังกระอักเลือดเจียนตายไปแล้ว ถึงกระนั้นขุยกังก็ยังรู้สึกทรมาน กู้เฉินแม้จะยังอยู่แค่ขอบเขตปราณดารา แต่พลังวัตรหกร้อยยี่สิบปีและวิชาคัมภีร์สัจธรรมสุริยัน ทำให้ปราณดาราของเขาเข้มข้นบริสุทธิ์ไม่ด้อยไปกว่าแก่นแท้ของขุยกังเลย

"อั้ก!" วินาทีต่อมา กู้เฉินก้าวพริบตาเดียวประชิดตัวขุยกัง หมัดสีทองอร่ามที่ดูธรรมดาแต่ทรงพลังซัดเปรี้ยงเข้าที่ลำตัว กายาพยัคฆ์ทองคำแทบแตกสลาย รอยร้าวปรากฏขึ้นทั่วร่างขุยกังกระอักเลือดคำโตปลิวกระเด็นไปไกล

"เห็นไหม! นี่คือฝีมือของกู้เฉิน พวกเจ้ายังไม่รีบลงมืออีกรึ?!" ขุยกังตะโกนลั่น ทั้งที่เจ็บเจียนตายยังไม่วายยุยงคนอื่น กู้เฉินแววตาเย็นชา มิน่าล่ะขุยกังถึงกล้าเปิดฉากโจมตีก่อน ที่แท้ก็ยอมเจ็บตัวเพื่อให้คนอื่นเห็นความอันตรายของเขา บีบให้ทุกคนต้องร่วมมือกัน

"ที่นี่ไม่มีใครรู้เห็น ถ้าฆ่ามันซะก็ไม่มีใครรู้เรื่องหรอก จริงไหมท่านผู้บัญชาการต่ง!" ขุยกังเห็นชาวยุทธ์คนอื่นยังลังเลจึงหันไปหาต่งจื่อเหวย ต่งจื่อเหวยกัดฟันกรอดมองดูนิ้วที่ด้วนกุด นึกถึงความอัปยศที่ภูเขาเมฆาคล้อยความแค้นก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ความชั่วร้ายเข้าครอบงำจิตใจ เขาเงยหน้าขึ้นจ้องกู้เฉินด้วยสายตาอาฆาตประกาศเสียงเย็น "ถูกต้อง! แก่นมังกรมีแค่อันเดียว ถ้ากู้เฉินยังอยู่พวกเราไม่มีทางได้มันแน่ ฆ่ามันซะแล้วค่อยมาแบ่งกัน!"

ชาวยุทธ์คนอื่นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ขนาดคนของหน่วยจิ้งเทียนด้วยกันยังจะฆ่ากันเอง เมื่อมีต่งจื่อเหวยออกหน้าความโลภก็เริ่มครอบงำจิตใจของทุกคน

"ฆ่า!"

ในที่สุดก็มีคนเปิดฉาก คนที่ผ่านด่านทดสอบจิตใจมาถึงด่านที่สี่ได้ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ จิตใจย่อมเด็ดเดี่ยวและโหดเหี้ยม พวกเขาอยากได้แก่นมังกรและรู้ดีว่าถ้าไม่กำจัดกู้เฉินก็ไม่มีทางสมหวัง กู้เฉินแข็งแกร่งเกินไปและพัฒนาเร็วเกินไป ทางเดียวคือต้องรุม! เมื่อมีคนเริ่มคนอื่นก็ตามมา ยอดฝีมือรวมสิบห้าคนทั้งจากสำนักต่างๆ ขุยกัง ฉิวลี่ และต่งจื่อเหวย ต่างรุมล้อมกู้เฉิน คนเยอะขนาดนี้ต่อให้กู้เฉินเก่งแค่ไหนพวกเขาก็มั่นใจว่าเอาอยู่

ขุยกัง ฉิวลี่ และต่งจื่อเหวย แสยะยิ้มอำมหิต พวกเขาไม่เชื่อว่าในเวลาสั้นๆ กู้เฉินจะเก่งขึ้นจนเทียบเท่าขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ขั้นสมบูรณ์ได้ ขอแค่รักษาระยะห่างไม่ให้กู้เฉินเข้าประชิดตัวพวกเขาก็มีโอกาสชนะสูง ยังไงกู้เฉินก็เป็นแค่ขอบเขตปราณดารา ต่อให้มีกายาวัชระคงกระพันโดนรุมทุบเรื่อยๆ ก็ต้องมีเจ็บกันบ้าง

"ฆ่ามัน!" ขุยกังตะโกนก้อง หลังจากกินยารักษาอาการบาดเจ็บไปบ้างแล้วเขาก็พร้อมลุยอีกครั้ง กู้เฉินผมยาวสยายปลิวไสว ดวงตาดำขลับลึกล้ำฉายแววเย็นเยียบ ต่อให้มากันสิบห้าคนเขาก็ไม่หวั่น! วูบ! กู้เฉินหายวับกลายเป็นแสง พริบตาเดียวก็ไปโผล่ตรงหน้าต่งจื่อเหวย! เทียบกับคนอื่นไอ้คนทรยศนี่น่ารังเกียจที่สุด!

ต่งจื่อเหวยตกใจแทบสิ้นสติที่กู้เฉินพุ่งมาหาตนเป็นคนแรก เขาจึงรีบระเบิดพลังวัตรทั้งหมดสร้างคลื่นแก่นแท้ซัดออกไป "ฝ่ามือคลื่นสมุทร!" กู้เฉินสีหน้าไร้อารมณ์เผชิญหน้ากับท่าไม้ตายของศัตรูเขากำหมัดแน่น แสงสีทองไหลเวียนที่ฝ่ามือปล่อยหมัดตรงทรงพลังออกไปต้านรับ ทันทีที่ปะทะกันต่งจื่อเหวยกระอักเลือดคำโต ร่างปลิวไปเหมือนกระสอบทรายเก่าๆ

"อย่าลังเล! ฆ่ามัน!" ขุยกังตะโกนสั่งการ คลื่นพลังหลากสีสันถาโถมเข้าใส่กู้เฉินราวกับพายุคลั่ง กู้เฉินไม่เสียเวลาตามไปซ้ำ เขาหมุนตัวกลับปราณดาราหกร้อยยี่สิบปีโคจรทั่วร่าง แสงสีทองสว่างจ้าบาดตา "โฮก!" กู้เฉินปล่อยหมัด เงาร่างมังกรและเสือพุ่งทะยานออกจากกำปั้น เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าห้วงอากาศสั่นไหวราวกับจะฉีกขาด

ตูม! เงาร่างมังกรเสือปะทะกับคลื่นพลังของศัตรูเกิดระเบิดรุนแรง กู้เฉินถูกแรงกระแทกจนถอยหลังไปหนึ่งวา ขุยกังและฉิวลี่เห็นดังนั้นก็ดีใจ กู้เฉินไม่ได้ไร้เทียมทาน! พลังกายแกร่งแค่ไหนก็สู้คนหมู่มากไม่ได้!

"ดีใจเร็วไปหน่อยมั้ง!" เสียงเย็นเยียบดังขึ้นที่ข้างหู ฉิวลี่สะดุ้งสุดตัวขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เมื่อหันไปเห็นกู้เฉินมายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ท่าเท้าพยับเงามายาระดับเหนือชั้น แม้จะอยู่แค่ขั้นพื้นฐานแต่ในระยะประชิดกู้เฉินสามารถเคลื่อนที่ได้ดั่งเงาตามตัว เทียบกับขุยกังที่ร้ายแบบเปิดเผย ฉิวลี่ที่เหมือนงูพิษลอบกัดน่ากลัวกว่า กู้เฉินจึงเลือกเก็บฉิวลี่เป็นรายต่อไป!

"กู้..." ฉิวลี่หน้าซีดเผือดกำลังจะอ้าปากพูด แต่หมัดสีทองของกู้เฉินก็พุ่งเข้ามาแล้ว ฉิวลี่กรีดร้องพยายามป้องกันสุดชีวิตแต่ก็ไร้ผล หมัดของกู้เฉินทะลวงผ่านการป้องกันทุกอย่าง ฉึก! หมัดทะลุหน้าอกฉิวลี่เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ที่มองทะลุไปข้างหลัง หัวใจถูกทำลายสิ้นซาก

วินาทีต่อมาการโจมตีระลอกใหม่จากคนอื่นๆ ก็ระดมใส่กู้เฉิน พื้นดินสั่นสะเทือนฝุ่นตลบอบอวล เมื่อฝุ่นจางลงกู้เฉินเดินออกมาโดยไร้รอยขีดข่วน! "อะไรกัน?!" ขุยกังและคนอื่นๆ ตาถลนแทบหลุดจากเบ้า การโจมตีร่วมกันของยอดฝีมือขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้กว่าสิบคนทำอะไรกู้เฉินไม่ได้เลย?!

ทันใดนั้นแก่นมังกรบนท้องฟ้าก็สั่นไหวรุนแรง แสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังระงมมาจากทุกทิศทาง "แย่แล้ว! แก่นมังกรเรียกพวกสัตว์ร้ายมา! พลังของมันกระตุ้นให้พวกมันคลั่ง!" แก่นมังกรดึงดูดสัตว์ร้ายอย่างรุนแรง กู้เฉินขมวดคิ้วตัดสินใจเลิกเล่นไล่จับ เขาใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานขึ้นฟ้าคว้าแก่นมังกรอันร้อนแรงมาไว้ในมือ

"แย่แล้ว! กู้เฉินจะเอาไปแล้ว!" ขุยกังเห็นดังนั้นก็โกรธจนหน้ามืดเตรียมจะพุ่งเข้าไปแย่ง แต่ทันใดนั้นมิติรอบตัวกู้เฉินก็บิดเบี้ยว แสงสว่างวาบขึ้นแล้วร่างของเขาก็หายวับไปกับตา

จบบทที่ บทที่ 230 แก่นมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว