- หน้าแรก
- มือปราบปีศาจเริ่มต้นจากพลังตบะหกสิบปี
- บทที่ 215 คู่เฒ่าภูติพราย
บทที่ 215 คู่เฒ่าภูติพราย
บทที่ 215 คู่เฒ่าภูติพราย
บทที่ 215 คู่เฒ่าภูติพราย
การต่อสู้ระหว่างกู้เฉินและอู๋เจียนอาจดูเหมือนเชื่องช้าในสายตาคนนอก แต่แท้จริงแล้วทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
กู้เฉินเส้นผมดำขลับปลิวไสว สง่างามดุจเทพเจ้าจุติ ร่างกายอาบไล้ด้วยเปลวเพลิงสีทองอร่าม เขาพุ่งผ่านร่างอู๋เจียนไปราวกับสายฟ้าฟาด พลังหมัดอันเกรี้ยวกราดบดขยี้ร่างของอู๋เจียนจนแหลกสลายกลายเป็นเศษเลือดและกระดูกปลิวว่อน
ด้วยพละกำลังของกู้เฉินในยามนี้ ขอเพียงเข้าประชิดตัวได้ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ระยะกลาง ก็ไม่อาจต้านทานเขาได้
กล่าวได้ว่า หากไม่นับระดับปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว ในด้านพละกำลังกายเนื้อ กู้เฉินคือที่สุดแห่งจิวโจว!
จะมีก็แต่สัจจบุรุษระยะกลางถึงระยะปลายเท่านั้น ที่อาศัยความได้เปรียบของระดับพลังที่เหนือกว่าหนึ่งขั้นใหญ่ จึงจะพอต่อกรกับกู้เฉินในตอนนี้ได้
อู๋เจียนเพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ได้ไม่นาน ย่อมไม่ใช่คู่มือของกู้เฉิน
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง ประกายไฟสาดกระเซ็น ยอดศาสตราวุธสองเล่มปะทะกันกลางอากาศราวกับค้อนศึกจากสวรรค์ เสียงนั้นแหลมสูงบาดหู สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วห้วงอากาศ
กู้เฉินเงยหน้าขึ้น ยื่นมือออกไป กระบี่เงาโลหิตก็กลายเป็นลำแสงสีแดงหมุนวนกลับมาสู่มือของเขา
ส่วนอาวุธที่ปะทะกับกระบี่เงาโลหิตคือดาบยาวเล่มหนึ่ง ใบดาบแผ่รังสีอำมหิตและไอเย็นยะเยือก ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกขนลุกชัน
เมื่อเห็นกู้เฉินได้รับชัยชนะ ซ่งอวี้ หวังเยี่ยน และคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้ายินดีปรีดา ในทางตรงกันข้าม เหล่านักฆ่าหอโลหิตต่างหน้าถอดสี บางคนถึงกับเสียขวัญจนพลาดท่าถูกผู้ตรวจการหน่วยจิ้งเทียนเล่นงานจนบาดเจ็บ
หลังจากสังหารอู๋เจียน กู้เฉินยังไม่คลายความระมัดระวัง เพราะเขาสัมผัสได้ว่าในป่าลึก มีจิตสังหารสองสายกำลังล็อคเป้ามาที่เขา
ตูม!
ผืนป่าสั่นสะเทือน ใบไม้ร่วงกราว เงาร่างสองสายเดินออกมาจากความมืด เป็นชายชราสองคน แววตาเย็นชา สีหน้าอำมหิต ผิวหนังเหี่ยวย่น ทั้งคู่สวมชุดคลุมสีเลือด ที่หน้าอกปักลวดลายเส้นด้ายสีทองจางๆ
ชายชราทั้งสองไม่ใช่คนธรรมดา สถานะของพวกเขาในหอโลหิตสูงกว่าอู๋เจียนมาก พวกเขาคือผู้อาวุโสของหอโลหิต ฉายา "คู่เฒ่าภูติพราย"
คู่เฒ่าภูติพรายมีฝีมือน่าสะพรึงกลัว ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน และต่างมีพลังระดับขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ระยะกลาง จิตใจเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด หากร่วมมือกัน แม้แต่ยอดฝีมือระยะปลายก็ยังรับมือได้ยาก
ฟุ่บ!
ผู้เฒ่าภูติสะบัดมือ ดาบยาวที่ลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งกลับมาอยู่ในมือ
เวลานี้ สีหน้าของคู่เฒ่าภูติพรายเคร่งเครียด เดิมทีพวกเขามาเพื่อคุมเชิง คิดว่าแค่อู๋เจียนที่สำเร็จปราณดาราโลหิตผลาญและบรรลุขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ แถมยังมียอดศาสตราวุธที่ยืมมาจากสำนักงานใหญ่ ก็น่าจะจัดการกู้เฉินได้อยู่หมัด
ด้วยความได้เปรียบของระดับพลัง อู๋เจียนควรจะบดขยี้กู้เฉินได้ในพริบตา
หรือต่อให้สู้ไม่ได้ ก็ไม่น่าจะแพ้เร็วขนาดนี้
แต่สิ่งที่คู่เฒ่าภูติพรายคาดไม่ถึงคือ การต่อสู้จบลงเร็วดุจสายฟ้าแลบ จนแม้แต่พวกเขาเองก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
หอโลหิตให้ความสำคัญกับภารกิจนี้มาก แต่ใครจะนึกว่าอู๋เจียนจะถูกกู้เฉินต่อยหมัดเดียวตัวแตกตาย
ฝีมือที่กู้เฉินแสดงออกมาในวันนี้ เหนือกว่าข่าวลือตอนสู้กับอานันทาอย่างชัดเจน
หอโลหิตคาดไม่ถึงเลยว่า ในเวลาสั้นๆ กู้เฉินจะพัฒนาฝีมือได้รวดเร็วปานนี้
ในสายตาของคู่เฒ่าภูติพราย พรสวรรค์ของกู้เฉินไม่ใช่แค่อัจฉริยะ แต่เป็น "ปีศาจ" ชัดๆ!
แม้แต่อัจฉริยะที่ว่าแน่ ก็ยังพัฒนาไม่ได้เร็วขนาดนี้
การตายของอู๋เจียนทำให้คู่เฒ่าภูติพรายตั้งตัวไม่ติด พวกเขานึกเสียใจ หากรู้แบบนี้คงไม่ฟังคำขอของอู๋เจียนที่อยากดวลเดี่ยว แต่คงร่วมมือกันสามคนรุมสังหารกู้เฉินไปตั้งแต่แรก
กู้เฉินจ้องมองชายชราทั้งสอง เพียงแค่ยืนเผชิญหน้า เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
ซ่งอวี้ หวังเยี่ยน และคนอื่นๆ ในหน่วยจิ้งเทียน ยิ่งรู้สึกหวาดผวาเมื่อเห็นคู่เฒ่าภูติพรายปรากฏตัว
คู่เฒ่าภูติพรายไม่ปิดบังพลังฝีมือ จิตสังหารอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาดุจคมดาบนับพัน อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบจนถึงจุดเยือกแข็ง ทุกคนรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ
ตูม!
แก่นแท้พลังปราณมหาศาลรวมตัวกันเป็นฝ่ามือสีดำทมิฬ ฟาดใส่กู้เฉิน
แม้พรสวรรค์ของคู่เฒ่าภูติพรายจะสู้อู๋เจียนไม่ได้ และไม่ได้ฝึกปราณดาราโลหิตผลาญ แต่พวกเขามีวิชาลับที่สามารถผสานพลังวัตรของทั้งสองเข้าด้วยกัน ทำให้พลังโจมตีน่ากลัวยิ่งกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะไม่มีปราณดาราชนิดพิเศษ แต่เมื่อบรรลุขั้นแก่นแท้ พลังทำลายล้างก็ยังคงรุนแรงมหาศาล
หลังจากเห็นพลังกายของกู้เฉิน คู่เฒ่าภูติพรายเลือกที่จะไม่เข้าประชิดตัว แต่ยืนรักษาระยะห่าง ใช้พลังวัตรที่เหนือกว่ากดดันกู้เฉิน
ผู้เฒ่าภูติซัดฝ่ามือสีดำขนาดมหึมาราวเมฆคลึ้ม อัดแน่นด้วยแก่นแท้พลังปราณ บดขยี้อากาศจนระเบิดเสียงดังสนั่น
กู้เฉินไม่หวั่นเกรง ร่างกายเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของยามค่ำคืน เขาตบฝ่ามือสวนกลับไป
ปัง!
ฝ่ามือสีดำของผู้เฒ่าภูติระเบิดออกทันที คู่เฒ่าภูติพรายแค่นเสียงเย็นชา
"ตาย!"
ผู้เฒ่าพรายส่งเสียงแหบพร่ายาวเหยียดราวโลหะเสียดสีกัน ชี้มือไปข้างหน้า ลำแสงสีเขียวมรกตพุ่งออกจากปลายนิ้ว เจาะทะลุอากาศมุ่งตรงสู่กู้เฉิน
ลำแสงนั้นพุ่งผ่านอากาศเกิดเสียงฉ่าๆ พร้อมควันขาวลอยฟุ้ง แสดงถึงฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง เห็นได้ชัดว่าแก่นแท้พลังปราณนี้มีพิษร้ายแรงแฝงอยู่!
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เฒ่าภูติยังสะบัดมือ เรียกหมอกพิษสีเขียวกลุ่มใหญ่คลุมร่างกู้เฉิน หมอกนี้ผ่านไปที่ใด ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเหี่ยวเฉาและกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
กู้เฉินสีหน้าเคร่งขรึม ยืนนิ่งไม่หลบ เพราะเขารู้ดีว่าหากเขาหลบ ชายชราทั้งสองคงจะเบนเป้าหมายไปที่พวกซ่งอวี้และหวังเยี่ยนที่อยู่ด้านหลัง
ตูม!
กู้เฉินเกร็งพลัง พลังวัตร 480 ปีในกายปะทุขึ้น เขาโคจรคัมภีร์สัจธรรมสุริยัน เปลวเพลิงอันร้อนแรงลุกโชนทั่วร่าง ห่อหุ้มเขาไว้ราวกับเทพเจ้าแห่งไฟ รูขุมขนทุกรูพ่นไฟบรรลัยกัลป์ออกมา
"ฟัน!"
กู้เฉินตวาดก้อง ถ่ายทอดพลังวัตรทั้งหมดลงสู่กระบี่เงาโลหิต สะบัดกระบี่ออกไป รังสีอำมหิตพุ่งวาบเป็นลำแสง ตัดผ่าอากาศด้วยความร้อนแรง
ฟู่!
รังสีดาบกวาดผ่านหมอกพิษ เผาผลาญจนระเหยกลายเป็นไอขาวหายไปจนหมดสิ้น
"ไม่ได้มีแค่เจ้าคนเดียวที่มีของวิเศษ!"
คู่เฒ่าภูติพรายสีหน้าอำมหิต ผู้เฒ่าภูติโยนดาบยาวขึ้นฟ้า ทั้งสองร่วมมือกันถ่ายเทพลังแก่นแท้เข้าไปในตัวดาบ ทันใดนั้น ดาบยาวเปล่งประกายแสงสีเงินระยิบระยับนับหมื่นสาย
ฟุ่บ!
ดาบยาวกลายเป็นเงาเลือนราง พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่กู้เฉิน
กู้เฉินเห็นดังนั้น กระบี่เงาโลหิตในมือสั่นระริก กู้เฉินเข้าใจเจตนาของมัน จึงปล่อยมือ กระบี่พุ่งออกไปเป็นลำแสงสีแดง ปะทะกับดาบยาวกลางอากาศอีกครั้ง
"หัตถ์มารโลหิต!"
เมื่อกู้เฉินไม่มีอาวุธในมือ คู่เฒ่าภูติพรายก็ไร้ความกังวล นี่คือสาเหตุที่หอโลหิตมอบยอดศาสตราวุธให้พวกเขา ก็เพื่อใช้รับมือกับกระบี่เงาโลหิตของกู้เฉินนั่นเอง
ครั้งนี้หอโลหิตทุ่มสุดตัวเพื่อสังหารกู้เฉินจริงๆ
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เมื่อเห็นฝีมือของกู้เฉิน คู่เฒ่าภูติพรายก็ทุ่มสุดตัวทันที ทั้งสองลงมือพร้อมกัน พลังปราณกรรโชกแรง ฝ่ามือสีเลือดที่มีเปลวเพลิงลุกโชนตบเข้าใส่กู้เฉิน
หัตถ์มารโลหิตเป็นวิชาระดับเหนือชั้นของหอโลหิต คู่เฒ่าภูติพรายฝึกฝนวิชานี้มานานหลายปีจนบรรลุขั้นสมบูรณ์!
วิชาระดับเหนือชั้นขั้นสมบูรณ์ บวกกับพลังวัตรอันมหาศาลของทั้งสอง ฝ่ามือนี้รุนแรงกว่าฝ่ามือสลายโลหิตของอู๋เจียนหลายเท่าตัว!
"มังกรพยัคฆ์คำรน!"
กู้เฉินทุ่มสุดตัวเช่นกัน ร่างกายเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า คำรามก้อง ซัดหมัดออกไป แสงสว่างเจิดจ้าที่กำปั้นแฝงพลังหมัดอันยิ่งใหญ่และแข็งกร้าว พร้อมเสียงมังกรและเสือคำราม เงาร่างมังกรและเสือพันเกลียวพุ่งเข้าปะทะฝ่ามือโลหิตของคู่เฒ่าภูติพราย
ตูม!
ราวกับสายฟ้าสองสายปะทะกัน แผ่นดินสั่นสะเทือน น้ำในทะเลสาบใกล้เคียงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้านับสิบสาย กลายเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว
ซู่!
กู้เฉินแผ่รังสีเลือดลมสีทองจางๆ ออกมาจากรูขุมขน ร่างกายเปล่งประกายแวววาว เส้นผมกลายเป็นสีทองจางๆ ดูราวกับเทพสงคราม
วูบ!
กู้เฉินก้าวเท้า ร่างพุ่งทะยานดุจมังกรฟ้า เข้าประชิดตัวคู่เฒ่าภูติพรายในพริบตา พร้อมเงื้อหมัดทุบลงมา
คู่เฒ่าภูติพรายหน้าเปลี่ยนสี หมัดนี้ของกู้เฉินหนักหน่วงเกินไป นี่ไม่ใช่หมัด แต่เหมือนภูเขาทั้งลูกทับลงมา พลังกายเนื้อของเขาแข็งแกร่งจนแทบจะบดขยี้ห้วงอากาศ เกิดระลอกคลื่นกระแทกกระจายออกไปรอบทิศ
"ฮึ่ม!"
คู่เฒ่าภูติพรายส่งเสียงคำราม ทั้งสองใช้วิชาลับประสานพลัง รวมแก่นแท้พลังปราณเป็นหนึ่งเดียว ในชั่วพริบตา กลิ่นอายของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แทบจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!
"เจ้าเด็กเมื่อวานซืน ตายซะ!"
คู่เฒ่าภูติพรายประกาศก้อง แววตาฉายแววสังหาร วิชาลับนี้คือไพ่ตายก้นหีบของพวกเขา เมื่อรวมพลังกัน แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ระยะปลาย พวกเขาก็กล้าปะทะ
นับประสาอะไรกับกู้เฉินที่มีเพียงขอบเขตปราณดารา ต่อให้กายเนื้อแข็งแกร่งเป็นกายาวัชระคงกระพัน ก็ไม่อาจต้านทานพลังวัตรที่ทบทวีคูณของพวกเขาได้
"หัตถ์มารโลหิต!"
คราวนี้ คู่เฒ่าภูติพรายยื่นมือออกมาคนละข้าง ฝ่ามือลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเลือด พลังวัตรพุ่งพล่าน ซัดใส่กู้เฉินพร้อมกัน
"วิชาเทวะวัชระคงกระพัน!"
กู้เฉินแววตาคมกริบ โคจรวิชาป้องกันขั้นสูงสุด เลือดลมสีทองพวยพุ่งออกจากรูขุมขนดุจมหาสมุทร อัดแน่นจนล้นห้วงอากาศ ร่างกายส่องประกายเจิดจรัสถึงขีดสุด
จากนั้น กู้เฉินยืดเหยียดร่างกาย พลังปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง ตวาดก้อง "พลังมังกรครามแปดทิศ!"
ครืน!
แสงสว่างบาดตาฉีกกระชากความมืดมิด พร้อมเสียงมังกรคำรามกึกก้อง เงาร่างมังกรครามผุดขึ้นจากด้านหลังกู้เฉิน ท่าทางน่าเกรงขามราวกับสัตว์เทพจากสวรรค์ พุ่งเข้าใส่คู่เฒ่าภูติพราย
เมื่อเห็นมังกรแสงพุ่งลงมา คู่เฒ่าภูติพรายใจหายวาบ รีบยกฝ่ามือเพลิงโลหิตขึ้นต้านรับ
ตูม!
อากาศในรัศมีสิบกว่าวา (ประมาณ 30 กว่าเมตร) ระเบิดออก คลื่นกระแทกสีขาวซัดกระจายไปทั่วทิศ แสงสว่างเจิดจ้าทำให้บริเวณนั้นสว่างไสวราวกลางวัน พื้นดินยุบตัวลงไปหลายศอกทันที
"อั๊ก!"
แรงกระแทกมหาศาลซัดเข้าใส่ร่าง คู่เฒ่าภูติพรายตัวสั่นสะท้าน กระอักเลือดออกมาพร้อมกัน
กู้เฉินเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย แต่โชคดีที่กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งดุจมังกร จึงไม่ได้รับบาดเจ็บภายในเหมือนชายชราทั้งสอง
"หนี!"
คู่เฒ่าภูติพรายสบตากัน สีหน้าเคร่งเครียด จากการปะทะเมื่อครู่ พวกเขารู้แล้วว่าด้วยกำลังของพวกเขาในตอนนี้ ไม่อาจเอาชนะกู้เฉินได้
และหากฝืนสู้ต่อ อาจมีใครคนใดคนหนึ่งต้องจบชีวิตลง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่พวกเขารับไม่ได้
คนแก่เจ้าเล่ห์อย่างพวกเขาย่อมตัดสินใจเด็ดขาด พริบตาเดียวก็หันหลังพุ่งทะยานหนีไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาหนีไปโดยไม่สนใจเหล่านักฆ่าหอโลหิตที่เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ยอดศาสตราวุธที่กำลังปะทะกับกระบี่เงาโลหิตอยู่กลางอากาศ ก็กลายเป็นลำแสงสีเงินพุ่งตามเจ้าของไป
กู้เฉินยืนนิ่ง มองดูคู่เฒ่าภูติพรายจากไป ไม่ได้ไล่ตาม
เหตุผลหลักคือพลังวัตรของเขายังไม่ลึกล้ำพอ ช่องว่างระหว่างขอบเขตปราณดาราระยะกลาง กับขอบเขตหวนคืนสู่แก่นแท้ระยะกลางยังคงชัดเจน
กู้เฉินไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะจัดการคู่เฒ่าภูติพรายได้โดยไม่บาดเจ็บ วิชาลับของทั้งสองที่ผสานพลังกันนั้นแข็งแกร่งมาก
แม้แต่ร่างกายของกู้เฉินยังเกือบต้านทานไม่ไหว แสดงให้เห็นว่าฝ่ามือนั้นรุนแรงเพียงใด
อีกอย่าง ยังมีพวกซ่งอวี้และคนของหน่วยจิ้งเทียนอยู่ที่นี่ กู้เฉินกลัวว่าถ้าบีบคั้นคู่เฒ่าภูติพรายจนตรอก พวกมันอาจใช้วิธีหมาจนตรอก ลากคนอื่นไปตายด้วย
เพื่อป้องกันเหตุร้าย กู้เฉินจึงเลือกที่จะไม่รั้งตัวทั้งสองไว้
กู้เฉินมองทิศทางที่คู่เฒ่าภูติพรายหนีไป แววตาลึกล้ำ เส้นทางเดินทัพครั้งนี้ถูกคัดเลือกมาอย่างดีและเป็นความลับ นอกจากคนในราชสำนักแล้ว ไม่น่าจะมีใครรู้ แล้วใครกันที่เป็นหนอนบ่อนไส้ส่งข่าวให้หอโลหิต?
เขารู้ดีว่าเป้าหมายของหอโลหิตคือตัวเขา ครั้งนี้พวกมันพุ่งเป้ามาที่เขาชัดเจน เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนไม่อยากให้เขามีชีวิตรอดไปถึงแคว้นเหยี่ยนโจว!