- หน้าแรก
- นารูโตะ เกิดใหม่พร้อมมิติจำลองการต่อสู้
- บทที่ 131 ฮาโกโรโมะคิดจะทำอะไรกันแน่?
บทที่ 131 ฮาโกโรโมะคิดจะทำอะไรกันแน่?
บทที่ 131 ฮาโกโรโมะคิดจะทำอะไรกันแน่?
บทที่ 131 ฮาโกโรโมะคิดจะทำอะไรกันแน่?
ภายนอก ฮาโกโรโมะดูเหมือนจะอุทิศตนเพื่อโลกนินจา ถึงขนาดยอมผนึกแม่แท้ๆ ของตัวเองเพื่อปกป้องโลกใบนี้
แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ถ้าเขาปรารถนาสันติภาพและอยากจะเผยแพร่ความรักจริงๆ แล้วทำไมเขาถึงปล่อยปละละเลยให้โลกนินจาจมอยู่กับสงครามไม่จบไม่สิ้น?
ทำไมร่างกลับชาติมาเกิดของจักระอาชูร่าทุกรุ่น ถึงต้องคอยกดหัวร่างกลับชาติมาเกิดของจักระอินดราอยู่ตลอด?
ร่างกลับชาติมาเกิดของจักระอินดราบางคนควรจะเอาชนะฝ่ายอาชูร่าได้แล้ว หรือเกือบจะชนะอยู่แล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้เมื่อผู้สืบทอดจักระอาชูร่าจู่ๆ ก็เก่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นี่คือสิ่งที่คัตสึยุเคยบอกกับคาซึกิ
ถ้าฮาโกโรโมะไม่ได้ชักใยอยู่เบื้องหลัง ให้ตายคาซึกิก็ไม่เชื่อ
ฮาโกโรโมะอาจจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรตามใจชอบในโลกนินจาของเขา ดังนั้น จนกว่าความแข็งแกร่งจะเหนือกว่าเซียนหกวิถี คาซึกิจึงยังไม่กล้าเริ่มการปฏิรูปที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโลกนินจาทั้งใบ
นอกจากฮาโกโรโมะแล้ว ยังมีอิชชิกิอีกตัวตนหนึ่งที่เขาต้องระวัง
“มาดาระเคยมีความคิดที่จะรวบรวม 5 แคว้นใหญ่ให้เป็นหนึ่งเดียว สังหารไดเมียวทิ้ง แล้วสถาปนาประเทศที่บริหารจัดการโดยนินจา”
คาซึกิพูดต่อด้วยวาจาที่สั่นสะเทือนความรู้สึก “แต่เขาถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ห้ามไว้”
“ที่น่าสนใจคือ โฮคาเงะรุ่นที่ 2 โทบิรามะ ผู้ที่มักจะขัดแย้งกับมาดาระเสมอ กลับไม่ได้ออกมาคัดค้านความคิดของมาดาระในตอนนั้น”
“อะไรนะ?”
คำพูดของคาซึกิทำให้คนอื่นอึ้งไปตามๆ กัน พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย
“มาดาระคนนั้น... คือคนอุจิวะที่ร่วมก่อตั้งโคโนฮะกับคุณปู่ใช่ไหม?” นาวากิรีบถาม
คาซึกิพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบว่า “ใช่ เขากับท่านรุ่นที่ 1 เป็นทั้งคู่แข่งและเพื่อนสนิท การก่อตั้งโคโนฮะเกี่ยวพันกับพวกเขาทั้งคู่”
“ในยุคนั้น ลำพังแค่ท่านรุ่นที่ 1 หรือมาดาระเพียงคนเดียว ก็แข็งแกร่งพอที่จะสยบโลกนินจาทั้งใบได้แล้ว สิ่งที่เรียกว่า 5 คาเงะในตอนนั้น เป็นได้แค่ฝูงมดปลวกที่พวกเขาจะบี้ให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้แค่ดีดนิ้ว”
“พวกเขาได้ก้าวข้ามตัวตนระดับคาเงะไปไกลโขแล้ว”
“อันที่จริง ตอนแรกฮาชิรามะอยากให้มาดาระเป็นโฮคาเงะ แต่ถูกท่านรุ่นที่ 2 ขัดขวาง โดยการไปจับมือกับตระกูลอื่นๆ”
“ยังไงซะ ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลอุจิวะกับเซนจูในตอนนั้นก็ไม่ได้ดีนัก พวกเขาเป็นศัตรูที่ฆ่าฟันกันมานับพันปี”
“เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่โทบิรามะจะระแวงอุจิวะ และนิสัยส่วนตัวของมาดาระเองก็มีปัญหาอยู่บ้าง เป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่ได้รับการยอมรับ”
“อย่างงั้นรึ?” นาวากิขมวดคิ้ว ก่อนจะหัวเราะร่าออกมา
“ตระกูลเซนจูกับอุจิวะสู้กันมาเป็นพันปี แต่สุดท้ายก็ยังมาร่วมมือกันตั้งโคโนฮะได้ ทั้งปู่และมาดาระดูจะเป็นคนที่สุดยอดจริงๆ”
คาซึกิพูดว่า “อืม นายอาจจะบอกว่ามาดาระเลวอย่างนั้นอย่างนี้ หรือแม้แต่บอกว่าเขาบ้าและมีการกระทำที่สุดโต่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการแสวงหาสันติภาพของเขา ทั้งเขาและท่านรุ่นที่ 1 ต่างก็ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้าหาสันติภาพ”
แววตาของคาซึกิลึกล้ำขึ้น “เพื่อสันติภาพแล้ว เขาทำได้หลายอย่างเลยล่ะ”
คาซึกินึกถึงแผนอ่านจันทรานิรันดร์
ถ้าเขาไม่ได้ผิดหวังกับโลกแห่งความเป็นจริงอย่างถึงที่สุด คนอย่างมาดาระจะยอมทนอยู่กับความโดดเดี่ยวขนาดนั้นเชียวหรือ? แล้วยังดันทุรังผลักดันแผนอ่านจันทรานิรันดร์ต่อไปอีก?
“มาดาระเหรอ? ท่านย่าแทบไม่พูดถึงเขาเลยแฮะ” นาวากิถอนหายใจเบาๆ
“ทำไมตอนนั้นถึงไม่รวมโลกให้เป็นหนึ่งเดียวล่ะครับ? ถ้าโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว สงครามก็น่าจะหมดไปไม่ใช่เหรอ?” มินาโตะถามแทรกขึ้นมาด้วยคำถามที่น่าตกใจไม่แพ้กัน
มินาโตะเองก็ปรารถนาสันติภาพ
โคโนฮะอยู่ในภาวะสงครามมาปีกว่าแล้ว และแม้จะยังไม่ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่นินจาจำนวนมากก็ได้ล้มตายในสนามรบ
มินาโตะมีเพื่อนบ้านที่ต้องสละชีพในแนวหน้า และผู้อาวุโสที่เคยสอนสั่งเขาก็ต้องเสียขาไปข้างหนึ่ง
เมื่อมองดูแผ่นหลังที่หดหู่ของอีกฝ่ายหลังจากสูญเสียขา มินาโตะก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ
สงครามไม่ใช่เรื่องดีเลย
“การรวมชาติงั้นเหรอ? ในยุคนั้น ผู้คนคุ้นชินกับการต่อสู้ระหว่างตระกูลเท่านั้น”
“ทุกอย่างหลังการก่อตั้งหมู่บ้านจำเป็นต้องวางแผนใหม่หมด และนินจาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารปกครองประเทศนัก”
“ดังนั้น ภายใต้การนำของท่านรุ่นที่ 1 หมู่บ้านและไดเมียวจึงร่วมมือกันสถาปนาระบบหนึ่งแคว้นหนึ่งหมู่บ้านนินจาขึ้นมา”
คาซึกิอธิบายอย่างฉะฉาน “อีกอย่าง แม้การรวมทุกแคว้นเข้าด้วยกันในคราวเดียวจะสามารถสยบทุกอย่างได้ด้วยกำลัง แต่มันอาจจะไม่นำไปสู่การปกครองที่ดี”
“ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีความขัดแย้ง ต่อให้โลกนินจาทั้งใบรวมเป็นหนึ่งเดียว ก็ยังต้องมีความขัดแย้งภายในอยู่ดี”
“ดูอย่างหมู่บ้านในตอนนี้สิ หรือแม้แต่ภายในตระกูลใหญ่ๆ ก็ยังมีความขัดแย้งเลยไม่ใช่เหรอ?”
“ที่ใดมีคน ที่นั่นมีความขัดแย้ง...” มินาโตะพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เขารู้สึกว่าคำพูดของคาซึกิมีเหตุผลมาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ถ้าในอนาคตคาซึกิจะได้เป็นโฮคาเงะ เขาก็ย่อมต้องแข่งขันกับคนอื่นเพื่อชิงตำแหน่งนั้น
ถ้าตัวมินาโตะไม่ยอมรับคาซึกิ มินาโตะก็คงอยากจะแข่งชิงตำแหน่งโฮคาเงะ ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบหนึ่งของการแข่งขัน
แล้วนับประสาอะไรกับระหว่างหมู่บ้านและระหว่างแคว้น?
มินาโตะนึกถึงแนวคิดเรื่องสันติภาพที่จิไรยะเคยพูดถึง ไม่ว่าจะมองยังไง แนวคิดของจิไรยะก็ดูจะโลกสวยและไร้เดียงสาเกินไปหน่อย
“เอาล่ะ เหตุผลหลักที่ชั้นพาพวกนายออกมาครั้งนี้ ก็เพื่อให้พวกนายได้สัมผัสบรรยากาศของสงครามและเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้” คาซึกิตัดบทจบหัวข้อสนทนา
ไม่ว่าจะเป็นมินาโตะหรือรินกะ พวกเขาคือกลุ่มแกนนำในอนาคตของคาซึกิ เขาต้องการค่อยๆ ซึมซับแนวคิดของตัวเองให้พวกเขาทีละน้อย เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาจะปฏิรูปโลกนินจาในอนาคต คนเหล่านี้จะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านเขา
ซาสึเกะนั้นน่าเศร้า หลังจากผนึกคางูยะได้ เขาอยากจะปฏิรูปโลกนินจา แต่กลับต้องมาเจอพวกอนุรักษนิยมอย่างนารูโตะขัดขวาง สุดท้ายก็แพ้นารูโตะและถูกบีบให้ยอมรับอุดมการณ์ของนารูโตะ
ความจริงแล้ว คาซึกิสนับสนุนความต้องการเปลี่ยนแปลงของซาสึเกะในตอนแรกมาก แต่นารูโตะพึ่งพาไม่ได้เกินไป
สุดท้ายนารูโตะก็ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง แม้แต่เรื่องช่วยแคว้นฝนที่เคยสัญญากับนางาโตะไว้ว่าจะดูแลให้ ก็ยังทำไม่ได้
ท้ายที่สุด นารูโตะก็มีดีแค่ราคาคุย เขาเอาแต่พูดสวยหรู แต่ไม่เคยทำได้จริงในทางปฏิบัติ
คาซึกิต้องการให้คนรอบข้างพร้อมจะเดินตามเขาไปจนสุดทาง
เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ นาวากิถามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “จริงสิ คาซึกิ นายคิดว่าท่านย่าจะลงมือในท้ายที่สุดไหม?”
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold maya ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═