- หน้าแรก
- นารูโตะ เกิดใหม่พร้อมมิติจำลองการต่อสู้
- บทที่ 8 อุจิวะช่างแสนดี
บทที่ 8 อุจิวะช่างแสนดี
บทที่ 8 อุจิวะช่างแสนดี
บทที่ 8 อุจิวะช่างแสนดี
ตลอดคาบเรียนช่วงเช้า คาซึกิรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเก้าอี้หนาม เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าคุชินะคอยส่งสายตามองมาที่เขาทุกๆ สามหรือสี่นาที
สิ่งนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นในใจราวกับจะร้องว่า ‘ซวยแล้ว ยัยนั่นเล็งหัวชั้นอยู่แน่ๆ’
ถ้าทำได้ เขาอยากจะตะโกนใส่หน้าคุชินะจริงๆ ว่า “อยู่ให้ห่างจากชั้นหน่อย!”
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงไม่ยื่นมือไปช่วยแก้ปัญหาให้คุชินะตั้งแต่แรก
การถูกฮิรุเซ็นจับตามองยังพอทำเนา เพราะเขายังแสร้งทำตัวเป็นคนปกติได้ แต่ถ้าดันโซเกิดสนใจในตัวเขาขึ้นมา เขาไม่จบเห่เลยหรือไง?
เขายังต้องการเวลาเพื่อเติบโต
ด้วยการหล่อเลี้ยงจากจักระอินทรา คาซึกิมั่นใจว่าเขาสามารถเติบโตเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าได้
และด้วยมิติจำลองการต่อสู้ เขาสามารถประมือกับยอดฝีมือมากมาย ทำให้ในอนาคตเขาจะไม่มีทางขาดแคลนประสบการณ์การต่อสู้แน่นอน
เมื่อคืนนี้ เขาใช้โควตาการท้าประลองที่เหลืออีก 3 ครั้งไปจนหมด แต่ก็ได้พบกับความจริงอันน่าหมดอาลัยตายอยากว่า... ณ ตอนนี้เขาเอาชนะใครไม่ได้เลยสักคน
ระดับโจนินไม่ใช่สิ่งที่เขาในวัยนี้จะต่อกรด้วยได้
แม้แต่โคเท็ตสึที่เป็นจูนินมากประสบการณ์ ก็ยังเอาชนะคาซึกิได้หลังจากยื้อสู้กันอยู่นาน สาเหตุหลักๆ ก็มาจากประสบการณ์ที่เหนือกว่า
และหลังจากพ่ายแพ้การท้าดวล มิติจำลองก็ตัดสิทธิ์การท้าชิงกับบุคคลเหล่านั้นไปเลย
คาซึกิรู้ดีว่าดันโซนั้นเจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหน และมีความเป็นไปได้สูงมากที่หมอนั่นจะเป็นคนฆ่าพ่อของเขา
เขาแค่ต้องการใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างสงบสุข ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ?
ในที่สุดการเรียนช่วงเช้าก็จบลง
ขณะที่คาซึกิกำลังจะลุกไปหามิโกะโตะ คุชินะก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาเขาอย่างเงียบเชียบ เขาสัมผัสได้ชัดเจนถึงความประหม่าเล็กน้อยจากตัวเธอ
“มีธุระอะไรงั้นเหรอ คุณคุชินะ?” คาซึกิถอนหายใจในใจพลางเอ่ยถาม
“ขอบคุณที่ช่วยพูดแทนชั้นเมื่อกี้... เมื่อเช้านี้นะ” คุชินะรวบรวมความกล้าแล้วมองหน้าคาซึกิด้วยสายตาจริงจัง
คาซึกิเหลือบมองไปทางมินาโตะที่อยู่ไม่ไกล และเห็นว่าหมอนั่นกำลังสังเกตการณ์พวกเขาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
‘มองไปเถอะ จ้องเข้าไป ระวังจะอดมีเมียเอานะเหวย’
“เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันนี่ อีกอย่าง ชั้นก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง” คาซึกิโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“งั้นเหรอ...” คุชินะพยักหน้าอย่างครุ่นคิด คาซึกิช่างอ่อนโยนเหมือนกับพ่อของเขาเลย
ขณะที่คุชินะกำลังจะพูดอะไรต่อ ร่างที่คุ้นตาก็เดินเข้ามาในห้องเรียนพร้อมกับถือกล่องข้าวมาด้วย
มิโกะโตะดูแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นคุชินะยืนอยู่ไม่ไกลจากคาซึกิ เธอเดินตรงเข้าไปหาคาซึกิแล้วส่งยิ้มหวาน “คาซึกิ ได้เวลากินข้าวแล้วนะ”
“อื้ม” คาซึกิพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปมองคุชินะที่อยู่ข้างๆ “คุณคุชินะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวทานมื้อเที่ยงก่อนนะ”
“เวลาพักเที่ยงมีแค่ชั่วโมงเดียว ถ้าไม่รีบกิน เดี๋ยวจะต้องรอไปกินหลังเลิกเรียนตอนบ่ายเลย”
เวลาพักเที่ยงของโรงเรียนนินจาไม่ได้ยาวนานนัก แต่การเรียนการสอนช่วงบ่ายจะเลิกเร็ว คือก่อนบ่ายสามโมง
แน่นอนว่านักเรียนที่ขยันขันแข็งบางคนก็จะไปฝึกซ้อมต่อที่สนามฝึกของโรงเรียน
ระบบนี้คล้ายๆ กับการ ‘เรียนอย่างมีความสุข’ การที่จะได้เป็นนินจาที่ยอดเยี่ยมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวินัยในตนเองล้วนๆ
“มื้อเที่ยงเหรอ?”
ใบหน้าของคุชินะแข็งทื่อ ดูเหมือนเธอจะลืมเอาข้าวกล่องมา
ทำยังไงดี? กลับไปกินที่บ้านเหรอ?
แต่ด้วยเวลาเดินทางไปกลับบวกเวลากิน หนึ่งชั่วโมงมันไม่พอแน่นอน
“เธอลืมเอาข้าวกล่องมาเหรอ? ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ มาทานด้วยกันกับชั้นสิ” มิโกะโตะสังเกตเห็นสถานการณ์ลำบากใจของคุชินะจึงเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอ๊ะ? จะดีเหรอ? แล้วเธอจะไม่หิวแย่เหรอ?” สายตาของคุชินะจับจ้องไปที่กล่องข้าวสองกล่องนั้นครู่หนึ่ง ดูเหมือนข้างในจะมีของอร่อยอยู่เพียบ
แม้แต่เธอก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้
ก่อนที่หมู่บ้านอุซึชิโอะจะถูกทำลาย คุชินะมีฐานะเป็นถึงเจ้าหญิง แต่สิ่งที่เจ้าหญิงกินก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นอาหารเลิศรสเสมอไป ท้ายที่สุดแล้วอุซึชิโอะก็เป็นแค่ประเทศเกาะเล็กๆ
การกินปลาไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าพูดถึงของป่าหายากหรืออาหารภูเขา คุชินะแทบไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่
มิโกะโตะสังเกตเห็นกิริยาเล็กๆ น้อยๆ ของคุชินะแล้วก็นึกขำในใจ เพื่อนใหม่คนนี้ดูจริงใจและน่ารักมากทีเดียว
“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นทำเผื่อมาเยอะทุกวันอยู่แล้ว พอสำหรับเราสองคนแน่นอนจ้ะ”
“โอเค งั้นชั้นไม่เกรงใจละนะ” ใบหน้าของคุชินะฉายแววลังเลอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะมองมิโกะโตะด้วยความซาบซึ้งใจ
โคโนฮะยังมีคนดีๆ อยู่เยอะจริงๆ ด้วย
เด็กผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะเป็นคนตระกูลอุจิวะเหมือนกัน
คางามิ คาซึกิ และมิโกะโตะ... ช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอะไรขนาดนี้!
ตอนอยู่ที่อุซึชิโอะ คุชินะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของตระกูลอุจิวะมาบ้าง บางคนถึงกับเรียกอุจิวะว่าเป็น ‘ตระกูลที่ชั่วร้ายโดยกำเนิด’ ซึ่งว่ากันว่าเป็นคำครหาที่โฮคาเงะรุ่นที่ 2 เซนจู โทบิรามะ พูดบ่นเป็นการส่วนตัวแล้วหลุดออกมาแพร่สะพัด
แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น คุชินะไม่ได้รู้สึกเกลียดชังตระกูลอุจิวะ และตอนนี้เธอก็ได้พบกับคนอุจิวะดีๆ ถึงสามคนแล้ว
บางที... คนที่ชั่วร้ายอาจจะไม่ใช่อุจิวะ แต่เป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 2 เซนจู โทบิรามะ ต่างหาก
จริงอย่างที่เขาว่า อคติของคนเปรียบเสมือนภูเขาลูกใหญ่ที่บดบังความจริง
“อร่อย! อร่อยจริงๆ!”
“มิโกะโตะ เธอทำเองเหรอ? ชั้นตัดสินใจแล้ว เธอคือเพื่อนซี้ตลอดชีวิตของชั้นเลย”
เมื่อเจอกับคุชินะที่กินอย่างตะกละตะกลาม คาซึกิและมิโกะโตะก็อดไม่ได้ที่จะหันมาสบตากัน คุชินะดูเหมือนคนที่ไม่เคยอิ่มท้องมาก่อนยังไงยังงั้น
นี่มันออกจะเวอร์ไปหน่อยมั้ง
แม้แต่คาซึกิก็ยังแบ่งอาหารส่วนของเขาให้คุชินะด้วย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ความประทับใจที่เธอมีต่อคาซึกิและมิโกะโตะพุ่งสูงขึ้นไปอีก
พวกเขาทุกคนเป็นคนดี เธอตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องเป็นเพื่อนซี้กับคาซึกิและมิโกะโตะไปตลอดชีวิตให้ได้
สำหรับคุชินะที่เป็นเด็กใหม่ในโคโนฮะ ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ และความช่วยเหลือเหล่านี้มีค่าประเมินมิได้
เหมือนในเนื้อเรื่องดั้งเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างมินาโตะกับคุชินะก็เริ่มต้นจากความใส่ใจทำนองนี้ไม่ใช่หรือไง
คิดได้ดังนั้น คาซึกิก็ลอบถอนหายใจเบาๆ เขาไม่สามารถจงใจตีตัวออกห่างจากคุชินะได้ การทำแบบนั้นมันจะดูชัดเจนเกินไปและจะยิ่งดึงดูดความสนใจแทน
อีกอย่าง การเมินเฉยใส่เด็กผู้หญิงแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำลงได้ มันไม่สอดคล้องกับ “เจตจำนงแห่งไฟ” เอาซะเลย
ช่างเถอะ เป็นไงเป็นกัน ค่อยๆ ดูกันไปทีละก้าวแล้วกัน
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ เรื่องราวทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของฮิรุเซ็น ในขั้นตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ตัดสินใจให้คุชินะเป็นร่างสถิต เธอเป็นเพียงแค่ผู้ถูกเสนอชื่อเท่านั้น
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold maya ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═