- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ป้อมปราการของฉันสามารถอัปเกรดได้แบบไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 510: จับเป็น! (ฟรี)
บทที่ 510: จับเป็น! (ฟรี)
บทที่ 510: จับเป็น! (ฟรี)
แม้ว่าชานมผึ้งจะมีส่วนผสมของน้ำผึ้งจากต่อกระหายเลือด ฟังดูอาจจะน่าขนลุกไปหน่อย… แต่ถ้ามองในแง่ดี มันไม่ได้มีพิษอะไร แถมยังอร่อยอีกต่างหาก กลิ่นน้ำผึ้งเข้มข้นแปลกๆ นั่นก็ทำให้รู้สึก… พอรับได้อยู่…
วินาทีถัดมา เจียงอิ๋งเสวี่ยก็หยิบชานมที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วขึ้นมา จิบเข้าไปหนึ่งคำ แล้วค่อยๆ ตั้งสติ
“ฉันขอจิบด้วยคน”
ฉินเจี้ยนก็หยิบแก้วชานมของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน ดื่มอึกใหญ่ แล้วก็ทำเสียงแผล่บด้วยความพอใจ พร้อมพูดขึ้นอย่างสบายๆ ว่า “อ้อ จริงสิ ไอ้ของนี่จะกินเย็นหรือร้อนก็ให้ผลลัพธ์ต่างกันด้วยนะ”
“ผลลัพธ์อะไรเหรอ?”
เจียงอิ๋งเสวี่ยถามด้วยความอยากรู้ ทั้งคู่ยืนอยู่หน้ากองไฟ ดื่มชานมเคียงข้างกัน ด้านหลังคือเปลวไฟที่สว่างวาบ เสียงแมลงที่ยังคงพุ่งชนเข้าไปในกองไฟดังค่อยๆ แทรกเป็นแบ็กกราวด์เหมือนงานปาร์ตี้ของหนุ่มสาว…
“เอฟเฟกต์แรกไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ลองอันที่สองดู หลังดื่มแล้วอุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้น คล้ายกับผลของโจ๊กเห็ด แล้วก็เพิ่มพลังฟันของเธออีก 20% เอฟเฟกต์จะอยู่ประมาณสามชั่วโมง”
ฉินเจี้ยนอธิบาย
เจียงอิ๋งเสวี่ยขมวดคิ้วแน่นขึ้น ยิ่งฟังยิ่งสงสัย “แล้วเอฟเฟกต์แรกคืออะไร?”
“ก็ฉันบอกว่าไม่เกี่ยวกับเธอไงล่ะ! นั่นมันสำหรับพวกผู้วิวัฒน์เท่านั้น เป็นการฟื้นฟูมานา!”
“ฟื้นมานา? อ๋อ หมายถึงฟื้นจำนวนครั้งในการใช้สกิลของผู้วิวัฒน์สินะ?”
เจียงอิ๋งเสวี่ยพูดแบบรู้ทัน แล้วก็ยิ้มเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเคยได้ยินฉินเจี้ยนบ่นพึมพำเรื่องมานา ฟื้นเลือด หรือบัฟอะไรพวกนี้อยู่บ่อยๆ เธอก็คงนึกไม่ออกหรอก
“โอ้โห เดาถูกจริงๆ ด้วย?”
ฉินเจี้ยนเอนตัวไปมองเธอด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
เจียงอิ๋งเสวี่ยยักไหล่แล้วยิ้ม ก่อนจะพูดต่ออย่างติดตลกว่า “แต่พูดก็พูดนะ ฉันชอบแบบเย็นมากกว่าน่ะ ไม่ค่อยชอบแบบร้อน ถึงจะได้พลังฟันเพิ่ม ฟันมอนสเตอร์ลื่นไหลขึ้นก็เถอะ แต่…”
“แต่อย่างหลักๆ คือไม่ชอบให้ร่างกายร้อนใช่ไหมล่ะ!”
ฉินเจี้ยนพูดแทรกขึ้นทันทีแล้วยิ้มกว้าง
เจียงอิ๋งเสวี่ยพยักหน้าแรง “ถูกเป๊ะเลย! ครั้งที่แล้วฉันแทบจะโดนต้มทั้งเป็น! ดีที่มีชาดอกไม้ควบแน่นเยือกเย็นช่วยไว้ไม่งั้นฉันตายแน่!”
“แต่ถ้าคิดดีๆ การได้พลังฟันเพิ่มก็ดีนะ เธอจะได้สับมอนสเตอร์เป็นชิ้นๆ!”
“ก็ดีนะ แต่ต้องจับคู่กับดอกไม้ควบแน่นเยือกเย็น ไม่งั้นฉันจะร้อนจนทรมานอีกน่ะสิ”
“เธอมีเงินแล้วไม่ใช่เหรอ? ไปเตรียมดอกไม้ควบแน่นเยือกเย็นไว้เลยสิ กินดอกเดียวเพิ่มค่าสเตตัสตั้ง 5%! ถ้ากินต่อเนื่องสักครึ่งปี เธออาจจะเก่งกว่าฉันอีกก็ได้!”
พอได้ยินฉินเจี้ยนพูดแบบนั้น เจียงอิ๋งเสวี่ยถึงกับชะงักไปทันที “เก่งกว่านาย? อย่าบอกนะว่านายกลายเป็นผู้วิวัฒน์แล้ว?”
ฉินเจี้ยนขมวดคิ้วชั่วครู่ แล้วก็หยุดไปนิดหนึ่ง เพราะเขายังไม่เคยบอกเธอเรื่องที่ตัวเองกลายเป็นผู้วิวัฒน์มาก่อน เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะโป๊ะแตกเสียแล้ว
“เธอรู้ได้ยังไง?”
วินาทีถัดมา เขาก็ตัดสินใจสารภาพตามตรง
เจียงอิ๋งเสวี่ยพอได้ยินเขายอมรับก็ไม่ได้ตกใจอะไรเลย เธอแค่ยักไหล่แล้วตอบว่า “ก็คิดเอาน่ะ ถ้ากินดอกไม้ควบแน่นเยือกเย็นไปครึ่งปี ร่างกายต้องแข็งแกร่งขึ้นหลายสิบเท่าใช่ไหมล่ะ? ถ้าเป็นแบบนั้น ยังไงก็ต้องเป็นผู้วิวัฒน์อยู่แล้ว!”
“อา… นั่นสินะ ฉันทำตัวซุ่มซ่ามเองแหละ ฮ่าฮ่า”
ฉินเจี้ยนหัวเราะ แล้วเจียงอิ๋งเสวี่ยก็ยิ้มพลางถามต่ออย่างอยากรู้ “งั้นตอนนี้นายก็ต้องเก่งมากแล้วใช่ไหม? มีสกิลลับอะไรหรือเปล่า? โชว์ให้ดูหน่อยสิ!”
คำถามรัวสามข้อ เหมือนกับที่ฉินเจี้ยนเคยใช้ถามเธอ
“ไม่มีสกิลอะไรหรอก เพราะฉันยังไม่เจอสกิลไหนที่ถูกใจน่ะ”
ฉินเจี้ยนตอบตามจริง แล้วก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ส่วนเรื่องโชว์อะไรสักอย่างเหรอ?”
วินาทีต่อมา เขาก็มองเห็นม้านั่งในสวนสาธารณะไม่ไกล เดินเข้าไป แล้วออกแรงเบาๆ…
แกร๊ก!
ไม้สองแผ่นหลุดออกมาทันที!
เจียงอิ๋งเสวี่ยถึงกับตาค้าง
ฉินเจี้ยนเองก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น เขายักไหล่ใส่เธอ “แบบนี้นับว่าโชว์มั้ย?”
“นับเลย! ขอบคุณหัวหน้าที่ให้ดิฉันได้ประจักษ์ในพลัง! มันเวอร์จริงๆ นะ ฉันไม่เห็นว่านายใช้แรงอะไรเลย แต่ก็รื้อเก้าอี้ซะเละ!”
“เวอร์เหรอ? ก็พอไหว…”
ที่พูดแบบนั้น ไม่ใช่เพราะถ่อมตัวอะไร แต่เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยฉีกเหล็กด้วยมือเปล่าที่บ้านมาแล้ว นั่นสิแปลกยิ่งกว่า
เจียงอิ๋งเสวี่ยอุทานจากใจ “เก้าอี้พวกนั้นตอกแน่นมากนะ นายรื้อออกเหมือนไม่มีตะปูเลย! แบบนี้ไม่เวอร์ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว!”
“โอเคๆ ถ้าจะว่าเวอร์ก็เวอร์เถอะ เลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า กลับเข้าสู่ภารกิจเถอะ”
ฉินเจี้ยนเตือนขึ้นมา แล้วเจียงอิ๋งเสวี่ยก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของรังผึ้ง
ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงบริเวณใต้ต้นไม้ และหยุดอยู่หน้ารังผึ้ง
“มันเหมือนรังผึ้งเป๊ะเลย แค่ใหญ่กว่าปกติ…”
ฉินเจี้ยนเงยหน้ามองรังผึ้งที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ กะขนาดด้วยมือ ก่อนจะพูดแก้ “ไม่สิ มันน่าจะใหญ่กว่าสองเท่าเลยล่ะ ดูจากขนาดแล้ว นี่มันใส่ซอมบี้เข้าไปได้สบายๆ เลยนะ!”
“แต่อย่าให้มีซอมบี้อยู่ข้างในจริงๆ ก็แล้วกัน!”
ฉินเจี้ยนพูดพลางหรี่ตายิ้มให้เจียงอิ๋งเสวี่ย แกล้งล้อเธอที่พูดไว้ก่อนหน้า
“แล้วเอายังไงดี? ใช้ไม้เขี่ยให้มันตกลงมา? หรือหาวิธีล่อพวกต่อออกมาแล้วจับตัวกลับไปทำฟาร์มผึ้งดี? เอาไปทำน้ำผึ้ง?”
“แล้วรังนี่มันเกิดตัวใหม่ได้ไหมนะ? ถ้าได้ งั้นเราก็จะผลิตต่อแบบไม่มีที่สิ้นสุด แถมผลิตน้ำผึ้งได้ไม่อั้น!”
“น้ำผึ้งส่วนเกินก็ขายให้พวกในที่หลบภัย ได้กำไรเพียบ ที่เหลือก็เอาไปทำชานมผึ้ง สร้างรายได้อีกขั้น! แค่คิดก็ฟินแล้ว!”
สามประโยครัวๆ ของเจียงอิ๋งเสวี่ย เหมือนถอดความคิดในหัวฉินเจี้ยนออกมาทั้งหมด
โอ้โห! สามประโยค ทำฉันตกใจสิบแปดรอบอีกแล้ว!
ต้องยอมรับว่า คนคนนี้คิดแทนฉันเก่งจริงๆ แถมสมองก็ไว เห็นชัดเลยว่าเธออยากให้หัวหน้าของเธอมีชีวิตสุขสบาย! เยี่ยมจริงๆ พนักงานแบบนี้ต้องดูแลให้ดี!
“งั้นก็ง่ายเลย เรายิงให้มันร่วงลงมาเลยแล้วกัน!”
หลังจากคิดสักพัก ฉินเจี้ยนก็เสนอขึ้นมา
“โอเค! เดี๋ยวฉันจัดการเอง!”
เจียงอิ๋งเสวี่ยพยักหน้า แล้วชักปืนออกมาอย่างกระตือรือร้น
ปัง!
แค่กระสุนนัดเดียว จุดยึดรังกับกิ่งไม้ก็ขาดสะบั้น รังผึ้งขนาดใหญ่ร่วงลงสู่พื้นทันที!
ตุ้บ!
เสียงกระทบพื้นดังชัด ราวกับฟักทองลูกใหญ่กลิ้งตกพื้น!
แต่รังแบบนี้จะกลวงได้ยังไง! จะไม่มีอะไรอยู่ข้างในได้ยังไงกัน!
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
วินาทีถัดมา เสียงแมลงปีกสั่นก็ดังขึ้นจากในรังผึ้ง ต่อกระหายเลือดตัวอ้วนกลม สีเหลืองสด ขนาดเท่ากำปั้น เริ่มทะลักออกมาจากรูเล็กๆ รอบรัง!
“ต่อกระหายเลือด! ใช่แน่!”
ฉินเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เพราะขนาดนั้น มันดูบิ๊กเบิ้มเกินจะเรียกว่าสัตว์ธรรมดาได้แล้ว แถมหัวเหล็กกับเหล็กในยาวเฟื้อยนั่น ถ้าไม่ใช่ต่อกระหายเลือดก็ไม่รู้จะเรียกอะไรดีแล้ว!
“อย่าตกใจ! ถึงมันจะต่อยเราก็ไม่มีพิษแล้ว!”
วินาทีต่อมา ฉินเจี้ยนรีบหันไปเตือนเจียงอิ๋งเสวี่ย เพราะเห็นว่าเธอกำลังจะยกปืนขึ้นเล็ง ถ้าเธอลั่นไกตอนนี้ก็ขัดกับจุดประสงค์ของพวกเขาอย่างแรง!
เพราะพวกเขาจะจับไป “ผลิตน้ำผึ้ง”! แน่นอนว่าต้อง จับเป็น เท่านั้น!
“โอ๊ะ! ขอโทษ! ฉันตกใจไปหน่อย!”
เจียงอิ๋งเสวี่ยได้สติก็รีบลดปืนลง แล้วมองฝูงต่อที่บินพุ่งเข้ามาหา
จากนั้น ทั้งสองคนก็ยืนนิ่งราวกับภูผา รอรับการประชิดของฝูงต่อกระหายเลือด!
“เธอรู้สึกอะไรไหม?”
ผ่านไปสิบวินาที ฉินเจี้ยนหันมาถามเจียงอิ๋งเสวี่ย
สีหน้าของเธอแสดงความผิดหวังแบบแปลกๆ เธอยักไหล่แล้วตอบว่า “ไม่รู้สึกอะไรเลย…”
“ดูท่า ท้าทายมอนสเตอร์รอบนี้ก็ล้มเหลวอีกแล้วสินะ…”
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……………