- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ป้อมปราการของฉันสามารถอัปเกรดได้แบบไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 470: หาทางเปิดคาราโอเกะอีกแห่ง (ฟรี)
บทที่ 470: หาทางเปิดคาราโอเกะอีกแห่ง (ฟรี)
บทที่ 470: หาทางเปิดคาราโอเกะอีกแห่ง (ฟรี)
ท้ายที่สุด การแสดงครั้งนี้ก็ยอดเยี่ยมจริง ๆ ต่างจากที่พวกเขาคาดไว้โดยสิ้นเชิง เดิมทีพวกเขาคิดว่าเฒ่าปิงกับพวกคงเล่นกันไม่เก่งนัก แต่กลับตรงกันข้าม ไม่เพียงท่วงท่าจะคล่องแคล่วอย่างยิ่ง ยังมีการใส่สกิลพิเศษเข้าไปอีกด้วย เรียกว่าแต้มต่อสุด ๆ!
“ดูเหมือนว่าอนาคตเราจะเปิดธุรกิจเฉพาะทางได้เลยนะ แบบธุรกิจการแสดงโชว์ที่ใช้สกิลพิเศษอะ พวกเราสามคนเป็นกรรมการ ให้คะแนน จัดอันดับ แล้วก็แจกของรางวัล คิดค่าบัตรผ่านประตูอะไรแบบนั้นน่ะ”
หลังจากปรบมือเสร็จ ฉินเจี้ยนก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น เขาเป็นคนที่ถนัดเรื่องเปิดธุรกิจใหม่ ๆ อยู่แล้ว
“ฉันขอตั้งชื่อคนในวงการนี้ว่า ‘นักแสดงสกิล’!”
“แต่เราก็ต้องไปหาพวกเอโวลูชั่นนารี่จากทั่วทุกมุมโลกเลยนะ แถมต้องเป็นพวกที่มีสกิลดูดีหน่อยด้วย…”
เจียงอิ๋งเสวี่ยเสนอความเห็นอย่างจริงจัง
“ใช่เลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ขอแค่สกิลที่ใช้ไม่ทำลายโลกหรือไม่ส่งผลกระทบกับคนรอบข้างก็พอ มือกลายเป็นดาบหรือเป็นโล่ก็รับได้หมดแหละน่า”
ฉินเจี้ยนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วได้ค่าตอบแทนสำหรับเป็นกรรมการไหม?”
เสิ่นไห่ตงที่นั่งข้าง ๆ ไม่ได้เสนออะไรเพิ่มเติม แต่ถามด้วยความเป็นจริงเป็นจัง
“แน่นอนสิ! เอาจากค่าตั๋วนั่นแหละ เดี๋ยวแบ่งกันทีหลัง”
ฉินเจี้ยนยิ้มบาง ๆ พอเสิ่นไห่ตงได้ยินก็พยักหน้าแรงทันที “โอเค! ถ้าจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ อย่าลืมเรียกพวกเราสองคนนะ!”
“ไม่มีปัญหา!”
ฉินเจี้ยนชูนิ้ว OK ทันที
เจียงอิ๋งเสวี่ยก็นึกอะไรบางอย่างออกแล้วถามต่อ “งั้นสนใจเปิดคาราโอเกะเพิ่มด้วยไหม?”
“หมายถึงเปิด KTV เหรอ?”
ฉินเจี้ยนถามพลางหันไปมองเธอ ที่จริงแล้ว ไอเดียนี้ก็ดูเข้าท่าดีทีเดียว อย่างน้อยก็น่าจะทำได้เร็วกว่าการรวบรวม "นักแสดงสกิล" เพราะในที่หลบภัยของเขาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะมีเครื่องร้องเพลงอยู่หลายชุด
ถ้าทำจริง ๆ ก็แค่ย้ายเครื่องเสียงไปรวมไว้ในห้องบิลเลียด ถ้าพื้นที่ไม่พอก็จ่ายเงินให้เอาเซอร์ขยายพื้นที่ก็ยังได้!
“ก็ประมาณนั้นแหละ ฉันรู้สึกว่าคุณทำได้แน่!”
เจียงอิ๋งเสวี่ยมองเขาด้วยสายตาให้กำลังใจ
“ดูท่าจะติดหนักเลยนะเธอ? ถึงขั้นอ้อนวอนให้ฉันเปิด KTV เพื่อสนองความใฝ่ต่ำของตัวเองเลยเหรอ?”
ฉินเจี้ยนจงใจพูดหยอก
เจียงอิ๋งเสวี่ยปรายตามองอย่างดูแคลน “นี่มันไม่ใช่อ้อนวอน แต่เป็นข้อเสนอแนะต่างหาก!”
“โอเค ๆ ข้อเสนอแนะ! ฉันรับไว้แล้ว!”
พูดจบ ฉินเจี้ยนก็ลุกขึ้นยืนทันที ตั้งใจจะขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปคุยกับเอาเซอร์โดยตรง
“โชว์เมื่อกี้สุดยอดเลยนะ เฒ่าปิง!”
ระหว่างเดินผ่าน ฉินเจี้ยนยกนิ้วโป้งให้เฒ่าปิงที่ยังเพิ่งลงจากเวที
“ไม่ถึงขนาดนั้น ยังพลาดท่าไปหลายจังหวะเลย!”
เฒ่าปิงเก็บสกิลโล่เหล็กเรียบร้อย แล้วโบกมือราวกับถ่อมตัว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขากำลังโชว์ออฟอยู่หรือเปล่า
“แค่นี้ก็เรียกว่าพลาดแล้วเหรอ? เอาเถอะ ฉันขอขึ้นไปข้างบนก่อนละ”
“จะขึ้นไปเข้าห้องน้ำเหรอหัวหน้า? ฉันก็จะไปเหมือนกัน ไปด้วยกันไหม?”
เฒ่าปิงพูดพลางยิ้มลามก
ฉินเจี้ยนปรายตามองแบบรำคาญนิด ๆ “ไม่”
จากนั้นฉินเจี้ยนก็เดินขึ้นชั้นบนไป
ระหว่างที่เดินผ่านห้องหนึ่ง เขาก็เห็นจินไหลฝูทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ข้างใน ส่วนช่างซ่อมก็ยังนั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังดูแบบแปลนไป สูบบุหรี่ไป
ฉินเจี้ยนไม่เห็นเงาของช่างซ่อมตั้งแต่ตอนอยู่ด้านล่าง คาดว่าเขาคงไม่ชอบบรรยากาศงานรื่นเริง ส่วนจินไหลฝูก็เพิ่งได้รับสกิลเลยขึ้นมาหลบเสียงรบกวนแล้วเริ่มลงมือทำงาน บุคลิกของทั้งคู่คงคล้าย ๆ กัน เป็นพวกสงบเสงี่ยม ไม่วุ่นวายกับโลกภายนอก ถึงอยากจะร้องหรือเต้นก็ไม่มีแรงจะทำแล้ว
แต่จริง ๆ แล้ว ฉินเจี้ยนคิดมากไป ทั้งคู่ก็อยากไปร่วมงานเลี้ยงอยู่นั่นแหละ ได้ยินเสียงเพลงข้างล่างแล้วใจคันยุบยิบ แต่ติดตรงที่มีงานค้างอยู่ คนหนึ่งเพิ่งได้รับวัสดุมา เริ่มลงมือทำ "กรงเล็บเหล็ก" ส่วนอีกคนกำลังรีบขึ้นแบบ เพราะเคยสัญญากับฉินเจี้ยนไว้ว่าจะออกแบบอะไหล่ดัดแปลงพิเศษสำหรับรถให้
เพราะเห็นว่าทั้งสองกำลังทำงาน ฉินเจี้ยนจึงไม่อยากรบกวน เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป
พอขึ้นไปอีกชั้น เขาก็เห็นคนอีกสองคนในห้องหนึ่ง
ก็คือ โย่วหลิง กับหมอจาง!
ตอนนั้นทั้งคู่กำลังคุยกันหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แม้จะไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรก็ตาม
“อ้าวเฮ้ย…”
ฉินเจี้ยนถึงกับชะงักเมื่อเห็นภาพนั้น
เขาจำได้ว่าโย่วหลิงเพิ่งมาที่นี่วันนี้แท้ ๆ แล้วทำไมถึงคุ้นเคยกับหมอจางได้ขนาดนั้น?
แถมไม่ใช่แค่เขา เธอดูเหมือนจะรู้จักเชฟด้วย พูดง่าย ๆ คือเธอรู้จักทุกคนในตึกนี้เลยก็ว่าได้!
นี่มันเพราะเธอสวยมากเลยเป็นที่นิยมเหรอ? ถึงได้สนิทกับทุกคนได้ไวขนาดนี้?
ที่สำคัญ…สถานการณ์ตอนนี้คืออะไรกัน? นัดลับ? บรรยากาศมันน่าสงสัยจริง ๆ
ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็เร็วไปไหม? ต่อให้ทั้งคู่เป็นสายการแพทย์เหมือนกัน มีอะไรคล้ายกันก็เถอะ…
“สองคนนี้…ยิ่งไม่ควรกวนเข้าไปใหญ่…”
ฉินเจี้ยนพึมพำกับตัวเอง แล้วเดินออกไปเงียบ ๆ
พอขึ้นมาถึงชั้นดาดฟ้า ฉินเจี้ยนก็วาง “ห้องบิลเลียด” ลงทันที
ในพื้นที่กว้างขวาง ห้องบิลเลียดถูกกางออกอย่างรวดเร็ว!
“พรุ่งนี้จะเปิดแล้ว งั้นคืนนี้ก็วางทิ้งไว้ตรงนี้ก่อนละกัน!”
ฉินเจี้ยนกวาดตามองโครงสร้างของห้องโดยรวม แล้วก็พยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
ทันทีที่เข้าไป เขาก็เห็นเอาเซอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุน พิงเคาน์เตอร์บาร์ กำลังหาวหวอด
“ท่านมาแล้ว! ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วนะ?”
พอเห็นฉินเจี้ยน เอาเซอร์ก็เอ่ยถามทันที
“จะห้าทุ่มแล้ว”
ฉินเจี้ยนตอบก่อนจะชี้ไปที่นาฬิกาบนผนังอย่างดูแคลน “ตรงนั้นมีนาฬิกาอยู่ ยังจะถามอีกเหรอ?”
“โอ๊ย ลืมไปเลย ฮ่า ๆ!”
เอาเซอร์เกาหัว หัวเราะกลบเกลื่อน หลังเพิ่งถูก “ปล่อยตัว” เลยยังเบลอ ๆ อยู่บ้าง
“พรุ่งนี้จะเปิดแล้วนะ พร้อมต้อนรับลูกค้าหรือยัง?”
ฉินเจี้ยนเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“พร้อมนานแล้วท่าน! ว่าแต่...นี่ผ่านไปสองวันแล้วใช่ไหม?”
เอาเซอร์ถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง
“ใช่ แล้วมีไอศกรีมไหม? เอามาหน่อยสิ”
ฉินเจี้ยนยื่นมือออกไป
“มีแน่นอน!”
เอาเซอร์รีบพยักหน้า แล้วเดินไปที่เครื่องทำไอศกรีม กดทำโคนให้หนึ่งแท่ง
พอฉินเจี้ยนรับมา เขาก็กัดเข้าไปคำหนึ่งแล้วทำหน้าเบิกบานทันที
“ว่าแต่ เครื่องไอศกรีมนี่รีเฟรชทุกวันใช่ไหม?”
ฉินเจี้ยนถามพลางยิ้ม
“ใช่ มีอะไรหรือเปล่าครับท่าน?”
เอาเซอร์ตอบกลับ
ฉินเจี้ยนพูดด้วยท่าทีครุ่นคิด “งั้นจ่ายไอศกรีมออกมาให้หมดได้ไหม?”
“เอ๊ะ ท่านจะกินคนเดียวหมดเลยเหรอครับ?”
เอาเซอร์ชะงัก มองเขาอย่างตกใจ
“เปล่า คือข้างล่างกำลังจัดปาร์ตี้กันอยู่ ฉันก็เลยอยากเอาไอศกรีมไปแจกน่ะ ถือว่าเรียกกระแสให้กับนายด้วยยังไงล่ะ!”
ฉินเจี้ยนอธิบายต่อ “คนในตึกนี่แหละคือฐานลูกค้าหลักของห้องบิลเลียด เพราะงั้นต้องดูแลเขาดี ๆ แจกไอศกรีมไปก่อน เดี๋ยวพอเขามาเล่นบิลเลียด ก็อยากได้อย่างอื่นเพิ่มเองนั่นแหละ!”
“โอ้! จริงด้วยท่าน! สมบูรณ์แบบเลย เพราะผมไม่มีต้นทุนอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ต้องเสียอะไรด้วย!”
เอาเซอร์ถึงกับตาเป็นประกาย ยกนิ้วให้ฉินเจี้ยน “ท่านนี่แหละพ่อค้าโดยสายเลือด!”
“พ่อค้าบ้าอะไรล่ะ! มันก็แค่สถานการณ์บีบบังคับน่ะ!”
ฉินเจี้ยนยักไหล่ตอบ
จากนั้นเอาเซอร์ก็เริ่มกดไอศกรีมออกมาทันที
ส่วนฉินเจี้ยนก็คุ้ยหาในเป้ ว่ามีภาชนะไหนใส่ไอศกรีมได้บ้าง
“ท่านครับ ผมมีรถเข็นไอศกรีมให้เช่านะ!”
เอาเซอร์เหมือนจะเดาออกว่าเขาจะทำอะไร เลยกระซิบเตือนเบา ๆ
“เอาล่ะสิ…”
ฉินเจี้ยนพยักหน้าก่อน แล้วหยุดคิดเล็กน้อย ถามอย่างระวังว่า “แล้ว…เช่าเท่าไหร่?”
“ไม่แพงเลยครับ ชั่วโมงละ 1 คริสตัล!”
เอาเซอร์ลูบมือแล้วพูดต่อ “ท่านเป็นเจ้าของ ผมคิดราคาต่ำสุดให้แล้วนะครับ!”
“งั้นฉันเช่าหนึ่งชั่วโมง!”
ฉินเจี้ยนควักคริสตัลหนึ่งเม็ดแล้ววางลงบนเคาน์เตอร์ทันที
เมื่อเครื่องไอศกรีมใกล้จะหมด ฉินเจี้ยนก็เริ่มพูดคุยกับเอาเซอร์เรื่องการเปิดคาราโอเกะ...
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……………