- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ป้อมปราการของฉันสามารถอัปเกรดได้แบบไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 320: หลี่ชวนมีบางอย่างผิดปกติ (ฟรี)
บทที่ 320: หลี่ชวนมีบางอย่างผิดปกติ (ฟรี)
บทที่ 320: หลี่ชวนมีบางอย่างผิดปกติ (ฟรี)
ตอนนี้รูปลักษณ์ อากัปกิริยา และรายละเอียดทุกอย่างของเขา แทบจะถอดแบบมาจากน้องชายไม่ผิดเพี้ยน!
เป้าหมายของหลี่คุนมีเพียงหนึ่งเดียว ตบตาฉินเจี้ยน แล้วอาศัยข้ออ้างเรื่องเจรจาธุรกิจ เข้าสังหารฉินเจี้ยนด้วยตัวเอง จากนั้นก็ยึดครองที่หลบภัย พร้อมกวาดต้อนทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ภายใน!
“ฉินเจี้ยน นายไม่มีทางจินตนาการถึงแผนนี้แน่นอน! ฮ่าๆๆ!”
“ฉันซ้อมมาอย่างหนักมานาน จะไม่มีวันให้เขาจับพิรุธได้เด็ดขาด!”
“ครั้งนี้ ฉันจะเด็ดหัวแกให้ได้ เจ้าเนื้องอกตัวดี! แล้วก็เก็บเกี่ยวทุกอย่างกลับไป นั่งกินนอนกินกับสาว ๆ และรับอำนาจสูงสุดจากพี่เฉียง!”
หลี่คุนคิดในใจอย่างมั่นใจ ก่อนจะยกมือเสยผมเรียบ แล้วเดินต่ออย่างสง่างาม ท่ามกลางบอดี้การ์ดที่ล้อมรอบ
พอเดินมาถึงประตูรั้วเหล็กของที่หลบภัย หลี่คุนก็ราวกับทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์ เขารีบยกมือห้ามไม่ให้บอดี้การ์ดแตะต้องรั้วลวดหนาม
“อย่าแตะลวดพวกนี้เด็ดขาด! ลวดที่นี่ไม่เหมือนของเรา แตะนิดเดียว มือเปิดเป็นแผลเลยนะ!”
“โอ้!”
บอดี้การ์ดทั้งหมดพยักหน้าตอบรับ จริง ๆ พวกเขาเห็นป้ายเตือนบนประตูเหล็กแล้ว ต่อให้หลี่คุนไม่เตือน พวกเขาก็ไม่กล้าแตะง่าย ๆ หรอก
บอดี้การ์ดพวกนี้เป็นคนของ “พี่เฉียง” เพราะลูกน้องของหลี่คุนที่อยู่ในที่หลบภัยหนานเถียน ตายไปเกือบหมดแล้ว พี่เฉียงมองว่าหลี่คุนไปคนเดียวดูไม่สง่า แถมกลัวว่าจะโดนมอนสเตอร์ขย้ำก่อนเจอฉินเจี้ยนเสียอีก จึงจัดทีมบอดี้การ์ดมาคอยคุ้มกัน พร้อมช่วยให้เขาปฏิบัติภารกิจสำเร็จ
ส่วนพวกบอดี้การ์ดเองก็ใช่ว่าจะธรรมดา แรก ๆ พวกเขาก็รู้สึกหมั่นไส้หลี่คุน เพราะท่าทางจุกจิกหยุมหยิม แต่สุดท้ายเพราะ “พี่เฉียงจ่ายหนัก” พวกเขาก็ยอมมาทำงานให้
โดยรวมแล้ว ทุกคนต่างมั่นใจในชัยชนะครั้งนี้ ต่อให้ฉินเจี้ยนแข็งแกร่งจนล้างบางคนของซูเซียงหนานได้เกือบร้อย แต่คงไม่ได้ฉลาดอะไรมากนักหรอก! สวรรค์มักแบ่งสรรอย่างยุติธรรม นอกจากพี่เฉียง จะมีใครได้ทั้งความกล้ากับสติปัญญาไปพร้อมกัน?
“จี๊ดดด!”
ยังไม่ทันที่หลี่คุนจะเรียกหาฉินเจี้ยน ป้อมหน้าไม้ในลานก็หมุนช้า ๆ แล้วเล็งมาทางพวกเขา!
“เฮ้ย! นั่นมันอะไรน่ะ!? ทำไมมันขยับได้!?”
หลี่คุนตกใจสุดขีด รีบหลบหลังบอดี้การ์ดโดยสัญชาตญาณ
“นั่นมันเหมือนระบบป้องกันอัตโนมัติเลยนะ!”
“ใช่ ใช่เลย ด้านบนนั่นเป็นหน้าไม้ น่าจะเอาไว้ยิงพวกมอนสเตอร์!”
“ดูแล้วน่ากลัวสุด ๆ ถ้ามีเรื่องขึ้นมา มันจะหันมายิงพวกเราด้วยไหมเนี่ย?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเราเป็นคนนะ! มันไม่น่าจะยิงมั่ว ๆ หรอก!”
เหล่าบอดี้การ์ดเริ่มถกเถียงกันจริงจัง
หลี่คุนสังเกตดี ๆ เห็นกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่กระท่อมหลังเล็ก เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นรีบเดินไปหาพวกบอดี้การ์ด แล้วชูนิ้วแตะริมฝีปาก
“ชู่ว! เงียบไว้!”
“อะไรเหรอ หัวหน้า?”
บอดี้การ์ดมองอย่างงง ๆ แต่ก็เงียบตามคำสั่ง
“มีกล้องวงจรปิด! พูดเบา ๆ เข้าไว้! ถ้าถูกจับได้ก่อน งานพังหมดแน่!”
หลี่คุนกระซิบเสียงเข้มอย่างระมัดระวังสุดขีด
หลังจากรวบรวมสติได้แล้ว เขาก็เริ่มตะโกนเรียกไปยังบ้าน
“พี่ฉิน! พี่ฉิน อยู่ไหม! ผมหลี่ชวนเอง มาแล้วครับ!”
แต่ตะโกนอยู่นาน กลับไม่มีการตอบสนองจากข้างในเลย
หลี่คุนเกาศีรษะ รู้สึกแปลกใจ
ตอนนี้มันก็สายแล้ว ฉินเจี้ยนคงไม่ยังนอนอยู่หรอกมั้ง?
หรือว่าเขามาช้าไปอีก? อีกฝ่ายออกไปแล้ว?
“เฮ้อ...งั้นรอก็ได้!”
หลี่คุนตัดสินใจรอให้นายพรานกลับเข้าถ้ำ เขาหันไปหาบอดี้การ์ดแล้วตะโกนว่า
“เก้าอี้!”
“ได้เลยครับ หัวหน้า!”
บอดี้การ์ดรีบคว้าเก้าอี้พับจากเป้สะพายมากางไว้ด้านหลังหลี่คุน
เจ้าตัวก็นั่งลงทันทีแบบไม่ต้องหันไปมอง ท่าทางราวกับซ้อมมาแล้วเป็นพันรอบ
จริง ๆ พฤติกรรมพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับแผนลอบสังหารเลย แต่หลี่คุนฝึกไว้เพราะ “อินบทบาท” คนรวยเสียมากกว่า เขาต้องการใช้ชีวิตแบบคุณชายอย่างแท้จริง!
ระหว่างที่นั่งรอ บอดี้การ์ดก็พากันเดินดูรอบนอกของรั้วลวดหนามด้วยความสงสัย
“นั่นมันอะไรอีกล่ะ?”
“เฮ้ย! ป้อมปืนกลเหรอเนี่ย!? แถมยังอัตโนมัติอีกต่างหาก?”
“ป้อมปืนกลอัตโนมัติ!? ใช่ของทหารไหมเนี่ย? ต่อให้หมอนี่มีอาวุธดี ก็ไม่ควรดีขนาดนี้นะ!”
“ว่าแต่...เคยเห็นปืนแบบนี้ที่ไหนมาก่อนไหม?”
พอเดินอ้อมมาหลังบ้าน สายตาของบอดี้การ์ดก็ไปปะทะเข้ากับ “ป้อมปืนไฟเผาไหม้” และพูดกันอย่างอึ้ง ๆ
ถึงตอนนี้ พวกเขามั่นใจเต็มร้อยแล้วว่า ฉินเจี้ยนไม่อยู่บ้าน ดังนั้นจึงพูดกันอย่างเปิดเผย ไม่คิดปิดบังอะไรอีกต่อไป ยังไงซะ ถ้าเจอฉินเจี้ยนเมื่อไหร่ หมอนั่นก็ไม่มีโอกาสกลับเข้าบ้านอยู่ดี! กล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพพวกเขาไว้ก็จะถูกเผาทิ้งไปพร้อมกัน!
ประมาณสี่สิบนาทีต่อมา
รถของฉินเจี้ยนและพวกก็โผล่มาในสายตาแต่ไกล!
“หัวหน้า! มีคนอยู่ที่ประตูบ้าน! ใช่เพื่อนคุณหรือเปล่า?”
เจียงอิ๋งเสวี่ยซึ่งขับนำหน้า รีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาแจ้งฉินเจี้ยน หลังจากที่เห็นหลี่คุนและพรรคพวก
ฉินเจี้ยนได้ยินก็ชะงักทันที “มีคนอยู่? หรือว่าจะเป็นกัวหมินกับพวกเขา?”
“ไม่ใช่นะ เป็นผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ใส่สูทผูกไทกันหมดเลย!”
เจียงอิ๋งเสวี่ยตอบกลับ
“???”
ในหัวฉินเจี้ยนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
จู่ ๆ มีพวก ‘สุภาพบุรุษจากบริษัท’ โผล่มาหน้าบ้านเขาเนี่ยนะ?
พวกนี้คือใคร? มาจากไหน? เขารู้จักพวกนี้รึเปล่า? แต่งตัวดีขนาดนี้ มาสมัครงานเหรอ?
เดาไปก็เท่านั้น สู้ลงไปดูเองเลยดีกว่า
ฉินเจี้ยนจอดรถตรงหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นทันที พวกเขายืนกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ถึงจะใส่แว่นกันแดด แต่ท่าทางดูสุภาพราวกับบัตเลอร์ที่รอเจ้าของบ้านกลับมา
“พวกคุณเป็นใคร? มาจากไหน?”
หลังลงจากรถ ฉินเจี้ยนก็เดินเข้าไปถามตรง ๆ
ชายที่ยืนอยู่หน้าสุด ถอดแว่นออกพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แล้วโค้งเล็กน้อย
“พี่ฉิน ไม่เจอกันนานเลยครับ!”
“อ้อ! หลี่ชวนนี่เอง! ใช่เลย ไม่เจอกันน่าจะสิบวันได้แล้วมั้ง?”
พอเห็นหน้าเขา ฉินเจี้ยนก็จำได้ทันที พลางยิ้มตอบอย่างเป็นกันเองในใจยังนึกว่า ทำไมหมอนี่มาช้าจัง? ถึงจะเพิ่งผ่านมาแค่สิบวัน แต่ถ้าอีกหน่อยไม่โผล่มา เขาคงลืมหน้าไปแล้ว!
ดูท่าคงจะเสียเวลาไปกับการฟื้นฟูพวกคนที่เหลือในที่หลบภัยบริษัท แต่ตอนนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่แต่งตัวเนี้ยบขนาดนี้เพื่อมาหาเขาหรอก
“ดูเหมือนจะได้ผลสินะ! หมอนี่ไม่รู้เลยว่าเราไม่ใช่หลี่ชวน!”
หลี่คุนยิ้มในใจอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาและไหวพริบของฉินเจี้ยนช่างน่าเป็นห่วง แม้เขาจะมาพร้อมลูกน้องแค่สองคน แต่เขามีบอดี้การ์ดมืออาชีพถึงหกคน แถมอาวุธดีกว่าฝ่ายนั้นอีก จัดการพวกนั้นได้ไม่ยาก!
“ดูสุขภาพดีเลยนะ คงจัดการเรื่องในที่หลบภัยได้เรียบร้อยแล้วสินะ?”
“ไม่มีปัญหาครับพี่ฉิน ต้องขอบคุณคุณมาก ๆ เลย ถ้าไม่ได้คุณช่วย พวกเราคงไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือของซูเซียงหนานได้แน่!”
ฉินเจี้ยนถามด้วยสีหน้าสบาย ๆ เหมือนทักทายเพื่อนเก่า ส่วนหลี่คุนก็แกล้งตอบอย่างรู้คุณอย่างสุดซึ้ง
แม้จะเคยร่วมมือกับหลี่ชวนเพียงครั้งเดียว แต่มันก็ถือว่าเป็น “ศึกปิดตำนาน” เพราะช่วยกวาดล้างก้อนเนื้อร้ายที่ชื่อซูเซียงหนานไปในคราวเดียว!
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……………