- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ป้อมปราการของฉันสามารถอัปเกรดได้แบบไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 210: คนวงในตระกูลหวัง (ฟรี)
บทที่ 210: คนวงในตระกูลหวัง (ฟรี)
บทที่ 210: คนวงในตระกูลหวัง (ฟรี)
ผู้อยู่อาศัยจริง ๆ บนชั้นนี้มีเพียงห้าห้อง หนึ่งในนั้นย้ายหนีไปหลังถูกปล้น ทำให้เหลือแค่สี่ครัวเรือน ส่วนอีกสองบ้านที่เหลือกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้าออกมา ตรวจสอบความวุ่นวายด้านนอก
“อะไร?”
ฉินเจี้ยนหันไปมองชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ผมรู้ข่าวเกี่ยวกับตระกูลหวังนะ!”
“โอ้?”
คำพูดของชายวัยกลางคนทำให้ดวงตาของฉินเจี้ยนเบิกกว้างทันที
“ในเมื่อได้ยินทำไมไม่ออกมาบอกแต่แรก?”
ฉินเจี้ยนถามกลับอย่างคนรอฟังคำอธิบาย
ชายคนนั้นหัวเราะแหะ ๆ แล้วว่า “ก็กลัวจะถูกหางเลขน่ะครับ แหะๆ”
“หืม...”
ฉินเจี้ยนพอจะเดาได้ว่าหมายความว่าไง ก็คงอยากแลก “ข่าว” กับ “เสบียง” นั่นแหละ
จากนั้น ชายวัยกลางคนก็เริ่มเล่าเรื่องของตระกูลหวังให้ฟัง
“ตระกูลหวังเป็นตระกูลจริง ๆ ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาแค่ในยุคนี้นะครับ แต่มีมานานหลายรุ่นแล้ว!”
“บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นพรานล่าสัตว์สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ลูกหลานก็สืบอาชีพเดิมกันแทบทั้งหมด ดังนั้นเลยมีปืนเยอะมาก ชนิดไหนบ้างผมไม่แน่ใจ”
“ตอนนี้อำนาจของตระกูลหวังฝังรากลึกอยู่ในโซนที่อยู่อาศัยทางตอนเหนือ ด้วยความที่มีอาวุธครบมือ เลยรับสมัครคนมาเพิ่มได้มากในเวลาแค่เดือนเดียว และคัดเลือกเฉพาะผู้ชายหนุ่มแข็งแรง หรือผู้หญิงหน้าตาดีเท่านั้น พวกแก่ เจ็บ ป่วย พิการไม่รับ!”
“ช่วงหลัง ๆ พวกเขายังรวมแก๊งเล็ก ๆ อีกหลายกลุ่มเข้ามา เรียกได้ว่ากำลังขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว และดูทรงแล้วคงกะจะยึดทั้งโซนที่พักอาศัยแน่ ๆ อย่างที่เห็น วันนี้อาคารพวกเรา ‘โชคดี’ ที่โดนพวกมันหมายหัวเข้าให้...”
เขาเล่าอีกหลายเรื่อง แต่ก็เป็นรายละเอียดปลีกย่อย เช่น เรื่องอาหารสามมื้อต่อวันของตระกูลหวัง
“ทำไมคุณรู้เยอะขนาดนี้?”
ฉินเจี้ยนอดถามอย่างสงสัยไม่ได้
ชายคนนั้นยิ้มเจื่อน “ก็ผมเคยเข้าเป็นสมาชิกตระกูลหวังมาก่อน เพิ่งถอนตัวออกมาเมื่อสามวันก่อนนี่เอง ถ้าไม่รู้ว่าพวกมันแค่จะมาปล้น ผมคงคิดว่ามาตามล่าผมแน่ ๆ...”
“แล้วทำไมถึงออกล่ะ? พวกนั้นมีทั้งปืน ทั้งคน ทั้งที่พัก...”
ฉินเจี้ยนเริ่มสนใจขึ้นมา ยิ่งได้ยินเขาพูดมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกอยากรู้อีก
ชายคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อย “ตอนแรกผมก็หลงเชื่อคำโฆษณาเลยเข้าร่วม แต่พอเข้าไปจริง ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเลย”
“ยังไง?”
“ก็อย่างที่เล่าไป พวกมันรับคนเข้าไปเพื่อปล้น ฆ่า เผา ข่มเหง ทั้งในและนอกเขตที่อยู่อาศัย แถมยังเปิดศึกกับแก๊งอื่นอีก แต่สิ่งที่พวกมันโปรโมตออกสื่อคือการช่วยเหลือผู้คน ฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน และจะไม่ฆ่าคนธรรมดา”
แม้เรื่องนี้จะฟังดูเหมือนโศกนาฏกรรม แต่ฉินเจี้ยนกลับหัวเราะเบา ๆ สองทีหลังฟังจบ
“งั้นก็โดนลวงเข้าขบวนการแชร์ลูกโซ่สินะ?”
“ฮะๆ...”
ชายคนนั้นหัวเราะฝืด ๆ แล้วเล่าว่า เพื่อนอีกสองคนก็ถูกหลอกให้เข้าร่วม “แชร์ลูกโซ่” เหมือนกัน ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลย
จากนั้นเขาก็แนะนำตัวว่าชื่อ เหวินรุ่ย
ฉินเจี้ยนถามอีกว่าไม่กลัวพวกตระกูลหวังจะมาตามล้างแค้นหรือไง? เหวินรุ่ยแค่ไหวไหล่ บอกว่าไม่สน ถ้าจะมาก็มา เขามีปืนที่แอบขโมยติดตัวอยู่
ฉินเจี้ยนฟังแล้วก็พอเข้าใจ แบบนี้เองสินะถึงไม่กลัว แต่ถ้าอีกฝ่ายบุกมาจริง ๆ ต่อให้มีปืนก็คงไม่เอาอยู่คนเดียวแน่
“ลุงเหวิน! ลุงยังไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
จู่ ๆ จูเสี่ยวเฟยก็วิ่งมาทางนี้ ดวงตาเบิกกว้าง
“เสี่ยวจู! เธอก็ยังปลอดภัยสินะ! ดีแล้ว ๆ ลุงก็กะจะไปหาเธอหลังคุยกับน้องคนนี้จบพอดีเลย”
จูเสี่ยวเฟยยิ้มเมื่อได้ยินเหวินรุ่ยพูดแบบนั้น แล้วก็พูดออกมาทันที “ฉินเจี้ยนกับฉันรู้จักกัน เขามาที่นี่เพื่อช่วยฉันโดยเฉพาะเลยนะ!”
“โอ้? งั้นเหรอ?”
เหวินรุ่ยอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะลั่น “บังเอิญอะไรอย่างนี้! ที่แท้เราก็รู้จักกันหมด!”
“ฮะๆ...บังเอิญดีจริง ๆ...”
ฉินเจี้ยนตอบส่ง ๆ
จากการพูดคุยจึงได้รู้ว่าเหวินรุ่ยรู้จักพ่อของจูเสี่ยวเฟย เคยทำธุรกิจร่วมกัน แม้จะขาดทุนแต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ดีอยู่ ตอนเกิดวันสิ้นโลกกะทันหัน ร้านสะดวกซื้อของเขาถูกยึด เลยตัดสินใจเข้าร่วมตระกูลหวังตามคำขอสุดท้ายของพ่อแม่จูเสี่ยวเฟย เพื่อหาทางนำเสบียงกลับมาให้สองพี่น้อง
แต่ไม่คาดว่าจะเกือบไม่รอดกลับมา โชคดีที่ระหว่างถูก “จับตัว” ไปนั้น สองพี่น้องจูดูแลตัวเองได้ดี แถมยังคบกับฉินเจี้ยนและเอาตัวรอดมาได้อย่างเฉียบขาด
เมื่อรู้ว่าฉินเจี้ยนไม่เพียงช่วยชีวิตจูเสี่ยวเฟย แต่ยังเคยช่วยแจกจ่ายเสบียงให้ด้วย เหวินรุ่ยถึงกับจับมือฉินเจี้ยนแน่นไม่ยอมปล่อย
“ขอบคุณมากนะหนุ่มน้อย เธอไม่เพียงช่วยพวกเขา แต่ยังช่วยฉันด้วย ขืนพวกนั้นบุกมาล่ะก็ ต่อให้มีสิบชีวิตก็ไม่พอ ถ้าเธอไม่มา...พวกเราคง...”
ฉินเจี้ยนอยากจะบอกว่า มันก็แค่ “เรื่องบังเอิญ” เท่านั้นเอง เขากะจะมาสำรวจดูก็จริง แต่ไม่คิดว่ามันจะวุ่นวายขนาดนี้! แค่อาคารเดียว มีแต่ชาวบ้าน ยังถูกตระกูลหวังส่งคนมารุมกันเพียบ! ทำเอางงไปหมด!
ในเมื่อทุกคนรู้จักกัน และเหวินรุ่ยก็มีปืนลูกซอง M1897 สำหรับป้องกันตัวอยู่ ฉินเจี้ยนจึงมอบหน้าที่เฝ้าของทั้งหมดไว้ให้เขาแทน โดยที่ตัวเองจะได้ไปทำธุระอย่างสบายใจ
ระหว่างลงบันได ฉินเจี้ยนเก็บอาวุธของพวกตระกูลหวังที่โดนระเบิดตายมาก่อนหน้านี้ยัดใส่เป้จนเต็ม
ระหว่างทางกลับไปหาเจียงอิ๋งเสวี่ย ฉินเจี้ยนคิดไปตลอดทาง แล้วก็ตัดสินใจเด็ดขาด
ในเมื่อตอนนี้เขา "เผลอ" ไปฆ่าคนของตระกูลหวังมากขนาดนี้แล้ว แบบนี้ก็เรียกว่าถูกลากเข้าวงเต็มตัวแล้ว!
งั้นก็ “เดินหน้าแลกเลือด” ไปเลยแล้วกัน! ตอนนี้ยังเช้าอยู่ หลังจากเก็บของเสร็จก็กลับไปพัก พรุ่งนี้ค่อยเริ่มบุกต่อ เขารู้แล้วด้วยซ้ำว่าฐานของตระกูลหวังอยู่ไหน ต่อให้พระหนีได้ แต่วัดยังอยู่!
คิดได้แบบนั้น ฉินเจี้ยนก็รีบตรงไปหาเจียงอิ๋งเสวี่ยทันที
แกร๊ก!
ทันทีที่เห็นฉินเจี้ยนกลับมา เจียงอิ๋งเสวี่ยก็เปิดไฟหน้ารถ แล้วลงมารับเขาทันที
“สถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?”
เธอถามขึ้น
“ขึ้นรถก่อน เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”
ฉินเจี้ยนพูดก่อนจะขึ้นรถ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นย่อ ๆ
“สรุปว่าไปเที่ยวรอบเดียว ฆ่าคนไปเป็นกอง?”
เจียงอิ๋งเสวี่ยถามด้วยความตกใจ
แค่ไม่ถึงชั่วโมง แต่เขากลับฆ่าคนไปสามกลุ่ม รวมแล้วเกินห้าสิบคน!
“ฉันฆ่าแค่อันธพาลเอง ทำไมพูดเหมือนฉันฆ่าชาวบ้านล่ะ?”
ฉินเจี้ยนแย้ง
เจียงอิ๋งเสวี่ยไหวไหล่ “แล้วต่อไปจะเอายังไง?”
“ขับรถไปที่อาคารหก เก็บของ!”
พูดจบ ฉินเจี้ยนก็โยนปืนจากในเป้ไปบนเบาะหลัง
“โห! ปืนเยอะเป็นภูเขาเลย!”
เสิ่นไห่ตงอุทานทันที เขาหยิบปืนขึ้นมาดูทีละกระบอก แต่สุดท้ายก็ส่ายหัวอย่างไม่สนใจ “น่าเบื่อ ปืนพวกนี้สู้แมงป่องกับหน้าไม้พกของฉันไม่ได้หรอก!”
ตามคำสั่งของฉินเจี้ยน เจียงอิ๋งเสวี่ยขับรถตรงไปยังอาคารหกทันที
แต่พอมาถึงหน้าตึก เขากลับพบว่า “ซอมบี้” โผล่มาอีกแล้ว!
และไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา แต่เป็น “ซอมบี้น้ำกรด”!
“แจ่มเลย ฉันยังขาดอีกตั้ง 2 ตัว!”
ฉินเจี้ยนคิดในใจ ก่อนจะลงจากรถ แล้วยกปืนขึ้นยิงใส่ซอมบี้ทันที
“อะไร!? เกิดอะไรขึ้น!?”
เจียงอิ๋งเสวี่ยตกใจเมื่อเห็นเขาลงรถแล้วยิงปืนทันที
เพราะไม่มีแว่นตามองกลางคืน เธอกับเสิ่นไห่ตงมองอะไรไม่ชัดเลย
“โอ้โห! มาอีกแล้ว! เรารวยแน่คราวนี้!”
ฉินเจี้ยนพบว่าซอมบี้น้ำกรดอีกหลายตัวกำลังเดินเข้ามาจากปากทางเข้าชุมชน ใบหน้าเขาสว่างวาบด้วยความดีใจ
“เฮ้ ๆ นายทำอะไรน่ะ?”
เจียงอิ๋งเสวี่ยเดินมาถึงข้างเขา ถามอย่างงุนงง
“ฆ่าซอมบี้น่ะสิ จะอะไรอีกล่ะ!”
ฉินเจี้ยนตอบเสียงห้วน
เจียงอิ๋งเสวี่ยอึ้งไป แล้วก็เหมือนนึกขึ้นได้ว่าเขาใส่แว่นตามองกลางคืนอยู่ ก่อนจะรีบเตือนขึ้นมา
“แต่พวกเราน่ะ ไม่ได้เหมือนนาย!”
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……………