- หน้าแรก
- ใครปล่อยผู้คุมวิญญาณเข้ามาในฮอกวอตส์?
- บทที่ 290: ฟื้นฟูเกียรติยศแห่งอัซคาบัน คือหน้าที่ของเรา (2) (ฟรี)
บทที่ 290: ฟื้นฟูเกียรติยศแห่งอัซคาบัน คือหน้าที่ของเรา (2) (ฟรี)
บทที่ 290: ฟื้นฟูเกียรติยศแห่งอัซคาบัน คือหน้าที่ของเรา (2) (ฟรี)
โคเฮนเงียบไปพักใหญ่หลังอ่านข้อความในจดหมาย
ไม่ใช่เพราะแผนของลอร์ดโวลเดอมอร์ดูซ้ำไปซ้ำมา หรือเพราะโดนขอให้ช่วยโกง
แต่เป็นเพราะว่า...
【ติ๊ง! เควสสายบาปดำเนินต่อ】
【เควสสายบาป (4/7)】
【4. ชุบชีวิตทอม ริดเดิ้ลอย่างสมบูรณ์】
【รางวัล: 5,000 ค่าบาป, ความสามารถเลียนแบบร่างแอนิเมจัส (เลือกสายเลือดต้นแบบได้หนึ่งชนิด)】
【ติ๊ง! เควสสายความดีดำเนินต่อ】
【เควสสายคุณธรรม (4/7)】
【4. ในฐานะแชมป์ของอัซคาบัน คว้าถ้วยการประลองเวทไตรภาคี】
【รางวัล: 5,000 ค่าความดี, ความสามารถเลียนแบบร่างแอนิเมจัส (เลือกสายเลือดต้นแบบได้หนึ่งชนิด)】
...นี่มันหมายความว่า การประลองเวทไตรภาคีจะกลายเป็นเวทห้าภาคีไปแล้วเหรอ?
แล้วอะไรคือ “ในฐานะแชมป์ของอัซคาบัน”...?
“เป็นอะไรไป?” เอิร์ลที่เกาะอยู่ไม่ไกล เห็นโคเฮนนั่งจ้องจดหมายนิ่งอยู่นานก็ถามขึ้น “นอกจากเรื่องการประลอง ลอร์ดโวลเดอมอร์เขียนอะไรแปลก ๆ มาด้วยเหรอ? เขาท้องเหรอ?”
“เปล่า ถ้าเขาท้องได้ก็คงยังดีกว่าเรื่องที่จะบอกอีกนะ...” โคเฮนถอนหายใจ “เอิร์ล นายรู้อะไรมั้ย? ฉันรู้สึกมาตลอดเลยว่า พวกผู้คุมวิญญาณแห่งอัซคาบัน เขาดีกับฉันมากเลยล่ะ...”
“อะไรบางอย่างฟังดูไม่ชอบมาพากลแล้วนะ...” เอิร์ลสั่นขนแรง ๆ รู้สึกว่าความวายป่วงกำลังมา
“ปีที่แล้วฉันเห็นพวกเขาลอยวนอยู่นอกโรงเรียน เข้าไปในสนามควิดดิชก็ไม่ได้ หิวโหยแต่ยังอุตส่าห์แบ่งขนมนิดหน่อยมาให้ฉันกิน...”
“เห็นผู้คุมวิญญาณลอยล่องอย่างไร้พลังอยู่ข้างนอก มันซึ้งกินใจมากเลยนะ...”
“ตอนนั้นฉันก็คิดไว้แล้วล่ะ ว่าถ้าฉันเข้าไปในฮอกวอตส์ เข้าไปในสนาม ฉันจะต้องคว้าชัยชนะมาให้ได้ทุกอย่าง... ตอนนี้ถ้วยรางวัลอยู่ตรงหน้าแล้ว ฉันก็ต้องพิจารณาให้ดีว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตก็ได้”
“อย่าบอกนะว่า...” เอิร์ลเริ่มพยายามเบ้หน้าทำหน้าพังพินาศแบบนกฮูก
“เพื่อฟื้นฟูเกียรติยศแห่งอัซคาบัน มันคือหน้าที่ของพวกเรา!!” โคเฮนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“อย่าพูดอะไรแปลก ๆ ด้วยท่าทีจริงจังขนาดนี้เซ่!!”
เอิร์ลร้องลั่น:
“นายโดนคำสาปอะไรเข้าไปรึเปล่า?! จดหมายนั่นมีอะไรติดมาด้วยไหม ฉันจะไปให้พ่อของนายตรวจดูเดี๋ยวนี้เลย!”
“ว่าแต่นายว่า สิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อกี้...มีความ ‘เป็นมีม’ มากพอจะใช้เป็นคาถางงงันได้มั้ย?” โคเฮนเปลี่ยนเป็นหน้าจริงจังอีกแบบทันที ถามเอิร์ลอย่างตั้งใจ “ฉันอยากล้างสมองตัวเองให้ ‘อินจัด’ แล้วหลอกถ้วยอัคนีให้ยอมรับฉันเป็นตัวแทน แต่ถ้ามันไม่อ่านความคิดก็ง่ายไปเลย ฉันจะได้แอบโยนชื่อตัวเองลงไป”
โคเฮนคาดไว้ว่าลูเซียสจะสารภาพว่าเขาเป็นคนเอาสมุดบันทึกไป แต่ภายใต้คำถามฉับพลันของลอร์ดโวลเดอมอร์ ลูเซียสกลับบอกว่าสมุดอยู่ที่กริงกอตส์
ชัดเจนเลยว่าลูเซียสตัดสินใจแล้วว่าครอบครัวเขาจะอยู่ฝั่งไหน...
เพราะสภาพร่างกายของลอร์ดโวลเดอมอร์ตอนนี้ เขาเลยไม่สั่งให้ลูเซียสไปเอาสมุดมาให้ ซึ่งถือเป็นความโล่งใจอย่างมากสำหรับลูเซียส
อย่างน้อยจากข้อมูลที่โวลเดอมอร์รู้ตอนนี้ ฮอร์ครักซ์ทั้งหมดของเขาก็ยังปลอดภัย ยกเว้นอันที่อยู่ในฮอกวอตส์
มงกุฎที่พวกเขาเคยตามหาเมื่อคราวก่อนกับโคเฮน น่าจะถูกดัมเบิลดอร์พบเข้า แต่โชคดีที่เขามีฮอร์ครักซ์สำรองอีกหลายอัน ดัมเบิลดอร์ก็อยู่แต่ในโรงเรียนทั้งวัน ไม่น่าจะบุกเข้าไปในห้องนิรภัยของผู้เสพความตายเพื่อขโมยถ้วยกับสมุด...
"ซิเรียสบอกว่าอีกสองโรงเรียนที่จะมาแข่งเวทไตรภาคีคือโบซ์บาตงกับเดิร์มสแตรงก์ แต่เดิร์มสแตรงก์ดูไม่ค่อยโอเคเลย..." แฮรี่กับพวกเริ่มเปลี่ยนหัวข้อคุยไปที่ชื่อเสียงของเดิร์มสแตรงก์
โคเฮนก็กลับมานั่งในตู้รถไฟจากมุมมองของโวลเดอมอร์ เพราะที่นั่นไม่มีเรื่องอะไรน่าสนใจอีกแล้ว ถ้าเขายังไม่ถูกจับได้ว่าทรยศ โวลเดอมอร์ก็ยังจะเป็นเครื่องปั๊มแต้มให้โคเฮนต่อไปได้
"เดิร์มสแตรงก์ชื่อเสียงแย่มาก" เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้า "จากหนังสือ สำรวจการศึกษามายาศาสตร์ยุโรป โรงเรียนนี้เน้นศาสตร์มืดเป็นพิเศษเลยล่ะ"
"แล้วเธอไปอ่านหนังสือแบบนั้นทำไม?" โคเฮนถามอย่างสงสัย "คิดจะย้ายโรงเรียนเหรอ?"
"ก็แค่สนใจว่าแต่ละโรงเรียนเรียนอะไรต่างจากฮอกวอตส์บ้าง อาจมีวิชาที่เราไม่ได้เรียน" เฮอร์ไมโอนี่ตอบ "แต่การแข่งกันระหว่างโรงเรียนก็เข้มข้นมากนะ แค่หาที่อยู่ของพวกเขายังหาไม่เจอเลย "
"ถ้าหลักสูตรคือศาสตร์มืด ฉันไม่ไปแน่นอน" แฮรี่พูดแน่วแน่ "แค่คิดถึงกลุ่มเด็กที่เรียนวิธีทรมานคนในปราสาทหลังโตๆ ก็ขนลุกแล้ว..."
"ถ้าเปลี่ยนจากนักเรียนเป็นผู้คุมวิญญาณ คำบรรยายนั้นจะเหมือนอัซคาบันเลยนะ" โคเฮนพูดอย่างมีเหตุผล "อาคารใหญ่ ทรมานคน มืดชื้น..."
"ว่าแต่ โคเฮน นายเคยไปอัซคาบันไหม?" รอนถาม "ก็แบบ...เอ่อ..."
รอนไม่กล้าพูดตรงๆ ว่าโคเฮนเป็นผู้คุมวิญญาณ ถึงแม้ทุกคนในตู้จะรู้กันหมดแล้ว
"ไม่เคยหรอก แต่เคยได้ยินพวกผู้คุมวิญญาณพูดถึงมัน" โคเฮนโกหก เพราะในทางทฤษฎี เขาไม่ควรเคยไปอัซคาบัน
"แล้วพวกผู้คุมวิญญาณพูดกันยังไงอะ?" แววตา "กระหายใฝ่รู้" แวบขึ้นในตารอน ซึ่งหาได้ยากมากโดยเฉพาะเวลาอยู่ในห้องเรียนของฮอกวอตส์ "ฉันไม่เคยได้ยินผู้คุมวิญญาณพูดเลย..."
ไม่ใช่แค่รอน แฮรี่กับเฮอร์ไมโอนี่ก็อยากรู้เหมือนกัน
ไม่มีใครเคยได้ยินผู้คุมวิญญาณพูด โคเฮนอาจเป็นคนเดียวในโลกที่คุยกับพวกมันได้
"พวกมันหอนกับคร่ำครวญ" โคเฮนหัวเราะเบาๆ แต่พูดด้วยเสียงจริงจัง "อัซคาบันเต็มไปด้วยเสียงพวกมันทุกวัน นักโทษเลยนอนไม่ได้ แล้วก็กลายเป็นบ้า"
"เป็นไปไม่ได้..." รอนอ้าปากค้าง
"อย่าบอกนะว่า..." แฮรี่เริ่มหัวเราะ ภาพลักษณ์ผู้คุมวิญญาณที่น่ากลัวในสายตาเขาโดนโคเฮนผู้คุมวิญญาณสายกวนบิดเบือนจนแทบไม่เหลือ
"ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย?" เฮอร์ไมโอนี่พูดไม่เชื่อหู
"แน่นอนว่าล้อเล่น" โคเฮนบอก "ผู้คุมวิญญาณสื่อสารกันด้วยความคิด จะบอกว่าพวกมันมี ‘ความคิด’ ก็ไม่ถูกนัก แต่ฉันเข้าใจพวกมันได้"
"งั้นทำไมพวกมันถึงทำร้ายคนล่ะ?" แฮรี่ถาม "หมายถึง พวกมันดูดความสุขกับวิญญาณทันทีที่เข้าใกล้คนเลยนี่...ถ้ามีความคิดล่ะก็..."
"สิ่งมีชีวิตที่มีความคิดไม่ได้แปลว่าจะอยู่ฝ่ายพ่อมดเสมอไปนะ แฮรี่ เธอใสเกินไปแล้ว" โคเฮนเตือน "ในมุมมองของผู้คุมวิญญาณ มนุษย์คือโรงงานผลิตอาหารที่สร้างของกินได้ตลอด เหมือนที่เธอไม่หยุดกินเนื้อแค่เพราะรู้ว่าหมูกับวัวมี ‘ความรู้สึกตัว’ ไงล่ะ..."
"งั้นพวกเราไม่ใช่ว่า..." รอนกลืนน้ำลาย
"ใช่เลย พวกเธอคือขนมของฉัน ส่งเงินมาทั้งหมดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคืนนี้ฉันจะกินพวกเธอแทนข้าวเย็น" โคเฮนแกล้งทำเสียงน่ากลัว "แบบที่กินพร้อมน้ำฟักทองเย็นๆ"
"งั้นนายคงต้องผิดหวังละ" รอนตอบ "ฉันไม่มีเหรียญสักอัน ใช้เงินหมดไปกับดูแข่งหมดแล้ว"
ไม่มีใครกลัวโคเฮนเลย เพราะในสายตาของแฮรี่กับเพื่อนๆ ความน่าจะเป็นที่โคเฮนจะทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นยังน้อยกว่าความเป็นไปได้ที่โวลเดอมอร์จะแต่งงานอีก
รถไฟแล่นไปทางเหนือ ฝนยังตกกระหน่ำนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ดูเหมือนช่วงเปิดเทอมไม่เคยเจอวันที่อากาศดีเลยในช่วงหลังๆ
ตอนบ่าย เพื่อนหลายคนแวะมาที่ตู้นั่งของพวกเขา หัวข้อที่คุยกันก็หนีไม่พ้นการแข่งขันควิดดิชกับการถูกโจมตีของรัฐมนตรีเวทมนตร์
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….