- หน้าแรก
- ใครปล่อยผู้คุมวิญญาณเข้ามาในฮอกวอตส์?
- บทที่ 70: โวลเดอมอร์! ความภักดี! (ฟรี)
บทที่ 70: โวลเดอมอร์! ความภักดี! (ฟรี)
บทที่ 70: โวลเดอมอร์! ความภักดี! (ฟรี)
หนังสือของศาสตราจารย์มักกอนนากัลหล่นกระจายเต็มพื้น แต่เธอก็ไม่ได้ก้มเก็บ
“พวกเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ?”
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลมองแฮร์รี่ด้วยสายตาทั้งตกใจและระแวงปนกัน
“ศาสตราจารย์ครับ ผมคิดว่าสเนป มีคนพยายามจะขโมยศิลาอาถรรพ์ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ต้องรู้เรื่องนี้ครับ” แฮร์รี่พยายามอธิบายให้ดูน่าเชื่อที่สุด
แต่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไปลอนดอนแล้ว เขาได้รับจดหมายด่วนจากกระทรวงเวทมนตร์” สายตาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเหลือบมองโคเฮนแวบหนึ่ง
โคเฮนรู้อยู่เต็มอกว่าจดหมายนั้นเป็นของปลอม ควีเรลล์เป็นคนเขียนขึ้นมา โดยอ้างเรื่องที่กระทรวงต้องการติดตามและสังเกตการณ์เขาในฐานะผู้ทดลองศาสตร์มืด
“เขาจะกลับมาพรุ่งนี้ ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอรู้เรื่องศิลาอาถรรพ์ได้ยังไง แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เตรียมตัวสอบไปเถอะ ไม่มีใครขโมยมันได้หรอก มันได้รับการคุ้มกันแน่นหนา ไม่มีทางผิดพลาดแน่ ๆ”
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเก็บหนังสือแล้วจากไป แต่คำพูดของเธอไม่สามารถปลอบใจแฮร์รี่ได้เลย
และสำหรับโคเฮนก็เช่นกัน
ถ้าการป้องกันยังเหมือนกับในเนื้อเรื่องดั้งเดิม สิ่งกีดขวางพวกนั้นก็แทบไม่มีผลอะไรกับโคเฮนเลย
“แม้แต่ดัมเบิลดอร์ก็ไม่อยู่แล้ว…” แฮร์รี่ที่ทั้งคืนไม่ได้หลับยังดูคึกอยู่ “ดูเหมือนจะเหลือแค่ทางนี้สินะ?”
“นายดูตื่นเต้นยิ่งกว่าสเนปอีกนะ…” โคเฮนเริ่มสงสัยว่าคนที่อยากขโมยศิลาอาถรรพ์จริง ๆ คือเขา หรือแฮร์รี่กันแน่
“คืนนี้ฉันจะไปที่ทางเดินชั้นสี่ เพื่อเอาศิลาอาถรรพ์มาก่อนสเนป” แฮร์รี่พูดอย่างเด็ดขาด
“นายบ้าไปแล้ว!” รอนร้องลั่น
“นายจะโดนไล่ออก!” เฮอร์ไมโอนี่ว่า “นายทำแบบนั้นไม่ได้”
“จะไล่ออกก็ช่างมัน!” แฮร์รี่ไม่สนใจเลยแม้แต่นิด เสียงเขาดังลั่นไปทั่วทางเดิน
โชคดีที่ตอนนั้นนักเรียนคนอื่นกำลังเข้าเรียน หรือไม่ก็อ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดหรือห้องนั่งเล่น ไม่มีใครมาเดินแถวนี้
“พวกเธอไม่เข้าใจเหรอ? ถ้าสเนปได้ศิลาอาถรรพ์ไป โวลเดอมอร์จะฟื้นคืนชีพ! พวกเธอไม่รู้หรอกว่าสมัยที่เขาครองโลกมันเป็นยังไง! ถ้าเขากลับมา ที่นี่ก็จะกลายเป็นโรงเรียนสอนศาสตร์มืด!”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งห่วงเรื่องเสียคะแนนหรือโดนไล่ออกอีกต่อไปแล้ว! ถ้าฉันหยุดเขาไม่ได้ พอเขาฟื้นขึ้นมา พวกเราทุกคนก็ไม่มีอนาคตอะไรอีกแล้ว!” แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด “งั้นฉันก็ต้องกลับไปอยู่บ้านเดอร์สลีย์น่ะสิ! แล้วก็รอให้เขามาฆ่าฉัน เหมือนที่เขาฆ่าพ่อแม่ฉันนั่นแหละ! ฉันจะลงไปทางประตูกับดักคืนนี้ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็หยุดฉันไม่ได้หรอก”
คำพูดของแฮร์รี่ทำให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ต้องละความคิดที่จะห้ามเขา
“ฉันมีผ้าคลุมล่องหนอยู่ คืนนี้ใช้มันลอบไปที่ชั้นสี่ได้เลย”
“นายไม่ได้คิดจะไปคนเดียวใช่มั้ย?”
รอนตัดสินใจทันที:
“ฉันไปด้วย”
“ฉันก็เหมือนกัน” เฮอร์ไมโอนี่ตอบโดยไม่ลังเล “ฉันจำคาถาหลายบทจากหนังสือได้ บางทีอาจจะใช้ได้”
“แต่เธอจะโดนไล่ออกด้วยนะ…” แฮร์รี่ไม่ได้คาดว่าพวกเขาจะยอมเสี่ยงไปด้วย โดยเฉพาะเฮอร์ไมโอนี่
“อย่าทำเป็นงี่เง่าไปหน่อยเลย เราปล่อยให้นายไปคนเดียวได้ที่ไหนล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่พูด “เราก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”
โคเฮนยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร เพราะคืนนี้เขามีนัดไปพร้อมกับควีเรลล์แล้ว
ในที่สุดเวลากลางคืนก็มาถึง และทั้งสองฝั่งก็เริ่มเคลื่อนไหว
แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่รวมตัวกันในห้องนั่งเล่น
“โคเฮนไปไหน?” แฮร์รี่มองหาทั่วแต่ไม่เจอ
“ฉันจำได้ว่าเขาหายไปตั้งแต่บ่ายแล้ว เขาจะไม่ทิ้งเราหรอกใช่มั้ย?” รอนถาม
“ไม่น่าใช่นะ เขาใจกล้ากว่าพวกเราอีก” เฮอร์ไมโอนี่เองก็เริ่มแปลกใจ
ยังมีอีกตัวที่พูดได้อยู่ในห้องนั่งเล่น อาจรู้ว่าโคเฮนไปไหน
“มองฉันทำไม?” เอิร์ลที่กำลังกินของว่างรอบดึกที่พี่น้องวีสลีย์เอามาจากครัวแอบพูดขึ้น “ฉันไม่ได้จับตัวเด็กนั่นไปนะ”
“จับตัว?” แฮร์รี่จับคำพูดได้ทันที “โคเฮนโดนจับตัวไป?”
“โดยศาสตราจารย์คนหนึ่งนั่นแหละ” เอิร์ลตอบตามแผนของโคเฮน “เขาว่าจะ ‘จัดการ’ เด็กคนนั้น เดี๋ยวฉันก็คงกลายเป็นนกฮูกไร้เจ้าของแล้ว พวกเธอให้ฉันอยู่ด้วยได้มั้ย? ฉันเล่าเรื่องตลกให้ฟังได้ทุกวัน ขอแค่มีอาหารให้กินก็พอ”
“แย่แล้ว โคเฮนต้องโดนสเนปจับไปแน่!” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงตื่น
“แล้วเราจะทำยังไงดี? ไปช่วยเขาไหม?” รอนถามอย่างลนลาน
“ไปช่วย เดี๋ยว…” แฮร์รี่ก็ตกใจเหมือนกัน แต่จู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดได้ “ไม่สิ สเนปจะไปขโมยศิลาอาถรรพ์ เขาอาจจะพาโคเฮนไปด้วย หรือไม่ก็ขังเขาไว้…”
“ถ้าเราวิ่งไปตามหาเขาตอนนี้ เราก็จะติดกับดักของสเนป!” ดวงตาแฮร์รี่เปล่งประกาย “นี่คือแผนถ่วงเวลา!”
“ฉลาดมาก” เอิร์ลชมด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ
ความจริงคือ โคเฮนโดน “ศาสตราจารย์คนหนึ่ง” พาตัวไปจริง ๆ
แต่ไม่ใช่สเนป แค่ควีเรลล์คนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว จะเอาอีกคนไปด้วยก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ที่หน้าทางเดินชั้นสี่ โคเฮนกับควีเรลล์ก็มาเจอกันพอดี
“ถึงเวลาบรรเลงเพลงแล้วสินะ?” โคเฮนหยิบถุงมือขึ้นมาใส่อย่างคล่องแคล่ว
“ใส่ถุงมือทำไม?” ควีเรลล์ที่ถือพิณวิเศษไว้ในมือ มองโคเฮนด้วยความงง
“อ้อ ขอโทษ ติดเป็นนิสัย เราไม่ได้มาฆ่าใครนี่เนอะ” โคเฮนพยักหน้า “คือนายก็รู้ ฉันไม่ชอบให้เลือดเปื้อนมือ การใส่ถุงมือมันช่วยไม่ให้ทิ้งรอย เช่น ลายนิ้วมือ หรือหลักฐานอื่น ๆ ไง”
“…”
ควีเรลล์เงียบ
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ตัวเองเหมาะจะเป็นลูกน้องของท่านลอร์ดหรือเปล่า
เขาเงียบแล้วเดินไปเปิดประตูทันที หมาสามหัวลุกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียง เหมือนจะกระโจนใส่
แต่ในวินาทีถัดมา พิณก็เริ่มบรรเลงเพลงด้วยเวทมนตร์ หมาตัวใหญ่ราวกับถูกกดปุ่มสลีปทันที เริ่มโงนเงนแล้วฟุบลงนอน พร้อมเสียงกรนสามหัวประสานกับเสียงดนตรี
“ยังรู้สึกไม่เท่ากับยูนิคอร์นที่ฉันเลี้ยงเลย”
โคเฮนพูดขำ ๆ
ถึงว่าใจของอาริจะซื้อได้ด้วยบัตเตอร์เบียร์ แต่เธอก็ไม่ถึงกับหลับแค่ได้กลิ่นเหล้า
กับดักต่อจากนั้นก็เหมือนกับที่โคเฮนจำได้เป๊ะ
หลังจากกระโดดลงช่องใต้ประตูกับดัก พวกเขาก็เจอกับ “ต้นกับดักมาร” หรือเถาวัลย์ปีศาจแสนดุร้าย แต่ควีเรลล์กับโคเฮนก็ไม่โดนรัดเลย เพราะพวกเขาหลุดออกมาก่อนที่เถาจะรัดแน่น
ด่านถัดไปคือ “กุญแจบินได้” ของศาสตราจารย์ฟลิตวิก ควีเรลล์วิ่งไล่จับกุญแจบานใหญ่ด้วยไม้กวาดอยู่นาน จนโคเฮนเริ่มเบื่อและกลายร่างเป็นผู้คุมวิญญาณ พุ่งไปรวบกุญแจเก่าโบราณดอกใหญ่ที่เด่นชัดที่สุดทันที
“เมื่อกี้นายนั่น !”
ควีเรลล์เบิกตากว้าง มองโคเฮนที่กลับคืนร่างหลังลงจากไม้กวาด
“นั่นมัน…แวมไพร์เหรอ? หรือแอนิเมจัส? หรือ…”
ควีเรลล์รู้สึกว่าร่างที่โคเฮนแปลงเป็น มันคล้ายกับ…
ไม่สิ ไม่มีใครกลายร่างเป็นผู้คุมวิญญาณได้หรอก มันเป็นสิ่งที่…ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำ มันไม่แม้แต่จะมีตัวตนอยู่ในโลกวัตถุ
“อย่าถามเยอะกับสิ่งที่นายไม่เข้าใจ หัวหน้าของนายร่วมมือกับฉัน ไม่ใช่นาย นายแค่รู้ไว้ว่าเราฝั่งเดียวกันก็พอ”
โคเฮนใกล้จะหมดบทบาทในทีมของควีเรลล์แล้ว และก็ไม่ได้อยากอธิบายอะไรให้มากความ
“ไม่ต้องห่วง ฉันภักดีมาก”
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….