- หน้าแรก
- ใครปล่อยผู้คุมวิญญาณเข้ามาในฮอกวอตส์?
- บทที่ 60: ภารกิจยิ่งใหญ่ในการเลี้ยงมังกร! (ฟรี)
บทที่ 60: ภารกิจยิ่งใหญ่ในการเลี้ยงมังกร! (ฟรี)
บทที่ 60: ภารกิจยิ่งใหญ่ในการเลี้ยงมังกร! (ฟรี)
ด๊อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้าน รีบเอามือปิดตาทันที แต่วินาทีถัดมา มันก็รู้ตัวว่าตัวเองยังไม่ตาย แถมสิ่งมีชีวิตน่ากลัวที่แผ่กลิ่นอายมืดดำและน่าสะพรึงกลัวตรงหน้ายังพูดภาษาที่มันเข้าใจอีกด้วย
“หือ?”
ด๊อบบี้ร้องเสียงแหลมออกมา
ผู้คุมวิญญาณกินไก่ทอดกับเฟรนช์ฟรายด์ด้วยเหรอ?
“คุณครับ คุณไม่ใช่มาที่นี่เพื่อกินด๊อบบี้เหรอ?” ด๊อบบี้แอบชำเลืองมองโคเฮนจากช่องว่างระหว่างนิ้วด้วยความกลัว
สิ่งมีชีวิตประหลาดตรงหน้านี้ไม่มีเสื้อคลุมดำ และก็ไม่ได้ดูดวิญญาณของมัน…
“นายเคยเห็นสัตว์ประหลาดที่กินเอลฟ์ประจำบ้านเปิดประโยคแรกว่า ‘ขอไก่ทอดกับเฟรนช์ฟรายด์’ รึเปล่าล่ะ?”
โคเฮนพูดอย่างเหนื่อยใจ:
“ตอนฉันเดินเข้ามา พวกนายก็วิ่งกรี๊ดหนีไปกันเองทั้งนั้น”
“ขอโทษครับ! พวกเราแค่กลัวมาก ผีตัวหนึ่งเคยพูดว่าวันนั้นมีผู้คุมวิญญาณที่กินวิญญาณโผล่มาที่โรงเรียน!” ด๊อบบี้พูดเสียงสั่น “ทุกคนเลยตกใจสุด ๆ... พวกเราเป็นเอลฟ์ที่แย่มาก แย่มาก”
พูดไป ด๊อบบี้ก็เริ่มกวาดตามองหาของแถว ๆ นั้นเพื่อลงโทษตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
แล้วมันก็เจอ... กระทะเหล็กที่เพิ่งโดนไฟจนร้อนฉ่า
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
โคเฮนรีบสั่งเสียงเข้ม
นี่มันเอลฟ์ประจำบ้านตัวสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่เลยนะ ถ้ามันเผอิญลวกมือตัวเองเข้า มื้อเย็นของเขาจะพังหมด
คำสั่งนี้ได้ผลกว่าคำพูดปลอบใจเสียอีก ด๊อบบี้หยุดชูมือที่ถือกระทะทันที แล้วหันมามองโคเฮนด้วยดวงตากลมโตเท่าหลอดไฟ ราวกับจะร้องไห้
“เอาอะไรกินมาให้ฉัน แล้วฉันจะประกาศว่านายเป็นเอลฟ์ประจำบ้านที่เก่งที่สุดในฮอกวอตส์เลย”
โคเฮนรับปาก
คำชมนั้นเปรียบเสมือนตัวจุดชนวนไฟ แล้วก็มีเสียงแปะ ๆ เหมือนพลุระเบิดต่อกันเป็นชุด พวกเอลฟ์ที่หนีไปเมื่อครู่ก็โผล่ออกมากันเป็นพรวน
“คุณครับ! ปูปูจะทำไก่ทอดให้คุณ!”
“ขอโทษครับ! เฟรนช์ฟรายด์ของคุณมาแล้ว!”
…
“คุณครับ คุณครับ! โคบี้มีน่องไก่ทอดสดใหม่เยอะเลย!”
ทำไมมีเอลฟ์ชื่อโคบี้ด้วย?!
โคเฮนไม่รู้ว่าตัวเองหนีออกมาจากครัวได้ยังไง ภายในไม่ถึงนาที อาหารกองเป็นภูเขาก็ถูกรวบรวมมาวางรอบตัวเขาเป็นวงใหญ่ และยังมีเอลฟ์ช่วยกันเข็นเพิ่มมาอีก เขาเกือบจะจมหายไปในภูเขาไก่ทอดกับเฟรนช์ฟรายด์
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนี้เป็นเอลฟ์ เขาอาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่ากำลังโดนลอบสังหารด้วยวิธี “ยัดไก่จนตาย” อยู่รึเปล่า ซึ่งก็ถือว่าเป็นแนวทางวิจัยใหม่ในการจัดการผู้คุมวิญญาณที่ยังไม่มีใครลอง
พอกลับมาที่ห้องพักรวม โคเฮนก็เห็นว่าแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ และรอนกำลังจับกลุ่มคุยอะไรกันเงียบ ๆ
“โคเฮน! ทำไมฉันไม่เห็นนายที่มื้อเย็นเลย...” แฮร์รี่ถามขึ้นทันทีที่เห็นโคเฮนเดินเข้ามา
“เฮอร์ไมโอนี่ถึงกับเก็บอาหารไว้ให้นายด้วย” รอนชี้ไปที่ถุงอาหารใบใหญ่บนโต๊ะ “แล้วแฮกริดก็บอกว่ายูนิคอร์นสีดำที่อยู่นอกกระท่อมนั่นนายเป็นคนเอาไปให้เขา นายไปเจออะไรในป่าต้องห้ามมาบ้างเนี่ย? คราวหน้าไปด้วยกันนะ!”
“ป่าต้องห้ามมันอันตรายนะ!” เฮอร์ไมโอนี่เตือนรอนอย่างไม่พอใจ “ฉันว่าเราไม่ควร”
“ร่ายคาถาใส่สเนปก็อันตรายนะ” รอนทำท่ารำลึกความหลัง
“อันนั้นต่างกัน นั่นมันเพื่อช่วยแฮร์รี่ต่างหาก” เฮอร์ไมโอนี่สวนกลับ “โคเฮนไปป่าต้องห้ามก็เพราะมีศาสตราจารย์ไปด้วย ศาสตราจารย์ควีเรลล์ไม่ได้มางานเลี้ยงเย็นใช่มั้ย โคเฮน?”
ต่อให้ความจริงจะไม่ใช่แบบนั้น แต่เหตุผลของเฮอร์ไมโอนี่ก็แน่นเป๊ะ
“ใช่เลย”
โคเฮนเห็นด้วยทันที แล้วก็นั่งลงที่โต๊ะ ก่อนจะใช้กระเป๋าระบบสลับเอาอาหารเย็นที่เย็นชืดบนโต๊ะออก แล้วเปลี่ยนเป็นไก่ทอดกรอบร้อน ๆ แทน
“ฉันไปเจอยูนิคอร์นตัวนั้นแถวทะเลสาบ มันตามฉันไม่เลิกเลยเอาไปฝากแฮกริดน่ะ” โคเฮนเคี้ยวอาหารเย็นแบบที่ควรจะได้กินตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน “ตอนนี้มันกลับไปอยู่กับฝูงแล้วล่ะ”
อาจจะกลับไปพร้อมขอเบียร์เนยเพิ่มจากแฮกริดด้วยซ้ำ
โคเฮนไม่ได้เล่าครึ่งหลัง เพราะถ้าแฮกริดไม่ล้มละลายเพราะซื้อเหล้าให้สัตว์วิเศษ ก็ต้องเพราะเจ้ามังกรตัวใหม่ต้องกินบรั่นดีผสมเลือดไก่ทุกครึ่งชั่วโมงแน่ ๆ อีกหน่อยร้านเหล้าในฮอกส์มี้ดคงเป็นแหล่งซื้อของหลักของแฮกริดเลย
แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าแฮกริดยอมขาย “ทรัพย์สมบัติตระกูล” นิดหน่อย มันก็ไม่น่าใช่ปัญหาอะไร เพราะกระท่อมแฮกริดคือคลังวัตถุดิบสัตว์วิเศษที่ใหญ่ที่สุดในฮอกวอตส์
ขณะที่โคเฮนกำลังกินอย่างเมามัน เด็กสามคนก็คุยเรื่องที่แฮกริดเลี้ยงมังกรกันอย่างจริงจัง (“แฮกริดจะติดคุกเพราะเรื่องนี้แน่…” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างกังวล)
“โคเฮน มันจริงมั้ยที่มีสถานที่เลี้ยงมังกรอย่างที่นายว่า?” แฮร์รี่จำได้ว่าโคเฮนเคยพูดถึงเรื่องนี้ที่กระท่อมแฮกริด
“จริงสิ” โคเฮนลูบท้องอย่างอิ่มเอมหลังฟาดอาหารหมดในเวลาแสงความเร็วแสง “ฉันคิดเรื่องอาหารไว้เรียบร้อยแล้วด้วย”
ดูจากความใจดีของเอลฟ์ประจำบ้านฮอกวอตส์แล้ว เลี้ยงมังกรสักสิบตัวยังไหวเลย
โคเฮนไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงมังกรไว้ในฐานลับของตัวเอง แต่คิดว่าน่าจะใช้ห้องต้องประสงค์เปลี่ยนเป็น “สถานเพาะพันธุ์มังกร” ได้
เพราะโคเฮนสังเกตว่า ห้องต้องประสงค์จะคงรูปแบบ “ฐานโคเฮน” ไว้ ก็ต่อเมื่อมีเขา เอิร์ล หรืออาริอยู่ข้างในเท่านั้น ไม่อย่างนั้นห้องจะเปลี่ยนตามผู้ที่เปิดมัน
โคเฮนเคยลองพาสัตว์วิเศษชนิดอื่นเข้าไปหลายแบบ ทั้งพัฟสคีน ซาลาแมนเดอร์ไฟ หรือแม้แต่พวกแมงมุมยักษ์ที่ไม่ค่อยเต็มใจ
ไม่มีตัวไหนให้ผลเหมือนเอิร์ลกับอาริเลย
โคเฮนสรุปว่าห้องนี้น่าจะรับรู้ความปรารถนาของ “มนุษย์” หรือสิ่งที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เท่านั้น มังกรน่าจะไม่เข้าเกณฑ์ เพราะมันยังจัดเป็นสัตว์ที่ทำตามสัญชาตญาณ
เพราะงั้น โคเฮนเลยสามารถเลี้ยงมังกรใน “ฟาร์มเพาะพันธุ์มังกร” ได้ โดยให้แฮกริดกับแฮร์รี่เข้าไปดูได้ตามต้องการ แถมยังรักษาความลับของฐานตัวเองไว้ได้ด้วย
แต่โคเฮนไม่คิดจะเปิดเผยฐานลับ เพราะข้างในมีหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์มืดจำนวนมาก มันดูน่าสงสัยเกินไป
ปัญหาเดียวที่อาจจะเจอคือ นอร์เบิร์ตจะเชื่องรึเปล่า ถ้ามังกรตัวนี้ควบคุมไม่ได้ โคเฮนก็วางแผนให้รอนเขียนจดหมายหาชาร์ลี วีสลีย์ ที่กำลังศึกษามังกรอยู่ที่โรมาเนีย
“แต่เราก็ต้องมีแผนสำรองไว้ก่อนนะ ถ้ามันไม่เชื่อง เราก็ต้องส่งมันไปอยู่ที่อื่นอยู่ดี” โคเฮนพูดแบบไม่เข้าข้างใคร “หรือไม่ก็…”
โคเฮนทำท่าหักคอเบา ๆ
“แฮกริดต้องเสียใจมากแน่ ๆ…” แฮร์รี่พูดเบา ๆ
“นายไม่รู้สึกเลยเหรอว่ามันโหดไปหน่อย?” เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว “ก็แหม มันก็…”
“เฮ้ เดี๋ยวก่อน ฉันมีไอเดีย!” รอนตาเป็นประกายทันที “ฉันเขียนหาชาร์ลีได้นะ! พี่ฉันกำลังศึกษามังกรอยู่ที่โรมาเนีย เขาช่วยได้แน่ ๆ”
แผนสำรองของรอนถือว่าปลอดภัยมาก แต่ตามคำขอของโคเฮน พวกเขายังไม่ส่งจดหมายไปทันที
เพราะ “แผนสำรอง” หมายถึง แผนที่ควรจะอยู่เงียบ ๆ จนกว่าจะเกิดเรื่องจริง ๆ
สองวันของชีวิตเรียนแบบชิล ๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และตอนเที่ยงวันพฤหัสบดี แฮกริดก็ส่งจดหมายสั้น ๆ มาให้ ขอบกระดาษยังมีรอยไหม้เกรียมอยู่เลย
【ใกล้ฟักแล้ว】
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….