เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 279 + 280 (ฟรี)

บทที่ 279 + 280 (ฟรี)

บทที่ 279 + 280 (ฟรี)


บทที่ 279 : ซูเหมียนเหมียนผู้ริเริ่มเสนอตัวให้เอง

ซูเหมียนเหมียนยืนบื้อใบ้ไปโดยสมบูรณ์

เวลาแปลงร่างแค่สองชั่วโมงงั้นเหรอ?

เธอหลงนึกว่าการแปลงร่างครั้งนี้จะถาวรเสียอีก ที่ไหนได้มันเป็นแค่แบบชั่วคราว?

แถมยังสั้นแค่สองชั่วโมงอีกด้วย เวลาแค่นี้เธอจะไปทำอะไรให้มันเป็นชิ้นเป็นอันได้ล่ะ?

ความเศร้าโศกวูบเข้ามาในใจของเหมียนเหมียน แต่ก็สลายไปอย่างรวดเร็ว

ก็นะ มีบ้างยังดีกว่าไม่มีเลยจริงๆ เธอไม่อยากเป็นแมวอีกต่อไปแล้ว เมื่อได้สัมผัสถึงร่างกายมนุษย์ที่โหยหา เธอก็อดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา

เขาว่ากันว่าคนเราจะเห็นค่าของสิ่งที่เสียไป และคนที่พิการย่อมโหยหาร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงมากกว่าใคร

แม้เหมียนเหมียนจะสวมเพียงชุดฮั่นฝูบางๆ ที่ปิดต้นขาแทบไม่มิด และส่วนที่น่าอึดอัดที่สุดคือหางฟูฟ่องที่โผล่พ้นออกมาจากด้านหลัง

แต่นั่นก็ไม่อาจลดทอนความตื่นเต้นที่ได้กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ได้เลยสักนิด

เด็กสาวหมุนตัวไปมาหน้ากระจกพลางจับชายกระโปรงไว้ ริมฝีปากของเธอโค้งเป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจสะกดกลั้นได้

เธอโหยหาการแปลงร่างครั้งนี้มาก ต่อให้มันจะเป็นเพียงความฝันที่แสนสั้น เธอก็มีความสุขที่สุดแล้ว

เจียงเช่อยืนกอดอกมองดูซูเหมียนเหมียนอยู่เงียบๆ อย่างใช้ความคิด

ฮื่อ... ยัยเด็กสาวที่สวยหยาดเยิ้มในกระจกนั่นใครกันนะ? อ้อ ก็คือฉันคนนี้ ซูเหมียนเหมียน ผู้แสนฉลาดและทรงเสน่ห์ยังไงล่ะ~~~

สวยขนาดนี้ ฉันยังอยากจะงับตัวเองสักคำเลย~~~

เห็นได้ชัดว่าซูเหมียนเหมียนค่อนข้างจะหลงตัวเองอยู่ไม่น้อย

แน่นอนว่ารูปลักษณ์หลังจากแปลงร่างของเธอนั้นงดงามไร้ที่ติ และตรงตามความชอบของเจียงเช่อทุกระเบียดนิ้ว

สาวหูแมว + ผมเงิน + หูแมว + หางแมว + ความขาว... เสน่ห์เย้ายวนแบบกึ่งสัตว์ + ดวงตาสองสี...

ใครบ้างจะไม่เคลิบเคลิ้มไปกับภาพตรงหน้า?

และเจียงเช่อก็ได้แสดงความชื่นชมสูงสุดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมอบให้สาวงามผ่านการกระทำของเขา

นั่นคือเขายืนตัวตรงเคารพธงชาติตลอดเวลา!

...

หลังจากชื่นชมตัวเองในกระจกอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเหมียนเหมียนก็สังเกตเห็นเจียงเช่อที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเธอ แววตาของเขาราวกับมีประกายไฟประทุออกมา

“เจียง... เจียงเช่อ” เธอพูดตะกุกตะกัก มือเล็กๆ บีบชายกระโปรงไว้แน่น

แย่แล้ว สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กำลังจะเกิดขึ้นแน่ๆ

ความคิดในหัวของเหมียนเหมียนตีกันมุ่น ในที่สุดเธอก็สูดลมหายใจลึกแล้วเดินตรงไปหาเจียงเช่อ

“เจียงเช่อ ฉัน... ฉัน...”

เธอลังเลที่จะหาคำพูดมาเริ่มบทสนทนา หลังจากเงียบไปนานเธอก็รวบรวมความกล้าคว้ามือของเจียงเช่อเอาไว้

แต่เจียงเช่อเป็นพวกที่จะฉวยโอกาสในสถานการณ์แบบนี้งั้นเหรอ?

เขาน่ะเป็นพวกชอบทำลายความคาดหวังของคนอื่น การจะรวบหัวรวบหางเหมียนเหมียนตอนนี้มันง่ายนิดเดียว แต่มันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม!

เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นแล้วลูบหัวเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน

“ไปเที่ยวเล่นให้สนุกเถอะ สองชั่วโมงนี้เป็นเวลาของเธอ จะทำอะไรก็ตามใจเลย”

“เอ๋?”

ดวงตาสองสีของเหมียนเหมียนเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ นี่มันเหนือความคาดหมายสุดๆ!

เป็นไปได้ยังไง? ทำไมเขาถึงไม่ฉวยโอกาสรังแกฉันล่ะ?

เขาไม่ได้เฝ้ารอวันนี้มาตลอดหรอกเหรอ? นี่เขากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่?

อ้อ เข้าใจแล้ว! เขาพยายามจะปั่นหัวฉัน ทำให้ฉันหลงรักเขา... ช่างเป็นแผนที่ชั่วร้ายจริงๆ~~~

“เฮ้ เตือนไว้ก่อนนะ ผ่านไป 15 นาทีแล้ว ยาแปลงกายนั่นมูลค่าเกือบ 200 ล้าน ถ้าคำนวณตามเวลา เธอได้เผาเงินทิ้งไปแล้ว 25ล้านนะ”

ซูเหมียนเหมียน : “!!!”

เธอเกือบลืมไปเลยว่ายาที่กินเข้าไปมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหน แค่คิดก็สยองแล้ว

“ข-ขอบคุณนะ” เธอพูดทิ้งท้ายก่อนจะรีบวิ่งจี๋ไปที่ห้องแต่งตัว จนเกือบจะสะดุดหางตัวเองล้ม หูแมวบนหัวขยับดุ๊กดิ๊กด้วยความตื่นเต้น

เห็นได้ชัดว่าซูเหมียนเหมียนก็คือเด็กสาวที่รักสวยรักงามคนหนึ่ง

ในห้องแต่งตัว เธอใช้เวลาลองเสื้อผ้าไปมากกว่าสิบชุดหน้ากระจกเงาบานใหญ่ แทบจะกวาดเสื้อผ้าสำรองทั้งหมดที่มีในบ้านเจียงเช่อมาลองจนครบ

ในที่สุดเธอก็เลือกชุดราตรีสีดำที่ขับเน้นเส้นผมสีเงินขาวให้ดูโดดเด่น เปลี่ยนลุคให้กลายเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์—แม้จะมีหางฟูๆ โผล่มาเพิ่มความมุ้งมิ้งก็ตาม

เหมียนเหมียนนั่งลงที่เปียโนและเริ่มบรรเลงเพลงออกมา

ตามประวัติของเธอ ชาติก่อนเธอคืออัจฉริยะด้านเปียโนที่เคยได้รางวัลระดับมณฑล หลังจากมาเกิดใหม่ก็ได้แต่นั่งมองไป๋เฉียงเวยซ้อมเปียโนทุกวันจนนิ้วมันสั่นไปหมด

ดังนั้น สิ่งแรกที่เธออยากทำหลังจากแปลงร่างได้ย่อมหนีไม่พ้นการเล่นเปียโน!

ต้องยอมรับว่าเหมียนเหมียนตอนเล่นเปียโนนั้นสวยจนแทบลืมหายใจ โดยเฉพาะเส้นผมสีเงินที่ตัดกับผิวขาวเนียนราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

ไม่นานนัก อวี้หว่านเอ่อร์และฉินเฉี่ยวเฉี่ยวก็เดินลงมาจากชั้นบน

สายตาของพวกเธอถูกดึงดูดไปยังซูเหมียนเหมียนในทันที

ตามมาด้วยอาการอึ้งทึ่งเสียว

หว่านเอ่อร์รู้สึกหึงขึ้นมาทันควัน เธอเดินตรงไปหาเจียงเช่อแล้วหยิกแขนเขาอย่างแรง

“เจียงเช่อ! ยัยคนนี้มาจากไหนกันน่ะ?”

โลลิตัวน้อยกระซิบถามพลางจ้องเขม็งไปที่เหมียนเหมียนที่กำลังเล่นเปียโนไม่วางตา

เธอมองไปยังรูปร่างที่สมส่วนของสาวแปลกหน้า โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่ดูจะสู้กับพี่กู้ได้สบายๆ แล้วหันกลับมามองหน้าอกแบนราบของตัวเอง ความไม่มั่นใจก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

เธอล่ะเกลียดพวกผู้หญิงหน้าอกใหญ่ที่สุดเลย!!!

ขณะที่เย่เมิ่งเหยาแม้จะแปลกใจ แต่เธอก็เริ่มชินกับความเจ้าชู้ของเจียงเช่อแล้ว การมีผู้หญิงใหม่โผล่มาข้างกายเขาไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายอีกต่อไป

“เจียงเช่อ ยัยคนนี้...” หว่านเอ่อร์ใช้นิ้วจิ้มแขนเจียงเช่ออีกรอบ

“นี่นายถึงขั้นเล่นคอสเพลย์เลยเหรอ? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าหางนั่นมันเสียบไว้ตรงไหนน่ะ~”

เจียงเช่อ : “......”

เฮ้ย ยัยหนู นี่มันสาวหูแมวโดยธรรมชาตินะ!

อย่ามากล่าวหากันมั่วซั่วแบบนั้นสิ!

ถึงแม้คำพูดของหว่านเอ่อร์จะทำให้เจียงเช่อแอบสงสัยเหมือนกันว่าหางของเหมียนเหมียนมันเชื่อมติดตรงไหนกันแน่

“เอาล่ะๆ เลิกจ้องได้แล้ว บ่ายนี้พอเฉี่ยวเฉี่ยวกลับมา พวกเธอก็พากันออกไปช้อปปิ้งซะ บัตรใบนี้มีเงินพอให้พวกเธอใช้ได้ตามใจชอบเลย”

เจียงเช่อยื่นบัตรธนาคารให้ ในนั้นมีเงินหลายร้อยล้านซึ่งมากพอจะให้สาวๆ ใช้ชีวิตหรูหราไปได้ตลอดชาติ

แม้คนจะชอบพูดว่าเงินมีไว้โชว์ให้ผู้หญิงดู ไม่ใช่เอาไว้เปย์ให้ แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ เจียงเช่อกับหว่านเอ่อร์น่ะรู้จักไส้เห็นพุงกันหมดแล้ว จะเปย์ให้บ้างมันจะเป็นไรไป

หว่านเอ่อร์พองลมที่แก้มด้วยความหมั่นไส้

“เหอะ ไอ้คนบ้า! พอมีของใหม่ก็ลืมพวกเราเลยนะ เมิ่งเหยาจ๊ะ ไปกันเถอะ”

หว่านเอ่อร์สะบัดบ๊อบเดินนำเย่เมิ่งเหยาออกไป

“หึๆ... ยัยเด็กซึนเดเระนี่ฉลาดไม่เบานะ”

หว่านเอ่อร์น่ะเก่งแต่ปาก ถึงจะพูดจาเจ็บแสบแต่หัวใจเธอก็ถูกเจียงเช่อหล่อหลอมไปนานแล้ว

...

ซูเหมียนเหมียนดื่มด่ำกับการเล่นเปียโนนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ราวกับตกอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอเอง

จนกระทั่งข้อมือเริ่มล้า เธอถึงยอมหยุดมือลง

“เจียง... เจียงเช่อ ฉันขอบคุณนายจริงๆ นะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

เธอรู้ดีว่าเจียงเช่อกำลังเล่นเกมที่โปร่งใสกับเธออยู่

เขาใช้ยาแปลงกายนับร้อยล้านเพื่อซื้อใจเธอ

ทว่า... มนุษย์กับปีศาจมันต่างกันโดยสิ้นเชิง!

ต่อให้เจียงเช่อจะปรุงยาแปลงกายได้ แต่เธอคงไม่สามารถกินมันได้ทุกวันเพื่อคงร่างมนุษย์ไว้หรอกใช่ไหม?

กินยาวันละเม็ดก็ล้านๆ หยวน ปีหนึ่งก็เกือบหมื่นล้าน!

ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกก็คงจ่ายไม่ไหว

“เจียงเช่อ... เจียงเช่อ เอาฉันไปเถอะ มันจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น”

เสียงของเหมียนเหมียนสั่นพร่าขณะที่พูด ริมฝีปากบางของเธอเม้มเข้าหากันแน่น

บทที่ 280 : นี่คือความเสื่อมทรามของศีลธรรมหรือความบิดเบี้ยวของมนุษย์กันแน่

ซูเหมียนเหมียนเองก็ไม่รู้ว่าเธอรวบรวมความกล้าพูดคำนั้นออกมาได้อย่างไร สมองของเธอเหมือนจะโอเวอร์ฮีทจนคำพูดมันหลุดปากออกมาเองแบบกู่ไม่กลับ

“หึ…” เจียงเช่อแค่นหัวเราะเย็นชาพลางชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ

“เธออยู่ในร่างแปลงมาแล้ว 1 ชั่วโมง 42 นาที เหลือเวลาอีกแค่ 18 นาทีเธอก็จะกลับไปเป็นแมวเหมือนเดิม”

“18 นาที… นายกำลังดูถูกฉัน หรือกำลังดูถูกตัวเองกันแน่?”

รอยยิ้มของเจียงเช่อทำเอาซูเหมียนเหมียนเสียวสันหลังวาบ

“ยัยแมวป่า เธอแอบดูฉันมาตั้งนาน ก็น่าจะรู้จักตัวตนของฉันดีพอแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อเหมียนเหมียนไม่ตอบ เจียงเช่อก็พูดต่อ

“ครั้งนี้ฉันจะปล่อยเธอไปก่อน ถือว่ายาแปลงกายมูลค่า 200 ล้านนั่นเป็นลูกอมให้เธอเคี้ยวเล่นละกัน!”

“แต่เหมียนเหมียน การแสดงเปียโนของเธอนี่มันหรูหราเกินไปหน่อยนะ เล่นชั่วโมงเดียวฟาดไปร้อยล้าน? แม้นักเปียโนระดับโลกเขาก็ไม่กล้าคิดราคาขนาดนี้หรอก”

คำพูดของเจียงเช่อทำเอาเด็กสาวหน้าแดงก่ำ

มันก็จริงของเขา เธอไม่เคยได้ยินว่านักเปียโนคนไหนจะคิดค่าตัวสูงลิบลิ่วขนาดนี้มาก่อน

พอนึกว่าตัวเองได้เล่นเปียโนที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ มุมปากของเหมียนเหมียนก็ยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

คำเดียวเลยคือ : สะใจ! แต่ไม่นานอารมณ์ของเธอก็หม่นลงอีกครั้ง

การแปลงร่างหนึ่งครั้งใช้เงินตั้ง 200 ล้าน ต่อให้เธอแปลงร่างได้จริงๆ… การเอาตัวเข้าแลกกับเจียงเช่อมันก็ดูจะไม่คุ้มค่าเงินขนาดนั้นเลย!

ถึงเธอจะหลงตัวเองอยู่บ้าง แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้ทำมาจากเพชร 200 ล้านต่อหนึ่งครั้ง? ต่อให้เผาเงินทิ้งเล่นเธอก็ยังคิดว่ามันแพงเกินไปอยู่ดี!

“พรืด—” เมื่อได้ยินสิ่งที่เหมียนเหมียนคิดในใจ เจียงเช่อก็อดขำออกมาไม่ได้

ยัยแมวป่านี่รู้จักประเมินตัวเองดีเหมือนกันแฮะ! แน่นอนว่าเขาไม่มีทางทุ่มเงินหลายร้อยล้านเพียงเพื่อจีบสาวหรอก วัตถุดิบยาแปลงกายชั่วคราวอย่างมากก็แค่ไม่กี่ล้านหยวนเท่านั้น

แต่ถึงจะแค่ไม่กี่ล้าน มันก็ยังเป็นจำนวนที่น่าตกใจอยู่ดี ดังนั้นเจียงเช่อคงไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายหนักขนาดนี้ทุกครั้งเพื่อให้เหมียนเหมียนแปลงร่างแน่ๆ

แต่อย่าลืมสิว่า… เจียงเช่อมีฟาร์มวิญญาณตั้งหลายแห่ง!

ในฟาร์มวิญญาณมีไอพลังวิญญาณสถิตอยู่ ซึ่งระดับของพลังนี้เหนือกว่าโลกทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด

แม้แต่ต้นผลอัคคีแดงพันปีที่เป็นสุดยอดสมบัติยังออกลูกได้ไวปานสายฟ้าแลบ นับประสาอะไรกับโสมธรรมดา ต้นผลอัคคีแดงว่ากันว่า 60 ปีออกลูกครั้งหนึ่ง แต่พอปลูกในฟาร์มวิญญาณ เดือนเดียวก็ออกลูกแล้ว—ประสิทธิภาพเหมือนนั่งจรวดชัดๆ

เจียงเช่อเป็นพวกลงมือทำทันที ทันทีที่ได้สูตรยาแปลงกายชั่วคราว เขาก็เริ่มปลูกโสม และตอนนี้ก็ผ่านไปครบหนึ่งเดือนพอดี

ในหนึ่งเดือนนั้น โสมธรรมดาที่ปลูกในฟาร์มวิญญาณแทบทั้งหมดได้กลายเป็นโสมอายุ 200 ปี ซึ่งมันเกินพอสำหรับสูตรยานี้!

นั่นหมายความว่าอีกประมาณครึ่งปี เขาจะได้สมุนไพรชั้นยอดอายุพันปีมาครอง

ถึงตอนนั้น เขาจะให้ยาแปลงกายถาวรกับซูเหมียนเหมียนได้จริงๆ แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น… เหมียนเหมียนก็ต้องอยู่ในร่างสาวหูแมวแบบจำกัดเวลาไปก่อน

“เหมียนเหมียน มีเรื่องหนึ่งที่ฉันสงสัยมานานแล้ว หวังว่าเธอจะช่วยไขข้อข้องใจให้ฉันหน่อยนะ” น้ำเสียงจริงจังของเจียงเช่อทำให้เหมียนเหมียนตัวเกร็ง

[แย่แล้ว ไอ้หมอนี่ต้องหาเรื่องรังแกฉันแน่ๆ แต่เอาเถอะ… เพื่อเห็นแก่เงิน 200 ล้าน ครั้งนี้ฉันจะยอมให้เขาสักครั้งละกัน]

เหมียนเหมียนกัดริมฝีปากเบาๆ มือเล็กๆ กุมปกเสื้อที่แทบจะปริออกเพราะทรวดทรงที่สมบูรณ์แบบของเธอไว้แน่น

เด็กสาวประหม่ามาก แม้เธอจะเคยแอบดู "ฉากสด" มาเยอะในร่างแมว แต่พอถึงคิวตัวเองมันคนละเรื่องเลย!

“ฉันแค่สงสัยน่ะเหมียนเหมียน… ว่าหางของเธอเนี่ย มันงอกออกมาจากตรงไหนกันแน่?”

“เธอคงได้ยินที่หว่านเอ่อร์พูดเมื่อกี้แล้วใช่ไหม มันงอกออกมาเองตามธรรมชาติ… หรือมันเป็นแบบเข้าลิ่มไม้กันแน่? ฉันถามเพราะความอยากรู้อยากเห็นจริงๆ นะ”

ซูเหมียนเหมียน : “……”

เมื่อเห็นสีหน้าใสซื่อจริงจังของเจียงเช่อ เหมียนเหมียนรู้สึกเหมือนสติกำลังจะพังทลาย

เธอคิดว่าเธอรู้ซึ้งถึงความหน้าด้านของเจียงเช่อดีแล้ว แต่ตอนนี้… เธอรู้แล้วว่าเธอยังใสซื่อเกินไป

คนอะไรจะถามเรื่องลามกได้ดูมีคุณธรรมขนาดนี้! มันทำให้เธอนึกถึงตอนที่เจียงเช่อพาเฉินหนิงส่วงไปฝึกวิชาในฟาร์มวิญญาณ ความหน้าด้านที่สร้างภาพว่าเป็นกิจกรรมจริงจังมันช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

ไอ้คนโรคจิต!

“นาย—” ใบหน้าของเหมียนเหมียนแดงก่ำ หางแมวสะบัดไปมาอย่างกระวนกระวาย ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด

ถึงใจจริงอยากจะปฏิเสธ แต่พอนึกถึงเงิน 200 ล้านที่เจียงเช่อจ่ายไป… เธอก็ต้องยอมใจอ่อน

...

“เชดโด้! มันคือหางแมวของจริงนี่นา!”

ความอยากรู้อยากเห็นของเจียงเช่อได้รับการตอบสนองแล้ว สาวหูแมวแบบนี้มีอยู่จริงแฮะ! หางนั้นงอกออกมาจากกระดูกข้อที่สามเหนือกระดูกก้นกบ สัมผัสนุ่มนิ่มและสบายมืออย่างยิ่ง

“เจียง… เจียงเช่อ ฉัน… ฉันว่าฉันกำลังจะติดสัดอีกรอบแล้วล่ะ”

เหมียนเหมียนเดินวนเวียนอย่างกระสับกระส่าย ใบหน้าแดงซ่าน ชัดเจนว่าหางเป็นจุดอ่อนไหวที่เต็มไปด้วยเส้นประสาทของเธอ

เจียงเช่อไหวไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เวลาของเธอจวนจะหมดลงแล้ว จากนั้นเขาก็ชูนิ้วขึ้นมานับถอยหลัง “สาม! สอง! หนึ่ง!”

เหมียนเหมียนแทบจะโผเข้าหาเจียงเช่ออยู่แล้ว แต่ในวินาทีต่อมา… แสงสว่างวูบหนึ่งระเบิดออก และสาวน้อยหูแมวผมเงินที่แสนงดงามก็หายวับไป

ซูเหมียนเหมียนกลับไปเป็นแมวแร็กดอลล์ตัวน้อยที่ดูน่าสงสารและไร้ทางสู้ แถมยังเป็นแมวแร็กดอลล์ที่กำลังอยู่ในช่วงติดสัดเสียด้วย

[เจียงเช่อ นายเป็นคนจุดไฟนี้ขึ้นมา นายต้องเป็นคนดับมันนะ]

เจียงเช่อ : “……”

ประโยคนี้มันเหมือนหลุดออกมาจากนิยายท่านประธานจอมเผด็จการยุคเก่าเลย : “แม่สาวน้อย เธอเป็นคนจุดไฟนี้เองนะ เธอต้องเป็นคนดับมันซะ~~~”

จู่ๆ เจียงเช่อก็มีความคิดแผลงๆ ขึ้นมา ถ้าเกิดในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มกับเหมียนเหมียนที่แปลงร่างอยู่ แล้วจู่ๆ เธอกลับคืนร่างเป็นแมวขึ้นมา… บ้าจริง ภาพในหัวมันสยองเกินรับไหว!

เจียงเช่อทนรับไม่ได้แน่นอน

“คราวหน้าฉันคงต้องใช้สมุนไพรเกรดสูงกว่านี้ปรุงยาแปลงกายซะแล้ว”

ด้วยสูตรและวิธีปรุงเดิม ยิ่งสมุนไพรเกรดสูงเท่าไหร่ ระยะเวลาในการแปลงร่างก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น

แน่นอนว่าสำหรับผู้ชายทั่วไป สองชั่วโมงน่ะเหลือเฟือ—เผลอๆ แค่สองนาทีก็เกินพอแล้วด้วยซ้ำ

แต่เจียงเช่อเป็นผู้ชายทั่วไปงั้นเหรอ?

[เจียงเช่อ ขอบใจนะ… ที่ทำความฝันของฉันให้เป็นจริง]

เหมียนเหมียนเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาเจียงเช่อพลางทำหน้าอ้อน

“หึ… คราวหน้าที่ฉันให้เธอแปลงร่าง ฉันจะคิดดอกเบี้ยทบต้นเลยล่ะ” เจียงเช่อยกยิ้มที่ดูชั่วร้ายขึ้นเรื่อยๆ

ซูเหมียนเหมียน : “……”

เมื่อเห็นเหมียนเหมียนเป็นแบบนี้ เจียงเช่อก็เลียริมฝีปาก ยาแปลงกายนี่มันน่ากลัวจริงๆ!

ถ้าเขาไปจับแมวตัวเมียตัวไหนมาตามถนนแล้วป้อนยานี้เข้าไป เขาจะได้สาวหูแมวมาครองเลยใช่ไหม?

แน่นอนว่าเจียงเช่อไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นที่จะบังคับแมวตัวเมียให้แปลงร่างมาเป็นภรรยา แต่ถ้าความสามารถนี้ตกไปอยู่ในมือของพวกตาแก่โรคจิตที่ไร้ศีลธรรม… มันคงเป็นฝันร้ายชัดๆ

ภายในรัศมีร้อยลี้ คงไม่มีแมวตัวเมียตัวไหนปลอดภัยอีกต่อไป!

นี่คือความบิดเบี้ยวของมนุษย์หรือความเสื่อมทรามของศีลธรรมกันแน่?

ทำไมแมวตัวเมียในละแวกบ้านถึงร้องโหยหวนไม่หยุด?

ทำไมสุนัขตัวเมียของเพื่อนบ้านถึงตั้งท้องอย่างปริศนา? และทำไมแม่หมูที่บ้านคนฆ่าสัตว์หวังถึงออกลูกมาทีเดียวแปดตัว?

“โชคดีนะที่พลังแบบนี้อยู่ในกำมือของคนที่มีคุณธรรมสูงส่งอย่างฉัน” เจียงเช่อถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

จบบทที่ บทที่ 279 + 280 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว