เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 269 + 270 (ฟรี)

บทที่ 269 + 270 (ฟรี)

บทที่ 269 + 270 (ฟรี)


บทที่ 269 : ระหว่างความรู้แจ้งกับกามารมณ์ เขาเลือกกามารมณ์

จางต้ากานสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ผมมีเรียงความที่เขียนด้วยภาษาจีนโบราณอยู่ฉบับหนึ่ง เนื้อหาของมัน... ผมไม่กล้าแม้แต่จะประเมินค่า พวกคุณลองมาดูด้วยตาตัวเองเถอะ”

สิ้นคำพูดของจางต้ากาน เหล่าผู้ตรวจข้อสอบหลายคนต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

“เรื่องจริงเหรอ? เขียนเรียงความด้วยภาษาโบราณเนี่ยนะ? ใครจะกล้าเล่นพิเรนทร์ขนาดนั้น หรือคิดว่าคะแนนเต็มมันได้มาง่ายๆ?”

“ฉันว่านักเรียนบางคนคงแค่อยากหาทางลัดหรืออยากโชว์เหนือ ถ้าไม่มีกึ๋นจริงก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ”

แน่นอนว่าต่อให้เขียนด้วยภาษาโบราณก็ใช่ว่าจะได้คะแนนดีเสมอไป บางทีอาจจะจบลงด้วยคะแนนศูนย์ด้วยซ้ำ

ทว่า... หลังจากที่พวกเขาได้อ่าน "บทความว่าด้วยครู" จบลง ทุกคนต่างตกอยู่ในอาการอึ้งกิมกี่ไม่ต่างจากจางต้ากาน แรงสั่นสะเทือนนั้นมันเกินจะบรรยายเป็นคำพูด

“เชดโด้! นี่มันฝีมือนักเรียนเขียนจริงๆ เหรอเนี่ย?”

“สวรรค์! ฉันต้องขออ่านซ้ำอีกรอบ!”

จางต้ากานขยับแว่นสายตาพลางเอ่ยเสียงสั่นว่าทั้งชีวิตนี้เขาก็ไม่มีทางเขียนบทความที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้

ห้องตรวจข้อสอบตกอยู่ในความโกลาหลทันที

“เดี๋ยวก่อน นักเรียนคนนี้อาจจะลอกมาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้นะ ลองเช็คดูสิ... ว่ามันเป็นงานออริจินัลหรือแค่เอามาปะติดปะต่อกัน?”

ผู้ตรวจคนหนึ่งเสนอขึ้นอย่างใจเย็น ถ้าเป็นงานตัดแปะก็เรื่องหนึ่ง... แต่ถ้าเป็นงานที่เขียนขึ้นใหม่เอง พรสวรรค์ของเด็กคนนี้จะน่ากลัวจนจินตนาการไม่ถึงเลย

ไม่นานนักผลการตรวจสอบออนไลน์ก็ทำเอาทุกคนช็อกซ้ำสอง

อัตราการซ้ำซ้อนของบทความนี้ต่ำกว่า 5%?

นั่นหมายความว่ามันเป็นงานที่เขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด!

มีนักเรียนเขียนภาษาจีนโบราณระดับนี้ได้ในห้องสอบเนี่ยนะ?

มันน่าขนลุกเกินไปแล้ว! เหล่าผู้ตรวจข้อสอบต่างทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งสายตาเลิ่กลั่กให้กัน

“เอาไงดี? จะให้กี่คะแนน? เราควรจะ... ให้คะแนนเต็มเลยไหม?”

ผู้ตรวจหญิงคนหนึ่งนิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะบอกให้ตามหัวหน้าทีมมา เพราะเรื่องนี้มันเกินขอบเขตอำนาจตัดสินใจของพวกเขา

ไม่นานนักหัวหน้าทีมตรวจข้อสอบก็เดินทางมาถึง

เขาเป็นชายวัยห้าสิบกว่าๆ ในมือถือกระติกน้ำร้อนพลางบ่นว่าพวกคุณจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา แค่คะแนนเต็มถึงกับต้องเรียกเขามาเชียวหรือ

ทว่าห้านาทีต่อมา แม้แต่สีหน้าของหัวหน้าทีมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“นี่... นี่คือนักเรียนเขียนจริงๆ เหรอ?”

“เดี๋ยวก่อน... ฉันต้องโทรศัพท์รายงานเบื้องบนแล้ว”

"บทความว่าด้วยครู" ที่หานอวี่ หนึ่งในแปดปรมาจารย์ร้อยแก้วถัง-ซ่งรังสรรค์ขึ้น คือผลงานระดับชิ้นโบว์แดงที่เหนือกาลเวลา

นี่ไม่ใช่แค่เรียงความ แต่มันคือการย่อส่วนวัฒนธรรมโลกเอาไว้ในบทเดียว

หากไม่ให้คะแนนเต็มก็คงเป็นการทรยศต่อสติปัญญาของมนุษย์แล้ว!

ในที่สุดหลังจากผ่านการประเมินหลายรอบ ผลการตัดสินก็เป็นเอกฉันท์นั่นคือ : คะแนนเต็ม!

และข่าวนี้ยังส่งไปถึงกรมการศึกษา แรงสั่นสะเทือนของ "บทความว่าด้วยครู" เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

...

ขณะเดียวกัน เจียงเช่อผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดกำลังรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ

“ตำราคณิตศาสตร์และฟิสิกส์นี่มันคือไอเทมระดับเทพชัดๆ เหมือนเป็นไป่ตู้เวอร์ชันอัปเกรดขั้นสูงสุดเลย!”

ตามที่ระบบบอก หากเขารู้แจ้งในตำราคณิตศาสตร์และฟิสิกส์อย่างสมบูรณ์ เขาจะกลายเป็นผู้รู้แจ้งในทุกสรรพสิ่ง

แม้จะเป็นเพียงชิ้นส่วน แต่ความรู้ที่มีอยู่ข้างในก็ล้ำหน้าเกินกว่าที่มนุษยชาติจะเข้าใจได้

เขาสามารถหาข้อพิสูจน์ที่สมบูรณ์ของข้อคาดการณ์โกลด์บัคได้ในนี้ด้วยซ้ำ

เจียงเช่อสามารถเลือกหลอมรวมกับชิ้นส่วนตำรานี้เพื่อกลายเป็นผู้รู้แจ้งทุกอย่างในชั่วข้ามคืน

แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ เพราะใครจะรู้ว่าเขาจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนหลังจากหลอมรวมไปแล้ว?

ความรู้แจ้งนั้นแฝงไปด้วยสภาวะของเทพเจ้า และราคาของพลังนั้นคือการสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปมาก—เขาจะกลายเป็นคนเย็นชา ไร้ความรู้สึก และขับเคลื่อนด้วยเหตุผลล้วนๆ

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจียงเช่อต้องการ เขามีสาวๆ อยู่รอบตัวตั้งเยอะแยะ และในอนาคตเขายังวางแผนจะเสพสุขนิรันดร์ไปกับพวกเธอ

ถ้าเขาไม่สามารถหาความสำราญจากตัณหาได้... เขายอมตายเสียยังดีกว่า

“แต่อย่างน้อย ตำราคณิตศาสตร์และฟิสิกส์นี่ก็เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก”

เจียงเช่อยกยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อนึกถึงเสินอวี่

ไอ้ของสิ่งนี้มันเหมือนสร้างมาเพื่อจัดการเสินอวี่โดยเฉพาะ เขาเพิ่งคุยโวใส่เธอไปหยกๆ แล้วตอนนี้เขาก็ดันได้ความสามารถระดับบั๊กนี่มาครอบครอง

เขาค้นหาข้อมูลในตำราคณิตศาสตร์และฟิสิกส์อย่างรวดเร็ว และพบคำตอบของปัญหาส่วนใหญ่ที่มนุษย์ยังแก้ไม่ได้

“เสี่ยวอวี่เอ่อร์ คราวนี้เธอหนีไม่พ้นแน่ หึๆๆ~”

เสียงหัวเราะของเจียงเช่อช่างดูชั่วร้ายนัก เขาไม่ใช่คนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอะไรหรอก เขาสนใจเรื่องผู้หญิงมากกว่าเรื่องความยิ่งใหญ่ของโลก

ระหว่างความรู้แจ้งกับกามารมณ์ เขาเลือกกามารมณ์!

...

บ้านตระกูลเจียงช่วงนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ

แม้แต่ไป๋เจี๋ย ยัยหนูจอมย้ำคิดย้ำทำก็กลับมาแล้ว

“เสี่ยวเจี๋ย ก่อนไปนี่แอบขโมยกางเกงในฉันไปใช่ไหม?”

เจียงเช่อปรายตามองกระเป๋าเป้ข้างหลังไป๋เจี๋ย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้างในนั้นต้องเต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวของเขาแน่ๆ

ก่อนเธอจะไปคราวก่อน เธอแอบฉกกางเกงในเขาไปตั้งเจ็ดแปดตัว เชื่อเขาเลยสิ!

นิสัยย้ำคิดย้ำทำของเธอถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่!

ไป๋เจี๋ยไม่ได้อธิบายอะไร ได้แต่ก้มหน้าและประสานมือไว้ข้างหลัง เธอสวมชุดเดรสลายดอกไม้และมัดผมแกละคู่ ดูใสซื่อเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสา

เจียงเช่อสังเกตว่าสไตล์ของเธอเริ่มจะเหมือนอวี้หว่านเอ่อร์เข้าไปทุกที

แผนการเล็กๆ ของไป๋เจี๋ยหนีไม่พ้นสายตาอันคมกริบของเจียงเช่อ เขาเอื้อมมือไปบีบแก้มเธอเบาๆ

“ไม่จำเป็นต้องไปเลียนแบบคนอื่นหรอก เธอคือเธอ... และสำหรับฉัน เธอจะเป็นคนที่พิเศษเสมอ”

พูดจบเจียงเช่อก็โน้มตัวลงจูบที่หน้าผากเนียนของไป๋เจี๋ยเบาๆ

“อื้อ~”

อารมณ์ของไป๋เจี๋ยสดใสขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจียงเช่อ

จากนั้นเธอก็ถอดกระเป๋าเป้ออกแล้วรูดซิปเปิด

“เจียงเช่อ ฉันขอโทษ... ฉันเอาเสื้อผ้านายไป แต่ฉันซักมันทุกครั้งหลังจากใช้เสร็จนะ”

ไป๋เจี๋ยพยายามอธิบายอย่างสุดชีวิต

เจียงเช่อ

“...”

ยัยหนู เธอพูดอะไรให้มันเคลียร์หน่อยสิ คำว่า "หลังจากใช้เสร็จ" นี่มันหมายความว่ายังไง! อธิบายมาเดี๋ยวนี้!

เมื่อมองดูชั้นในของตัวเองที่สีเริ่มซีดเพราะการซักที่บ่อยเกินไป เจียงเช่อก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาจินตนาการไม่ได้เลยว่าเสื้อผ้าของเขาต้องผ่านสมรภูมิอะไรมาบ้าง

“เจียง... เจียงเช่อ เรื่อง... เรื่องที่นายพูดเมื่อกี้ นับไหม?”

ไป๋เจี๋ยถามอ้อมแอ้ม

“เรื่องอะไรล่ะ?” เจียงเช่อถามอย่างสงสัย

“ที่นายบอกว่า... ไม่ต้องเลียนแบบคนอื่น ให้เป็นตัวของตัวเอง...”

“อื้ม ใช่สิ! เธอจะไปเลียนแบบคนอื่นทำไมล่ะ?”

ชัดเจนว่าไป๋เจี๋ยสนใจแค่ประโยคหลัง—การเป็นตัวของตัวเอง!

ก่อนที่เจียงเช่อจะทันตั้งตัว เด็กสาวก็โถมตัวเข้ากอดเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกเหมือนลูกแมวที่ได้เจอเจ้าของหลังจากจากกันไปนาน เธอเกาะติดเขาแน่นราวกับปลาหมึก

“เจียงเช่อ ฉันคิดถึงนายที่สุดเลย!!!”

บทที่ 270 : ความตกตะลึงของฉู่เทา โลกทัศน์พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

จะรับมือกับผู้หญิงสายยันเดเระหรือพวกจอมย้ำคิดย้ำทำอย่างไร?

นายน้อยเจียงเช่อทำให้ดูเป็นตัวอย่างผ่านการกระทำของเขาแล้ว!

ความน่ากลัวของสาวสายยันเดเระน่ะ สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับว่านาย (รัก↓) เธอมากพอหรือเปล่าไม่ใช่เหรอ?

ต่อหน้าเจียงเช่อ ไม่มีสาวคนไหนจะมาแผลงฤทธิ์ได้ทั้งนั้น ผู้ชายที่มีความสามารถรอบด้านอย่างเขาไม่เคยหวั่นเกรงแม่สาวจอมหมกมุ่นเพียงคนเดียว

ยิ่งห่างกันนานความรักยิ่งหวานล้ำ เจียงเช่อใช้เวลาทั้งวันพาไป๋เจี๋ยออกไปเดท

มันเหมือนกับการทำอาหาร การตุ๋นเนื้อในหม้อใหญ่แม้มันจะง่ายแต่มันก็ไหม้ได้ง่ายเหมือนกัน นานๆ ทีการได้ทำเมนูผัดผักบ้างก็ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี

ในฐานะเพลย์บอยตัวพ่อ เจียงเช่อพาเด็กสาวไปเดทในสถานที่ที่หลากหลาย

คนทั่วไปไปเดทกันที่ไหนล่ะ? สวนสนุก โรงภาพยนตร์ หรือห้างสรรพสินค้าและสวนสาธารณะ

แต่เจียงเช่อนั้นต่างออกไป เขาพาไป๋เจี๋ยไปกระโดดร่ม!

ความรู้สึกตอนดิ่งลงมาจากความสูงหลายพันเมตร ความระทึกใจตอนตกลงมาอย่างอิสระ... แม้จะเป็นถึงระดับปรมาจารย์ เจียงเช่อก็ยังสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นนั้น

ไป๋เจี๋ยกระโดดร่มไม่เป็น เจียงเช่อที่เป็นมือโปรจึงทำหน้าที่ไกด์คอยสอนเธอทีละขั้นตอน

พวกเขาถูกรัดติดกันเพื่อทำการกระโดดร่มแบบแทนเดม!

หลังจากร่อนลงพื้น ขาของไป๋เจี๋ยอ่อนแรงจนเดินไม่ไหวและต้องให้เจียงเช่ออุ้มเดิน

ในแง่นี้ ไป๋เจี๋ยยังสู้พี่สาวของเธออย่างไป๋เฉียงเวยไม่ได้อย่างเห็นได้ชัด

ไป๋เฉียงเวยที่เป็นอดีตทหารรับจ้างย่อมผ่านการฝึกกระโดดร่มมาอย่างโชกโชน

เจียงเช่อเคยพาเฉียงเวยไปกระโดดร่มมาแล้ว และมันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมาก พวกเขาเข้าขากันได้อย่างสมบูรณ์ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

“เจียงเช่อ หลังจากตั้งใจเรียนอย่างหนักในช่วงนี้ ฉันคิดว่าฉันน่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับนายได้นะ”

เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของไป๋เจี๋ย หัวใจของเจียงเช่อก็หล่นวูบ แย่แล้ว... เขาลืมบอกไป๋เจี๋ยเรื่องมหาวิทยาลัยที่พวกเขากะจะเข้าเรียนกันก่อนหน้านี้

ความจริงคะแนนเดิมของไป๋เจี๋ยก็ดีพอที่จะเข้ามหาวิทยาลัย Z ได้สบายๆ อยู่แล้ว

“เอ่อ... เสี่ยวเจี๋ย หลังจากคุยกันแล้ว พวกเราตัดสินใจว่าจะสมัครเข้ามหาวิทยาลัย Z ในเมืองนี้นะ”

สีหน้าของเด็กสาวแข็งค้างไปในทันที

มหาวิทยาลัย Z งั้นเหรอ?

แล้วความพยายามทั้งหมดที่เธอทุ่มเทอ่านหนังสือจนยกระดับคะแนนขึ้นมาได้ตั้งเยอะภายในสองเดือนล่ะ!

เธอรู้สึกว่าตัวเองสามารถเข้ามหาวิทยาลัยหยานได้สบายๆ ด้วยซ้ำ...

แต่ด้วยคะแนนเดิมของเธอ การเข้ามหาวิทยาลัย Z มันก็เป็นเรื่องง่ายอยู่แล้ว สรุปคือความเหนื่อยยากตลอดสองเดือนที่ผ่านมามันสูญเปล่าอย่างนั้นเหรอ?

เธอไม่ได้เสียใจเรื่องความพยายามที่เสียไปหรอก สิ่งที่เธอแคร์มากกว่าคือ... การที่ไม่ได้เจอหน้าเจียงเช่อเลยตลอดสองเดือนนั้นต่างหาก!

เจียงเช่อลูบผมไป๋เจี๋ยเบาๆ แล้วอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน เด็กสาวเที่ยวเล่นกับเขามาทั้งวันจนหมดแรงข้าวต้มไปเรียบร้อยแล้ว

ไป๋เจี๋ยไม่ได้เกิดมาในยุคที่รุ่งเรืองและยังเป็นเพียงคนธรรมดา ขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆ ของเจียงเช่อต่างก้าวเข้าสู่โลกของวรยุทธ์โบราณและกลายเป็นนักรบกันหมดแล้ว

“หึๆ... เจียงเช่อ แอบหนีออกไปเที่ยวเล่นลับหลังพวกเราอีกแล้วนะ”

อวี้หว่านเอ่อร์ที่นอนอยู่บนโซฟาเหลือบมองเจียงเช่อพลางเบะปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหมั่นไส้

โลลิตัวน้อยคนนี้ไม่เคยเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ต่อให้โดนสั่งสอนหนักแค่ไหน เธอก็จะกลัวได้แค่สามวัน—ตามสไตล์พวกเจ็บแล้วไม่จำ

หว่านเอ่อร์นั่งกินขนมดูละครน้ำเน่าอยู่บนโซฟา ขาสั้นๆ ของเธอพาดอยู่บนตักของเย่เมิ่งเหยา มีฉินเฉี่ยวเฉี่ยวนั่งอยู่ด้วย โดยปกติแล้วสาวๆ พวกนี้เข้ากันได้ดีมาก

เจียงเช่อไม่ต้องกังวลเรื่องการชิงดีชิงเด่นหรือการหึงหวงกันเองท่ามกลางพวกเขาเลย

“นี่ๆๆ อย่ามาจูบฉันด้วยปากที่ไปจูบผู้หญิงคนอื่นมานะ!”

อวี้หว่านเอ่อร์อารมณ์ไม่ดี เธอเริ่มอาละวาดพลางใช้ขาจิ๋วเตะใส่เจียงเช่อ

แต่เจียงเช่อคว้าข้อเท้าเธอไว้ได้ทันก่อนจะหิ้วเธอลอยขึ้นมาจากโซฟา

เหมือนหิ้วลูกไก่ตัวเล็กๆ

“จะทำอะไรน่ะ? ฉันจะตกลงไปแล้วนะ!”

การโดนจับห้อยหัวมันไม่สบายหรอก และนี่คือโลกแห่งความเป็นจริง—ไม่มีกระโปรงต้านแรงโน้มถ่วงหรอกนะ

ฟึ่บ ชุดนอนของหว่านเอ่อร์ตกลงมาปิดหน้าเธอ เผยให้เห็นเพียงเรียวขาจิ๋วที่เนียนนุ่มราวกับหยก

“ไอ้คนลามก ปล่อยฉันนะ ไอ้โรคจิตโลลิคอน!”

“ฮ่าๆๆ หยุดจี้เท้าฉันนะไอ้คนงี่เง่า ฮ่าๆๆๆ~~~”

หว่านเอ่อร์ผู้น่าสงสารถูกหิ้วออกไปแบบนั้นเอง

เย่เมิ่งเหยาดูเหมือนจะชินกับภาพนี้แล้ว “เดี๋ยวฉันไปลาหยุดให้หว่านเอ่อร์สักสามวันละกัน...”

ฉินเฉี่ยวเฉี่ยวเตือนเธออย่างอ่อนใจ

“เมิ่งเหยา พวกเราเรียนจบกันแล้วนะ”

เย่เมิ่งเหยา

“......”

“เอ่อ ที่บ้านยาแก้ปวดหมดแล้ว เดี๋ยวฉันออกไปซื้อมาให้หว่านเอ่อร์ละกัน”

“เข้าท่า!”

...

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของ ล้างผลาญเงิน 5 ล้านสำเร็จ และได้รับเงินคืนเป็นสองเท่า: 10 ล้าน]

“อย่างที่คิดไว้เลย การติดตามนายน้อยเจียงเช่อคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน!”

เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ฉู่เทาเพิ่งโชว์รวยฟาดหน้ากลุ่มลูกคนรวยให้หายแค้นด้วยเงินของเขา

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ... เฝิงเชี่ยนเชี่ยนรักแรกของเขาเริ่มเสียใจและอยากจะขอคืนดี แต่เขาปฏิเสธเธอไปอย่างไร้เยื่อใย

อย่างไรก็ตาม เขาและเฝิงเชี่ยนเชี่ยนอยู่ด้วยกันมาถึงแปดปี การเลิกรากันกะทันหันแบบนี้ทำให้เขารู้สึกว่างเปล่าข้างในลึกๆ

“งืออออ~~~ พี่ลิง ผมควรทำไงดี? ผมรู้สึกเหมือนยังลืมเธอไม่ได้เลย”

คนที่ยืนอยู่ข้างฉู่เทาคือชายหน้าตอบที่ดูคล้ายลิง ทำผมสไตล์พังค์แต่ใส่ชุดสูทภูมิฐาน

เขาคือเจ้าลิงนั่นเอง!

เจ้าลิงตบไหล่ฉู่เทาเบาๆ

“อย่าไปคิดมากเลยน้องชาย ผู้หญิงก็แค่คนเดียว ในทะเลยังมีปลาอีกตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องไปยึดติดกับดอกไม้ดอกเดียวด้วยล่ะ?”

ฉู่เทาสูดน้ำมูก เขารู้สึกว่าพี่ชายลิงคนนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องราวชีวิตเขียนอยู่บนใบหน้าเยอะเหลือเกิน

“พี่ลิง... พี่ต้องผ่านความรักมาเยอะมากแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ?”

“เปล่าเลย ฉันไม่เคยมีแฟนสักคน”

ฉู่เทา

“......”

พูดมาซะดิบดี ที่แท้ก็ไก่อ่อนเหมือนกันนี่หว่า!

“แต่น้องชาย บางครั้งการมีแฟนมันก็น่ารำคาญเกินไป เวลาผู้หญิงงอนน่ะมันทำให้คนประสาทเสียได้เลยนะ”

“เพราะฉะนั้น... คืนนี้ พี่ชายลิงคนนี้จะพานายไปเปิดหูเปิดตาเอง”

คำพูดของเจ้าลิงทำให้ดวงตาของฉู่เทาเป็นประกายขึ้นมาทันที

หรือว่า... หรือว่า... พี่ลิงจะพาผมไปสวรรค์ของชายชาตรี?

เขาเคยได้ยินเรื่องสถานที่แบบนั้นมาบ้างแต่ไม่เคยไปเหยียบเลยสักครั้ง

“พี่ลิง ผมมีเงินอยู่แสนหนึ่ง พี่ช่วยหาสาวสวยๆ ที่สะอาดสะอ้านให้ผมได้ไหม? ผมยังซิงอยู่นะ ไม่อยากให้ครั้งแรกต้องไปจบลงกับพวกแหล่งแพร่เชื้อ”

เจ้าลิงถึงกับอึ้งก่อนจะตบหัวฉู่เทาเข้าให้ฉาดใหญ่

“แกรู้เรื่องอะไรบ้างเนี่ย? ตามฉันมา... วันนี้ฉันจะพาไปเปิดโลกทัศน์ใหม่เอง ในเมื่อแกเพิ่งอกหักและฉันก็รู้สึกสงสาร เดี๋ยวฉันจะให้แกยืม”ภรรยา" ของฉันไปใช้สักสองสามวันละกัน...”

ฉู่เทาช็อกไปเลย

“พี่ลิง! พี่ลิง แบบนี้ไม่ดีมั้ง! ถึงผมจะมีใจแบบโจโฉ แต่ผมไม่ได้อยากเป็นโจโฉนะ!”

พี่ชายลิงคนนี้ใจกว้างเกินไปแล้ว! ถึงขั้นเสนอให้ยืมภรรยาไปใช้สองสามวันตั้งแต่แรกเจอเลยเหรอ?

จะไปหาพี่ใหญ่ที่ใจกว้างขนาดนี้ได้จากที่ไหนอีก?

ซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหล!

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ฉู่เทาก็ต้องยืนบื้อใบ้ไปเลย

จบบทที่ บทที่ 269 + 270 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว