เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 247 + 248 (ฟรี)

บทที่ 247 + 248 (ฟรี)

บทที่ 247 + 248 (ฟรี)


บทที่ 247 : ตัวตลกเฉินฮ่าว ฉันขาดเจียงเช่อไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

สนามหน้าบ้าน ใต้ต้นผลอัคคีแดงในฟาร์มวิญญาณ ร่างสีขาวนวลกำลังกลิ้งไปมาบนพื้นดินอย่างสนุกสนาน

[เมี๊ยว~~~ ฮูเร่!]

[ผลไม้พวกนี้อร่อยชะมัด! ได้มากลิ้งบนดินแบบนี้มันฟินยิ่งกว่ากัญชาแมวอีกนะเนี่ย อา~~~]

ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเจ้าแมวแร็กดอลล์ตัวน้อย ซูเหมียนเหมียน นั่นเอง เธอเพิ่งตื่นนอนก็โดนดึงดูดมาที่ฟาร์มวิญญาณแห่งนี้ทันที

ต้นไม้สามต้นที่ปลูกไว้เต็มไปด้วยผลไม้รสเลิศจนเธออดใจไม่ไหวต้องแอบสอยมากินลูกหนึ่ง

ยิ่งกว่านั้น ดินสีดำที่อุดมสมบูรณ์นี้ดูเหมือนจะมีสารบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นสุดขีดจนต้องลงไปนอนเกลือกกลิ้ง เธอรู้สึกว่าถ้าได้กินผลไม้พวกนี้ทุกวันและนอนในฟาร์มวิญญาณแห่งนี้ เธอจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ในที่สุด

แค่คิดเรื่องกลายร่าง... ซูเหมียนเหมียนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

[ซูเหมียนเหมียน เธอขโมยผลอัคคีแดงของฉันกินงั้นเหรอ?]

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูทำเอาซูเหมียนเหมียนสะดุ้งสุดตัว เธอกระโดดตัวลอยพลางตีลังกากลางอากาศหนึ่งตลบในฟาร์มวิญญาณ

[ป-เปล่านะ... ไม่ได้ทำ อย่ามาใส่ร้ายกันนะ!]

เจียงเช่อแค่นเสียงเหอะ

[หึ เดี๋ยวฉันจะจัดการกับเธอทีหลัง]

น่าปวดหัวชะมัด ถ้าไม่ติดว่ายัยนี่เป็นบุตรแห่งโชคชะตา เจียงเช่อคงส่งเธอไปให้สัตวแพทย์ทำหมันไปนานแล้ว

[ฉันไม่ได้ขโมยจริงๆ นะ นายต้องเชื่อฉันสิ~]

[เหอะ ฉันได้ยินสิ่งที่เธอคิดหมดแล้ว และคราวหน้า... กินเสร็จแล้วก็หัดเช็ดคราบน้ำผลไม้ที่ปากด้วยนะ]

ซูเหมียนเหมียน “......”

ซวยแล้ว โดนจับได้คาหนังคาเขาเลย!

ขณะเดียวกันที่หน้าประตูบ้าน เฉินฮ่าวกำลังจมอยู่ในจินตนาการของตัวเอง

เฉินฮ่าว : เจียงเช่อ ถ้าฉันตาย นายจะยอมปล่อยน้องสาวฉันไปไหม?

เจียงเช่อ : หึๆๆ (โอบเอวเฉินหนิงส่วง) ได้สิ ถ้าแกตาย ฉันจะปล่อยน้องสาวแกไป แต่แกกล้าเหรอ?

หนิงส่วง : ไม่นะ! (กรีดร้องสุดเสียง)~~~

เฉินฮ่าว : ตกลง นายห้ามคืนคำล่ะ หนิงส่วง... พี่จะเป็นพี่ชายที่รักเธอที่สุดตลอดไป (ฆ่าตัวตายและตายลง)

เจียงเช่อ : เห็นแก่ความเสียสละของพี่ชายเธอ ฉันจะยอมปล่อยเธอไปก็ได้!

แค่จินตนาการถึงฉากนี้ เฉินฮ่าวก็น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซึ้งใจตัวเอง “หนิงส่วง... ไม่ต้องห่วงนะ พี่มาช่วยเธอแล้ว ต่อให้ต้องสละชีวิตพี่ก็ยอม”

เฉินฮ่าวฉายแววมุ่งมั่นพลางกำหมัดแน่น ในช่วงที่เป็นรปภ. ที่เฉียงเซิ่งกรุ๊ป แม้เขาจะเป็นแค่ยาม แต่เขาก็ได้รับสิทธิพิเศษมากมายเพราะน้องสาวเป็นผู้หญิงของเจียงเช่อ

แต่สิทธิพิเศษพวกนั้นกลับทำให้เขาอยู่ไม่สุข! ทุกผลประโยชน์ที่เขาได้รับ มันเหมือนกระสุนที่เจียงเช่อระดมยิงเข้าใส่ร่างของหนิงส่วงไม่มีผิด!

ขณะที่เฉินฮ่าวกำลังเพ้อเจ้อเรื่องการเสียสละ ประตูคฤหาสน์ตระกูลเจียงก็เปิดออก!

เจียงเช่อเดินออกมาจากวิลล่าโดยมีมือหนาโอบเอวเฉินหนิงส่วงเอาไว้

เฉินฮ่าวหรี่ตาลงเล็กน้อย เริ่มแล้วสินะ! “เจียงเช่อ... ได้โปรดปล่อยน้องสาวฉันไป...”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ เฉินหนิงส่วงก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“พี่ มาทำอะไรที่นี่คะ?”

น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด

เจียงเช่ออุตส่าห์พาเธอออกมาฝึกวิชาแท้ๆ แต่เฉินฮ่าวกลับมาขัดจังหวะเสียนี่ น่ารำคาญชะมัด! “หนิงส่วง พี่มาช่วยเธอแล้ว!”

เฉินฮ่าวไม่สังเกตถึงความผิดปกติเลยสักนิด แววตาของเขายังคงมุ่งมั่น “พี่คะ...”

เฉินหนิงส่วงอึ้งไปพลางเข้าใจเจตนาของเฉินฮ่าวทันที เขาคงอยากจะพาเธอหนีไปจากเจียงเช่อสินะ?

แต่... พี่คะ พี่มาช้าไปแล้ว ตอนนี้ฉันขาดเจียงเช่อไม่ได้แล้ว!

ความคิดของเฉินหนิงส่วงนั้นเรียบง่าย ในเมื่อเธอลึกซึ้งกับเจียงเช่อไปแล้ว และเธอไม่ใช่คนที่จะไปนอนกับใครก็ได้ การอยู่ข้างกายเจียงเช่อก็ดูไม่เลวนัก

นอกจากความหื่นกามแล้ว เจียงเช่อก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น

“โอ้? นายอยากพาหนิงส่วงไปงั้นเหรอ?” เจียงเช่อยกยิ้มหยอกล้อ

“ใช่! เจียงเช่อ... ฉันรู้ว่าฉันสู้ปู่ของนายไม่ได้! แต่ฉันก็มาที่นี่! ฉันมาเพื่อน้องสาว!”

“นายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ? ชีวิตของฉัน... แลกกับอิสรภาพของหนิงส่วงได้ไหม?”

เฉินฮ่าวรู้สึกเหมือนฮีโร่ที่กำลังเผชิญหน้ากับบอสใหญ่เพียงลำพัง แต่เจียงเช่อกลับหัวเราะเยาะ พลังปราณระดับครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์ระเบิดออกมาจนอากาศรอบตัวสั่นสะเทือน

“นายมันโง่หรือเปล่า? ด้วยพลังของฉัน... จะฆ่านายมันง่ายยิ่งกว่าบี้มดเสียอีก นายเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?”

เฉินฮ่าว “......”

เจียงเช่อพูดไม่ออกจริงๆ ผ่านไปครึ่งปี เฉินฮ่าวก็ยังเพ้อเจ้อไม่เปลี่ยน

สีหน้าของเฉินฮ่าวเปลี่ยนไป เขาค่อยๆ ลดท่าทีลง “นายน้อยเจียงเช่อ หนิงส่วงไม่ได้ชอบนาย ความสัมพันธ์ที่บังคับกันมันไม่ยั่งยืนหรอกครับ”

“แต่มันเร้าใจดีนะ ผลไม้ที่โดนบังคับน่ะมันไม่ได้แค่ฉ่ำน้ำ แต่มันยังหวานสุดๆ อีกด้วย ฉันชอบแบบนี้แหละ”

เจียงเช่อตอบพร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยว

เฉินฮ่าวกัดฟันกรอดจนแทบแตก อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกหน้าเจียงเช่อให้เป็นชิ้นๆ แต่เขาต้องอดทน!

“นายน้อยเจียง ได้โปรดปล่อยหนิงส่วงไปเถอะครับ ถ้าท่านยอมปล่อยเธอ... ผมยอมทำทุกอย่างตามที่ท่านสั่งเลย”

เฉินฮ่าวคุกเข่าลงต่อหน้าเจียงเช่อดังปึ้ก

“เหอะ... ปล่อยหนิงส่วงไปงั้นเหรอ? ทำไมไม่ลองถามเฉินหนิงส่วงดูเองล่ะว่าเธอคิดยังไง?”

เจียงเช่อยิ้มพลางเหลือบมองเฉินหนิงส่วง มือหนาแอบบีบเนื้อนุ่มตรงเอวเธอเบาๆ

เฉินหนิงส่วงถลึงตาใส่เจียงเช่อด้วยความเคือง

[ไอ้คนลามก ถ้าฉันพูดตอนนี้... พี่ชายฉันไม่กลายเป็นตัวตลกไปเลยเหรอ?]

[อา ช่างเถอะ เป็นตัวตลกยังดีกว่าตายล่ะนะ]

เฉินหนิงส่วงถอนหายใจในใจ

จากนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป เธอเน้นมองเฉินฮ่าวด้วยสายตาดูแคลนอย่างชัดเจน

“พี่คะ กลับไปเถอะ ฉันไม่อยากไปจากนายน้อยเจียงแล้ว”

คำพูดนั้นเหมือนระเบิดที่บึ้มลงกลางใจของเฉินฮ่าว “หนิงส่วง... เธอพูดอะไรออกมาน่ะ? เธอไม่อยากไปจากเจียงเช่องั้นเหรอ?”

“เธอโดนเขาบังคับใช่ไหม? พี่รู้... เจียงเช่อต้องข่มขู่เธอด้วยเรื่องอะไรอีกแน่ๆ ใช่ไหม?” เฉินหนิงส่วงขมวดคิ้วเล็กน้อย

“นายน้อยเจียงไม่ได้ขู่ฉัน ฉัน... ฉันอยากอยู่ข้างกายเขาเอง”

“ท-ทำไมล่ะ?” ใบหน้าของเฉินฮ่าวซีดเผือด ถ้าส้องสาวไม่อยากหนีไปกับเขา เขาก็กลายเป็นไอ้โง่สมบูรณ์แบบเลยสิ?

เฉินหนิงส่วงทำหน้ากระอักกระอ่วน เธอจะบอกได้ยังไง... ว่าเธอติดใจสมรรถภาพทางกายของเจียงเช่อ?

“อะแฮ่ม ฉันหลงใหลในพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ที่เหนือชั้นของนายน้อยเจียงน่ะ ฉันเลยเต็มใจรับใช้ข้างกายเขา พี่คะ... กลับไปเถอะ อย่ามาหาฉันอีกเลย”

เฉินฮ่าวเซถอยหลังไปสองก้าว จ้องมองน้องสาวด้วยความไม่อยากเชื่อ เด็กสาวที่พิงไหล่เจียงเช่อด้วยสายตาที่อ่อนเชื่อม...

นี่ใช่คนเดียวกับน้องสาวที่เย็นชาและหยิ่งทะนงคนเดิมของเขาจริงๆ เหรอ?

“น้องพี่ พรสวรรค์ของพี่กลับมาแล้วนะ ตอนนี้พี่อยู่ขั้นแปรสภาพระดับกลางแล้ว พี่ปกป้องเธอได้แล้ว...” แต่เฉินหนิงส่วงกลับพูดไม่ออกหลังจากได้ยินคำพูดของเฉินฮ่าว

ขั้นแปรสภาพระดับกลางมันคืออะไรกัน? ตอนนี้เธอน่ะบรรลุขั้นปรมาจารย์ระดับกลางไปแล้วนะพี่ชาย!

พี่ชายจะทำอย่างไรเมื่อรู้ความจริง? และแผนการตกเสินอวี่ของเจียงเช่อจะไปถึงไหน?

บทที่ 248 : เฉินฮ่าวผู้มีบรรทัดฐานที่ยืดหยุ่น และกำหนดเวลาสามวันกับเสินอวี่

“พี่คะ... ฉันก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว และตอนนี้ตบะของฉันอยู่ที่ระดับปรมาจารย์ขั้นกลาง!”

พูดจบ เฉินหนิงส่วงก็ปลดปล่อยพลังออกมา พลังงานสีขาวนวลปะทุออกจากร่างกลายเป็นเกราะปราณที่แข็งแกร่ง

“ปะ... ปรมาจารย์?”

เฉินฮ่าวอึ้งกิมกี่ไปเลย

“พี่คะ เมื่อเดือนก่อนฉันยังอยู่แค่ขั้นแปรสภาพช่วงท้าย แต่นายน้อยเจียงช่วยหาทรัพยากรล้ำค่ามากมายมาให้... เพื่อช่วยให้ฉันทะลวงขั้น”

เฉินหนิงส่วงเหลือบมองเจียงเช่อด้วยความขัดเขิน สิ่งนั้น... ก็นับเป็นของล้ำค่าได้ใช่ไหมนะ?

อะแฮ่ม... หมายถึงผลอัคคีแดงน่ะ อย่าคิดลึก!

“เป็นไปได้ยังไง? หมอนี่จะช่วยเธอฝึกวิชาเนี่ยนะ? เขามันก็แค่...”

“พี่!!! กลับไปซะ ถ้าพี่ยังพูดจาไม่ดีถึงนายน้อยเจียงอีก ฉันจะไม่นับว่าพี่เป็นพี่ชายของฉันอีกต่อไป”

น้ำเสียงจริงจังของเฉินหนิงส่วงทำลายปราการทางใจด่านสุดท้ายของเฉินฮ่าวจนย่อยยับ

เขาไม่ได้โง่ น้องสาวของเขาคือพวกบ้าการต่อสู้มาแต่ไหนแต่ไร ใช้ขนมหลอกหนิงส่วงน่ะไม่ได้ผลหรอก แต่ถ้าเป็นทรัพยากรที่ทำให้เก่งขึ้นล่ะก็ ไม่แน่!

“หนิงส่วง...”

“ยังจะเรียกหนิงส่วงอีกเหรอ? นี่มันหนิงส่วงของฉันแล้ว ไสหัวไป!”

เจียงเช่อด่าอย่างรำคาญ

“ตงเอ๋อร์ ปิดประตู ส่งแขก!”

วินาทีต่อมา โลลิตัวน้อยผมเงินที่นั่งเหม่ออยู่ชั้นสามก็พุ่งลงมาถีบเข้าที่อกเฉินฮ่าวจนตัวปลิว

“ปัง—”

ประตูใหญ่ปิดสนิท

“แคกๆ... ไม่นะ...”

เฉินฮ่าวทำหน้าเหมือนโลกสลาย เขาไม่เคยจินตนาการถึงสถานการณ์นี้มาก่อนเลย

แต่เขาดูออกว่าสิ่งที่น้องสาวพูดคือความจริง หนิงส่วง... น้องสาวของเขาโดนเจียงเช่อใช้ผลประโยชน์ล่อลวงจนเสียคนไปแล้ว

จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นตัวตลกที่สมบูรณ์แบบ!

แต่ความเก่งของหนิงส่วงมันคือของจริง เป็นปรมาจารย์ได้ในเดือนเดียว? อย่าว่าแต่หนิงส่วงเลย... ขนาดเขายังอยากได้!

วินาทีนั้น เฉินฮ่าวตบขาตัวเองฉาดใหญ่!

เขาหันกลับไปตะกุยประตูที่ปิดสนิท “นายน้อยเจียง พี่เขย... จากนี้ไปเราคือครอบครัวเดียวกันนะ!”

“เปิดประตูเถอะ! ถึงนายจะเป็นพี่เขย แต่เราเรียกแยกกันได้ นายเรียกฉันน้องชาย ฉันเรียกนายน้อยเจียงไง”

บรรทัดฐานของเขายืดหยุ่นยิ่งกว่ายางยืดเสียอีก!

แต่เจียงเช่อไม่มีทางสนใจตัวตลกอย่างเฉินฮ่าวหรอก

“หนิงส่วง พี่ชายนี่เป็นคนยืดหยุ่นดีนะ?”

เฉินหนิงส่วงก้มหน้าด้วยความอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด

เธอประกาศตัดพี่ตัดน้องกับเฉินฮ่าวในใจไปเรียบร้อยแล้ว!

“แต่คืนนี้เธอทำตัวดีมาก เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะพาเธอไปฝึกวิชา” เจียงเช่อตบไหล่เธอเบาๆ

เฉินหนิงส่วงก้มหัวต่ำกว่าเดิมพลางอ้อมแอ้มตอบ

“วันนี้ฉันเพิ่งทะลวงขั้น พลังยังไม่ค่อยเสถียร พลังที่นายถ่ายทอดมาให้ฉันยังย่อยไม่หมดเลย... คืนนี้พักก่อนเถอะนะ...”

ระหว่างเดินผ่านต้นผลอัคคีแดง เจียงเช่อถึงกับเส้นเลือดปูดที่หน้าผากเมื่อเห็นฟาร์มวิญญาณโดนขุดจนเละเทะ

[ซูเหมียนเหมียน ออกมาเดี๋ยวนี้!]

“เมี๊ยว~~~”

ซูเหมียนเหมียนเดินนวยนาดออกมาพลางเอาหัวถูขากางเกงเจียงเช่อ

[ยอมรับก็ได้... ฉันแอบกินผลไม้ของนายไป แต่ฉันมีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มาบอกนะ!]

[ฉันพบว่าดินดำนี่มีพลังวิเศษ พออยู่ใกล้ๆ แล้ววิญญาณฉันมันแจ่มใสมาก ฉันรู้สึกรางๆ ว่าจะกลายร่างเป็นมนุษย์ได้แล้วล่ะ]

“เหอะ นึกว่าเรื่องใหญ่อะไร!”

เจียงเช่อแค่นเสียง

ก็นี่มันฟาร์มวิญญาณนี่นา ในยุคที่ไร้พลังวิญญาณแบบนี้ นี่คือที่เดียวที่มีพลังหนาแน่นที่สุด

ถ้ายัยแมวนี่กินผลอัคคีแดงทุกวันและนอนในนี้ เธออาจจะกลายเป็นสัตว์อสูรและกลายร่างเป็นมนุษย์ได้จริงๆ

“ซูเหมียนเหมียน เธอต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะ เธอเป็นคนอยากกลายร่างเอง ฉันไม่ได้บังคับ!”

จู่ๆ ซูเหมียนเหมียนก็เดินนวยนาดอย่างยั่วยวนพลางเอาหางสะบัดใส่เจียงเช่อ

[คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ? นายก็รอวันที่ฉันจะกลายร่างเหมือนกันนั่นแหละ]

[ไอ้โรคจิตคลั่งขนฟู ชาติก่อนฉันเป็นถึงดาวมหาลัยเลยนะจะบอกให้ ถ้าฉันกลายร่าง... มีหูแมวนุ่มนิ่ม หางฟูๆ ผมเงินแกละคู่กับหน้าสวยๆ... หึๆ นายได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแน่]

เจียงเช่อ : “...”

เชดโด้ ยัยนี่รู้ทัน!

[ช่วยฉันกลายร่างสิ แล้วฉันจะยอมให้นาย 'จัด' ครั้งหนึ่ง ดีลไหม? คุ้มนะ?]

เห็นเจียงเช่อนิ่งไป ซูเหมียนเหมียนก็คิดครู่หนึ่งแล้วเสริม

[สองครั้งก็ได้? ไม่เอา... สามครั้ง!]

[ถ้านายว่าไม่คุ้ม ฉันยอมเป็นสาวใช้หูแมวให้นายเดือนหนึ่งเลยเอ้า!]

[แต่ห้ามเกินนี้นะ! ฉันก็ต้องการอิสระเหมือนกัน]

ดูเอาเถอะ ยัยแมวนี่พยายามจะกลายร่างขนาดไหน!

“ซูเหมียนเหมียน เธอใจกล้าไม่เบานะ กล้ามาต่อรองกับฉันเหรอ? ผู้หญิงรอบตัวฉันตั้งเยอะแยะ ฉันจำเป็นต้องง้อสาวหูแมวอย่างเธอด้วยเหรอ?”

เจียงเช่อคว้าหางซูเหมียนเหมียนยกขึ้นกลางอากาศ

“เฮ้! เฮ้! อย่าดึงหางสิ! มันอ่อนไหวนะ! เจ็บ!”

การเจรจาลับล้มเหลวไม่เป็นท่า!

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

กำหนดนัดสามวันกับเสินอวี่มาถึงอย่างรวดเร็ว

นายน้อยเจียงกลับไปที่โรงเรียนอีกครั้ง

พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะเสินอวี่อยู่ที่นี่ เจียงเช่อไม่มีวันเหยียบมาที่โรงเรียนเด็ดขาด

สู้นอนกกสาวๆ อยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ?

“นี่ เจียงเช่อคนเหม็น นายจะไปโรงเรียนเพื่อจีบเสินอวี่อีกแล้วใช่ไหม?”

อวี้หว่านเอ่อร์พูดพลางแอบหยิกต้นขาเจียงเช่อ แม้โลลิตัวน้อยจะกลายเป็นยอดฝีมือขั้นเร้นลับแล้ว แต่ผิวเจียงเช่อหนามากจนเธอหยิกไม่เข้า

เจียงเช่อยกยิ้มพลางบีบแก้มยุ้ยๆ ของเธอแล้วหอมไปฟอดใหญ่

อวี้หว่านเอ่อร์ถูกเลี้ยงดูอย่างดีจนหน้าเริ่มกลมเหมือนซาลาเปาน้อยๆ แล้ว

“อย่ามาหอมนะ ตัวเหม็น!”

เด็กสาวทำหน้ายู่ใส่

“ฉลาดนะเนี่ย ทายถูกเป๊ะ! แต่ไม่มีรางวัลให้หรอก”

“รู้อยู่แล้วไอ้คนลามก! แต่นายไม่มีวันจีบเสินอวี่ติดหรอก ฉันรู้จักนิสัยยัยนั่นดี ยัยนั่นไม่มีพ่อแม่ ไม่มีจุดอ่อน และมีเหตุผลจนน่ากลัว”

เจียงเช่อยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “งั้นมาพนันกันไหมล่ะ?”

โลลิตัวน้อยขมวดคิ้ว “พนันอะไร?”

เจียงเช่อโน้มตัวไปกระซิบข้างหูอวี้หว่านเอ่อร์ไม่กี่คำ ใบหน้าเธอแดงก่ำทันทีพลางถดตัวหนี

[ไอ้โรคจิต!!!]

“หึๆ ฉันทำให้เสินอวี่เต็มใจจูบฉันได้ เธอเชื่อไหมล่ะ?”

อวี้หว่านเอ่อร์หัวเราะพลางเท้าสะเอว “ฝันอยู่เหรอ? หรือว่าไอ้ยักษ์จอมหื่นนี่จะบ้ากามจนสมองกลับไปแล้ว?”

แต่ยังพูดไม่ทันจบเธอก็รีบหุบปาก เพราะการยั่วโมโหเจียงเช่อไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 247 + 248 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว