- หน้าแรก
- เมื่อวายร้ายเลิกคลั่งรัก โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป ผมกลายเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์
- บทที่ 199 + 200 (ฟรี)
บทที่ 199 + 200 (ฟรี)
บทที่ 199 + 200 (ฟรี)
บทที่ 199 : พี่เฉียงโชว์เทพ
หลังจากตระกูลเย่จากไป อาจารย์ทั้งสองของหลินอวี่ก็เดินเข้าไปหาเขา "หลินอวี่ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"
หลินเสี่ยวเทียนมองดูอดีตศิษย์ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ใครจะคิดว่ามังกรหนุ่มผู้โอหังจะตกต่ำถึงเพียงนี้ในเวลาแค่ครึ่งปี
"หึๆ... พวกคุณก็รู้ว่าใครเป็นคนทำไม่ใช่เหรอ? แล้วพวกคุณกล้าไปแก้แค้นให้ฉันไหมล่ะ?"
คำพูดนี้ทำเอาหลินเสี่ยวเทียนและโจวเสวี่ยเหมียนิ่งเงียบไปทันที เพราะพวกเขารู้ดีว่าไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องนายน้อยเจียง
..
"แต่เธอยังเป็นศิษย์ของฉันนะ ต่อให้เธอจะพิการ... แต่เธอก็จะไประเริงกับผู้ชายแบบนี้ไม่ได้!"
หลินเสี่ยวเทียนชี้หน้าด่าพี่เฉียงที่ยืนอยู่ข้างๆ จนพี่เฉียงต้องเกาหัวล้านอย่างเคอะเขิน
เขารู้สึกเหมือนหนุ่มยากจนที่กำลังโดนแม่ยายจอมจู้จี้ซักไซ้อย่างไรอย่างนั้น ส่วนหลินอวี่... เธอเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างไม่แยแส
"พวกคุณกลับไปเถอะ ถือซะว่าฉันไม่ใช่ศิษย์ของพวกคุณอีกต่อไปแล้ว" พูดจบเธอก็หันไปหาเย่เหลียงเฉิน สะบัดแส้ในมือฟาดเข้าใส่เขาทันที
เย่เหลียงเฉิน : "......" "นี่เธอเอาฉันเป็นที่ระบายอารมณ์หรือไงฮะ?!"
..
การที่มีผู้หญิงรายล้อมเยอะเกินไปมันเป็นยังไง? สำหรับเจียงเช่อแล้ว... มันคือความเจ็บปวดที่แสนหวาน
เขามีพันธะหัวใจเยอะเกินไปจริงๆ อยู่ที่บ้านต้องคอยเอาใจอวี้หว่านเอ่อร์ เย่เมิ่งเหยา และฉินเฉี่ยวเฉี่ยว ส่วนข้างนอกเขาก็ยังต้องดูแลตำรวจสาวอย่างหวังเยี่ยนหรานด้วย
เพราะการรักษาความสัมพันธ์ต้องใช้เวลา ไม่อย่างนั้นประกายไฟที่อุตส่าห์จุดติดอาจจะมอดดับไปได้ง่ายๆ
"พี่เยี่ยนหราน ฉันทำมื้อเที่ยงมาฝากเธอด้วยนะ"
..
เจียงเช่อแวะไปที่สถานีตำรวจแล้วยื่นกล่องข้าวให้เธอ เซอร์ไพรส์นี้ทำเอาหวังเยี่ยนหรานทำตัวไม่ถูก เพื่อนตำรวจรอบข้างต่างพากันแซวไม่หยุด
ใบหน้าสวยของเธอแดงระเรื่อพลางถลึงตาใส่เจียงเช่อ
[เจียงเช่อ ไอ้เด็กนี่ตั้งใจชัดๆ มาทำประเจิดประเจ้อต่อหน้าเพื่อนร่วมงานแบบนี้... หึ]
ถึงจะบ่นในใจ แต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกประทับใจมาก
"เธอ... เธอไม่ต้องลำบากมาเองก็ได้ ฉันสั่งเดลิเวอรี่เอาได้"
..
หวังเยี่ยนหรานหน้าแดงซ่าน!! ภาพนี้ทำเอาตำรวจทั้งสถานีตกตะลึง ใครจะคิดว่าตำรวจสาวผู้เย็นชาก็มีมุมเขินอายแบบผู้หญิงตัวเล็กๆ กับเขาด้วย?
"พี่เยี่ยนหราน ถ้าเธอไม่ชอบ... วันหลังฉันจะไม่มาแล้วนะ~"
"ไม่นะ——"
พูดจบเธอก็รีบก้มหน้า ย่ำเท้ากับพื้นด้วยความเขินอาย
"หึ... ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ" เจียงเช่อเม้มปากยิ้ม
การที่เขาเอาอาหารมาส่งนี่เรียกว่า "ตัวสำรอง" หรือเปล่า?
ไม่มีทาง! ตัวสำรองคือพวกที่ทำดีอยู่ฝ่ายเดียวจนน่าสมเพชเหมือนตัวตลก แต่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงคือการพยายามของทั้งสองฝ่าย!
..
"งั้น... พี่เยี่ยนหรานรีบกินซะนะ นี่คิอข้าวกล่องที่ฉันตั้งใจทำมาให้เธอ เต็มไปด้วยความรักเลยนะ" เจียงเช่อโบกมือลาแล้วรีบจากไป
พอเขาไปแล้ว สถานีตำรวจก็เต็มไปด้วยเสียงแซว "ว้าย~~~ บรรยากาศสีชมพูมาเต็มเลย ข้าวกล่องแห่งความรัก... แหวะ"
เพื่อนสนิทของเธอแกล้งล้อเลียนจนหวังเยี่ยนหรานต้องถลึงตาใส่ "โม่โม่ อยากโดนดีใช่ไหม?"
แต่พูดตามตรง เธอรู้สึกอุ่นใจจริงๆ
[หึ ยัยเด็กแสบ มีสาวๆ ล้อมรอบขนาดนี้ยังจะมาตามจีบฉันอีกเหรอ? คิดว่ามุกจีบสาวตื้นๆ แบบนี้จะชนะใจฉันได้งั้นเหรอ?]
..
เธอยังคิดว่าเจียงเช่อเป็นแค่เด็กน้อยที่ยังไม่รู้จักโลก แต่พอเปิดกล่องข้าวออกมา กลิ่นหอมหวนก็พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที
กลิ่นนั่นตลบอบอวลไปทั่วสถานี จนเพื่อนตำรวจที่กำลังหิวโซต้องกลืนน้ำลายตามๆ กัน
ด้วยทักษะเชฟระดับ SSS อาหารของเจียงเช่อจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันกระตุ้นความหิวของทุกคนได้อย่างรุนแรง
"อึก~" หวังเยี่ยนหรานเองก็อดใจไม่ไหว แม้จะเป็นเพียงอาหารบ้านๆ แต่มันกลับดูน่ากินและสีสวยจนน้ำลายสอ
"โห หอมจังเลยพี่เยี่ยนหราน ขอกินคำนึงได้ไหม? คำเดียวเอง!"
แต่แน่นอนว่าหวังเยี่ยนหรานทำหน้าตึงใส่ทันที
"ปึ้ง!" เธอปิดกล่องข้าวด้วยความรวดเร็ว แล้วเดินเชิดหน้าเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปทันที
..
หวังเยี่ยนหรานนั่งกินข้าวคนเดียวพลางอมยิ้มอย่างมีความสุข "หึ เจียงเช่อ ไอ้เด็กนิสัยเสียคนนี้ทำอาหารเก่งไม่เบาเลยแฮะ"
..
"โอ้? ตระกูลเย่กับคนของหลินอวี่ตีกันเองเหรอ?" เมื่อเจียงเช่อได้รับข่าวจากพี่เฉียง เขาก็แทบจะหลุดขำออกมา
พระเอกสองคนตีกันเพื่อแย่งสิทธิ์ในตัวเย่เหลียงเฉิน สุดท้ายฝั่งหลินอวี่ก็ชนะเพราะมีอาจารย์ระดับปราณเทวะหนุนหลัง เย่เหลียงเฉินช่างน่ารันทดจริงๆ
เขายังไม่ทันได้เจอหน้าเจียงเช่อเลยด้วยซ้ำ แต่กลับโดนทรมานจนปางตายขนาดนี้
"ดูท่าหลินอวี่กับพี่เฉียงจะรักกันจริงแฮะ ฉันไม่ได้ตั้งใจแต่ดันไปเป็นพ่อสื่อให้เฉยเลย ฉันนี่มันคนดีจริงๆ"
เจียงเช่อหัวเราะอย่างชั่วร้าย "เหอะๆๆๆ" จนซูเหมียนเหมียนในอ้อมแขนถึงกับสะดุ้ง
[ไอ้คนเลว นายต้องกำลังคิดแผนชั่วอยู่แน่ๆ! ฉัน ซูเหมียนเหมียน มองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว]
..
เจียงเช่อ : "......"
ให้ตายเถอะ ทำไมซูเหมียนเหมียนปากคอเราะร้ายขนาดนี้ อวี้หว่านเอ่อร์แค่ด่าว่าปลาเน่า แต่เธอด่าว่าไอ้คนเลวเลยเหรอ?
"ทำไมแมวตัวนี้ดื้อจังนะ? ฉันได้ยินมาว่าแมวตัวเมียจะเรียบร้อยขึ้นหลังจากมีลูก พรุ่งนี้ฉันจะหาแมวตัวผู้มาให้เธอสักสองสามตัวดีกว่า"
ซูเหมียนเหมียน : "w(゚Д゚)w"
[นี่ฉันยังไม่เรียบร้อยพออีกเหรอ? ฉันน่ะกุลสตรีสุดๆ แล้วนะ!]
[เดี๋ยวนะ! เดี๋ยวๆๆ! หรือว่าไอ้หมอนี่จะได้ยินสิ่งที่ฉันคิดจริงๆ?!]
..
บทที่ 200 : เจ้าแมวน้อยจอมป่วน เจียงเช่อหยิบผลอัคคีแดงออกมาล่อ
ซูเหมียนเหมียนเริ่มรู้สึกเอะใจ เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ดูเหมือนทุกครั้งที่เธอด่าเจียงเช่อในใจ หมอนี่จะมีการตอบสนองในทางลบกลับมาหาเธอเสมอ
ถ้าครั้งสองครั้งอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ... แต่ถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำๆ ล่ะ?
เห็นได้ชัดว่าซูเหมียนเหมียนที่เป็นบุตรแห่งโชคชะตามีไอคิวสูงกว่าเฉินหนิงส่วง
รายนั้นก็โดนลงโทษบ่อยเพราะแอบด่าเจียงเช่อในใจเหมือนกัน แต่ไม่เคยคิดจะขุดคุ้ยหาความจริงเลย
"หรือว่า... เขาจะได้ยินสิ่งที่ฉันคิด? หรือเขามีสัมผัสที่หก?"
ซูเหมียนเหมียนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างหนัก ถ้าเธอเดาถูก ฐานะคนข้ามมิติของเธอ... จะไม่ถูกเปิดโปงหมดเปลือกเลยเหรอ?
แถมหลายคืนที่ผ่านมา... เธอยังอาศัยร่างแมวแอบดูเจียงเช่อกับผู้หญิงของเขาจากหัวเตียงทุกคืนเลยด้วย...
ฉิบหายแล้ว! เขาจะได้ยินที่ฉันบ่นไหมเนี่ย? ถ้าจริงนี่มันคือการตายทางสังคมขั้นสูงสุดเลยนะ!
..
"ไม่หรอกๆ! เขาไม่น่าจะได้ยินสิ่งที่ฉันคิดหรอก..."
ซูเหมียนเหมียนพยายามปลอบใจตัวเองในใจ แต่เธอก็ยังไม่วางใจ เลยแอบชำเลืองมองเจียงเช่อแล้วลองของดูสักหน่อย
[ฮัลโหล?]
[ไอ้คนเฮงซวยเอ๊ย! ไอ้กองขยะพิษเคลื่อนที่!]
เมื่อเห็นว่าเจียงเช่อไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ซูเหมียนเหมียนก็เริ่มด่าในใจหนักขึ้น
[โถ่เอ๊ย กระจอกว่ะ มีผู้หญิงล้อมรอบขนาดนี้ นายจะเอาปัญญาที่ไหนไปรับมือไหว?]
[ถ้าได้ยินสิ่งที่ฉันคิด ก็เดินมาต่อยฉันเลยสิ! ลองดูสิ...]
[ไอ้คนขี้แพ้ นายมันพวกนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ!]
เจียงเช่อ : "......"
เจอคำท้าทายที่ไร้ขอบเขตขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เจียงเช่อจะไม่โมโห
..
เธอจะด่าว่าฉันขี้เหร่หรือไร้การศึกษาก็ได้ แต่จะมาดูถูกว่า "สั้นและเร็ว" ไม่ได้เด็ดขาด!
แน่นอนว่า... เจียงเช่อไม่ได้เก็บคำพูดของซูเหมียนเหมียนมาใส่ใจจริงๆ
เพราะคำพูดลอยๆ มันทำอะไรเขาไม่ได้ และเขารู้ว่าซูเหมียนเหมียนแค่พยายามยั่วโมโหเพื่อทดสอบว่าเขาได้ยินเสียงในใจเธอจริงไหม ต่อหน้าการยั่วยุนี้ เจียงเช่อเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ
ขนาดอวี้หว่านเอ่อร์ยังไม่กล้าแหย่ฉันขนาดนี้เลย เธอหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!
ในฐานะบุตรแห่งโชคชะตา เธอต้องมีวันที่กลายร่างเป็นมนุษย์ได้แน่ ต่อให้เป็นแค่สาวหูแมว... ถึงตอนนั้นเธอจะได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวด!
อดทนไว้... สุภาพบุรุษล้างแค้นสิบปีก็ยังไม่สาย!
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว?"
ซูเหมียนเหมียนเริ่มงง
[ทำไมเขาเดินหนีไปล่ะ? หรือว่า... เขาจะไม่ได้ยินจริงๆ?]
[ก็น่าจะใช่ ถ้าได้ยินเขาคงเดินมาซ้อมฉันไปแล้ว สงสัยฉันจะตีค่าเขาโตเกินไป (ถอนหายใจอย่างโล่งอก)]
..
[เข้าใจแล้ว ไอ้คนเลวนี่คงแค่ชอบแกล้งแมวเฉยๆ นิสัยเสียจริงๆ...]
ขณะที่บ่นพึมพำ ซูเหมียนเหมียนก็เริ่มหิวอีกครั้ง แต่พอเดินไปที่ชามอาหาร เธอก็ต้องอึ้ง
อาหารแมวในชามสีชมพูเล็กๆ ของเธอมัน... หายวับไปหมดเลย? ใช่แล้ว... อาหารหมดเกลี้ยง
ด้วยกระเพาะที่หลุมดำของเธอ ซูเหมียนเหมียนต้องกินอาหารทุกชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเธอจะหิวโซ ดูเหมือนว่า... นี่จะเป็นบทลงโทษจากเจียงเช่อ
[หึ~ ฉันไม่อยากกินอาหารแมวของนายอยู่แล้ว! คิดว่าฉันอยากกินนักหรือไง?]
ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ซูเหมียนเหมียนเดินเชิดหน้าจากไปท่าทางเยื้องย่างแบบแมวผู้สูงศักดิ์ ครึ่งชั่วโมงต่อมา—
ซูเหมียนเหมียนนอนหมดสภาพอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น สายตาของเธอเหลือบไปเห็นตงเอ๋อร์ที่กำลังนั่งเหม่อมองกระถางต้นไม้ เธอประทับใจในความน่ารักของเด็กสาวผมเงินตาม่วงคนนี้มาก
..
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~~~"
ซูเหมียนเหมียนเดินเข้าไปหาตงเอ๋อร์ พยายามอ้อนวอนขออาหารด้วยมโนธรรมที่เหลืออยู่
ตงเอ๋อร์เอียงคอพิจารณา ก่อนจะอุ้มซูเหมียนเหมียนขึ้นมากอดไว้แน่น
[นี่ๆ... อย่าเอาแต่กอดสิ เอาของกินมาให้ฉันหน่อยไม่ได้หรือไง? ฉันจะหิวตายอยู่แล้ว!]
[ขอขนมสักนิดก็ยังดี... ไม่ให้กินแต่อยากจะมาลูบเนี่ยนะ?]
[ดูนี่นะ ฉันจะดิ้นเป็นปลาขาดน้ำเลย—ดิ้นสุดชีวิต!]
อนิจจา ด้วยทักษะแมวสามขาของซูเหมียนเหมียน เธอไม่มีทางหนีพ้นอ้อมกอดของตงเอ๋อร์ไปได้ ใช่แล้ว ทักษะแมวสามขาจริงๆ
หลังจากหนีรอดมาได้ ซูเหมียนเหมียนก็ไปหาอวี้หว่านเอ่อร์ อวี้หว่านเอ่อร์เป็นคนใจดี
เธอเดาใจเจ้าแมวน้อยออกเลยแอบป้อนคุกกี้ให้กินนิดหน่อย แต่จากนั้นอวี้หว่านเอ่อร์ก็อุ้มเธอขึ้นมาลูบไม่หยุดเหมือนกัน
..
[เออๆ... ฉันยอมให้ลูบแป๊บนึงก็ได้ แค่แป๊บเดียวเท่านั้นนะ...]
หลังจากเดินเร่ร่อนอยู่ชั่วโมงหนึ่ง สุดท้ายซูเหมียนเหมียนก็กลับมาหมอบอยู่ที่เท้าของเจียงเช่อ
เธอรู้ซึ้งแล้วว่าอาหารแมวนี่แหละดีที่สุด และเธอก็หาทั่วคฤหาสน์ตระกูลเจียงแล้วแต่ไม่เจอเลยสักเม็ด
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~~~"
ซูเหมียนเหมียนงับขากางเกงเจียงเช่อเบาๆ หวังจะปลุกมโนธรรมในใจเขาให้ตื่นขึ้น
เจียงเช่อแสยะยิ้ม แน่นอนว่าเธอไม่มีทางหาเจอหรอก เพราะเขาเก็บมันไว้ในมิติหยกหมดแล้ว
จากนั้นเขาก็หยิบผลไม้สีแดงสดออกมาหนึ่งลูก ทันทีที่เห็นผลไม้ดวงตาของซูเหมียนเหมียนก็จ้องเขม็ง
ทุกเซลล์ในร่างกายของเธอเรียกร้องให้... กระโดดเข้าไปขย้ำผลไม้นั่น แต่ด้วยอำนาจมืดของจอมเผด็จการเจียงเช่อ... เธอจึงต้องข่มใจไว้
[ผลไม้อะไรน่ะ? หอมจัง... อยากกินจังเลย]
..
[หึ ไอ้คนเจ้าเล่ห์ เอาของดีมาล่อลวง... ไม่ใช่คน... แต่เป็นแมวสินะ]
ซูเหมียนเหมียนเดินวนรอบเท้าเจียงเช่อ สะบัดหางไปมา แถมยังเอาตัวไปถูไถขากางเกงเขาเป็นระยะ "หึ... ยัยแมวช่างยั่ว"
ซูเหมียนเหมียน : "......"
เจียงเช่อคิดว่าในเมื่อผลอัคคีแดงเป็นของล้ำค่าที่ช่วยแม้กระทั่งผู้ฝึกวรยุทธ์ มันต้องเป็นสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับซูเหมียนเหมียนแน่นอน
ในขณะเดียวกัน เขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องการกลายร่างของเธอ
ปกติแล้วในฐานะบุตรแห่งโชคชะตา เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเป็นแมวตลอดไป เธอต้องกลายร่างได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
เจียงเช่อกัดผลไม้ไปสองสามคำ ก่อนจะโยนผลอัคคีแดงที่เหลือครึ่งลูกไปตรงหน้าซูเหมียนเหมียน
"อยากกินเหรอ? เอาไปสิ!"
ซูเหมียนเหมียน : "......"
..
[ไอ้คนสารเลว เอาของเหลือมาให้กินเหรอ? รู้จักคำว่าสุขอนามัยไหมเนี่ย?]
แต่เธอก็ยังทำตามสัญชาตญาณและเริ่มจัดการกับผลไม้นั่น เจียงเช่อจ้องมองเธออย่างตั้งใจ
เขากำลังรอวันที่ซูเหมียนเหมียนจะกลายร่าง เพื่อที่เขาจะได้โชว์ให้เธอเห็นว่า เท้าเบอร์ 45 มันยัดลงไปในรองเท้าเบอร์ 38 ได้ยังไง
จู่ๆ ในขณะที่กำลังกินผลไม้ ซูเหมียนเหมียนก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ราวกับมีบางอย่างที่น่าสยดสยองกำลังจ้องมองเธออยู่
แต่เธอไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะผลไม้นั่นได้ผลดีเยี่ยม—ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความหิวหายวับไปเป็นปลิดทิ้ง
"หึ ในเมื่อนายให้ผลไม้ดีๆ แบบนี้... วันนี้ฉันจะไม่ด่านายในใจก็แล้วกัน"