เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199 + 200 (ฟรี)

บทที่ 199 + 200 (ฟรี)

บทที่ 199 + 200 (ฟรี)


บทที่ 199 : พี่เฉียงโชว์เทพ

หลังจากตระกูลเย่จากไป อาจารย์ทั้งสองของหลินอวี่ก็เดินเข้าไปหาเขา "หลินอวี่ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"

หลินเสี่ยวเทียนมองดูอดีตศิษย์ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ใครจะคิดว่ามังกรหนุ่มผู้โอหังจะตกต่ำถึงเพียงนี้ในเวลาแค่ครึ่งปี

"หึๆ... พวกคุณก็รู้ว่าใครเป็นคนทำไม่ใช่เหรอ? แล้วพวกคุณกล้าไปแก้แค้นให้ฉันไหมล่ะ?"

คำพูดนี้ทำเอาหลินเสี่ยวเทียนและโจวเสวี่ยเหมียนิ่งเงียบไปทันที เพราะพวกเขารู้ดีว่าไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องนายน้อยเจียง

..

"แต่เธอยังเป็นศิษย์ของฉันนะ ต่อให้เธอจะพิการ... แต่เธอก็จะไประเริงกับผู้ชายแบบนี้ไม่ได้!"

หลินเสี่ยวเทียนชี้หน้าด่าพี่เฉียงที่ยืนอยู่ข้างๆ จนพี่เฉียงต้องเกาหัวล้านอย่างเคอะเขิน

เขารู้สึกเหมือนหนุ่มยากจนที่กำลังโดนแม่ยายจอมจู้จี้ซักไซ้อย่างไรอย่างนั้น ส่วนหลินอวี่... เธอเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างไม่แยแส

"พวกคุณกลับไปเถอะ ถือซะว่าฉันไม่ใช่ศิษย์ของพวกคุณอีกต่อไปแล้ว" พูดจบเธอก็หันไปหาเย่เหลียงเฉิน สะบัดแส้ในมือฟาดเข้าใส่เขาทันที

เย่เหลียงเฉิน : "......" "นี่เธอเอาฉันเป็นที่ระบายอารมณ์หรือไงฮะ?!"

..

การที่มีผู้หญิงรายล้อมเยอะเกินไปมันเป็นยังไง? สำหรับเจียงเช่อแล้ว... มันคือความเจ็บปวดที่แสนหวาน

เขามีพันธะหัวใจเยอะเกินไปจริงๆ อยู่ที่บ้านต้องคอยเอาใจอวี้หว่านเอ่อร์ เย่เมิ่งเหยา และฉินเฉี่ยวเฉี่ยว ส่วนข้างนอกเขาก็ยังต้องดูแลตำรวจสาวอย่างหวังเยี่ยนหรานด้วย

เพราะการรักษาความสัมพันธ์ต้องใช้เวลา ไม่อย่างนั้นประกายไฟที่อุตส่าห์จุดติดอาจจะมอดดับไปได้ง่ายๆ

"พี่เยี่ยนหราน ฉันทำมื้อเที่ยงมาฝากเธอด้วยนะ"

..

เจียงเช่อแวะไปที่สถานีตำรวจแล้วยื่นกล่องข้าวให้เธอ เซอร์ไพรส์นี้ทำเอาหวังเยี่ยนหรานทำตัวไม่ถูก เพื่อนตำรวจรอบข้างต่างพากันแซวไม่หยุด

ใบหน้าสวยของเธอแดงระเรื่อพลางถลึงตาใส่เจียงเช่อ

[เจียงเช่อ ไอ้เด็กนี่ตั้งใจชัดๆ มาทำประเจิดประเจ้อต่อหน้าเพื่อนร่วมงานแบบนี้... หึ]

ถึงจะบ่นในใจ แต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกประทับใจมาก

"เธอ... เธอไม่ต้องลำบากมาเองก็ได้ ฉันสั่งเดลิเวอรี่เอาได้"

..

หวังเยี่ยนหรานหน้าแดงซ่าน!! ภาพนี้ทำเอาตำรวจทั้งสถานีตกตะลึง ใครจะคิดว่าตำรวจสาวผู้เย็นชาก็มีมุมเขินอายแบบผู้หญิงตัวเล็กๆ กับเขาด้วย?

"พี่เยี่ยนหราน ถ้าเธอไม่ชอบ... วันหลังฉันจะไม่มาแล้วนะ~"

"ไม่นะ——"

พูดจบเธอก็รีบก้มหน้า ย่ำเท้ากับพื้นด้วยความเขินอาย

"หึ... ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ" เจียงเช่อเม้มปากยิ้ม

การที่เขาเอาอาหารมาส่งนี่เรียกว่า "ตัวสำรอง" หรือเปล่า?

ไม่มีทาง! ตัวสำรองคือพวกที่ทำดีอยู่ฝ่ายเดียวจนน่าสมเพชเหมือนตัวตลก แต่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงคือการพยายามของทั้งสองฝ่าย!

..

"งั้น... พี่เยี่ยนหรานรีบกินซะนะ นี่คิอข้าวกล่องที่ฉันตั้งใจทำมาให้เธอ เต็มไปด้วยความรักเลยนะ" เจียงเช่อโบกมือลาแล้วรีบจากไป

พอเขาไปแล้ว สถานีตำรวจก็เต็มไปด้วยเสียงแซว "ว้าย~~~ บรรยากาศสีชมพูมาเต็มเลย ข้าวกล่องแห่งความรัก... แหวะ"

เพื่อนสนิทของเธอแกล้งล้อเลียนจนหวังเยี่ยนหรานต้องถลึงตาใส่ "โม่โม่ อยากโดนดีใช่ไหม?"

แต่พูดตามตรง เธอรู้สึกอุ่นใจจริงๆ

[หึ ยัยเด็กแสบ มีสาวๆ ล้อมรอบขนาดนี้ยังจะมาตามจีบฉันอีกเหรอ? คิดว่ามุกจีบสาวตื้นๆ แบบนี้จะชนะใจฉันได้งั้นเหรอ?]

..

เธอยังคิดว่าเจียงเช่อเป็นแค่เด็กน้อยที่ยังไม่รู้จักโลก แต่พอเปิดกล่องข้าวออกมา กลิ่นหอมหวนก็พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที

กลิ่นนั่นตลบอบอวลไปทั่วสถานี จนเพื่อนตำรวจที่กำลังหิวโซต้องกลืนน้ำลายตามๆ กัน

ด้วยทักษะเชฟระดับ SSS อาหารของเจียงเช่อจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันกระตุ้นความหิวของทุกคนได้อย่างรุนแรง

"อึก~" หวังเยี่ยนหรานเองก็อดใจไม่ไหว แม้จะเป็นเพียงอาหารบ้านๆ แต่มันกลับดูน่ากินและสีสวยจนน้ำลายสอ

"โห หอมจังเลยพี่เยี่ยนหราน ขอกินคำนึงได้ไหม? คำเดียวเอง!"

แต่แน่นอนว่าหวังเยี่ยนหรานทำหน้าตึงใส่ทันที

"ปึ้ง!" เธอปิดกล่องข้าวด้วยความรวดเร็ว แล้วเดินเชิดหน้าเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปทันที

..

หวังเยี่ยนหรานนั่งกินข้าวคนเดียวพลางอมยิ้มอย่างมีความสุข "หึ เจียงเช่อ ไอ้เด็กนิสัยเสียคนนี้ทำอาหารเก่งไม่เบาเลยแฮะ"

..

"โอ้? ตระกูลเย่กับคนของหลินอวี่ตีกันเองเหรอ?" เมื่อเจียงเช่อได้รับข่าวจากพี่เฉียง เขาก็แทบจะหลุดขำออกมา

พระเอกสองคนตีกันเพื่อแย่งสิทธิ์ในตัวเย่เหลียงเฉิน สุดท้ายฝั่งหลินอวี่ก็ชนะเพราะมีอาจารย์ระดับปราณเทวะหนุนหลัง เย่เหลียงเฉินช่างน่ารันทดจริงๆ

เขายังไม่ทันได้เจอหน้าเจียงเช่อเลยด้วยซ้ำ แต่กลับโดนทรมานจนปางตายขนาดนี้

"ดูท่าหลินอวี่กับพี่เฉียงจะรักกันจริงแฮะ ฉันไม่ได้ตั้งใจแต่ดันไปเป็นพ่อสื่อให้เฉยเลย ฉันนี่มันคนดีจริงๆ"

เจียงเช่อหัวเราะอย่างชั่วร้าย "เหอะๆๆๆ" จนซูเหมียนเหมียนในอ้อมแขนถึงกับสะดุ้ง

[ไอ้คนเลว นายต้องกำลังคิดแผนชั่วอยู่แน่ๆ! ฉัน ซูเหมียนเหมียน มองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว]

..

เจียงเช่อ : "......"

ให้ตายเถอะ ทำไมซูเหมียนเหมียนปากคอเราะร้ายขนาดนี้ อวี้หว่านเอ่อร์แค่ด่าว่าปลาเน่า แต่เธอด่าว่าไอ้คนเลวเลยเหรอ?

"ทำไมแมวตัวนี้ดื้อจังนะ? ฉันได้ยินมาว่าแมวตัวเมียจะเรียบร้อยขึ้นหลังจากมีลูก พรุ่งนี้ฉันจะหาแมวตัวผู้มาให้เธอสักสองสามตัวดีกว่า"

ซูเหมียนเหมียน : "w(゚Д゚)w"

[นี่ฉันยังไม่เรียบร้อยพออีกเหรอ? ฉันน่ะกุลสตรีสุดๆ แล้วนะ!]

[เดี๋ยวนะ! เดี๋ยวๆๆ! หรือว่าไอ้หมอนี่จะได้ยินสิ่งที่ฉันคิดจริงๆ?!]

..

บทที่ 200 : เจ้าแมวน้อยจอมป่วน เจียงเช่อหยิบผลอัคคีแดงออกมาล่อ

ซูเหมียนเหมียนเริ่มรู้สึกเอะใจ เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ดูเหมือนทุกครั้งที่เธอด่าเจียงเช่อในใจ หมอนี่จะมีการตอบสนองในทางลบกลับมาหาเธอเสมอ

ถ้าครั้งสองครั้งอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ... แต่ถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำๆ ล่ะ?

เห็นได้ชัดว่าซูเหมียนเหมียนที่เป็นบุตรแห่งโชคชะตามีไอคิวสูงกว่าเฉินหนิงส่วง

รายนั้นก็โดนลงโทษบ่อยเพราะแอบด่าเจียงเช่อในใจเหมือนกัน แต่ไม่เคยคิดจะขุดคุ้ยหาความจริงเลย

"หรือว่า... เขาจะได้ยินสิ่งที่ฉันคิด? หรือเขามีสัมผัสที่หก?"

ซูเหมียนเหมียนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างหนัก ถ้าเธอเดาถูก ฐานะคนข้ามมิติของเธอ... จะไม่ถูกเปิดโปงหมดเปลือกเลยเหรอ?

แถมหลายคืนที่ผ่านมา... เธอยังอาศัยร่างแมวแอบดูเจียงเช่อกับผู้หญิงของเขาจากหัวเตียงทุกคืนเลยด้วย...

ฉิบหายแล้ว! เขาจะได้ยินที่ฉันบ่นไหมเนี่ย? ถ้าจริงนี่มันคือการตายทางสังคมขั้นสูงสุดเลยนะ!

..

"ไม่หรอกๆ! เขาไม่น่าจะได้ยินสิ่งที่ฉันคิดหรอก..."

ซูเหมียนเหมียนพยายามปลอบใจตัวเองในใจ แต่เธอก็ยังไม่วางใจ เลยแอบชำเลืองมองเจียงเช่อแล้วลองของดูสักหน่อย

[ฮัลโหล?]

[ไอ้คนเฮงซวยเอ๊ย! ไอ้กองขยะพิษเคลื่อนที่!]

เมื่อเห็นว่าเจียงเช่อไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ซูเหมียนเหมียนก็เริ่มด่าในใจหนักขึ้น

[โถ่เอ๊ย กระจอกว่ะ มีผู้หญิงล้อมรอบขนาดนี้ นายจะเอาปัญญาที่ไหนไปรับมือไหว?]

[ถ้าได้ยินสิ่งที่ฉันคิด ก็เดินมาต่อยฉันเลยสิ! ลองดูสิ...]

[ไอ้คนขี้แพ้ นายมันพวกนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ!]

เจียงเช่อ : "......"

เจอคำท้าทายที่ไร้ขอบเขตขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เจียงเช่อจะไม่โมโห

..

เธอจะด่าว่าฉันขี้เหร่หรือไร้การศึกษาก็ได้ แต่จะมาดูถูกว่า "สั้นและเร็ว" ไม่ได้เด็ดขาด!

แน่นอนว่า... เจียงเช่อไม่ได้เก็บคำพูดของซูเหมียนเหมียนมาใส่ใจจริงๆ

เพราะคำพูดลอยๆ มันทำอะไรเขาไม่ได้ และเขารู้ว่าซูเหมียนเหมียนแค่พยายามยั่วโมโหเพื่อทดสอบว่าเขาได้ยินเสียงในใจเธอจริงไหม ต่อหน้าการยั่วยุนี้ เจียงเช่อเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ

ขนาดอวี้หว่านเอ่อร์ยังไม่กล้าแหย่ฉันขนาดนี้เลย เธอหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!

ในฐานะบุตรแห่งโชคชะตา เธอต้องมีวันที่กลายร่างเป็นมนุษย์ได้แน่ ต่อให้เป็นแค่สาวหูแมว... ถึงตอนนั้นเธอจะได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวด!

อดทนไว้... สุภาพบุรุษล้างแค้นสิบปีก็ยังไม่สาย!

"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว?"

ซูเหมียนเหมียนเริ่มงง

[ทำไมเขาเดินหนีไปล่ะ? หรือว่า... เขาจะไม่ได้ยินจริงๆ?]

[ก็น่าจะใช่ ถ้าได้ยินเขาคงเดินมาซ้อมฉันไปแล้ว สงสัยฉันจะตีค่าเขาโตเกินไป (ถอนหายใจอย่างโล่งอก)]

..

[เข้าใจแล้ว ไอ้คนเลวนี่คงแค่ชอบแกล้งแมวเฉยๆ นิสัยเสียจริงๆ...]

ขณะที่บ่นพึมพำ ซูเหมียนเหมียนก็เริ่มหิวอีกครั้ง แต่พอเดินไปที่ชามอาหาร เธอก็ต้องอึ้ง

อาหารแมวในชามสีชมพูเล็กๆ ของเธอมัน... หายวับไปหมดเลย? ใช่แล้ว... อาหารหมดเกลี้ยง

ด้วยกระเพาะที่หลุมดำของเธอ ซูเหมียนเหมียนต้องกินอาหารทุกชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเธอจะหิวโซ ดูเหมือนว่า... นี่จะเป็นบทลงโทษจากเจียงเช่อ

[หึ~ ฉันไม่อยากกินอาหารแมวของนายอยู่แล้ว! คิดว่าฉันอยากกินนักหรือไง?]

ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ซูเหมียนเหมียนเดินเชิดหน้าจากไปท่าทางเยื้องย่างแบบแมวผู้สูงศักดิ์ ครึ่งชั่วโมงต่อมา—

ซูเหมียนเหมียนนอนหมดสภาพอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น สายตาของเธอเหลือบไปเห็นตงเอ๋อร์ที่กำลังนั่งเหม่อมองกระถางต้นไม้ เธอประทับใจในความน่ารักของเด็กสาวผมเงินตาม่วงคนนี้มาก

..

"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~~~"

ซูเหมียนเหมียนเดินเข้าไปหาตงเอ๋อร์ พยายามอ้อนวอนขออาหารด้วยมโนธรรมที่เหลืออยู่

ตงเอ๋อร์เอียงคอพิจารณา ก่อนจะอุ้มซูเหมียนเหมียนขึ้นมากอดไว้แน่น

[นี่ๆ... อย่าเอาแต่กอดสิ เอาของกินมาให้ฉันหน่อยไม่ได้หรือไง? ฉันจะหิวตายอยู่แล้ว!]

[ขอขนมสักนิดก็ยังดี... ไม่ให้กินแต่อยากจะมาลูบเนี่ยนะ?]

[ดูนี่นะ ฉันจะดิ้นเป็นปลาขาดน้ำเลย—ดิ้นสุดชีวิต!]

อนิจจา ด้วยทักษะแมวสามขาของซูเหมียนเหมียน เธอไม่มีทางหนีพ้นอ้อมกอดของตงเอ๋อร์ไปได้ ใช่แล้ว ทักษะแมวสามขาจริงๆ

หลังจากหนีรอดมาได้ ซูเหมียนเหมียนก็ไปหาอวี้หว่านเอ่อร์ อวี้หว่านเอ่อร์เป็นคนใจดี

เธอเดาใจเจ้าแมวน้อยออกเลยแอบป้อนคุกกี้ให้กินนิดหน่อย แต่จากนั้นอวี้หว่านเอ่อร์ก็อุ้มเธอขึ้นมาลูบไม่หยุดเหมือนกัน

..

[เออๆ... ฉันยอมให้ลูบแป๊บนึงก็ได้ แค่แป๊บเดียวเท่านั้นนะ...]

หลังจากเดินเร่ร่อนอยู่ชั่วโมงหนึ่ง สุดท้ายซูเหมียนเหมียนก็กลับมาหมอบอยู่ที่เท้าของเจียงเช่อ

เธอรู้ซึ้งแล้วว่าอาหารแมวนี่แหละดีที่สุด และเธอก็หาทั่วคฤหาสน์ตระกูลเจียงแล้วแต่ไม่เจอเลยสักเม็ด

"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~~~"

ซูเหมียนเหมียนงับขากางเกงเจียงเช่อเบาๆ หวังจะปลุกมโนธรรมในใจเขาให้ตื่นขึ้น

เจียงเช่อแสยะยิ้ม แน่นอนว่าเธอไม่มีทางหาเจอหรอก เพราะเขาเก็บมันไว้ในมิติหยกหมดแล้ว

จากนั้นเขาก็หยิบผลไม้สีแดงสดออกมาหนึ่งลูก ทันทีที่เห็นผลไม้ดวงตาของซูเหมียนเหมียนก็จ้องเขม็ง

ทุกเซลล์ในร่างกายของเธอเรียกร้องให้... กระโดดเข้าไปขย้ำผลไม้นั่น แต่ด้วยอำนาจมืดของจอมเผด็จการเจียงเช่อ... เธอจึงต้องข่มใจไว้

[ผลไม้อะไรน่ะ? หอมจัง... อยากกินจังเลย]

..

[หึ ไอ้คนเจ้าเล่ห์ เอาของดีมาล่อลวง... ไม่ใช่คน... แต่เป็นแมวสินะ]

ซูเหมียนเหมียนเดินวนรอบเท้าเจียงเช่อ สะบัดหางไปมา แถมยังเอาตัวไปถูไถขากางเกงเขาเป็นระยะ "หึ... ยัยแมวช่างยั่ว"

ซูเหมียนเหมียน : "......"

เจียงเช่อคิดว่าในเมื่อผลอัคคีแดงเป็นของล้ำค่าที่ช่วยแม้กระทั่งผู้ฝึกวรยุทธ์ มันต้องเป็นสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับซูเหมียนเหมียนแน่นอน

ในขณะเดียวกัน เขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องการกลายร่างของเธอ

ปกติแล้วในฐานะบุตรแห่งโชคชะตา เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเป็นแมวตลอดไป เธอต้องกลายร่างได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

เจียงเช่อกัดผลไม้ไปสองสามคำ ก่อนจะโยนผลอัคคีแดงที่เหลือครึ่งลูกไปตรงหน้าซูเหมียนเหมียน

"อยากกินเหรอ? เอาไปสิ!"

ซูเหมียนเหมียน : "......"

..

[ไอ้คนสารเลว เอาของเหลือมาให้กินเหรอ? รู้จักคำว่าสุขอนามัยไหมเนี่ย?]

แต่เธอก็ยังทำตามสัญชาตญาณและเริ่มจัดการกับผลไม้นั่น เจียงเช่อจ้องมองเธออย่างตั้งใจ

เขากำลังรอวันที่ซูเหมียนเหมียนจะกลายร่าง เพื่อที่เขาจะได้โชว์ให้เธอเห็นว่า เท้าเบอร์ 45 มันยัดลงไปในรองเท้าเบอร์ 38 ได้ยังไง

จู่ๆ ในขณะที่กำลังกินผลไม้ ซูเหมียนเหมียนก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

ราวกับมีบางอย่างที่น่าสยดสยองกำลังจ้องมองเธออยู่

แต่เธอไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะผลไม้นั่นได้ผลดีเยี่ยม—ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความหิวหายวับไปเป็นปลิดทิ้ง

"หึ ในเมื่อนายให้ผลไม้ดีๆ แบบนี้... วันนี้ฉันจะไม่ด่านายในใจก็แล้วกัน"

จบบทที่ บทที่ 199 + 200 (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว