เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์

บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์

บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์


แต่คาร์ลไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรให้เธอฟังเลย เขายังคงบีบเค้นแป้งนุ่มในมือให้เป็นรูปทรงต่างๆ อยู่ไม่หยุด แล้วจู่ๆ ก็หยิบอุปกรณ์สื่อสารที่ยังประกอบไม่เสร็จ ออกมาจาก "เหมืองใหญ่" ของอีกฝ่าย

มันคือเครื่องส่งรหัสมอร์สแบบใช้ปุ่มกด ถึงแม้หน้าตาจะดูโบราณและเรียบง่าย แต่ถ้าเชื่อมกับสัญญาณกระจายเสียงเมื่อไหร่ ก็สามารถส่งรหัสมอร์สออกไปยังภายนอกได้ทันที

สายลับระดับสูงของชีลด์มักจะมีวิธีแปลกๆ ในการประดิษฐ์อุปกรณ์แฮนด์เมดแบบนี้อยู่เสมอ

ทันทีที่เห็นเครื่องส่งรหัสมอร์ส ชีพจรของชารอน คาร์เตอร์ก็เต้นรัวทันที แผนลับของเธอโดนจับได้แล้ว!

คาร์ลใช่พลังจิตบีบเครื่องส่งในมือตัวเองเบาๆ แค่เสี้ยววินาที เครื่องทั้งเครื่องก็ถูกแรงมองไม่เห็นบดขยี้จนแหลกเป็นชิ้นๆ

“ฉันเห็นหมดแล้วนะว่าเธอแอบทำอะไรบ้าง ถ้ายังอยากอยู่ดีมีสุขก็ทำตัวดีๆ หน่อย

ถ้ามีรอบหน้าล่ะก็...เชื่อไหม ฉันจะส่งผู้ชายกำยำสิบกว่าคนมาข่มขืนเธอ แล้วอัดคลิปส่งให้เจ้านายของเธอดู

ให้ไอ้ไข่ดำของเธอได้เห็นหุ่นสวยๆ ของลูกน้องตัวเองแบบเต็มตาไงล่ะ”

แต่ชารอน คาร์เตอร์ไม่ได้แสดงความกลัวเลยสักนิดกับคำขู่ของคาร์ล เธอแค่พูดด้วยความตกใจว่า

“นายรู้ด้วยเหรอว่าใครคือผู้อำนวยการของเรา? ไปได้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหน?”

คาร์ลถอนหายใจเบาๆ รู้สึกปวดหัวกับผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่พยายามจะล้วงความลับจากเขาตลอดเวลา

จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดสนุกขึ้นมา ไหนๆ ก็จะปล่อยตัวเธอในอีกเดือนอยู่แล้ว

งั้นก็แกล้งโยนข้อมูลผิดๆ ไปให้ก็แล้วกัน ให้ชีลด์ต้องเสียเวลาวิ่งตามข้อมูลเท็จแทน

คาร์ลหยุดนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็แกล้งทำหน้าเปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน แล้วพูดว่า

“เธอไม่มีทางเดาออกหรอกว่าฉันได้ข้อมูลมาจากไหน หรืออาจจะเพราะเธอยังไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ขององค์กร ‘ไนน์’ ของพวกเรา”

พูดมาถึงตรงนี้ คาร์ลก็แกล้งทำเป็นตกใจ แล้วรีบหยุดพูดทันที

“ยัยนี่อีกแล้ว! ฉลาดเกินไป ฉันเกือบโดนหลอกอีกรอบ! อยู่กับเธอนานๆ ไม่ได้แล้วจริงๆ”

“องค์กรยิ่งใหญ่แค่ไหนกันเชียว? ฉันว่าแกก็แค่เป็นเบี้ยล่างของกลุ่มทุนอะไรสักอย่างนั่นแหละ!” ชารอนแกล้งพูดจายั่วอารมณ์อีกครั้ง เพื่อให้คาร์ลหลุดพูดอะไรออกมาอีก

แต่คาร์ลไม่เล่นด้วย เขาไม่ตอบอะไรอีกเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องขังหมายเลข 7 ไปแบบเงียบๆ

เบาะแสที่อยากทิ้งไว้ เขาก็ทิ้งไว้หมดแล้ว จะพูดมากกว่านี้ก็มีแต่จะทำให้เธอระแวง

การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการทำให้เหยื่อต้องพยายามสุดชีวิต เพื่อค้นหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง!

เพราะแบบนี้แหละ เหยื่อถึงจะเชื่อสนิทใจว่าความจริงที่พบนั้นถูกต้องแน่นอน!

พอเดินออกจากห้องขัง คาร์ลก็สั่งบอดี้การ์ดที่รออยู่หน้าประตูให้เข้าไปยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นในห้องขังเบอร์ 7 ทันที เพื่อความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ยัยผู้หญิงนี่แอบเล่นลูกไม้เพิ่ม

แต่ในขณะที่บอดี้การ์ดกำลังเคลียร์ของอยู่ในห้อง ชารอน คาร์เตอร์ก็นั่งนิ่ง แต่ในหัวกลับวนเวียนคิดถึงคำพูดของคาร์ลไม่หยุด

“องค์กรที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ไนน์’...มันจะใช่ไฮดร้า องค์กรชั่วร้ายที่เคยถูกกวาดล้างไปในสงครามโลกหรือเปล่า?”

ถ้าข้อมูลนี้จริง มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก แต่ตอนนี้เธอกลับติดอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มอัมเบรลล่า ไม่มีทางส่งข้อมูลนี้ออกไปได้เลย

เธอทำได้แค่กดความกังวลเอาไว้ แล้วรอดูว่าอีกเดือนข้างหน้า คาร์ลจะรักษาสัญญาจริงไหม

ตอนนี้เป็นเดือนสิงหาคมแล้ว

ลูกค้ารายใหญ่จากตะวันออกกลางได้ชำระเงินส่วนที่เหลือของออเดอร์ครบแล้ว และคาร์ลก็ได้รับแต้มระบบเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านแต้มเรียบร้อย

ตอนนี้เขานั่งอยู่ในห้องทำงานของฐานรังผึ้ง กำลังไล่ดูเทคโนโลยีในร้านค้าระดับสองด้วยสีหน้าลำบากใจสุดๆ

อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากซื้อ

เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ

“คงเพราะแต้มฉันยังมีน้อยเกินไปล่ะมั้ง เลยตัดสินใจยากแบบนี้…”

คาร์ลถอนหายใจยาว รู้สึกเซ็งเล็กน้อย

ระบบนี่มันก็ดีนะ...แต่ของมันแม่งโคตรแพง

อย่างเช่นเซรุ่มซิลเวอร์ซูเปอร์แมน ราคานี่ไม่ใช่เล่นๆ เลย แพงทะลุฟ้า ขวดเดียวปาเข้าไป หนึ่งล้านล้านแต้ม

ยังไม่นับพวกเซรุ่มโกลเด้นซูเปอร์แมน, ซูพรีมซูเปอร์แมน หรือควอนตัมซูเปอร์แมนที่ราคายิ่งกว่าเดิม

แล้วนั่นยังเป็นแค่ “ตัวเซรุ่ม” นะ ถ้าอยากได้ “เทคโนโลยีผลิตเซรุ่ม” ล่ะก็ ราคาจะบ้าไปไหน

“ถ้าจะประหยัดแต้มหน่อยล่ะก็...หาอีก 8 หมื่นล้านแต้มไปแลกเซรุ่ม อะโพคาลิปส์ มิวแทนท์ก็พอได้ ตอนนี้แต้มที่มีอยู่ซื้อของดีๆ ไม่ได้สักอย่าง”

เซรุ่มของสไปเดอร์แมนก็ไม่ช่วยอะไรเขาเท่าไหร่แล้ว ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรีบ

คาร์ลคิดๆ ดูแล้วก็ตัดสินใจจะเก็บแต้มไว้ก่อน รอสะสมมากพอแล้วค่อยแลกของใหญ่แบบก้าวกระโดดทีเดียว

ไม่งั้นค่อยๆ ไต่ขึ้นไปทีละขั้นมันช้าเกินไป

วิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มพลังตอนนี้ก็คือ...แลกของแรงทีเดียวแบบข้ามขั้น

ถึงแม้ว่าจะค่อยๆ เดินอย่างมั่นคงทีละก้าวก็ได้ แต้มระบบมันมีจำกัด ใช้ได้แค่ทีเดียวเท่านั้น

ดังนั้นถ้าจะใช้ ก็ควรใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญจริงๆ เก็บแต้มให้พอ แล้วแลกเซรุ่ม อะโพคาลิปส์ ไปเลย แล้วคาร์ลก็สามารถใช้พลังของมันให้ตัวเอง “คืนชีพไม่จำกัด” ผ่านการโคลนนิ่ง

เพราะหนึ่งในพลังของ อะโพคาลิปส์ คือ “การสิงร่าง”

ซึ่งเหมาะกับคาร์ลที่กลัวตายเอามากๆ

พอคิดได้แบบนี้ คาร์ลก็ถอนสายตาจากร้านค้าในระบบอย่างเสียดาย

ในเมื่อยังไม่อัปเกรดพลังตอนนี้ คาร์ลก็ต้องคิดหาทางรับมือกับชีลด์ให้ดีๆ

เขากักตัวชารอน คาร์เตอร์ ไว้เกินครึ่งเดือนแล้ว

ทางชีลด์ก็น่าจะเริ่มสังเกตได้แล้วว่าหน่วยรบพิเศษของเธอหายสาบสูญไป

ถ้าคาร์ลไม่อยากปะทะกับชีลด์เร็วเกินไป ก็ต้องหาทางเบี่ยงประเด็นไว้ก่อน

“เมื่อไม่กี่วันก่อน โทนี่ สตาร์ค โดนลอบโจมตีที่สนามแข่งรถกรังด์ปรีซ์ที่โมร็อกโก ดูเหมือนพล็อต Iron Man 2 จะเข้าสู่ช่วงสำคัญแล้ว ชีลด์คงไม่มีเวลามายุ่งกับอัมเบรลล่าในช่วงนี้หรอก”

แม้ตอนนี้ชีลด์จะยังไม่มีเวลาหันมาเล่นงานเขา แต่หลังจากที่โทนี่กำราบตัวร้ายได้ และผ่านประสบการณ์เฉียดตายมา พลังของเขาและชุดเกราะมาร์คใหม่ก็จะอัปเกรดขึ้นแบบก้าวกระโดด

ถ้าโทนี่กับชีลด์รวมพลังกันเล็งเป้าหมายมาที่เขาเมื่อไหร่ คาร์ลคงได้ปวดหัวแน่

พลังส่วนตัวของเขายังไม่ได้เก่งขนาดนั้น ถ้าเดินอยู่ข้างนอกแล้วเจอมิสไซล์ดีๆ สักลูก ก็คงลาก่อนแบบไม่ต้องสืบ

เพราะงั้น ตอนนี้คาร์ลถึงกลัวการเปิดศึกกับชีลด์มาก

องค์กรข่าวกรองระดับนั้นทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ทั้งวางยา ลอบยิง หรือแม้แต่ส่ง F-22 มาทิ้งระเบิดใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว

คาร์ลไม่มั่นใจเลยว่าจะเอาตัวรอดจากวิธีสกปรกของพวกนี้ได้ยังไง

“ชุดเกราะไอรอนแมนมันก็ของดีจริงๆ แหละ ตอนนี้ฉันไม่มีทางรับมือกับมันได้เลย” คาร์ลนวดขมับเบาๆ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว

อาวุธทั่วไปแทบทำอะไรไอรอนแมนไม่ได้เลย เพราะเขาหลบเร็วสุดๆ ส่วนพลังจิตของตัวเองก็ไม่มีทางทะลุเกราะทองไทเทเนียมของชุดนั้นได้อยู่แล้ว

“แถมเทคโนโลยีของชุดไอรอนแมนก็แพงเกินไปในร้านค้าระบบ ไม่ต้องพูดถึงเทคโนโลยีผลิตเลย แค่ราคาชุด Mark VII ก็ปาไป หนึ่งพันล้านแต้ม แล้ว”

แม้คาร์ลจะมีเงินพอซื้อ แต่เอาแต้มพันล้านไปซื้ออาวุธมาขาย ยังได้กำไรมากกว่านี้สิบเท่าเลย

ดังนั้นเอาแต้มไปแลกชุด Mark VII ไม่คุ้มแน่นอน

ชุด Mark VII จะมีประโยชน์กับเขาแค่ช่วงนี้เท่านั้น พอเขาได้เซรุ่ม อะโพคาลิปส์ มาเมื่อไหร่ ชุดไอรอนแมนก็กลายเป็นของเล่นเด็กไปทันที

เก็บไว้ตั้งโชว์ในห้องสะสมยังจะดีซะกว่า

……….

จบบทที่ บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว