- หน้าแรก
- มาร์เวล: เส้นทางพ่อค้าอาวุธเถื่อน
- บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์
บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์
บทที่ 9: หลอกล่อชารอน คาร์เตอร์
แต่คาร์ลไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรให้เธอฟังเลย เขายังคงบีบเค้นแป้งนุ่มในมือให้เป็นรูปทรงต่างๆ อยู่ไม่หยุด แล้วจู่ๆ ก็หยิบอุปกรณ์สื่อสารที่ยังประกอบไม่เสร็จ ออกมาจาก "เหมืองใหญ่" ของอีกฝ่าย
มันคือเครื่องส่งรหัสมอร์สแบบใช้ปุ่มกด ถึงแม้หน้าตาจะดูโบราณและเรียบง่าย แต่ถ้าเชื่อมกับสัญญาณกระจายเสียงเมื่อไหร่ ก็สามารถส่งรหัสมอร์สออกไปยังภายนอกได้ทันที
สายลับระดับสูงของชีลด์มักจะมีวิธีแปลกๆ ในการประดิษฐ์อุปกรณ์แฮนด์เมดแบบนี้อยู่เสมอ
ทันทีที่เห็นเครื่องส่งรหัสมอร์ส ชีพจรของชารอน คาร์เตอร์ก็เต้นรัวทันที แผนลับของเธอโดนจับได้แล้ว!
คาร์ลใช่พลังจิตบีบเครื่องส่งในมือตัวเองเบาๆ แค่เสี้ยววินาที เครื่องทั้งเครื่องก็ถูกแรงมองไม่เห็นบดขยี้จนแหลกเป็นชิ้นๆ
“ฉันเห็นหมดแล้วนะว่าเธอแอบทำอะไรบ้าง ถ้ายังอยากอยู่ดีมีสุขก็ทำตัวดีๆ หน่อย
ถ้ามีรอบหน้าล่ะก็...เชื่อไหม ฉันจะส่งผู้ชายกำยำสิบกว่าคนมาข่มขืนเธอ แล้วอัดคลิปส่งให้เจ้านายของเธอดู
ให้ไอ้ไข่ดำของเธอได้เห็นหุ่นสวยๆ ของลูกน้องตัวเองแบบเต็มตาไงล่ะ”
แต่ชารอน คาร์เตอร์ไม่ได้แสดงความกลัวเลยสักนิดกับคำขู่ของคาร์ล เธอแค่พูดด้วยความตกใจว่า
“นายรู้ด้วยเหรอว่าใครคือผู้อำนวยการของเรา? ไปได้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหน?”
คาร์ลถอนหายใจเบาๆ รู้สึกปวดหัวกับผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่พยายามจะล้วงความลับจากเขาตลอดเวลา
จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดสนุกขึ้นมา ไหนๆ ก็จะปล่อยตัวเธอในอีกเดือนอยู่แล้ว
งั้นก็แกล้งโยนข้อมูลผิดๆ ไปให้ก็แล้วกัน ให้ชีลด์ต้องเสียเวลาวิ่งตามข้อมูลเท็จแทน
คาร์ลหยุดนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็แกล้งทำหน้าเปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน แล้วพูดว่า
“เธอไม่มีทางเดาออกหรอกว่าฉันได้ข้อมูลมาจากไหน หรืออาจจะเพราะเธอยังไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ขององค์กร ‘ไนน์’ ของพวกเรา”
พูดมาถึงตรงนี้ คาร์ลก็แกล้งทำเป็นตกใจ แล้วรีบหยุดพูดทันที
“ยัยนี่อีกแล้ว! ฉลาดเกินไป ฉันเกือบโดนหลอกอีกรอบ! อยู่กับเธอนานๆ ไม่ได้แล้วจริงๆ”
“องค์กรยิ่งใหญ่แค่ไหนกันเชียว? ฉันว่าแกก็แค่เป็นเบี้ยล่างของกลุ่มทุนอะไรสักอย่างนั่นแหละ!” ชารอนแกล้งพูดจายั่วอารมณ์อีกครั้ง เพื่อให้คาร์ลหลุดพูดอะไรออกมาอีก
แต่คาร์ลไม่เล่นด้วย เขาไม่ตอบอะไรอีกเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องขังหมายเลข 7 ไปแบบเงียบๆ
เบาะแสที่อยากทิ้งไว้ เขาก็ทิ้งไว้หมดแล้ว จะพูดมากกว่านี้ก็มีแต่จะทำให้เธอระแวง
การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการทำให้เหยื่อต้องพยายามสุดชีวิต เพื่อค้นหาความจริงที่ไม่มีอยู่จริง!
เพราะแบบนี้แหละ เหยื่อถึงจะเชื่อสนิทใจว่าความจริงที่พบนั้นถูกต้องแน่นอน!
พอเดินออกจากห้องขัง คาร์ลก็สั่งบอดี้การ์ดที่รออยู่หน้าประตูให้เข้าไปยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นในห้องขังเบอร์ 7 ทันที เพื่อความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ยัยผู้หญิงนี่แอบเล่นลูกไม้เพิ่ม
แต่ในขณะที่บอดี้การ์ดกำลังเคลียร์ของอยู่ในห้อง ชารอน คาร์เตอร์ก็นั่งนิ่ง แต่ในหัวกลับวนเวียนคิดถึงคำพูดของคาร์ลไม่หยุด
“องค์กรที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ไนน์’...มันจะใช่ไฮดร้า องค์กรชั่วร้ายที่เคยถูกกวาดล้างไปในสงครามโลกหรือเปล่า?”
ถ้าข้อมูลนี้จริง มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก แต่ตอนนี้เธอกลับติดอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มอัมเบรลล่า ไม่มีทางส่งข้อมูลนี้ออกไปได้เลย
เธอทำได้แค่กดความกังวลเอาไว้ แล้วรอดูว่าอีกเดือนข้างหน้า คาร์ลจะรักษาสัญญาจริงไหม
ตอนนี้เป็นเดือนสิงหาคมแล้ว
ลูกค้ารายใหญ่จากตะวันออกกลางได้ชำระเงินส่วนที่เหลือของออเดอร์ครบแล้ว และคาร์ลก็ได้รับแต้มระบบเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านแต้มเรียบร้อย
ตอนนี้เขานั่งอยู่ในห้องทำงานของฐานรังผึ้ง กำลังไล่ดูเทคโนโลยีในร้านค้าระดับสองด้วยสีหน้าลำบากใจสุดๆ
อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากซื้อ
เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ
“คงเพราะแต้มฉันยังมีน้อยเกินไปล่ะมั้ง เลยตัดสินใจยากแบบนี้…”
คาร์ลถอนหายใจยาว รู้สึกเซ็งเล็กน้อย
ระบบนี่มันก็ดีนะ...แต่ของมันแม่งโคตรแพง
อย่างเช่นเซรุ่มซิลเวอร์ซูเปอร์แมน ราคานี่ไม่ใช่เล่นๆ เลย แพงทะลุฟ้า ขวดเดียวปาเข้าไป หนึ่งล้านล้านแต้ม
ยังไม่นับพวกเซรุ่มโกลเด้นซูเปอร์แมน, ซูพรีมซูเปอร์แมน หรือควอนตัมซูเปอร์แมนที่ราคายิ่งกว่าเดิม
แล้วนั่นยังเป็นแค่ “ตัวเซรุ่ม” นะ ถ้าอยากได้ “เทคโนโลยีผลิตเซรุ่ม” ล่ะก็ ราคาจะบ้าไปไหน
“ถ้าจะประหยัดแต้มหน่อยล่ะก็...หาอีก 8 หมื่นล้านแต้มไปแลกเซรุ่ม อะโพคาลิปส์ มิวแทนท์ก็พอได้ ตอนนี้แต้มที่มีอยู่ซื้อของดีๆ ไม่ได้สักอย่าง”
เซรุ่มของสไปเดอร์แมนก็ไม่ช่วยอะไรเขาเท่าไหร่แล้ว ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรีบ
คาร์ลคิดๆ ดูแล้วก็ตัดสินใจจะเก็บแต้มไว้ก่อน รอสะสมมากพอแล้วค่อยแลกของใหญ่แบบก้าวกระโดดทีเดียว
ไม่งั้นค่อยๆ ไต่ขึ้นไปทีละขั้นมันช้าเกินไป
วิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มพลังตอนนี้ก็คือ...แลกของแรงทีเดียวแบบข้ามขั้น
ถึงแม้ว่าจะค่อยๆ เดินอย่างมั่นคงทีละก้าวก็ได้ แต้มระบบมันมีจำกัด ใช้ได้แค่ทีเดียวเท่านั้น
ดังนั้นถ้าจะใช้ ก็ควรใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญจริงๆ เก็บแต้มให้พอ แล้วแลกเซรุ่ม อะโพคาลิปส์ ไปเลย แล้วคาร์ลก็สามารถใช้พลังของมันให้ตัวเอง “คืนชีพไม่จำกัด” ผ่านการโคลนนิ่ง
เพราะหนึ่งในพลังของ อะโพคาลิปส์ คือ “การสิงร่าง”
ซึ่งเหมาะกับคาร์ลที่กลัวตายเอามากๆ
พอคิดได้แบบนี้ คาร์ลก็ถอนสายตาจากร้านค้าในระบบอย่างเสียดาย
ในเมื่อยังไม่อัปเกรดพลังตอนนี้ คาร์ลก็ต้องคิดหาทางรับมือกับชีลด์ให้ดีๆ
เขากักตัวชารอน คาร์เตอร์ ไว้เกินครึ่งเดือนแล้ว
ทางชีลด์ก็น่าจะเริ่มสังเกตได้แล้วว่าหน่วยรบพิเศษของเธอหายสาบสูญไป
ถ้าคาร์ลไม่อยากปะทะกับชีลด์เร็วเกินไป ก็ต้องหาทางเบี่ยงประเด็นไว้ก่อน
“เมื่อไม่กี่วันก่อน โทนี่ สตาร์ค โดนลอบโจมตีที่สนามแข่งรถกรังด์ปรีซ์ที่โมร็อกโก ดูเหมือนพล็อต Iron Man 2 จะเข้าสู่ช่วงสำคัญแล้ว ชีลด์คงไม่มีเวลามายุ่งกับอัมเบรลล่าในช่วงนี้หรอก”
แม้ตอนนี้ชีลด์จะยังไม่มีเวลาหันมาเล่นงานเขา แต่หลังจากที่โทนี่กำราบตัวร้ายได้ และผ่านประสบการณ์เฉียดตายมา พลังของเขาและชุดเกราะมาร์คใหม่ก็จะอัปเกรดขึ้นแบบก้าวกระโดด
ถ้าโทนี่กับชีลด์รวมพลังกันเล็งเป้าหมายมาที่เขาเมื่อไหร่ คาร์ลคงได้ปวดหัวแน่
พลังส่วนตัวของเขายังไม่ได้เก่งขนาดนั้น ถ้าเดินอยู่ข้างนอกแล้วเจอมิสไซล์ดีๆ สักลูก ก็คงลาก่อนแบบไม่ต้องสืบ
เพราะงั้น ตอนนี้คาร์ลถึงกลัวการเปิดศึกกับชีลด์มาก
องค์กรข่าวกรองระดับนั้นทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ทั้งวางยา ลอบยิง หรือแม้แต่ส่ง F-22 มาทิ้งระเบิดใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว
คาร์ลไม่มั่นใจเลยว่าจะเอาตัวรอดจากวิธีสกปรกของพวกนี้ได้ยังไง
“ชุดเกราะไอรอนแมนมันก็ของดีจริงๆ แหละ ตอนนี้ฉันไม่มีทางรับมือกับมันได้เลย” คาร์ลนวดขมับเบาๆ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว
อาวุธทั่วไปแทบทำอะไรไอรอนแมนไม่ได้เลย เพราะเขาหลบเร็วสุดๆ ส่วนพลังจิตของตัวเองก็ไม่มีทางทะลุเกราะทองไทเทเนียมของชุดนั้นได้อยู่แล้ว
“แถมเทคโนโลยีของชุดไอรอนแมนก็แพงเกินไปในร้านค้าระบบ ไม่ต้องพูดถึงเทคโนโลยีผลิตเลย แค่ราคาชุด Mark VII ก็ปาไป หนึ่งพันล้านแต้ม แล้ว”
แม้คาร์ลจะมีเงินพอซื้อ แต่เอาแต้มพันล้านไปซื้ออาวุธมาขาย ยังได้กำไรมากกว่านี้สิบเท่าเลย
ดังนั้นเอาแต้มไปแลกชุด Mark VII ไม่คุ้มแน่นอน
ชุด Mark VII จะมีประโยชน์กับเขาแค่ช่วงนี้เท่านั้น พอเขาได้เซรุ่ม อะโพคาลิปส์ มาเมื่อไหร่ ชุดไอรอนแมนก็กลายเป็นของเล่นเด็กไปทันที
เก็บไว้ตั้งโชว์ในห้องสะสมยังจะดีซะกว่า
……….