- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- บทที่ 651: ผู้หวนคืนสู่หนึ่งโดยกำเนิด
บทที่ 651: ผู้หวนคืนสู่หนึ่งโดยกำเนิด
บทที่ 651: ผู้หวนคืนสู่หนึ่งโดยกำเนิด
“ปลาเค็มน้อยๆ แล้วในอนาคตคุณป้าคนนี้จะเจอเจ้าชายขี่ม้าขาวไหม?”
“ไม่ฮะ คุณป้าเชี่ยนเชี่ยนขึ้นคาน... ไม่มีสามี”
“หาาา!?”
“ปลาเค็มน้อย แล้วลุงล่ะ? ในอนาคตลุงเป็นผู้หลุดพ้นหรือยัง?”
“ไม่อะฮะ คุณลุงหงมาเยี่ยมทีไรก็เอาแต่อวดว่าตกปลาได้ตัวใหญ่แค่ไหน ไม่เห็นเคยฝึกวิชาเลย”
“ฮ่าๆๆๆ! ฟังดูน่าสนุกดีนี่หว่า งั้นวันหลังลุงจะพาหนูไปตกปลาด้วยนะ!”
“ปลาเค็มน้อย... ตระกูลเฟิ่งเซียนในอนาคตยังสุขสบายดีไหม?”
“โดนล้างบางหมดตระกูลแล้วฮะ”
“ละ...ล้างบาง!? เกิดบ้าอะไรขึ้น?”
“ไม่แน่ใจฮะ เหมือนจะมีใครสักคนพยายามทำพิธีชุบชีวิตใครสักคน เลยต้องสังเวยทั้งตระกูล... แต่คุณลุงเฟิ่งบอกว่า ‘ล้างไปก็ดีแล้ว จะได้จบๆ กันไป’ ประมาณนั้นฮะ”
“จบไปก็ดีแล้วเหรอ...”
“ปลาเค็มน้อย ถึงตาพี่บ้าง! ในอนาคตพี่จะเป็นยอดเชฟได้ไหม?”
“อื้ม! เชฟอันดับหนึ่งเลย! ผมชอบคุณน้าหวงเฉวียนที่สุด! มาทีไรมีของอร่อยมาฝากตลอด”
บนดาดฟ้ายานอัสก้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
ทุกคนนั่งล้อมวงบนโซฟา นอร่ากอด ‘อวี๋เสี่ยวเสียน’ ไว้แนบอกด้วยความรักใคร่เอ็นดู
นี่คือลูกของเธอกับอวี๋เสียนในอนาคต! หน้าตาน่ารักน่าชังจนเธออยากจะอุ้มกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย
แวบแรกนอร่านึกอยากลองให้นมลูกดู แต่พอเห็นเจ้าตัวกลมเคี้ยวขนมตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย ก็รู้ทันทีว่าเจ้านี่คงหย่านมไปนานแล้ว
“ปลาเค็มน้อย... ในเมื่อนกหวีดอัญเชิญเจ้ามาเพื่อ ‘แก้ปัญหา’ งั้นเจ้าพอจะรู้ไหมว่าตัวการที่ก่อ ‘ปรากฏการณ์ตกสู่มาร’ อยู่ที่ไหน?” โจวกราสถามขึ้น
นอร่าขมวดคิ้ว “อย่าเลย... ฉันไม่อยากให้ลูกเสี่ยง”
แต่ปลาเค็มน้อยกลับถามตาแป๋ว “ปรากฏการณ์ตกสู่มารคือไรอะ?”
ทุกคนเงียบกริบ... แสดงว่าในอนาคตเรื่องนี้คงถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็พวกผู้ใหญ่ปิดข่าวไม่ให้เด็กรู้
“ไม่ต้องพูดแล้ว ปรากฏการณ์ตกสู่มารพวกเราผู้ใหญ่จัดการได้ จะให้เด็กสองขวบครึ่งมาเสี่ยงได้ยังไง” หนีหม่านพูดอย่างเด็ดขาด
ถึงเวลาสั้นๆ แต่เธอก็ตกหลุมรักเจ้าหนูนี่เข้าเต็มเปา ถ้าไม่ติดว่านอร่าอุ้มอยู่ เธอคงแย่งมาฟัดแก้มยุ้ยๆ นั่นให้ช้ำไปแล้ว
กงเชี่ยนเสริม “ใช่! ถึงปลาเค็มน้อยอาจจะช่วยได้ แต่เราไม่ควรใช้แรงงานเด็ก! เขาเพิ่งสองขวบเองนะ!”
“เห็นด้วย!” เสี่ยวหวงเฉวียนยกมือหนุน
แต่จู่ๆ ปลาเค็มน้อยก็โพล่งขึ้นมา
“อ๋อออ... เจอแล้ว! คนนิสัยไม่ดีที่พวกพ่อแม่ตามหา? ให้ผมไปจับตัวมาเลยไหม?”
เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้ทุกคนจะไม่ตอบคำถามของเขา เขาก็ยังคงมีความสามารถในการหาตัวการของปรากฏการณ์ตกสู่มารได้อยู่ดี
ทุกคนอ้าปากค้าง
ขนาดไม่มีใครบอกข้อมูล เด็กคนนี่ยังหาเจอเฉยเลย!
นอร่าหน้าตื่น “ลูกแม่! เขาไม่รู้ตัวใช่ไหม!? อวี๋เสียน! รีบเอาไอเทมประเภทป้องกันออกมาให้ลูกสวมใส่เร็วเข้า!”
“แม่จ๋าไม่ต้องห่วง... พ่อบอกว่าผมเป็น ‘ผู้หวนคืนสู่หนึ่งโดยกำเนิด’ ไม่มีใครทำอะไรผมได้หรอก” ปลาเค็มน้อยเอามือป้อมๆ ลูบหน้าแม่ปลอบโยน
ผู้หวนคืนสู่หนึ่ง... โดยกำเนิด!?
ทุกคนในที่นั้นสตั๊นไป 3 วิ
ต้องเข้าใจก่อนว่า...
ผู้หลุดพ้น คือพระเจ้าที่ทำได้ทุกอย่าง
ส่วน ผู้หวนคืนสู่ต้นกำเนิด / ผู้หวนคืนสู่หนึ่ง / ผู้สมบูรณ์แบบ คือตัวตนระดับ ‘รองพระเจ้า’ ที่ไร้เทียมทานเกือบจะสมบูรณ์แบบ
ต่อให้ผู้หลุดพ้นลงมือเอง ก็ต้องใช้เวลาเป็นอนันต์กว่าจะปราบพวกนี้ลงได้
เพราะตราบใดที่ ‘จักรวาลรูปต้นไม้’ ยังอยู่... พวกเขาก็เป็นอมตะ ไร้จุดเริ่ม ไร้จุดจบ!
โจวกราสเสียงสั่น “เป็นไปไม่ได้... จะมีคนเกิดมาพร้อมพลังระดับนี้ได้ไง? มันไม่สมเหตุสมผล!”
ปลาเค็มน้อยหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
“พ่อบอกว่า... ในโลกที่ไม่มีที่สิ้นสุด ก็ย่อมมีความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด อะไรก็เกิดขึ้นได้ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นได้... นั่นแหละคือความงามของโลกใบนี้!”
อวี๋เสียนลูบคาง พยักหน้าหงึกหงักอย่างภูมิใจ
“อื้ม... คมกริบ! สมเป็นคำพูดพ่อจริงๆ มีเหตุผลมาก!”
(จดไว้ๆ เดี๋ยวเอาไว้พูดเก๊กหล่อตอนเจอลูกในอนาคต)
“ปลาเค็มน้อย หนูเป็นผู้หวนคืนสู่หนึ่งจริงๆ เหรอ? งั้นก็ต้องเก่งโคตรๆ เลยสิ?” จางโซ่วถามตาโต
“อื้อ! เก่งมว๊ากกก! แต่พ่อกับแม่สั่งไว้ว่าห้ามใช้พลังพร่ำเพรื่อ...”
อวี๋เสียนรีบเสริม “ถูกต้อง! ก่อน 18 ห้ามซ่ามั่วซั่วถ้าพ่อแม่ไม่อนุญาต... ดูตัวอย่างป้าจางปู้เหยาสิ”
ปลาเค็มน้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันไปปรับทุกข์กับคนอื่น
“เห็นมะ... พ่อพูดงี้ตลอดเลย”
พรืด!
ทุกคนกลั้นขำไม่อยู่... พอนึกภาพอวี๋เสียนกับนอร่าต้องปวดหัวกับการเลี้ยงลูกชายจอมเทพคนนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้
“เอาล่ะๆ... กรณีนี้ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน พ่ออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ... พาพวกเราไปหาไอ้ตัวการนั่นหน่อยได้ไหม?” อวี๋เสียนถาม
“ได้เลย! ดูนะ... ฮึบ!”
ปลาเค็มน้อยพยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย
วูบ!
เพียงพริบตาเดียว... ทิวทัศน์รอบด้านก็เปลี่ยนไป!
ยานอัสก้าและเรือใบไม้ของโจวกราส ถูกวาร์ปข้ามมิติมาโผล่ยังพิกัดใหม่ในเสี้ยววินาที
เบื้องหน้าของพวกเขา คือ ดอกบัวยักษ์ขนาดมหึมา ที่ภายในกลีบดอกบรรจุโลกทั้งใบเอาไว้
...และในโลกดอกบัวนั้น เต็มไปด้วย ซากศพ ลอยฟ่อง เลือดแดงฉานย้อมโลกทั้งใบจนกลายเป็นสีเลือด
ใจกลางดอกบัว มีชายคนหนึ่งนั่งสมาธิอยู่
อวี๋เสียนเพ่งสายตามองไปที่ด้านหลังของชายคนนั้น... และเห็นร่างของหญิงสาวที่คุ้นตา
“เป็นท่านจริงๆ ด้วยเหรอ... คุณป้า!”
“คุณป้าเหรอ?” ทุกคนหันขวับมามองอวี๋เสียน
แต่ปลาเค็มน้อยกลับอุทานขึ้น “อ้าว... นั่น คุณย่าเจินเจิน นี่นา? ย่าเป็นอะไรไปอะ?”
คุณย่าเจินเจิน!?
คำสรรพนามนี้ทำเอาทุกคนชะงัก
“ลูกแม่... คุณย่าเจินเจินเป็นอะไรกับเราลูก?” นอร่ารีบถาม
“ก็คุณย่าเจินเจินไง... แม่เคยบอกว่าถ้าวันไหนย่าไม่อยู่บ้าน แม่จะหงุดหงิดจะตาย”
อวี๋เสียนตาเป็นประกาย “งั้นลูกช่วยคุณย่าออกมาได้ไหม?”
“ได้ฮะ! งั้นพ่อ... ผมขอใช้พลังช่วยย่าออกมานะ?”
“เอาสิ! รีบๆ ช่วยเลย!” อวี๋เสียนเร่งยิกๆ
เจ้าเด็กนี่... จะมาขออนุญาตอะไรตอนนี้!
แต่ก็เอาเถอะ... เรื่องอบรมลูกไว้ค่อยเป็นหน้าที่ของ ‘ตัวเขาในอนาคต’ ตอนนี้ช่วยคนสำคัญกว่า!