- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- (ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง
(ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง
(ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง
ราชันย์พฤกษาต้านไม่ไหวแล้ว”
“ดูเหมือนคงต้องวัดดวงดูสักตั้งแล้วล่ะ”
ในขณะนี้ อวี๋เสียนมองดูราชันย์พฤกษาที่ขวางอยู่ข้างหน้าซึ่งมีบาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วคิดในใจ
ทักษะสละชีพของปาเฟินถัง จะถูกปลดปล่อยออกมาเรื่อยๆ จนกว่ามันจะตาย ถึงแม้พลังชีวิตของราชันย์พฤกษาจะเยอะพอสมควร แต่เห็นได้ชัดว่าเทียบกับบอสจริงๆไม่ได้ หากยังฝืนรับต่อไปก็มีแต่ทางตายเท่านั้น
เมื่อใดที่ราชันย์พฤกษาล้มลง ก็จะถึงตาอวี๋เสียนที่ต้องเผชิญหน้ากับพลังดาบอันบ้าคลั่งราวกับพายุของปาเฟินถัง
ผู้เล่นในโลกมหัศจรรย์เจิน ทุกๆ 10 เลเวลจะสามารถปลุกทักษะขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติหนึ่งอย่าง อวี๋เสียนเลือกเปลี่ยนอาชีพเป็นทูตแห่งความโกลาหล ทักษะแรกที่ได้รับ คือ “อัญเชิญโกลาหล” เมื่อเลเวลถึง 10 เขาได้ “คำสาปโกลาหล” พอเลเวลแตะ 20 ก็ได้รับทักษะใหม่ “ขีปนาวุธโกลาหล” หลังจากนั้นอวี๋เสียนยังใช้ “หินได้รับทักษะ”เพื่อปลุกทักษะระดับสูง “โล่โกลาหล” ขึ้นมาอีกด้วย
ส่วนทักษะตอนเลเวล 30 ของเขาคือ [แปรสภาพโกลาหล]
ทักษะนี้สามารถทำให้เขาสามารถเปลี่ยนสสารที่สัมผัสให้กลายเป็นสสารแบบสุ่มได้ และยิ่งใช้พลังจิตมากเท่าไหร่ ขอบเขตการแปรสภาพก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น
เช่น เขาสามารถเปลี่ยนอากาศที่เขาสัมผัส ให้กลายเป็นเหล็กหรือน้ำแบบสุ่ม หรือกระทั่งเป็นเปลวไฟ,สายฟ้า
แต่ตัวเขาเองไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะแปรสภาพเป็นสสารอะไร ทุกอย่างล้วนเป็นการสุ่ม
และการเสริมพลัง+1 ก็ทำให้เขามีพลังควบคุมได้ในระดับหนึ่ง
เช่น เมื่อเขาใช้พลังจิตไปแล้ว จะสามารถเลือกเจาะจงได้ว่าต้องการแปรสภาพของสสารส่วนไหน
อวี๋เสียนย่อตัวลง มือแตะพื้น ก่อนจะปลดปล่อยพลังแปรสภาพโกลาหล พื้นดินที่เขาสัมผัสพลันแปรเปลี่ยนเป็นพลาสติก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงย้ายตำแหน่ง ก่อนจะใช้พลังแปรสภาพอีกครั้ง
ครั้งนี้โชคเข้าข้างเขา พื้นที่ที่เขาสัมผัส ได้ถูกแปรสภาพกลายเป็นของเหลวทันที เขาจึงเพิ่มการใช้พลังจิต ของเหลวจึงค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของปาเฟินถัง พลังจิตถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง สายน้ำเล็กๆ เส้นหนึ่งก็รีบแผ่ขยายไปตามพื้นดินอย่างรวดเร็ว และมุ่งตรงไปยังตำแหน่งของปาเฟินถังทันที
ทันทีที่ไปถึงใต้เท้าของปาเฟินถัง อวี๋เสียนก็ระเบิดพลังจิตออกมาอย่างรุนแรง พื้นดินใต้เท้าของปาเฟินถังพลันแปรเปลี่ยนเป็นของเหลวลึกลับ เท้าที่ยืนอยู่สูญเสียหลัก เขาจึงร่วงลงไปในของเหลวนั้น การโจมตีก็พลันหยุดชะงักไป
อวี๋เสียนไม่รู้เลยว่า ของเหลวที่ตนเองแปรสภาพออกมานั้นจริงๆ แล้วคือปิโตรเลียมอีเทอร์
ปิโตรเลียมอีเทอร์ หรือที่เรียกว่าปิโตรเลียมสปิริต เป็นของเหลวใสไม่มีสี แต่มีกลิ่นเหมือนน้ำมันก๊าด และยังเป็นของเหลวไวไฟระดับหนึ่งที่ติดไฟง่ายมากเมื่อเจอไฟ
พูดช้าแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว
ภายใต้การฟันด้วยความเร็วสูง อุณหภูมิของเคียวตั๊กแตนของปาเฟินถังสูงเกินร้อยองศาไปนานแล้ว
ตั้งแต่เริ่มใช้ทักษะจนกระทั่งพลังแผ่ไปถึงใต้เท้าของปาเฟินถัง อวี๋เสียนใช้เวลาเพียงครึ่งวินาทีเท่านั้น ปาเฟินถังร่วงลงไปในปิโตรเลียมอีเทอร์ และในจังหวะเดียวกัน เคียวตั๊กแตนในมือของมันก็จุดไฟเผาของเหลวทั้งหมดทันที
“โอกาสดี!”
อวี๋เสียนเห็นหลุมขนาดใหญ่ที่ถูกแปรสภาพเป็นปิโตรเลียมอีเทอร์ลุกไหม้ขึ้น ก็คิดในใจทันที
วินาทีถัดมา ราชันย์พฤกษาใช้เถาวัลย์พันรอบเอวของเขา แล้วยกตัวของเขาขึ้นไปเหนือหลุมขนาดใหญ่ทันที เขารีบควักก้อนหินขนาดมหึมาจากในเป้ จากนั้นมันก็ร่วงลงมาจากฟากฟ้า กระแทกลงบนปากหลุมอย่างแรง จนหลุมถูกอุดอย่างสมบูรณ์
“บัดซบ เป็นท่าที่น่ารังเกียจแบบนี้อีกแล้ว”
จริงๆ แล้วปฏิกิริยาของปาเฟินถังไม่ได้ช้า แต่เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน เมื่อตกลงไปในปิโตรเลียมอีเทอร์สีหน้าก็เปลี่ยนไป รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที
ทันทีที่มันพยายามจะหนีและลอยตัวขึ้นมา ก็ถูกก้อนหินยักษ์ที่อวี๋เสียนปล่อยลงมาทุบเข้าที่ศีรษะ แม้จะมีเกราะโครงกระดูกภายนอก ศีรษะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงกระแทกครั้งนี้ได้ มันสลบไปในทันที ร่างที่อ่อนแรงจมลงสู่ของเหลว และถูกเปลวเพลิงเผาไหม้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทางหลบหนีได้เลย
ประมาณสามนาทีผ่านไป อวี๋เสียนก็เลเวลอัพจากเลเวล 40 เป็น 41ทันที เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า
พอปาเฟินถังตายลง เรื่องต่างๆ ก็แทบจะไม่มีอะไรน่ากังวลอีก แล้ว อวี๋เสียนจึงส่งปัวไหลเย่และเซเลน่าออกไปสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม ส่วนตัวเองพาราชันย์พฤกษาเดินนำไปยังหน้าก้อนหินยักษ์
ก้อนหินยักษ์ก้อนนี้มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ ข้างล่างยังมีช่องว่างหลายแห่งที่ทำให้อากาศสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ กระทั่งตอนที่ทับหลุมขนาดใหญ่อยู่ ก็เคยเกิดการระเบิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้ก้อนหินยักษ์สั่นเล็กน้อย
ตอนนี้อวี๋เสียนต้องการย้ายก้อนหินยักษ์เพื่อเก็บของที่ได้มา แต่ยังคงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากราชันย์พฤกษา ไม่เช่นนั้นเขาคงยกก้อนหินยักษ์ไม่ไหวแน่ๆ
เกมนี้มีการตั้งค่าขึ้นอย่างหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคุณสมบัติของยุทธภัณฑ์ประเภทเก็บของจำนวนมาก นั่นก็คือ เฉพาะของที่สามารถยกขึ้นมาได้เท่านั้น จึงจะสามารถเก็บเข้าไปในแหวนมิติเพื่อเก็บของได้
อวี๋เสียนสามารถใช้กลยุทธ์ได้ เช่น ให้สัตว์อัญเชิญช่วยยก เพียงแค่สัตว์อัญเชิญสามารถยกขึ้นมาได้ เขาก็สามารถเก็บของชิ้นนั้นใส่ในกระเป๋าเป้ได้แล้ว
ถึงแม้ราชันย์พฤกษาจะถูกปาเฟินถังฟันจนบาดเจ็บสาหัส แต่จริงๆ แล้วแกนกลางของมัน ก็ยังคงไม่ได้รับความเสียหาย
มอนสเตอร์ประเภทพืชอย่างมัน ขอแค่แกนกลางยังไม่เสียหาย ก็สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกสักครู่เมื่อมันหาที่ปลูกตัวเองลงไป บาดแผลก็จะหายดีในไม่ช้า
ในตอนนี้ ภายใต้คำสั่งของอวี๋เสียน ราชันย์พฤกษาก็ใช้เถาวัลย์พันรัดรอบก้อนหินยักษ์อย่างรวดเร็ว อวี๋เสียนยื่นมือไปแตะที่ก้อนหิน ก้อนหินก็หายวับเข้าไปในเป้าเป้ทันที พร้อมให้เขาใช้งานอีกครั้งในครั้งหน้า
หลังจากเก็บก้อนหินยักษ์เสร็จแล้ว อวี๋เสียนก็หันไปมองที่หลุมขนาดใหญ่ ขณะที่ศพของปาเฟินถังได้แปรสภาพกลายเป็นแสงสีขาวจางหายไป ทิ้งไว้เพียงเพชรสามเม็ด เคียวแมลงปอคู่หนึ่ง และดาบบางเฉียบราวกับปีกจักจั่นอีก 1 คู่
สมกับเป็นหัวหน้าฐานย่อยของสมาคมล่าผู้เล่นจริงๆ ของที่ดรอปออกมาล้วนเป็นของดีทั้งนั้นเลย
อวี๋เสียนสั่งให้ราชันย์พฤกษาดึงของทั้งหมดออกมาจากหลุมขนาดใหญ่ทีละชิ้น ก่อนจะค่อยๆตรวจสอบทุกชิ้นอย่างละเอียด
อย่างแรกคืออัญมณีสามก้อน ได้แก่ [หินเสริมพลังตัวละคร] [หินเสริมพลังอาชีพ] [หินเสริมพลังทักษะ] หลังจากที่ยืนยันคุณสมบัติของอัญมณีทั้งสามก้อนแล้ว อวี๋เสียนก็เริ่มหัวเราะอย่างโง่ๆ ปากอ้ากว้างจนหุบไม่ลง
รวยจริงๆ แล้ว
อวี๋เสียนรีบเก็บอัญมณีทั้งสามก้อนขึ้นมา จากนั้นก็ตรวจสอบอาวุธที่ปาเฟินถังดรอปทันที
[เคียววายุ]
[ความคม: +1]
[เพิ่มพลังโจมตี: 20%]
[ผลพิเศษ: เมื่อใช้การโจมตีธาตุลม, การใช้พลังงานลดลง 15%, ทักษะเพิ่มความแรง 10%]
[หมายเหตุ: อาวุธคู่กายของปาเฟินถัง ได้รับการดูแลและบำรุงรักษาตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงทำให้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก]
……
...
[เคียวอัคคี]
[ความคม: +1]
[เพิ่มพลังโจมตี: 20%]
[ผลพิเศษ: เมื่อใช้การโจมตีธาตุไฟ, การใช้พลังงานลดลง 15%, ทักษะเพิ่มความแรง 10%]
[หมายเหตุ: อาวุธคู่กายของปาเฟินถัง ได้รับการดูแลและบำรุงรักษาตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงทำให้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก]
ของดีนี่นา
ถึงแม้จะไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ถือว่าเป็นอาวุธชั้นยอดอย่างแน่นอน
อวี๋เสียนมองดูเคียวทั้งสองเล่ม ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นยินดี หากของสิ่งนี้มอบให้กับคนที่ใช้เป็น จะต้องเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจอย่างแน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคืออาวุธนี้เพิ่มพลังโจมตีเป็นเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงหลังๆ ของเกม ก็ยังสามารถใช้ได้ ไม่มีการตามระดับไม่ทันอีกด้วย
น่าเสียดายที่อวี๋เสียนเองใช้เคียวไม่เป็น ถือไปอย่างมากก็แค่เหวี่ยงไปมั่วๆ ไม่รู้ว่าในอนาคตจะสามารถหาสัตว์อัญเชิญที่เชี่ยวชาญใช้เคียวได้หรือไม่
เขาจึงเก็บเคียวทั้งสองเล่มไว้ แล้วหันไปมองดาบคู่ที่บางราวกับปีกจักจั่นนั้นอย่างตั้งใจ
ดาบสองเล่มนี้น่าจะเป็นอาวุธที่วิวัฒนาการมาจากปีกของปาเฟินถัง ลวดลายบนด้ามดาบและลวดลายบนปีกของปาเฟินถังเหมือนกันอย่างกับแกะ
เขาหยิบดาบเล่มหนึ่งลงมาจากเถาวัลย์ของราชันย์พฤกษา ลูบไล้ตัวดาบอย่างละเอียดตัวดาบใสไร้ตำหนิ อีกด้านหนึ่งก็สามารถมองเห็นมือของเขาได้
เมื่อคิดในใจ เขาก็ตรวจสอบคุณสมบัติของดาบเล่มนี้ทันที