เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง

(ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง

(ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง


ราชันย์พฤกษาต้านไม่ไหวแล้ว”

“ดูเหมือนคงต้องวัดดวงดูสักตั้งแล้วล่ะ”

ในขณะนี้ อวี๋เสียนมองดูราชันย์พฤกษาที่ขวางอยู่ข้างหน้าซึ่งมีบาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วคิดในใจ

ทักษะสละชีพของปาเฟินถัง จะถูกปลดปล่อยออกมาเรื่อยๆ จนกว่ามันจะตาย ถึงแม้พลังชีวิตของราชันย์พฤกษาจะเยอะพอสมควร แต่เห็นได้ชัดว่าเทียบกับบอสจริงๆไม่ได้ หากยังฝืนรับต่อไปก็มีแต่ทางตายเท่านั้น

เมื่อใดที่ราชันย์พฤกษาล้มลง ก็จะถึงตาอวี๋เสียนที่ต้องเผชิญหน้ากับพลังดาบอันบ้าคลั่งราวกับพายุของปาเฟินถัง

ผู้เล่นในโลกมหัศจรรย์เจิน ทุกๆ 10 เลเวลจะสามารถปลุกทักษะขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติหนึ่งอย่าง อวี๋เสียนเลือกเปลี่ยนอาชีพเป็นทูตแห่งความโกลาหล ทักษะแรกที่ได้รับ คือ “อัญเชิญโกลาหล” เมื่อเลเวลถึง 10 เขาได้ “คำสาปโกลาหล” พอเลเวลแตะ 20 ก็ได้รับทักษะใหม่ “ขีปนาวุธโกลาหล” หลังจากนั้นอวี๋เสียนยังใช้ “หินได้รับทักษะ”เพื่อปลุกทักษะระดับสูง “โล่โกลาหล” ขึ้นมาอีกด้วย

ส่วนทักษะตอนเลเวล 30 ของเขาคือ [แปรสภาพโกลาหล]

ทักษะนี้สามารถทำให้เขาสามารถเปลี่ยนสสารที่สัมผัสให้กลายเป็นสสารแบบสุ่มได้ และยิ่งใช้พลังจิตมากเท่าไหร่ ขอบเขตการแปรสภาพก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น

เช่น เขาสามารถเปลี่ยนอากาศที่เขาสัมผัส ให้กลายเป็นเหล็กหรือน้ำแบบสุ่ม หรือกระทั่งเป็นเปลวไฟ,สายฟ้า

แต่ตัวเขาเองไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะแปรสภาพเป็นสสารอะไร ทุกอย่างล้วนเป็นการสุ่ม

และการเสริมพลัง+1 ก็ทำให้เขามีพลังควบคุมได้ในระดับหนึ่ง

เช่น เมื่อเขาใช้พลังจิตไปแล้ว จะสามารถเลือกเจาะจงได้ว่าต้องการแปรสภาพของสสารส่วนไหน

อวี๋เสียนย่อตัวลง มือแตะพื้น ก่อนจะปลดปล่อยพลังแปรสภาพโกลาหล พื้นดินที่เขาสัมผัสพลันแปรเปลี่ยนเป็นพลาสติก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงย้ายตำแหน่ง ก่อนจะใช้พลังแปรสภาพอีกครั้ง

ครั้งนี้โชคเข้าข้างเขา พื้นที่ที่เขาสัมผัส ได้ถูกแปรสภาพกลายเป็นของเหลวทันที เขาจึงเพิ่มการใช้พลังจิต ของเหลวจึงค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของปาเฟินถัง พลังจิตถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง สายน้ำเล็กๆ เส้นหนึ่งก็รีบแผ่ขยายไปตามพื้นดินอย่างรวดเร็ว และมุ่งตรงไปยังตำแหน่งของปาเฟินถังทันที

ทันทีที่ไปถึงใต้เท้าของปาเฟินถัง อวี๋เสียนก็ระเบิดพลังจิตออกมาอย่างรุนแรง พื้นดินใต้เท้าของปาเฟินถังพลันแปรเปลี่ยนเป็นของเหลวลึกลับ เท้าที่ยืนอยู่สูญเสียหลัก เขาจึงร่วงลงไปในของเหลวนั้น การโจมตีก็พลันหยุดชะงักไป

อวี๋เสียนไม่รู้เลยว่า ของเหลวที่ตนเองแปรสภาพออกมานั้นจริงๆ แล้วคือปิโตรเลียมอีเทอร์

ปิโตรเลียมอีเทอร์ หรือที่เรียกว่าปิโตรเลียมสปิริต เป็นของเหลวใสไม่มีสี แต่มีกลิ่นเหมือนน้ำมันก๊าด และยังเป็นของเหลวไวไฟระดับหนึ่งที่ติดไฟง่ายมากเมื่อเจอไฟ

พูดช้าแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว

ภายใต้การฟันด้วยความเร็วสูง อุณหภูมิของเคียวตั๊กแตนของปาเฟินถังสูงเกินร้อยองศาไปนานแล้ว

ตั้งแต่เริ่มใช้ทักษะจนกระทั่งพลังแผ่ไปถึงใต้เท้าของปาเฟินถัง อวี๋เสียนใช้เวลาเพียงครึ่งวินาทีเท่านั้น ปาเฟินถังร่วงลงไปในปิโตรเลียมอีเทอร์ และในจังหวะเดียวกัน เคียวตั๊กแตนในมือของมันก็จุดไฟเผาของเหลวทั้งหมดทันที

“โอกาสดี!”

อวี๋เสียนเห็นหลุมขนาดใหญ่ที่ถูกแปรสภาพเป็นปิโตรเลียมอีเทอร์ลุกไหม้ขึ้น ก็คิดในใจทันที

วินาทีถัดมา ราชันย์พฤกษาใช้เถาวัลย์พันรอบเอวของเขา แล้วยกตัวของเขาขึ้นไปเหนือหลุมขนาดใหญ่ทันที เขารีบควักก้อนหินขนาดมหึมาจากในเป้ จากนั้นมันก็ร่วงลงมาจากฟากฟ้า กระแทกลงบนปากหลุมอย่างแรง จนหลุมถูกอุดอย่างสมบูรณ์

“บัดซบ เป็นท่าที่น่ารังเกียจแบบนี้อีกแล้ว”

จริงๆ แล้วปฏิกิริยาของปาเฟินถังไม่ได้ช้า แต่เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน เมื่อตกลงไปในปิโตรเลียมอีเทอร์สีหน้าก็เปลี่ยนไป รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที

ทันทีที่มันพยายามจะหนีและลอยตัวขึ้นมา ก็ถูกก้อนหินยักษ์ที่อวี๋เสียนปล่อยลงมาทุบเข้าที่ศีรษะ แม้จะมีเกราะโครงกระดูกภายนอก ศีรษะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงกระแทกครั้งนี้ได้ มันสลบไปในทันที ร่างที่อ่อนแรงจมลงสู่ของเหลว และถูกเปลวเพลิงเผาไหม้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทางหลบหนีได้เลย

ประมาณสามนาทีผ่านไป อวี๋เสียนก็เลเวลอัพจากเลเวล 40 เป็น 41ทันที เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า

พอปาเฟินถังตายลง เรื่องต่างๆ ก็แทบจะไม่มีอะไรน่ากังวลอีก แล้ว อวี๋เสียนจึงส่งปัวไหลเย่และเซเลน่าออกไปสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม ส่วนตัวเองพาราชันย์พฤกษาเดินนำไปยังหน้าก้อนหินยักษ์

ก้อนหินยักษ์ก้อนนี้มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ ข้างล่างยังมีช่องว่างหลายแห่งที่ทำให้อากาศสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้  กระทั่งตอนที่ทับหลุมขนาดใหญ่อยู่ ก็เคยเกิดการระเบิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้ก้อนหินยักษ์สั่นเล็กน้อย

ตอนนี้อวี๋เสียนต้องการย้ายก้อนหินยักษ์เพื่อเก็บของที่ได้มา แต่ยังคงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากราชันย์พฤกษา ไม่เช่นนั้นเขาคงยกก้อนหินยักษ์ไม่ไหวแน่ๆ

เกมนี้มีการตั้งค่าขึ้นอย่างหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคุณสมบัติของยุทธภัณฑ์ประเภทเก็บของจำนวนมาก นั่นก็คือ เฉพาะของที่สามารถยกขึ้นมาได้เท่านั้น จึงจะสามารถเก็บเข้าไปในแหวนมิติเพื่อเก็บของได้

อวี๋เสียนสามารถใช้กลยุทธ์ได้ เช่น ให้สัตว์อัญเชิญช่วยยก เพียงแค่สัตว์อัญเชิญสามารถยกขึ้นมาได้ เขาก็สามารถเก็บของชิ้นนั้นใส่ในกระเป๋าเป้ได้แล้ว

ถึงแม้ราชันย์พฤกษาจะถูกปาเฟินถังฟันจนบาดเจ็บสาหัส แต่จริงๆ แล้วแกนกลางของมัน ก็ยังคงไม่ได้รับความเสียหาย

มอนสเตอร์ประเภทพืชอย่างมัน ขอแค่แกนกลางยังไม่เสียหาย ก็สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกสักครู่เมื่อมันหาที่ปลูกตัวเองลงไป บาดแผลก็จะหายดีในไม่ช้า

ในตอนนี้ ภายใต้คำสั่งของอวี๋เสียน ราชันย์พฤกษาก็ใช้เถาวัลย์พันรัดรอบก้อนหินยักษ์อย่างรวดเร็ว อวี๋เสียนยื่นมือไปแตะที่ก้อนหิน ก้อนหินก็หายวับเข้าไปในเป้าเป้ทันที พร้อมให้เขาใช้งานอีกครั้งในครั้งหน้า

หลังจากเก็บก้อนหินยักษ์เสร็จแล้ว อวี๋เสียนก็หันไปมองที่หลุมขนาดใหญ่ ขณะที่ศพของปาเฟินถังได้แปรสภาพกลายเป็นแสงสีขาวจางหายไป ทิ้งไว้เพียงเพชรสามเม็ด เคียวแมลงปอคู่หนึ่ง และดาบบางเฉียบราวกับปีกจักจั่นอีก 1 คู่

สมกับเป็นหัวหน้าฐานย่อยของสมาคมล่าผู้เล่นจริงๆ ของที่ดรอปออกมาล้วนเป็นของดีทั้งนั้นเลย

อวี๋เสียนสั่งให้ราชันย์พฤกษาดึงของทั้งหมดออกมาจากหลุมขนาดใหญ่ทีละชิ้น ก่อนจะค่อยๆตรวจสอบทุกชิ้นอย่างละเอียด

อย่างแรกคืออัญมณีสามก้อน ได้แก่ [หินเสริมพลังตัวละคร] [หินเสริมพลังอาชีพ] [หินเสริมพลังทักษะ] หลังจากที่ยืนยันคุณสมบัติของอัญมณีทั้งสามก้อนแล้ว อวี๋เสียนก็เริ่มหัวเราะอย่างโง่ๆ ปากอ้ากว้างจนหุบไม่ลง

รวยจริงๆ แล้ว

อวี๋เสียนรีบเก็บอัญมณีทั้งสามก้อนขึ้นมา จากนั้นก็ตรวจสอบอาวุธที่ปาเฟินถังดรอปทันที

[เคียววายุ]

[ความคม: +1]

[เพิ่มพลังโจมตี: 20%]

[ผลพิเศษ: เมื่อใช้การโจมตีธาตุลม, การใช้พลังงานลดลง 15%, ทักษะเพิ่มความแรง 10%]

[หมายเหตุ: อาวุธคู่กายของปาเฟินถัง ได้รับการดูแลและบำรุงรักษาตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงทำให้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก]

……

...

[เคียวอัคคี]

[ความคม: +1]

[เพิ่มพลังโจมตี: 20%]

[ผลพิเศษ: เมื่อใช้การโจมตีธาตุไฟ, การใช้พลังงานลดลง 15%, ทักษะเพิ่มความแรง 10%]

[หมายเหตุ: อาวุธคู่กายของปาเฟินถัง ได้รับการดูแลและบำรุงรักษาตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงทำให้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก]

ของดีนี่นา

ถึงแม้จะไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ถือว่าเป็นอาวุธชั้นยอดอย่างแน่นอน

อวี๋เสียนมองดูเคียวทั้งสองเล่ม ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นยินดี หากของสิ่งนี้มอบให้กับคนที่ใช้เป็น จะต้องเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจอย่างแน่นอน

ที่สำคัญที่สุดคืออาวุธนี้เพิ่มพลังโจมตีเป็นเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงหลังๆ ของเกม ก็ยังสามารถใช้ได้ ไม่มีการตามระดับไม่ทันอีกด้วย

น่าเสียดายที่อวี๋เสียนเองใช้เคียวไม่เป็น ถือไปอย่างมากก็แค่เหวี่ยงไปมั่วๆ ไม่รู้ว่าในอนาคตจะสามารถหาสัตว์อัญเชิญที่เชี่ยวชาญใช้เคียวได้หรือไม่

เขาจึงเก็บเคียวทั้งสองเล่มไว้ แล้วหันไปมองดาบคู่ที่บางราวกับปีกจักจั่นนั้นอย่างตั้งใจ

ดาบสองเล่มนี้น่าจะเป็นอาวุธที่วิวัฒนาการมาจากปีกของปาเฟินถัง ลวดลายบนด้ามดาบและลวดลายบนปีกของปาเฟินถังเหมือนกันอย่างกับแกะ

เขาหยิบดาบเล่มหนึ่งลงมาจากเถาวัลย์ของราชันย์พฤกษา ลูบไล้ตัวดาบอย่างละเอียดตัวดาบใสไร้ตำหนิ อีกด้านหนึ่งก็สามารถมองเห็นมือของเขาได้

เมื่อคิดในใจ เขาก็ตรวจสอบคุณสมบัติของดาบเล่มนี้ทันที



จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 466: สังหารในหลุมพราง

คัดลอกลิงก์แล้ว