เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี)บทที่ 411: ภัยพิบัติที่มลายหายไปเพราะการเรอ

(ฟรี)บทที่ 411: ภัยพิบัติที่มลายหายไปเพราะการเรอ

(ฟรี)บทที่ 411: ภัยพิบัติที่มลายหายไปเพราะการเรอ


บทที่ 411: ภัยพิบัติที่มลายหายไปเพราะการเรอ

ทะเลวิบากมรณะ เกาะแสงไฟฟ้า

ในที่สุดการโจมตีของผู้แข็งแกร่งระดับดาราก็จบลง โม่หินหลังจากโจมตีต่อเนื่องหนึ่งวันหนึ่งคืนก็สลายหายไปอย่างสมบูรณ์ เหลือทิ้งไว้เพียงพลังงานอันเกรี้ยวกราดที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ราวกับยังไม่รู้ว่าจะมุ่งหน้าไปที่ใด

พวกหนิวไคเทียนมองดูหัวในทะเล ต่างก็ขมวดคิ้ว ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อยเลยจริงๆ

แม้จะมีระดับจักรวาลคั่นกลางอยู่ระหว่างระดับดารากับกาแล็กซี แต่การที่ผู้แข็งแกร่งระดับดาราหลายร้อยคนร่วมมือกันโจมตีอย่างเป็นระบบ อานุภาพที่ปล่อยออกมาก็ไม่ได้น้อยไปกว่าผู้แข็งแกร่งระดับสูงเลยแม้แต่น้อย

“จากเรื่องเล็ก ก็พอจะมองเห็นภาพรวมได้แล้ว”

หนิวไคเทียนได้เห็นทั้งการโจมตีของเซียวเจี้ยนเสียนก่อนหน้านี้ และการร่วมมือกันของผู้แข็งแกร่งระดับดาราในครั้งนี้ ก็พอจะเข้าใจได้แล้วว่า... ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกาแล็กซี ก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก

“หากหัวเหล่านี้ออกมาจากใต้น้ำ เกรงว่าทะเลวิบากมรณะ...”

ในใจของหนิวไคเทียนรู้สึกหนักอึ้ง  พวกเขาที่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกาแล็กซี อย่างน้อยยังพอหนีรอดได้ แต่คนอื่นล่ะ... จะมีทางรอดหรือเปล่า?

ยากที่จะจินตนาการได้ว่า เมื่อถึงตอนนั้นทะเลวิบากมรณะจะมีผู้คนล้มตายมากมายขนาดไหน

“ไม่รู้ว่าผู้มีพระคุณจะสามารถ...”

หนิวไคเทียนไม่มีความมั่นใจในตัวเองมากนัก เขากวาดตามองผู้คนรอบตัว แล้วก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง เพราะแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับกาแล็กซีคนอื่น ๆ เขาก็ยังไม่อาจฝากความหวังไว้ได้ และในช่วงเวลานั้นเอง เขาก็นึกถึงอวี๋เสียนขึ้นมา

พอดีเลย

พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา

ตอนนี้ ประตูของรถมดน้อยเคลื่อนที่เปิดออก อวี๋เสียนก้าวออกมา มองคนรอบข้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเรอออกมาเบาๆ ครั้งหนึ่ง

น่ากลัวเกินไปแล้ว

เสี่ยวหวงเฉวียนตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว

เมื่อวาน เสี่ยวหวงเฉวียนทำอาหารเต็มโต๊ะ ทุกคนต่างก็กินกันอย่างมีความสุขและเพลิดเพลิน

ผลก็คือจิตวิญญาณแห่งเชฟของเสี่ยวหวงเฉวียนลุกโชนขึ้นมา รอให้ทุกคนกินโต๊ะแรกเสร็จ ก็เริ่มทำอาหารโต๊ะที่สอง, สาม, สี่, ห้า... ทันที

อวี๋เสียนเจริญอาหารมาก ตอนแรกเห็นเสี่ยวหวงเฉวียนดีใจขนาดนั้น ก็เลยร่วมวงกินไปด้วย ยังไงฝีมือการทำอาหารของเสี่ยวหวงเฉวียนตอนนี้ก็แข็งแกร่งมากจริงๆ ของที่ทำก็อร่อยมากด้วย

แต่หลังจากกินไปหนึ่งวันหนึ่งคืน เขาก็นั่งไม่ติดแล้ว

โชคดีที่ตอนนี้นอร่าน้อยยังคงกินอยู่

มีจอมกินจุอย่างนอร่าน้อยคอยบังหน้า ในที่สุดเขาก็อาศัยการหนีไปเข้าห้องน้ำเพื่อหลบหนีจากสมรภูมิได้

“ผู้มีพระคุณ!”

หนิวไคเทียนเห็นอวี๋เสียน ก็พูดอย่างเคารพทันที

“อืม… เป็นยังไงบ้าง?” อวี๋เสียนก้าวเข้ามาถาม พร้อมกับเรอออกมาอีกสองครั้ง

หนิวไคเทียนถอนหายใจ พึ่งคิดจะพูด อวี๋เสียนก็ส่งเสียง ‘เอิ๊ก’ ออกมา หนิวไคเทียนตั้งสติ พึ่งจะอ้าปาก อวี๋เสียนก็ส่งเสียง ‘เอิ๊ก’ ออกมาอีก

“รอสักครู่!”

อวี๋เสียนก็ตระหนักถึงปัญหาแล้ว

เขารีบใช้ความสามารถ ในพริบตาก็ย่อยอาหารอาหารในร่างกายไปได้จนหมด คิดว่าจะแก้อาการเรอบ่อยๆได้แล้ว แต่วินาทีถัดมาก็เรอออกมาอีกครั้งซะงั้น!

เอิ๊ก...

เอิ๊ก...

เอิ๊ก...

อวี๋เสียนและหนิวไคเทียนต่างก็เงียบไป

[แม่พิมพ์ซาลาเปาอันดับหนึ่งในใต้หล้า: เพียงแค่ใช้แป้งสาลีและไข่ก็สามารถสร้างซาลาเปาที่อร่อยที่สุดในใต้หล้าได้ แต่ผู้ที่กินเข้าไปจะสุ่มได้รับอาการป่วยเล็กน้อยหนึ่งอย่าง หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงจะหายไป]

มื้อสุดท้ายของอวี๋เสียน กินซาลาเปาที่เสี่ยวหวงเฉวียนทำ อาการป่วยเล็กน้อยที่ได้รับคือชอบเรอ

อันที่จริง เสี่ยวหวงเฉวียนเคยบอกทุกคนแล้วว่าซาลาเปาเหล่านี้จะมีปัญหาเล็กน้อย แต่หลังจากที่อวี๋เสียนฟังจบก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ในที่สุดก็ตระหนักแล้วว่าอาการป่วยเล็กน้อยนี้คืออะไร

“ผู้มีพระคุณ เกรงว่าครั้งนี้...”

“เอิ๊ก”

“ภัยพิบัติครั้งนี้ พวกเราล้วนยากที่จะ...”

“เอิ๊ก”

“เอิ๊ก”

“พวกเราล้วนยากที่จะแก้ไขได้ ทำได้เพียงพึ่งพา...”

อวี๋เสียนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หนิวไคเทียนไม่ต้องพูดแล้ว เขาเข้าใจแล้ว

พูดง่ายๆก็คือจากสถานการณ์ที่ผู้แข็งแกร่งระดับดาราลงมือ หนิวไคเทียนคิดว่าผู้มีพลังพิเศษของทะเลวิบากมรณะไม่สามารถแก้ไขภัยพิบัติครั้งนี้ได้ ดังนั้นจึงหวังให้เขาลงมือ

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะ… เอิ๊ก… ลงมือเองแหละ เรื่องนี้… เอิ๊ก… ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก” อวี๋เสียนพูดกับหนิวไคเทียน พร้อมกับเรอออกมาแทรกสองสามที

หน้าผากของหนิวไคเทียนมีเหงื่อซึมเล็กน้อย พยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ พร้อมกันนั้นเขาก็สงสัยมากว่าทำไมอวี๋เสียนถึงเรอไม่หยุด กินอิ่มขนาดนั้นเลยเหรอ?

ต่อจากนั้น ทั้งสองคนก็เงียบไป เหลือเพียงเสียงเรอของอวี๋เสียน

ช่างเถอะ

ทำลายมันซะ

อวี๋เสียนคิดว่าตนเองควรจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้จบๆไป แล้วก็รีบชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

อันที่จริง ตั้งแต่แรกเขาก็สามารถแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว เพียงแต่เขารู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อ พูดง่ายๆ ก็คืออยากจะกินเผือก

นอกจากโลกของตัวเองแล้ว ภัยพิบัติจากโลกอื่นๆ สำหรับเขาก็แค่เรื่องไกลตัว จะว่าไปก็อยู่ในโหมด “ปล่อยวางขั้นสุด” เรื่องไหนไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองก็ขอแขวนให้สูงเข้าไว้ ในเมื่อหมื่นพันภพมีอยู่มากมายขนาดนั้น ถ้าเจอเรื่องที่ไม่สบอารมณ์ก็แค่ลงมือจัดการ ถ้าไม่เจอก็ถือว่าเรื่องนั้นไม่มีอยู่จริง ง่ายดี สบายใจดี ไม่เปลืองพลังชีวิตด้วย!

ไม่เช่นนั้น ทุกวินาทีในหมื่นพันภพล้วนมีโลกที่กำลังล่มสลาย ต่อให้เขาเหนื่อยตายก็ช่วยไม่ไหวหรอก

ภัยพิบัติของทะเลวิบากมรณะ ก็ให้เป็นเรื่องของทะเลวิบากมรณะ

ตามหลักการแล้วอวี๋เสียนจะไม่ลงมือ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันน่าอึดอัดเกินไป ก็เลยต้องโยนหลักการทิ้งไว้ข้างหลังไปก่อนแล้วกัน

หลักการงั้นเหรอ? สำหรับอวี๋เสียนแล้ว มันก็เหมือนกางเกงวอร์ม อยากใส่ก็ใส่ ไม่อยากก็ถอด เกะกะเมื่อไหร่ก็โยนทิ้งข้างทางเมื่อนั้น!

ภายใต้สายตาของผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน อวี๋เสียนก็เดินออกจากริมหน้าผาอย่างใจเย็น ค่อยๆ เดินไปยืนอยู่เหนือน้ำทะเล จากนั้นเขาก็หยิบตาข่ายประมงที่ขาดรุ่งริ่งผืนหนึ่งออกมาราวกับของล้ำค่า

[ตาข่ายตัดตอนวงศ์ตระกูล: ตาข่ายนี้เมื่อลงไปแล้ว สามารถจับเป้าหมายที่กำหนดและพวกเดียวกันทั้งหมดได้ในคราวเดียว บรรลุถึงการตัดตอนวงศ์ตระกูลอย่างแท้จริง]

อวี๋เสียนล็อกเป้าหมายไปที่หัวเหล่านั้นในทะเล จากนั้นก็โยนตาข่ายตัดตอนวงศ์ตระกูลลงไป วินาทีต่อมาตาข่ายทั้งผืนก็ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว คลุมหัวทั้งหมดไว้ทันที

อวี๋เสียนดึงเชือกในมือ หัวนับไม่ถ้วนก็ติดตาข่ายแล้ว

สำหรับหนิวไคเทียนและคนอื่นๆ ที่คิดว่าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ อวี๋เสียนกลับมองว่านี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

เขาดึงตาข่ายขึ้นมา ทะเลวิบากมรณะทั้งใบก็สะอาดแล้ว แม้แต่ฉี่เป็นเลือดของเฟิ่งไหลเซียนก็ถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ในตาข่ายจนหมด อวี๋เสียนส่งตาข่ายนั้นเข้าไปยังมิติเทพซ่อน ก่อนจะใช้พลังความคิดส่งตาข่ายต่อไปยังหอคอยเทพซ่อนอีกที

“เอาล่ะเอิ๊ก”

“ปัญหาแก้ไขแล้ว”

“บ๊ายบายเอิ๊ก”

อวี๋เสียนแก้ไขปัญหาได้แล้ว ก็ตบมือเบาๆพร้อมกับเรอออกมา ก่อนจะหันไปพูดกับหนิวไคเทียน

หนิวไคเทียนและคนอื่นๆถึงกับอึ้ง ปัญหานี้มันถูกแก้ไขได้ง่ายเกินคาด แบบไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

วินาทีก่อนหน้า เหมือนโลกกำลังจะแตกสลาย วินาทีต่อมา กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยซะงั้น

หนิวไคเทียนรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันช่างเหลวไหลเกินไปจนดูไม่สมจริง ถึงขั้นเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจจะโดนวิชามายาหลอก

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นล้วนคิดแบบเดียวกัน โดยเฉพาะเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับดารา หลังจากต่อสู้อย่างหนักหน่วงทั้งวันทั้งคืน พวกเขาก็รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของหัวใต้น้ำเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายกลับถูกแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยตาข่ายเดียว โลกทัศน์ของพวกเขาถึงกับพังทลายลงทันที

พื้นที่ผู้โดยสาร

อวี๋เสียนกลับมาก็ปิดประตู จากนั้นก็เรอออกมาทีหนึ่ง

เขานึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาทันที ทุกคนต่างก็กินซาลาเปานั่นไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นแล้วอาการป่วยเล็กน้อยของคนอื่นๆ จะเป็นอะไรล่ะ?

อยู่ดีๆเขาก็เกิดสนใจอยากรู้ขึ้นมา จึงเตรียมกลับไปยังมิติเทพซ่อน เพื่อดูอาการป่วยเล็กน้อยของนอร่าและหนีหม่าน แต่จากนั้นเขาก็หันไปมองจางปู้เหยาที่ทุกคนลืมบอกข่าวกันเสียสนิท

อะไรคือรวบหมดทั้งตาข่าย แต่นี่ยังมีตัวหนึ่งที่รอดไปได้ ไม่ได้กินซาลาเปาเลยด้วยซ้ำ

ไม่ได้

มีทุกข์ ต้องร่วมทุกข์ด้วยกัน!

อวี๋เสียนรีบเดินไปยังจางปู้เหยา เรอไปด้วยแล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย

จบบทที่ (ฟรี)บทที่ 411: ภัยพิบัติที่มลายหายไปเพราะการเรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว